รับแอปรับแอป

เปิดหม้อไฟความสำเร็จ CQK: สูตรลับธุรกิจไทย–จีน ที่ร้านอาหารยุคใหม่ต้องรู้

กฤษฎา บุญช่วย01-30

จากหม้อไฟหนึ่งหม้อ สู่บทเรียนธุรกิจไทย–จีน

หมาล่าหม้อไฟไม่ใช่แค่ของอร่อยบนโต๊ะอาหาร แต่กลายเป็นเคสธุรกิจตัวจริงให้ผู้ประกอบการไทย–จีนได้เรียนรู้ร่วมกัน

ในการอบรมหลักสูตรผู้บริหารรุ่นใหม่ธุรกิจไทย–จีน (Young Executive Program) มีการจัดเสวนาในหัวข้อ “ถอดบทเรียนจากประสบการณ์ตรง” โดยเชิญผู้บริหารร้านหม้อไฟแบรนด์ดัง CQK และผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดจีน มาร่วมแชร์มุมมองทั้งเรื่องเทคโนโลยี การตลาด และการเข้าใจผู้บริโภคจีนอย่างลึกซึ้ง

บรรยากาศเสวนา เข้มข้นไม่แพ้น้ำซุปหมาล่า

งานเสวนาครั้งนี้จัดขึ้นในกรุงเทพฯ โดยเปิดเวทีให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่และคนทำธุรกิจไทย–จีนได้แลกเปลี่ยนมุมมองกับวิทยากรตัวจริงจากสนามธุรกิจ ได้แก่

  • ผู้บริหารร้านหมาล่าหม้อไฟ CQK ที่สร้างแบรนด์ให้เติบโตในไทย

  • ผู้เชี่ยวชาญด้านคอนเทนต์และตลาดจีน ที่ต่อยอดจากออนไลน์สู่การเป็นที่ปรึกษาธุรกิจ

ทุกคำตอบบนเวทีไม่ใช่ทฤษฎี แต่คือประสบการณ์ที่ลองผิดลองถูกมาแล้วในโลกธุรกิจจริง

เส้นทางหม้อไฟ CQK: จากคนชอบกินชาบู สู่เจ้าของร้านดัง

จุดเริ่มต้นของ CQK ไม่ได้มาจากสูตรลับในครัว แต่มาจาก “ความอินในฐานะลูกค้า”

ผู้บริหารร้านเล่าว่า เมื่อย้ายมาอยู่เมืองไทย เขาเป็นคนชอบทานชาบูมาก จึงตระเวนชิมร้านชาบูแทบทุกที่ในประเทศ แต่กลับพบว่ายังไม่มีร้านไหนขายหม้อไฟสไตล์จีนแท้ ๆ ที่ให้รสจัดจ้านแบบที่คุ้นเคย

จาก “ช่องว่างในตลาด” จึงกลายเป็น “โอกาสธุรกิจ” นำไปสู่การเปิดร้านหมาล่าหม้อไฟ CQK ในประเทศไทย โดยตั้งใจทำรสชาติให้คนไทยเข้าถึงง่าย แต่ยังคงเอกลักษณ์สไตล์จีนเอาไว้

วันนี้ CQK ขยายสาขาแล้วหลายแห่งในไทย พร้อมทั้งปรับรสชาติและประสบการณ์ในร้านให้ถูกใจลูกค้ามากขึ้นเรื่อย ๆ

เคล็ดลับบริหารร้านอาหารยุคดิจิทัล: เทคโนโลยีคือพนักงานลับ

หนึ่งในหัวใจสำคัญที่ผู้บริหาร CQK ย้ำบนเวที คือ การใช้เทคโนโลยีให้เป็น “เครื่องมือจัดการร้าน” ไม่ใช่แค่เครื่องประดับภาพลักษณ์

เขาเล่าว่าได้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการใน 4 เรื่องหลักของร้านอาหาร:

  • การจัดการคิวหน้าร้าน

  • การรับออเดอร์อาหาร

  • การสต็อกวัตถุดิบ

  • การเรียกเก็บเงิน

การเปลี่ยนจากระบบจดในกระดาษ มาใช้ระบบจัดการคิวและการสั่งอาหารแบบออนไลน์ ช่วยลดความผิดพลาด เพิ่มความเร็วในการบริการ และทำให้ลูกค้าไม่รู้สึกว่าต้องรอนานอย่างไร้ระบบ

ในมุมหลังร้าน ระบบสต็อกสินค้าแบบดิจิทัลช่วยให้ควบคุมวัตถุดิบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดของเสีย และวางแผนการสั่งของได้แม่นยำขึ้น

สำหรับธุรกิจร้านอาหารยุคนี้ เทคโนโลยีไม่ใช่ตัวเลือกอีกต่อไป แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของการบริหารจัดการ

วัตถุดิบและความสะอาด: เสิร์ฟจริงไม่ใช่แค่ในโฆษณา

ถึงแม้เทคโนโลยีจะสำคัญ แต่ผู้บริหาร CQK ย้ำชัดว่า รากฐานของร้านอาหารที่ดียังคงเหมือนเดิมเสมอ นั่นคือ

  • วัตถุดิบต้องมีคุณภาพ

  • ความสะอาดต้องมาก่อนทุกอย่าง

ไม่ว่าจะจัดการหลังบ้านล้ำสมัยแค่ไหน ถ้าคุณภาพอาหารไม่ดี ลูกค้าก็ไม่กลับมา และรีวิวบนโลกออนไลน์จะเป็นตัวตัดสินแบบรวดเร็ว

เทคโนโลยีช่วยให้บริหารร้านได้ดีขึ้น แต่สิ่งที่ทำให้ลูกค้ากลับมาซ้ำ คือรสชาติและความไว้ใจในมาตรฐานความสะอาด

จากห้องเรียนจีน สู่การเป็นอินฟลูเอนเซอร์ตลาดจีน

อีกหนึ่งมุมที่น่าสนใจในเสวนา คือเรื่องราวของผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจไทย–จีน ที่หยิบ “ความเข้าใจจีน” มาต่อยอดจนกลายเป็นธุรกิจของตัวเอง

จุดเริ่มต้นมาจากการไปศึกษาด้านธุรกิจระหว่างประเทศในประเทศจีน ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่าทำไมจีนถึงถูกมองว่าเป็น “โรงงานของโลก” เพราะแทบทุกสินค้ารอบตัว ล้วนมีคำว่า Made in China ติดอยู่

จากพื้นฐานความเข้าใจเศรษฐกิจและสินค้า จึงต่อยอดมาสู่โลกดิจิทัล ผ่านการสร้างคอนเทนต์ในแพลตฟอร์มโซเชียลสัญชาติจีน

ช่วงแรกการทำคอนเทนต์ยังไม่มีผู้ติดตามมากนัก แต่เมื่อเริ่มเล่าเรื่องที่โดนใจและชวนคุย เช่น ประเด็นเกี่ยวกับมุมมองคนจีนต่อคนไทย ยอดผู้ติดตามก็พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

คีย์สำคัญจึงไม่ใช่แค่ “อยู่บนแพลตฟอร์มไหน” แต่คือ “เล่าเรื่องอะไรให้โดนใจคนดู”

เข้าใจคนจีนให้ลึก ก่อนคิดจะขายของให้เขา

เมื่อมีโอกาสทำงานร่วมกับคนจีนมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญท่านนี้เล่าว่า สิ่งที่ได้เรียนรู้มีค่ามากกว่าตำราธุรกิจ นั่นคือ การเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคชาวจีนอย่างแท้จริง

จากผู้สร้างคอนเทนต์ กลายเป็นคนที่มีผู้ติดตามมาปรึกษาเรื่องการทำธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าจีน ไม่ว่าจะเป็น

  • จะเริ่มขายสินค้าอะไรดี

  • ตอนนี้คนจีนสนใจสินค้าประเภทไหน

  • ถ้าจะทำธุรกิจไทย–จีน ต้องวางกลยุทธ์อย่างไร

โลกออนไลน์จึงไม่ใช่แค่พื้นที่บันเทิงอีกต่อไป แต่กลายเป็น “ช่องทางสร้างโอกาสธุรกิจ” สำหรับคนที่ใช้มันอย่างจริงจังและเข้าใจตลาดเป้าหมาย

ทริกสำคัญสำหรับคนทำร้านอาหาร–ธุรกิจไทย–จีน

จากเรื่องเล่าบนเวทีเสวนา สามารถสรุปเป็นแนวคิดที่คนทำร้านอาหารหรือธุรกิจไทย–จีนหยิบไปใช้ได้ทันที ดังนี้:

  • มองตลาดผ่านมุมมองของลูกค้าก่อนเสมอ

  • ถ้าเห็น “ของที่ยังไม่มีในตลาด แต่เชื่อว่าคนจะชอบ” นั่นอาจคือโอกาสทองของคุณ

  • ใช้เทคโนโลยีช่วยจัดการหลังบ้านให้แน่น เพื่อให้หน้าร้านบริการได้ลื่นไหล

  • รสชาติ วัตถุดิบ และความสะอาด คือแกนกลางที่ห้ามหลุดโฟกัส

  • ถ้าอยากจับตลาดจีน ต้องเริ่มจากการ “เข้าใจคน” ไม่ใช่แค่ “เข้าใจตัวเลข”

  • คอนเทนต์ที่ดี สามารถพาธุรกิจไปไกลกว่าที่คิด หากเล่าในเรื่องที่โดนใจและจริงใจ

ปิดท้าย: จากหม้อไฟหนึ่งหม้อ สู่บัตรผ่านสู่จีน

หลังจบงานเสวนา ผู้เข้าอบรมยังได้ต่อยอดความรู้ผ่านการทำโครงงานกลุ่มกับอาจารย์ที่ปรึกษา พร้อมทั้งเตรียมตัวเดินทางไปศึกษาดูงานต่อที่เมืองเซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง

เพราะโลกของธุรกิจไทย–จีน ไม่ได้จบแค่ในห้องเสวนา แต่เริ่มชัดขึ้นเมื่อได้ลงไปเห็นสนามจริงด้วยตาตัวเอง

สำหรับคนทำร้านอาหาร หรือใครที่อยากจับตลาดจีน ลองถามตัวเองดูว่า วันนี้คุณแค่ “ขายของ” หรือกำลัง “สร้างประสบการณ์” ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างแท้จริงแล้วหรือยัง?