ตอนที่ Apple เปิดตัวชิป M5 Pro และ M5 Max หลายคนคาดหวังว่าจะได้เห็นความเร็วคล็อก (Clock Speed) ที่สูงขึ้นจากรุ่น M5 ปกติ แต่ข้อมูลล่าสุดกลับเผยว่า Apple ใช้แนวทางอีกแบบหนึ่ง
บริษัทได้เปลี่ยนชื่อ Performance Cores ของชิป M5 เป็น “Super Cores” ซึ่งทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นคอร์รุ่นใหม่ที่แรงกว่าเดิม แต่เมื่อดูตัวเลขจริงกลับพบว่า ความเร็วคล็อกยังเท่าเดิม
การเปลี่ยนชื่อครั้งนี้จึงอาจเป็นการปรับการตลาดมากกว่าการเพิ่มพลังประมวลผลแบบที่หลายคนคาดไว้
Super Cores คืออะไร
ก่อนหน้านี้ Apple ใช้โครงสร้าง CPU แบบ
Performance Cores (คอร์แรง)
Efficiency Cores (คอร์ประหยัดพลังงาน)
แต่ในชิปตระกูล M5 Appleเปลี่ยนชื่อ Performance Cores เป็น “Super Cores”
แนวคิดคือสื่อว่าคอร์หลักมีประสิทธิภาพสูงขึ้นในสถาปัตยกรรม Fusion Architecture
อย่างไรก็ตาม เมื่อดูผลทดสอบจาก Geekbench 6 พบว่า Super Cores ของชิป M5 ทำงานที่ความเร็ว 4.61GHz
และตัวเลขเดียวกันนี้ถูกใช้ใน M5 Pro และ M5 Max
ไม่มีข้อได้เปรียบด้าน Single-Core
เมื่อคอร์หลักของทั้งสามรุ่นใช้ความเร็วเท่ากัน
ผลที่ตามมาคือ
ประสิทธิภาพ Single-Thread อาจใกล้เคียงกันมาก
ความแตกต่างหลักจะอยู่ที่จำนวนคอร์
นั่นหมายความว่า MacBook ที่ใช้ M5 Pro หรือ M5 Max อาจไม่ได้เร็วกว่า M5 ปกติอย่างชัดเจนในงานที่ใช้คอร์เดียว
โครงสร้าง CPU ของแต่ละชิป

M5
CPU 10 คอร์
4 Super Cores (4.61GHz)
6 Efficiency Cores (3.00GHz)

M5 Pro
CPU 15 คอร์
5 Super Cores (4.61GHz)
10 Performance Cores (3.00 – 4.61GHz)
CPU 18 คอร์
6 Super Cores (4.61GHz)
12 Performance Cores (3.00 – 4.61GHz)

M5 Max
CPU 18 คอร์
6 Super Cores (4.61GHz)
12 Performance Cores (3.00 – 4.61GHz)
Apple เน้นเพิ่มคอร์แทนเพิ่มความเร็ว
เหตุผลสำคัญที่ Apple ไม่เพิ่มความเร็วคล็อก น่าจะมาจากข้อจำกัดของกระบวนการผลิต
ชิป M5 ใช้เทคโนโลยี TSMC 3nm รุ่น N3P
แม้จะมีประสิทธิภาพสูง แต่ก็มีเพดานด้านความเร็วคล็อก หากดันเกินไปจะกระทบเรื่อง
การใช้พลังงาน
อุณหภูมิ
ประสิทธิภาพต่อวัตต์
ดังนั้น Apple จึงเลือกเพิ่มจำนวนคอร์แทน
วิธีนี้ช่วยให้
ประสิทธิภาพ Multi-Core สูงขึ้น
ควบคุมความร้อนได้ดี
ประหยัดพลังงานมากกว่า
บทเรียนที่ Qualcomm อาจต้องมอง
รายงานนี้ยังถูกนำไปเปรียบเทียบกับฝั่ง Android
มีข่าวลือว่า Snapdragon 8 Elite Gen 6 Pro อาจถูกทดสอบที่ความเร็ว 5.0GHz
ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากสำหรับชิปสมาร์ตโฟน
แต่การเพิ่มความเร็วมากเกินไปอาจทำให้เกิด
ความร้อนสูง
การลดความเร็วอัตโนมัติ (Thermal Throttling)
Appleจึงเลือกวิธีที่ต่างออกไป คือรักษาความเร็วไว้ที่ระดับสมดุล
ประเด็นที่ยังไม่ชัด
สิ่งที่ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดคือ
ความเร็วของ “Performance Cores” ใหม่ใน M5 Pro และ M5 Max
คาดว่าคอร์เหล่านี้จะอยู่ระหว่าง
Efficiency Core (3.00GHz)
Super Core (4.61GHz)
หากข้อมูลเพิ่มเติมออกมา ก็จะช่วยให้เห็นภาพสถาปัตยกรรม CPU ของ Apple ชัดขึ้น
บทสรุป
การเปลี่ยนชื่อ Performance Cores เป็น Super Cores ในชิป M5 ทำให้หลายคนเข้าใจว่าชิปใหม่จะเร็วขึ้นอย่างมาก แต่ในความจริงความเร็วคล็อกยังอยู่ที่ 4.61GHz เท่าเดิม
สิ่งที่ทำให้ M5 Pro และ M5 Max แรงขึ้นจริง ๆ คือ
จำนวนคอร์ที่มากขึ้น
การออกแบบสถาปัตยกรรมที่สมดุลด้านพลังงาน
แนวทางนี้สะท้อนปรัชญาการออกแบบชิปของ Apple ที่ให้ความสำคัญกับ ประสิทธิภาพต่อวัตต์ (Performance per Watt) มากกว่าการไล่ตัวเลขความเร็วเพียงอย่างเดียว

