รับแอปรับแอป

Apple เปลี่ยนชื่อคอร์แรงในชิป M5 เป็น “Super Cores” สัญญาณว่า M5 Pro และ M5 Max อาจไม่ได้แรงขึ้นแบบที่คิด

Phanuphong.T03-04

ตอนที่ Apple เปิดตัวชิป M5 Pro และ M5 Max หลายคนคาดหวังว่าจะได้เห็นความเร็วคล็อก (Clock Speed) ที่สูงขึ้นจากรุ่น M5 ปกติ แต่ข้อมูลล่าสุดกลับเผยว่า Apple ใช้แนวทางอีกแบบหนึ่ง

บริษัทได้เปลี่ยนชื่อ Performance Cores ของชิป M5 เป็น “Super Cores” ซึ่งทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นคอร์รุ่นใหม่ที่แรงกว่าเดิม แต่เมื่อดูตัวเลขจริงกลับพบว่า ความเร็วคล็อกยังเท่าเดิม

การเปลี่ยนชื่อครั้งนี้จึงอาจเป็นการปรับการตลาดมากกว่าการเพิ่มพลังประมวลผลแบบที่หลายคนคาดไว้


Super Cores คืออะไร

ก่อนหน้านี้ Apple ใช้โครงสร้าง CPU แบบ

  • Performance Cores (คอร์แรง)

  • Efficiency Cores (คอร์ประหยัดพลังงาน)

แต่ในชิปตระกูล M5 Appleเปลี่ยนชื่อ Performance Cores เป็น “Super Cores”

แนวคิดคือสื่อว่าคอร์หลักมีประสิทธิภาพสูงขึ้นในสถาปัตยกรรม Fusion Architecture

อย่างไรก็ตาม เมื่อดูผลทดสอบจาก Geekbench 6 พบว่า Super Cores ของชิป M5 ทำงานที่ความเร็ว 4.61GHz

และตัวเลขเดียวกันนี้ถูกใช้ใน M5 Pro และ M5 Max


ไม่มีข้อได้เปรียบด้าน Single-Core

เมื่อคอร์หลักของทั้งสามรุ่นใช้ความเร็วเท่ากัน

ผลที่ตามมาคือ

  • ประสิทธิภาพ Single-Thread อาจใกล้เคียงกันมาก

  • ความแตกต่างหลักจะอยู่ที่จำนวนคอร์

นั่นหมายความว่า MacBook ที่ใช้ M5 Pro หรือ M5 Max อาจไม่ได้เร็วกว่า M5 ปกติอย่างชัดเจนในงานที่ใช้คอร์เดียว


โครงสร้าง CPU ของแต่ละชิป

M5

CPU 10 คอร์

  • 4 Super Cores (4.61GHz)

  • 6 Efficiency Cores (3.00GHz)


M5 Pro

CPU 15 คอร์

  • 5 Super Cores (4.61GHz)

  • 10 Performance Cores (3.00 – 4.61GHz)

CPU 18 คอร์

  • 6 Super Cores (4.61GHz)

  • 12 Performance Cores (3.00 – 4.61GHz)


M5 Max

CPU 18 คอร์

  • 6 Super Cores (4.61GHz)

  • 12 Performance Cores (3.00 – 4.61GHz)


Apple เน้นเพิ่มคอร์แทนเพิ่มความเร็ว

เหตุผลสำคัญที่ Apple ไม่เพิ่มความเร็วคล็อก น่าจะมาจากข้อจำกัดของกระบวนการผลิต

ชิป M5 ใช้เทคโนโลยี TSMC 3nm รุ่น N3P

แม้จะมีประสิทธิภาพสูง แต่ก็มีเพดานด้านความเร็วคล็อก หากดันเกินไปจะกระทบเรื่อง

  • การใช้พลังงาน

  • อุณหภูมิ

  • ประสิทธิภาพต่อวัตต์

ดังนั้น Apple จึงเลือกเพิ่มจำนวนคอร์แทน

วิธีนี้ช่วยให้

  • ประสิทธิภาพ Multi-Core สูงขึ้น

  • ควบคุมความร้อนได้ดี

  • ประหยัดพลังงานมากกว่า


บทเรียนที่ Qualcomm อาจต้องมอง

รายงานนี้ยังถูกนำไปเปรียบเทียบกับฝั่ง Android

มีข่าวลือว่า Snapdragon 8 Elite Gen 6 Pro อาจถูกทดสอบที่ความเร็ว 5.0GHz

ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากสำหรับชิปสมาร์ตโฟน

แต่การเพิ่มความเร็วมากเกินไปอาจทำให้เกิด

  • ความร้อนสูง

  • การลดความเร็วอัตโนมัติ (Thermal Throttling)

Appleจึงเลือกวิธีที่ต่างออกไป คือรักษาความเร็วไว้ที่ระดับสมดุล


ประเด็นที่ยังไม่ชัด

สิ่งที่ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัดคือ

ความเร็วของ “Performance Cores” ใหม่ใน M5 Pro และ M5 Max

คาดว่าคอร์เหล่านี้จะอยู่ระหว่าง

  • Efficiency Core (3.00GHz)

  • Super Core (4.61GHz)

หากข้อมูลเพิ่มเติมออกมา ก็จะช่วยให้เห็นภาพสถาปัตยกรรม CPU ของ Apple ชัดขึ้น


บทสรุป

การเปลี่ยนชื่อ Performance Cores เป็น Super Cores ในชิป M5 ทำให้หลายคนเข้าใจว่าชิปใหม่จะเร็วขึ้นอย่างมาก แต่ในความจริงความเร็วคล็อกยังอยู่ที่ 4.61GHz เท่าเดิม

สิ่งที่ทำให้ M5 Pro และ M5 Max แรงขึ้นจริง ๆ คือ

  • จำนวนคอร์ที่มากขึ้น

  • การออกแบบสถาปัตยกรรมที่สมดุลด้านพลังงาน

แนวทางนี้สะท้อนปรัชญาการออกแบบชิปของ Apple ที่ให้ความสำคัญกับ ประสิทธิภาพต่อวัตต์ (Performance per Watt) มากกว่าการไล่ตัวเลขความเร็วเพียงอย่างเดียว