ไทยช่วยไทยพลัส เปิดลงทะเบียน 25-29 พ.ค. 69 จริงหรือไม่?
ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โลกออนไลน์มีการแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” อย่างกว้างขวาง โดยระบุว่ารัฐบาลเตรียมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการระหว่างวันที่ 25-29 พฤษภาคม 2569 เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ด้านพลังงาน
กระแสดังกล่าวทำให้ประชาชนจำนวนมากเริ่มค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม เพราะหลายคนต้องการตรวจสอบว่า ข่าวนี้เป็นข้อมูลจริงจากภาครัฐ หรือเป็นเพียงข่าวปลอมที่ถูกแชร์ต่อบนโซเชียลมีเดีย
ล่าสุดมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว และพบว่าข้อมูลดังกล่าวเป็น “ข่าวจริง”
ไทยช่วยไทยพลัส คืออะไร
โครงการไทยช่วยไทยพลัส เป็นมาตรการช่วยเหลือประชาชนของภาครัฐ ที่มีเป้าหมายเพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตด้านพลังงานและค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น
รูปแบบโครงการจะคล้ายกับมาตรการร่วมจ่ายในอดีต โดยรัฐบาลจะช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายในสัดส่วน 60/40 สำหรับสินค้าและบริการที่เข้าร่วมรายการ
มาตรการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศควบคู่กับการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย
ข่าวเปิดลงทะเบียน 25-29 พฤษภาคม 2569 จริงหรือไม่
หลังจากมีการแชร์ข้อมูลจำนวนมาก กองบรรณาธิการ Sanook News ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลด้านนโยบายการคลังของรัฐบาลโดยตรง
ผลการตรวจสอบพบว่า ข้อมูลเรื่องการเปิดลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส ระหว่างวันที่ 25-29 พฤษภาคม 2569 เป็นข้อมูลจริงอย่างเป็นทางการ
โดยโครงการจะเริ่มเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนตามช่วงวันและเวลาที่ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์จริง

รายละเอียดโครงการไทยช่วยไทยพลัส
จากข้อมูลที่ได้รับการยืนยัน โครงการจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม ไปจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569
ภาครัฐจะร่วมจ่ายค่าใช้จ่ายสำหรับสินค้า อาหาร เครื่องดื่ม และบริการที่กำหนดในสัดส่วน 60/40
จุดประสงค์หลักของมาตรการนี้คือ
ลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ
สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย
บรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน
ใครมีสิทธิ์ลงทะเบียนบ้าง
ประชาชนที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ จะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
มีสัญชาติไทย
อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
มีบัตรประจำตัวประชาชน
ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
โดยระบบจะเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 25-29 พฤษภาคม 2569 เวลา 06.00 – 22.00 น.
โครงการจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมทั้งหมด 30 ล้านคน
ร้านค้าเข้าร่วมต้องทำอย่างไร
สำหรับผู้ประกอบการร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” มาก่อน สามารถยืนยันสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป
การใช้ระบบเดิมช่วยให้ร้านค้าสามารถเข้าร่วมโครงการได้สะดวกขึ้น และลดขั้นตอนการสมัครใหม่
อย่างไรก็ตาม ร้านค้าควรติดตามประกาศเพิ่มเติมจากกระทรวงการคลัง เพื่อดูเงื่อนไขล่าสุดของการเข้าร่วมโครงการ
ทำไมข่าวนี้ถึงถูกค้นหาจำนวนมาก
สาเหตุสำคัญที่ทำให้คำว่า “ไทยช่วยไทยพลัส” กลายเป็นคำค้นยอดนิยม มาจากความกังวลเรื่องค่าครองชีพและราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
หลายคนจึงให้ความสนใจมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐเป็นพิเศษ โดยเฉพาะโครงการที่มีลักษณะคล้าย “คนละครึ่ง” ซึ่งเคยได้รับความนิยมอย่างมากในอดีต
นอกจากนี้ การแชร์ข้อมูลบนโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็ว ก็ทำให้ประชาชนต้องการตรวจสอบว่าข่าวดังกล่าวเป็นข้อมูลจริงหรือไม่

ช่องทางตรวจสอบข้อมูลอย่างเป็นทางการ
ประชาชนที่ต้องการติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถตรวจสอบข้อมูลได้จากช่องทางทางการของภาครัฐ ได้แก่
เว็บไซต์กระทรวงการคลัง
เว็บไซต์โครงการไทยช่วยไทยพลัส
แอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับโครงการ
การตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งทางการถือเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนจากข่าวปลอมหรือข้อมูลคลาดเคลื่อนบนโลกออนไลน์
ระวังลิงก์ปลอมและเว็บไซต์หลอกลงทะเบียน
เมื่อมีโครงการลักษณะนี้เปิดตัว มักมีมิจฉาชีพสร้างเว็บไซต์ปลอมหรือส่งลิงก์หลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัวอยู่เสมอ
ประชาชนควรระวังเป็นพิเศษ และหลีกเลี่ยง
การกดลิงก์จากข้อความที่ไม่ทราบแหล่งที่มา
การกรอกข้อมูลส่วนตัวผ่านเว็บไซต์แปลกปลอม
การให้รหัส OTP กับบุคคลอื่น
ควรตรวจสอบ URL เว็บไซต์ให้ถูกต้องก่อนใช้งานทุกครั้ง
สรุป
โครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่มีการแชร์ว่าเปิดลงทะเบียนระหว่างวันที่ 25-29 พฤษภาคม 2569 เป็นข้อมูลจริง โดยได้รับการยืนยันจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง
โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือประชาชนจากผลกระทบด้านค่าครองชีพและวิกฤตพลังงาน ผ่านมาตรการร่วมจ่ายในสัดส่วน 60/40 พร้อมเปิดให้ประชาชนทั่วไปลงทะเบียนเข้าร่วมตามวันและเวลาที่ประกาศอย่างเป็นทางการ
ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านเว็บไซต์ของกระทรวงการคลังและช่องทางทางการของโครงการ เพื่อป้องกันความสับสนและหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของเว็บไซต์ปลอม
อ้างอิง https://www.mof.go.th/


ความคิดเห็น