ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกัน

ดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

ค้นพบความสนใจของคุณ ไปด้วยกันดีลจริง รีวิวตรงไปตรงมา และเรื่องราวการช้อปปิ้งจากคนที่มีความสนใจเดียวกับคุณ — ทุกวันบน ZestBuy

Apple เปลี่ยนชื่อคอร์แรงในชิป M5 เป็น “Super Cores” สัญญาณว่า M5 Pro และ M5 Max อาจไม่ได้แรงขึ้นแบบที่คิด

Apple เปลี่ยนชื่อคอร์แรงในชิป M5 เป็น “Super Cores” สัญญาณว่า M5 Pro และ M5 Max อาจไม่ได้แรงขึ้นแบบที่คิด
ความสนใจ|รวมเทคโนโลยี

ตอนที่ Apple เปิดตัวชิป M5 Pro และ M5 Max หลายคนคาดหวังว่าจะได้เห็นความเร็วคล็อก (Clock Speed) ที่สูงขึ้นจากรุ่น M5 ปกติ แต่ข้อมูลล่าสุดกลับเผยว่า Apple ใช้แนวทางอีกแบบหนึ่ง

บริษัทได้เปลี่ยนชื่อ Performance Cores ของชิป M5 เป็น “Super Cores” ซึ่งทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นคอร์รุ่นใหม่ที่แรงกว่าเดิม แต่เมื่อดูตัวเลขจริงกลับพบว่า ความเร็วคล็อกยังเท่าเดิม

การเปลี่ยนชื่อครั้งนี้จึงอาจเป็นการปรับการตลาดมากกว่าการเพิ่มพลังประมวลผลแบบที่หลายคนคาดไว้


Super Cores คืออะไร

ก่อนหน้านี้ Apple ใช้โครงสร้าง CPU แบบ

  • Performance Cores (คอร์แรง)

  • Efficiency Cores (คอร์ประหยัดพลังงาน)

แต่ในชิปตระกูล M5 Appleเปลี่ยนชื่อ Performance Cores เป็น “Super Cores”

แนวคิดคือสื่อว่าคอร์หลักมีประสิทธิภาพสูงขึ้นในสถาปัตยกรรม Fusion Architecture

อย่างไรก็ตาม เมื่อดูผลทดสอบจาก Geekbench 6 พบว่า Super Cores ของชิป M5 ทำงานที่ความเร็ว 4.61GHz

และตัวเลขเดียวกันนี้ถูกใช้ใน M5 Pro และ M5 Max


ไม่มีข้อได้เปรียบด้าน Single-Core

เมื่อคอร์หลักของทั้งสามรุ่นใช้ความเร็วเท่ากัน

ผลที่ตามมาคือ

  • ประสิทธิภาพ Single-Thread อาจใกล้เคียงกันมาก

  • ความแตกต่างหลักจะอยู่ที่จำนวนคอร์

นั่นหมายความว่า MacBook ที่ใช้ M5 Pro หรือ M5 Max อาจไม่ได้เร็วกว่า M5 ปกติอย่างชัดเจนในงานที่ใช้คอร์เดียว


โครงสร้าง CPU ของแต่ละชิป

Apple เปลี่ยนชื่อคอร์แรงในชิป M5 เป็น “Super Cores” สัญญาณว่า M5 Pro และ M5 Max อาจไม่ได้แรงขึ้นแบบที่คิด

M5

CPU 10 คอร์

  • 4 Super Cores (4.61GHz)

  • 6 Efficiency Cores (3.00GHz)


Apple เปลี่ยนชื่อคอร์แรงในชิป M5 เป็น “Super Cores” สัญญาณว่า M5 Pro และ M5 Max อาจไม่ได้แรงขึ้นแบบที่คิด

M5 Pro

CPU 15 คอร์

  • 5 Super Cores (4.61GHz)

  • 10 Performance Cores (3.00 – 4.61GHz)

CPU 18 คอร์

  • 6 Super Cores (4.61GHz)

  • 12 Performance Cores (3.00 – 4.61GHz)


Apple เปลี่ยนชื่อคอร์แรงในชิป M5 เป็น “Super Cores” สัญญาณว่า M5 Pro และ M5 Max อาจไม่ได้แรงขึ้นแบบที่คิด

M5 Max

CPU 18 คอร์

  • 6 Super Cores (4.61GHz)

  • 12 Performance Cores (3.00 – 4.61GHz)


Apple เน้นเพิ่มคอร์แทนเพิ่มความเร็ว

เหตุผลสำคัญที่ Apple ไม่เพิ่มความเร็วคล็อก น่าจะมาจากข้อจำกัดของกระบวนการผลิต

ชิป M5 ใช้เทคโนโลยี TSMC 3nm รุ่น N3P

แม้จะมีประสิทธิภาพสูง แต่ก็มีเพดานด้านความเร็วคล็อก หากดันเกินไปจะกระทบเรื่อง

  • การใช้พลังงาน

  • อุณหภูมิ

  • ประสิทธิภาพต่อวัตต์

ดังนั้น Apple จึงเลือกเพิ่มจำนวนคอร์แทน

วิธีนี้ช่วยให้

  • ประสิทธิภาพ Multi-Core สูงขึ้น

  • ควบคุมความร้อนได้ดี

  • ประหยัดพลังงานมากกว่า


บทเรียนที่ Qualcomm อาจต้องมอง

รายงานนี้ยังถูกนำไปเปรียบเทียบกับฝั่ง Android

มีข่าวลือว่า Snapdragon 8 Elite Gen 6 Pro อาจถูกทดสอบที่ความเร็ว 5.0GHz

ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากสำหรับชิปสมาร์ตโฟน

แต่การเพิ่มความเร็วมากเกินไปอาจทำให้เกิด

  • ความร้อนสูง

  • การลดความเร็วอัตโนมัติ (Thermal Throttling)

Appleจึงเลือกวิธีที่ต่างออกไป คือรักษาความเร็วไว้ที่ระดับสมดุล


ประเด็นที่ยังไม่ชัด

สิ่งที่ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดคือ

ความเร็วของ “Performance Cores” ใหม่ใน M5 Pro และ M5 Max

คาดว่าคอร์เหล่านี้จะอยู่ระหว่าง

  • Efficiency Core (3.00GHz)

  • Super Core (4.61GHz)

หากข้อมูลเพิ่มเติมออกมา ก็จะช่วยให้เห็นภาพสถาปัตยกรรม CPU ของ Apple ชัดขึ้น


บทสรุป

การเปลี่ยนชื่อ Performance Cores เป็น Super Cores ในชิป M5 ทำให้หลายคนเข้าใจว่าชิปใหม่จะเร็วขึ้นอย่างมาก แต่ในความจริงความเร็วคล็อกยังอยู่ที่ 4.61GHz เท่าเดิม

สิ่งที่ทำให้ M5 Pro และ M5 Max แรงขึ้นจริง ๆ คือ

  • จำนวนคอร์ที่มากขึ้น

  • การออกแบบสถาปัตยกรรมที่สมดุลด้านพลังงาน

แนวทางนี้สะท้อนปรัชญาการออกแบบชิปของ Apple ที่ให้ความสำคัญกับ ประสิทธิภาพต่อวัตต์ (Performance per Watt) มากกว่าการไล่ตัวเลขความเร็วเพียงอย่างเดียว

ZestBuy ได้รับค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณช้อปผ่านลิงก์ของเรา โดยคุณไม่ต้องจ่ายเพิ่ม

You May Also Like

Comments
พูดอะไรบางอย่าง...
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกที่แบ่งปันความคิดเห็นของคุณ!