รับแอปรับแอป

บุกจับผับเถื่อนกลางกาญจนบุรี ปล่อยเด็กมั่วสุม–ขายเหล้าเกินเวลา เจอยาเคทุกซอกมุม

ชัยวัฒน์ อินทร์01-30

บุกกลางดึก ผับเถื่อนกลางเมืองกาญจนบุรีโดนปิดไฟ

ภารกิจคืนดึกเวลา 23.30 น. วันที่ 8 สิงหาคม 2568 เป็นหนึ่งในปฏิบัติการตามนโยบาย “No Drugs No Dealers” ที่เดินหน้ากวาดล้างยาเสพติดและสกัดจุดมั่วสุมในชุมชนแบบจริงจัง

เจ้าหน้าที่หลายหน่วยร่วมกันระดมกำลังลงพื้นที่ในเขต อ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อเอ็กซเรย์พื้นที่เสี่ยง หาร้านแอบเปิดเป็นแหล่งเที่ยวกลางคืนที่เอื้อให้มีการเสพและซื้อขายยาเสพติด รวมถึงฝ่าฝืนกฎหมายสถานบริการ

ขบวนเจ้าหน้าที่ระดมกำลัง ลุยตรวจบาร์กลางเมือง

การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการบูรณาการกำลังจากหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายปกครองระดับจังหวัดและอำเภอ ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี รวมถึงชุดปฏิบัติการพิเศษและสมาชิก อส. เข้าร่วมแบบพร้อมเพรียง

เป้าหมายของปฏิบัติการ คือร้าน “เอคโค่วนะจ๊ะ บาร์ (ECKO BAR)” ตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.เมืองกาญจนบุรี ซึ่งถูกชาวบ้านร้องเรียนอย่างต่อเนื่องว่าเปิดขายเหล้าเกินเวลา และมีการมั่วสุมเสพยาเสพติดภายในร้าน

เจ้าหน้าที่วางแผนสนธิกำลังเข้าตรวจค้นแบบฉับพลัน เพื่อให้เห็นสภาพการใช้บริการจริงในช่วงเวลาที่มักเกิดการกระทำผิด

บรรยากาศในร้าน: เพลงดัง แสงกระพริบ นักเที่ยวเต้นสนุก

เมื่อเจ้าหน้าที่บุกเข้าถึงตัวร้าน ภายในเต็มไปด้วยนักเที่ยวกว่า 30 คน กำลังนั่งดื่ม เต้น และสนุกกับบรรยากาศยามดึกแบบไม่รู้ตัวว่ากำลังจะถูกตรวจ

ทันทีที่เข้าควบคุมสถานที่ เจ้าหน้าที่สั่งให้ปิดเพลง เปิดไฟให้สว่างทั่วร้าน เพื่อเริ่มกระบวนการตรวจค้นและตรวจสอบเอกสารการประกอบกิจการอย่างละเอียด

ผับเถื่อนไร้ใบอนุญาต ปล่อยเด็กต่ำกว่า 20 เข้าร้าน

จากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่า สถานที่แห่งนี้ไม่ได้จดทะเบียนเป็นสถานบริการอย่างถูกต้อง เปิดเป็นผับเถื่อน ไม่มีใบอนุญาตตั้งสถานบริการ แต่กลับทำตัวไม่ต่างจากผับ/บาร์เต็มรูปแบบ

ยิ่งไปกว่านั้น ภายในร้านยังพบผู้ใช้บริการที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีถึง 19 คน โดยในจำนวนนี้มีเยาวชนอายุเพียง 14 ปี ปะปนอยู่ท่ามกลางบรรยากาศการดื่มสุราและการเที่ยวกลางคืน

การปล่อยให้เยาวชนเข้าใช้บริการในลักษณะนี้ ถือว่าเป็นการละเมิดกฎหมายอย่างชัดเจน และเป็นพฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยงต่อปัญหาสังคมในระยะยาว

พบเคตามีนตกพื้น ตรวจฉี่เจอสีม่วง

ระหว่างการตรวจค้นภายในร้าน เจ้าหน้าที่พบผงเคตามีนตกอยู่บนพื้นในจุดหนึ่ง จึงขยายผลด้วยการให้ผู้ใช้บริการทั้งหมดเข้ารับการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด

ผลการตรวจพบว่ามีผู้ใช้บริการ 1 คน มีผลปัสสาวะเป็นสีม่วง เข้าข่ายเสพยาเสพติด ซึ่งจะถูกส่งตัวเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย ทั้งในส่วนของการดำเนินคดีและการบำบัดรักษาตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง

รวบเจ้าของร้าน แจ้ง 4 ข้อหาหนัก

หลังจากตรวจค้นและบันทึกหลักฐานครบถ้วน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจได้ควบคุมตัวเจ้าของร้าน เจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นชายอายุ 24 ปี ซึ่งมีบทบาทเป็นผู้ดูแลและบริหารร้านดังกล่าว

โดยได้แจ้งข้อกล่าวหารวม 4 ข้อหา ได้แก่

  • ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต

  • จำหน่ายสุราเกินกว่าเวลาที่กฎหมายกำหนด

  • จำหน่ายสุราให้กับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี

  • ยุยงส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนประพฤติตนไม่เหมาะสม

เจ้าหน้าที่ได้ยึดของกลางทั้งหมด พร้อมนำตัวผู้ต้องหา ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

บาร์ลับไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยสำหรับใครทั้งนั้น

ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นชัดว่า แหล่งเที่ยวกลางคืนที่แอบเปิดโดยไม่ขึ้นทะเบียน ไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัย ไม่ว่าจะสำหรับวัยรุ่น นักเที่ยว หรือชุมชนรอบข้าง

  • ไม่มีใบอนุญาต = ไม่มีมาตรการคุมเข้มจากรัฐ

  • ปล่อยให้เด็กและเยาวชนเข้าใช้บริการ = เสี่ยงทำลายอนาคตคนรุ่นใหม่

  • มีร่องรอยยาเสพติด = เพิ่มโอกาสเกิดอาชญากรรมและปัญหาสังคมตามมา

การเที่ยวบาร์ เที่ยวผับ สามารถเป็นความบันเทิงได้ หากอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและความรับผิดชอบของผู้ประกอบการ แต่เมื่อใดที่ละเมิดกติกา จากบาร์สุดมัน อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมได้ในพริบตาเดียว