เขาค้อกลับมาคึกคัก หยุดยาวนี้ทั้งเขาแทบไม่ว่าง
ช่วงวันพ่อและหยุดยาว 5-7 ธันวาคม 2568 บรรยากาศบนเขาค้อกลับมาคึกคักอีกครั้ง นักท่องเที่ยวแห่ขึ้นสัมผัสลมหนาว ทะเลหมอก และบรรยากาศชิล ๆ กันทั้งครอบครัว
ข้อมูลจากสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเขาค้อสะท้อนชัดว่า ภาคท่องเที่ยวกำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงหยุดยาวล่าสุด ที่พักมียอดจองเฉลี่ยสูงถึง 80-90% และถ้าเป็นโซนใกล้งานอีเวนต์หรือคอนเสิร์ต เรียกได้ว่า เต็มล่วงหน้าก่อนวันเดินทาง แทบจะหาห้องไม่ได้
นักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวด้วยวิธีที่ต่างจากเดิม เน้นเที่ยวแบบมีแผน เลือกจ่าย เลือกจุดหมายอย่างตั้งใจ ใช้เงินอย่างมีสติ แต่ยังพร้อมเปย์กับสิ่งที่มองว่าคุ้มค่าและมีประสบการณ์ดี ๆ แนบมาด้วย
เที่ยวอย่างมีแผน เลือกที่พักมีสตอรี่ วิวดีคือของมันต้องมี
ที่พักที่ขายดีในรอบนี้ ไม่ใช่แค่เพราะมีเตียงให้นอน แต่เพราะมี “ประสบการณ์” แนบมาด้วย
รีสอร์ตและโฮมสเตย์ขนาดกลางถึงเล็กที่มองเห็นวิวภูเขาและทะเลหมอกเป็นไฮไลต์
บ้านพักเป็นหลังและพูลวิลล่าสำหรับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน ที่ทำอาหารได้ นั่งปิ้งย่าง ล้อมวงคุยกันในอากาศเย็น ๆ
ที่พักที่มี อัตลักษณ์ชัด มีสตอรี่ชวนเล่า เช่น สายคราฟต์ สายกาแฟ สายธรรมชาติและรักษ์โลก ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่เต็ม ๆ
กลุ่มหลักยังคงเป็นนักท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะ
ครอบครัวที่พาผู้สูงอายุและเด็กมาสัมผัสอากาศเย็น
กลุ่มคนทำงานที่ขับรถมาเอง ทำทริประยะสั้น 2-3 วัน
ส่วนต่างชาติแม้ยังไม่ใช่กลุ่มใหญ่ แต่ก็เริ่มเห็นเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวเอเชียที่เช่ารถขับเอง มาเพราะชอบธรรมชาติ การถ่ายภาพ และบรรยากาศแคมปิ้ง
พฤติกรรมน่าสนใจอีกอย่างคือ หลายคนหันมา จองที่พักใกล้วันเดินทาง มากขึ้น รอดูโปร รอดูพยากรณ์อากาศก่อนตัดสินใจ ขณะเดียวกันก็ฮิตเที่ยวแบบ Road Trip ขับเที่ยวทั้งจังหวัด เช่น แวะเมืองเพชรบูรณ์ ต่อไปภูทับเบิก แล้วใช้เขาค้อเป็นฐานพักหลัก
เงินสะพัดถึงรากหญ้า ของฝาก–คาเฟ่–รถเช่า รับอานิสงส์เต็ม ๆ
หนึ่งทริปที่ขึ้นมาเขาค้อ ไม่ได้เติมเต็มแค่รูปในโทรศัพท์ แต่ยังเติมเงินให้คนในพื้นที่ทั้งเขาแบบเป็นวงกว้าง
รายได้ที่หมุนเวียนกระจายไปถึงหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น
ร้านอาหารท้องถิ่นและร้านอาหารวิวดี
คาเฟ่ จุดชมวิว วัด และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ร้านของฝาก ของที่ระลึก สินค้า GI และงานคราฟต์
รถนำเที่ยว รถเช่า และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
เมื่อรวมค่าใช้จ่ายทั้งที่พัก อาหาร-เครื่องดื่ม การเดินทาง ค่าเข้าชม และ ค่าของฝาก จะพบว่า ช่วงหยุดยาวคือหนึ่งในช่วงที่เงินหมุนแรงที่สุดของปี ช่วยประคองธุรกิจเล็ก-ใหญ่ที่ต้องแบกรับต้นทุนทั้งปี
กลุ่มที่ได้ประโยชน์เด่นชัด ได้แก่
ที่พักทุกระดับ ตั้งแต่โฮมสเตย์เล็ก ๆ ไปจนถึงรีสอร์ตวิวหลักล้าน
ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านของฝากที่ยอดขายกระโดดขึ้นหลายเท่าจากช่วงโลว์ซีซั่น
ผู้ให้บริการเดินทางขนส่ง และชุมชนรอบ ๆ ที่นำสินค้าเกษตรและงานหัตถกรรมมาขาย
แนวโน้มไตรมาส 1/2569 ยังดูดีต่อเนื่อง เพราะอากาศเขาค้อยังคงเย็นสบาย และถ้ามีกิจกรรมเสริม เช่น งานวิ่ง เทศกาลกาแฟ-ดนตรี หรือเวิร์กช็อปท้องถิ่น ก็ยิ่งดึงนักท่องเที่ยวให้กลับมาซ้ำได้ไม่ยาก
เทศกาล “Overcoat” ตัวเร่งเครื่องท่องเที่ยวปลายปี
Overcoat Music Festival ไม่ได้เป็นแค่คอนเสิร์ตกลางเขา แต่กลายเป็นเหมือนสัญญาณ “เปิดฤดูหนาว” ของเขาค้อไปแล้ว
เทศกาลนี้ช่วยสร้างภาพจำชัด ๆ ว่า หน้าหนาว = ฟังเพลง + ลมเย็น + ทะเลหมอกที่เขาค้อ ทำให้คนรุ่นใหม่และแฟนเพลงจำนวนมากตั้งใจเดินทางขึ้นมาร่วมงานแบบเฉพาะกิจ ไม่ได้มาแบบผ่าน ๆ
ผลที่ตามมาชัดเจนมากคือ
ที่พักใกล้พื้นที่จัดงานและโซนรอบ ๆ มียอดจองพุ่งขึ้นแรง
นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่พักอย่างน้อย 1-2 คืน หลายคนมาถึงก่อนงาน 1 คืน และอยู่ต่ออีก 1 คืน
สิ่งนี้ทำให้การใช้จ่ายในพื้นที่ มากกว่าเที่ยวดูคอนเสิร์ตวันเดียวแล้วขับรถกลับทันที เพราะนักท่องเที่ยวมีเวลาไปกินร้านอาหารดัง แวะคาเฟ่ ซื้อของฝาก เดินจุดชมวิว และเที่ยวแลนด์มาร์กสำคัญก่อนหรือหลังงาน
รายได้จึงกระจายไปถึง
ร้านอาหารและคาเฟ่
รถรับส่ง-รถเช่า
ร้านขายของฝากและร้านขายเสื้อกันหนาว
ผู้จัดกิจกรรมท่องเที่ยวต่าง ๆ
จุดเด่นของ Overcoat คือการใช้ของจริงเป็นฉากหลัง ทั้งภูเขา ทะเลหมอก และลมหนาวที่สัมผัสได้จริง ทำให้ประสบการณ์ต่างจากคอนเสิร์ตในเมืองใหญ่ และค่อย ๆ ปั้นภาพเขาค้อให้เป็น เมืองท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ ที่มีดนตรี กาแฟ คราฟต์ และวิถีชุมชนมาครบในที่เดียว
การเดินทาง–จราจร: ถนนดีขึ้น แต่รถก็แน่นขึ้น
ช่วงหลัง เส้นทางขึ้น-ลงเขาค้อดีขึ้นกว่าหลายปีก่อนพอสมควร แต่ในวันหยุดยาวปัญหาที่หนีไม่พ้นคือ ปริมาณรถจำนวนมากวิ่งพร้อมกัน ทั้งรถบัส รถตู้ และรถยนต์ส่วนตัว โดยเฉพาะช่วงสายถึงบ่ายที่มักเกิดการชะลอตัว
ภาคท้องถิ่นจึงเน้นย้ำให้นักท่องเที่ยว
วางแผนเวลาเดินทางให้ดี
หลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางลัดที่เป็นถนนแคบในหมู่บ้าน ซึ่งไม่เหมาะกับคนที่ไม่ชินทาง
เรื่องสภาพอากาศก็มีผลไม่น้อย หมอกหนาจัดตอนเช้าและกลางคืนอาจทำให้ทัศนวิสัยแย่ลง ขณะเดียวกัน จุดชมวิวและคาเฟ่ยอดนิยมก็มักแน่นเป็นพิเศษ จึงต้องบริหารที่จอดรถและการจราจรอย่างใกล้ชิด
หน่วยงานในพื้นที่ ทั้งตำรวจ อบต. ททท. และจิตอาสา เข้ามาช่วยในเรื่องข้อมูล การให้คำแนะนำ และความปลอดภัย เพื่อให้ทริปของนักท่องเที่ยวเดินไปได้แบบลื่นที่สุดเท่าที่จะทำได้
ต้นทุนพุ่ง–แรงงานขาด ผู้ประกอบการต้องปรับตัว
แม้คนเที่ยวจะเยอะขึ้น แต่ฝั่งผู้ประกอบการเองก็ยังต้องเจอความท้าทายชุดใหญ่ ทั้ง
ค่าแรงที่ขยับสูงขึ้น
ค่าวัตถุดิบอาหารและวัตถุดิบอื่น ๆ
ค่าไฟฟ้าและค่าซ่อมบำรุงต่าง ๆ
ปัญหาคือ จะขึ้นราคาก็ทำได้จำกัด เจ้าของกิจการจำนวนมากจึงเลือก บริหารต้นทุนอย่างละเอียด และเน้นอัพเกรดคุณภาพบริการ มากกว่าจะดันราคาให้สูงอย่างเดียว
ด้านแรงงานก็ไม่ง่าย หลายคนเลือกไปทำงานในเมืองใหญ่ ทำให้ธุรกิจบนเขาค้อต้อง
ใช้พนักงานพาร์ตไทม์และพนักงานตามฤดูกาลมากขึ้น
เปิดโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่เข้ามาฝึกงานและเรียนรู้
พร้อมกันนี้ สมาคมยังผลักดันการอบรมทั้งทักษะการบริการ ภาษา และทักษะดิจิทัล เพื่อให้ธุรกิจในพื้นที่แข็งแรงขึ้นในระยะยาว
เทรนด์เที่ยวปีใหม่–ต้นปี: Glamping, Workation และทริปยาวในเพชรบูรณ์
สำหรับช่วง High Season จากปลายปีไปต้นปีหน้า การประเมินไม่ได้ดูแค่ “คนเยอะไหม” แต่ดูลึกไปถึง
ระยะเวลาการพักเฉลี่ย
ค่าใช้จ่ายต่อทริป
การกระจายตัวไปยังพื้นที่อื่นในจังหวัด
เขาค้อถูกใช้เป็น ฐานพักหลักของจังหวัดเพชรบูรณ์ เพราะเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ได้ง่าย เช่น ภูทับเบิก เมืองเพชรบูรณ์ และเส้นทางธรรมชาติในโซนใกล้เคียง
เทรนด์ที่เริ่มมาแรงและน่าจับตา ได้แก่
Glamping / Camping คุณภาพดี ที่นอนได้สบายแต่ยังได้ฟีลใกล้ชิดธรรมชาติ
การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวิถีชุมชน
ท่องเที่ยวแนวสุขภาพ ทั้งสายเดินป่า สูดอากาศดี ๆ หรือรีเซตร่างกาย
Workation ระยะยาว 4-7 คืน ทำงานไป เที่ยวไป พักไปในทริปเดียว
ยังมีการออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวแบบวงรอบ “เขาค้อ-เมืองเพชรบูรณ์-ภูทับเบิก-แหล่งธรรมชาติอื่น” เพื่อให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาอยู่ในจังหวัดให้นานขึ้น และเชื่อมแพ็กกิจกรรมอย่าง
เทศกาลกาแฟ
งานวิ่งบนเขา
การปั่นจักรยาน
เวิร์กช็อปคราฟต์และอาหารท้องถิ่น
เขาค้อไม่ได้มองภูทับเบิกหรือภูหินร่องกล้าเป็นคู่แข่ง แต่เป็น ปลายทางเสริมในเส้นทางเดียวกัน โดยเขาค้อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการพักผ่อน มีที่พักหลากหลาย ร้านอาหาร คาเฟ่ และกิจกรรมครบ จบรอบเดียวได้หลายฟีล
เช็กลิสต์ท่องเที่ยวเขาค้อวันหยุดยาว: เดินทางปลอดภัย เที่ยวสบาย ของฝากเพียบ
เพื่อให้ทริปเขาค้อของคุณทั้งสนุก ปลอดภัย และใช้เวลาคุ้ม ลองวางแผนตามนี้
วางแผนเวลาเดินทาง
ถ้าออกจากกรุงเทพฯ แนะนำราว 08.00 น. จะถึงเขาค้อประมาณบ่าย 2-3 โมง
เวลานี้ยังพอมีโอกาสแวะจุดชมวิว วัด หรือคาเฟ่ก่อนพระอาทิตย์ตก
ขากลับควรออกจากเขาค้อก่อนช่วงเย็น ลดความเสี่ยงหมอกลงจัดและการขับกลางคืนบนเขา
เลือกเส้นทางอย่างปลอดภัย
หลีกเลี่ยงเส้นทางลัดผ่านถนนเล็กในหมู่บ้าน ที่มักชัน แคบ และไม่มีไหล่ทาง
ใช้ถนนสายหลักที่มีป้ายชัดและสภาพดีกว่า แม้จะอ้อมขึ้นมานิดหน่อยแต่ปลอดภัยกว่า
ถ้ารถเริ่มหนาแน่น ควรเผื่อเวลา และระวังการแซงในทางโค้งหรือทางชันเป็นพิเศษ
เทคนิคขับรถขึ้น-ลงเขา
ใช้เกียร์ต่ำขณะลงเขา หลีกเลี่ยงการเหยียบเบรกค้างนาน ๆ
เปิดไฟหน้าเมื่อมีหมอกหรือทัศนวิสัยไม่ดี
จอดรถเฉพาะในจุดที่กำหนด ไม่จอดในโค้งหรือไหล่ทางแคบ
พักผ่อนให้เพียงพอก่อนขับขึ้น-ลงเขา โดยเฉพาะทริปยาว
เตรียมรับลมหนาวบนเขาค้อ
ต้นเดือนธันวาคม อุณหภูมิบนเขาค้อในตอนกลางคืนและเช้าตรู่สามารถลดลงต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส ได้ไม่ยาก ถ้าไม่อยากหนาวสั่นจนเที่ยวไม่สนุก ต้องเตรียมตัวให้ดี
ของที่ควรมีติดกระเป๋า:
เสื้อกันหนาวตัวหนา เสื้อแขนยาว และกางเกงขายาว
ถุงเท้า ผ้าพันคอ หมวกหรือฮู้ดกันลม
คนขี้หนาวอาจพกถุงร้อนหรือแผ่นให้ความร้อนเสริม
เช็กสภาพรถก่อนออกเดินทาง
เพื่อให้การเดินทางไป-กลับเขาค้อราบรื่น ควรตรวจสอบรถล่วงหน้า โดยเฉพาะ
ระบบเบรก
ยางและดอกยาง
หม้อน้ำและระบบความร้อน
น้ำมันเครื่อง
ใบปัดน้ำฝนและน้ำฉีดกระจก
ระบบไฟส่องสว่างทั้งหมด
เมื่อรถพร้อม คนพร้อม แผนทริปพร้อม การขึ้นเขาค้อก็จะกลายเป็นทริปที่ทั้งประทับใจ ปลอดภัย และยังช่วยให้ เม็ดเงินหมุนเวียนลงสู่ชุมชนท้องถิ่นได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ทั้งผ่านที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ และแน่นอน…ร้านของฝากท้องถิ่นที่รอให้คุณหิ้วกลับบ้านไปเป็นความทรงจำของทริปนี้

