รับแอปรับแอป

เขาค้อหยุดยาวแตก! ที่พักแตะ 90% ของฝากขายดีทั้งเขา จับตาเทศกาล Overcoat ปลุกท่องเที่ยวปลายปี

ภูริณัฐ วงศ์ชัย01-30

เขาค้อกลับมาคึกคัก หยุดยาวนี้ทั้งเขาแทบไม่ว่าง

ช่วงวันพ่อและหยุดยาว 5-7 ธันวาคม 2568 บรรยากาศบนเขาค้อกลับมาคึกคักอีกครั้ง นักท่องเที่ยวแห่ขึ้นสัมผัสลมหนาว ทะเลหมอก และบรรยากาศชิล ๆ กันทั้งครอบครัว

ข้อมูลจากสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเขาค้อสะท้อนชัดว่า ภาคท่องเที่ยวกำลังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงหยุดยาวล่าสุด ที่พักมียอดจองเฉลี่ยสูงถึง 80-90% และถ้าเป็นโซนใกล้งานอีเวนต์หรือคอนเสิร์ต เรียกได้ว่า เต็มล่วงหน้าก่อนวันเดินทาง แทบจะหาห้องไม่ได้

นักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวด้วยวิธีที่ต่างจากเดิม เน้นเที่ยวแบบมีแผน เลือกจ่าย เลือกจุดหมายอย่างตั้งใจ ใช้เงินอย่างมีสติ แต่ยังพร้อมเปย์กับสิ่งที่มองว่าคุ้มค่าและมีประสบการณ์ดี ๆ แนบมาด้วย

เที่ยวอย่างมีแผน เลือกที่พักมีสตอรี่ วิวดีคือของมันต้องมี

ที่พักที่ขายดีในรอบนี้ ไม่ใช่แค่เพราะมีเตียงให้นอน แต่เพราะมี “ประสบการณ์” แนบมาด้วย

  • รีสอร์ตและโฮมสเตย์ขนาดกลางถึงเล็กที่มองเห็นวิวภูเขาและทะเลหมอกเป็นไฮไลต์

  • บ้านพักเป็นหลังและพูลวิลล่าสำหรับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน ที่ทำอาหารได้ นั่งปิ้งย่าง ล้อมวงคุยกันในอากาศเย็น ๆ

  • ที่พักที่มี อัตลักษณ์ชัด มีสตอรี่ชวนเล่า เช่น สายคราฟต์ สายกาแฟ สายธรรมชาติและรักษ์โลก ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่เต็ม ๆ

กลุ่มหลักยังคงเป็นนักท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะ

  • ครอบครัวที่พาผู้สูงอายุและเด็กมาสัมผัสอากาศเย็น

  • กลุ่มคนทำงานที่ขับรถมาเอง ทำทริประยะสั้น 2-3 วัน

ส่วนต่างชาติแม้ยังไม่ใช่กลุ่มใหญ่ แต่ก็เริ่มเห็นเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวเอเชียที่เช่ารถขับเอง มาเพราะชอบธรรมชาติ การถ่ายภาพ และบรรยากาศแคมปิ้ง

พฤติกรรมน่าสนใจอีกอย่างคือ หลายคนหันมา จองที่พักใกล้วันเดินทาง มากขึ้น รอดูโปร รอดูพยากรณ์อากาศก่อนตัดสินใจ ขณะเดียวกันก็ฮิตเที่ยวแบบ Road Trip ขับเที่ยวทั้งจังหวัด เช่น แวะเมืองเพชรบูรณ์ ต่อไปภูทับเบิก แล้วใช้เขาค้อเป็นฐานพักหลัก

เงินสะพัดถึงรากหญ้า ของฝาก–คาเฟ่–รถเช่า รับอานิสงส์เต็ม ๆ

หนึ่งทริปที่ขึ้นมาเขาค้อ ไม่ได้เติมเต็มแค่รูปในโทรศัพท์ แต่ยังเติมเงินให้คนในพื้นที่ทั้งเขาแบบเป็นวงกว้าง

รายได้ที่หมุนเวียนกระจายไปถึงหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น

  • ร้านอาหารท้องถิ่นและร้านอาหารวิวดี

  • คาเฟ่ จุดชมวิว วัด และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

  • ร้านของฝาก ของที่ระลึก สินค้า GI และงานคราฟต์

  • รถนำเที่ยว รถเช่า และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

เมื่อรวมค่าใช้จ่ายทั้งที่พัก อาหาร-เครื่องดื่ม การเดินทาง ค่าเข้าชม และ ค่าของฝาก จะพบว่า ช่วงหยุดยาวคือหนึ่งในช่วงที่เงินหมุนแรงที่สุดของปี ช่วยประคองธุรกิจเล็ก-ใหญ่ที่ต้องแบกรับต้นทุนทั้งปี

กลุ่มที่ได้ประโยชน์เด่นชัด ได้แก่

  • ที่พักทุกระดับ ตั้งแต่โฮมสเตย์เล็ก ๆ ไปจนถึงรีสอร์ตวิวหลักล้าน

  • ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านของฝากที่ยอดขายกระโดดขึ้นหลายเท่าจากช่วงโลว์ซีซั่น

  • ผู้ให้บริการเดินทางขนส่ง และชุมชนรอบ ๆ ที่นำสินค้าเกษตรและงานหัตถกรรมมาขาย

แนวโน้มไตรมาส 1/2569 ยังดูดีต่อเนื่อง เพราะอากาศเขาค้อยังคงเย็นสบาย และถ้ามีกิจกรรมเสริม เช่น งานวิ่ง เทศกาลกาแฟ-ดนตรี หรือเวิร์กช็อปท้องถิ่น ก็ยิ่งดึงนักท่องเที่ยวให้กลับมาซ้ำได้ไม่ยาก

เทศกาล “Overcoat” ตัวเร่งเครื่องท่องเที่ยวปลายปี

Overcoat Music Festival ไม่ได้เป็นแค่คอนเสิร์ตกลางเขา แต่กลายเป็นเหมือนสัญญาณ “เปิดฤดูหนาว” ของเขาค้อไปแล้ว

เทศกาลนี้ช่วยสร้างภาพจำชัด ๆ ว่า หน้าหนาว = ฟังเพลง + ลมเย็น + ทะเลหมอกที่เขาค้อ ทำให้คนรุ่นใหม่และแฟนเพลงจำนวนมากตั้งใจเดินทางขึ้นมาร่วมงานแบบเฉพาะกิจ ไม่ได้มาแบบผ่าน ๆ

ผลที่ตามมาชัดเจนมากคือ

  • ที่พักใกล้พื้นที่จัดงานและโซนรอบ ๆ มียอดจองพุ่งขึ้นแรง

  • นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่พักอย่างน้อย 1-2 คืน หลายคนมาถึงก่อนงาน 1 คืน และอยู่ต่ออีก 1 คืน

สิ่งนี้ทำให้การใช้จ่ายในพื้นที่ มากกว่าเที่ยวดูคอนเสิร์ตวันเดียวแล้วขับรถกลับทันที เพราะนักท่องเที่ยวมีเวลาไปกินร้านอาหารดัง แวะคาเฟ่ ซื้อของฝาก เดินจุดชมวิว และเที่ยวแลนด์มาร์กสำคัญก่อนหรือหลังงาน

รายได้จึงกระจายไปถึง

  • ร้านอาหารและคาเฟ่

  • รถรับส่ง-รถเช่า

  • ร้านขายของฝากและร้านขายเสื้อกันหนาว

  • ผู้จัดกิจกรรมท่องเที่ยวต่าง ๆ

จุดเด่นของ Overcoat คือการใช้ของจริงเป็นฉากหลัง ทั้งภูเขา ทะเลหมอก และลมหนาวที่สัมผัสได้จริง ทำให้ประสบการณ์ต่างจากคอนเสิร์ตในเมืองใหญ่ และค่อย ๆ ปั้นภาพเขาค้อให้เป็น เมืองท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ ที่มีดนตรี กาแฟ คราฟต์ และวิถีชุมชนมาครบในที่เดียว

การเดินทาง–จราจร: ถนนดีขึ้น แต่รถก็แน่นขึ้น

ช่วงหลัง เส้นทางขึ้น-ลงเขาค้อดีขึ้นกว่าหลายปีก่อนพอสมควร แต่ในวันหยุดยาวปัญหาที่หนีไม่พ้นคือ ปริมาณรถจำนวนมากวิ่งพร้อมกัน ทั้งรถบัส รถตู้ และรถยนต์ส่วนตัว โดยเฉพาะช่วงสายถึงบ่ายที่มักเกิดการชะลอตัว

ภาคท้องถิ่นจึงเน้นย้ำให้นักท่องเที่ยว

  • วางแผนเวลาเดินทางให้ดี

  • หลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางลัดที่เป็นถนนแคบในหมู่บ้าน ซึ่งไม่เหมาะกับคนที่ไม่ชินทาง

เรื่องสภาพอากาศก็มีผลไม่น้อย หมอกหนาจัดตอนเช้าและกลางคืนอาจทำให้ทัศนวิสัยแย่ลง ขณะเดียวกัน จุดชมวิวและคาเฟ่ยอดนิยมก็มักแน่นเป็นพิเศษ จึงต้องบริหารที่จอดรถและการจราจรอย่างใกล้ชิด

หน่วยงานในพื้นที่ ทั้งตำรวจ อบต. ททท. และจิตอาสา เข้ามาช่วยในเรื่องข้อมูล การให้คำแนะนำ และความปลอดภัย เพื่อให้ทริปของนักท่องเที่ยวเดินไปได้แบบลื่นที่สุดเท่าที่จะทำได้

ต้นทุนพุ่ง–แรงงานขาด ผู้ประกอบการต้องปรับตัว

แม้คนเที่ยวจะเยอะขึ้น แต่ฝั่งผู้ประกอบการเองก็ยังต้องเจอความท้าทายชุดใหญ่ ทั้ง

  • ค่าแรงที่ขยับสูงขึ้น

  • ค่าวัตถุดิบอาหารและวัตถุดิบอื่น ๆ

  • ค่าไฟฟ้าและค่าซ่อมบำรุงต่าง ๆ

ปัญหาคือ จะขึ้นราคาก็ทำได้จำกัด เจ้าของกิจการจำนวนมากจึงเลือก บริหารต้นทุนอย่างละเอียด และเน้นอัพเกรดคุณภาพบริการ มากกว่าจะดันราคาให้สูงอย่างเดียว

ด้านแรงงานก็ไม่ง่าย หลายคนเลือกไปทำงานในเมืองใหญ่ ทำให้ธุรกิจบนเขาค้อต้อง

  • ใช้พนักงานพาร์ตไทม์และพนักงานตามฤดูกาลมากขึ้น

  • เปิดโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่เข้ามาฝึกงานและเรียนรู้

พร้อมกันนี้ สมาคมยังผลักดันการอบรมทั้งทักษะการบริการ ภาษา และทักษะดิจิทัล เพื่อให้ธุรกิจในพื้นที่แข็งแรงขึ้นในระยะยาว

เทรนด์เที่ยวปีใหม่–ต้นปี: Glamping, Workation และทริปยาวในเพชรบูรณ์

สำหรับช่วง High Season จากปลายปีไปต้นปีหน้า การประเมินไม่ได้ดูแค่ “คนเยอะไหม” แต่ดูลึกไปถึง

  • ระยะเวลาการพักเฉลี่ย

  • ค่าใช้จ่ายต่อทริป

  • การกระจายตัวไปยังพื้นที่อื่นในจังหวัด

เขาค้อถูกใช้เป็น ฐานพักหลักของจังหวัดเพชรบูรณ์ เพราะเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ได้ง่าย เช่น ภูทับเบิก เมืองเพชรบูรณ์ และเส้นทางธรรมชาติในโซนใกล้เคียง

เทรนด์ที่เริ่มมาแรงและน่าจับตา ได้แก่

  • Glamping / Camping คุณภาพดี ที่นอนได้สบายแต่ยังได้ฟีลใกล้ชิดธรรมชาติ

  • การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวิถีชุมชน

  • ท่องเที่ยวแนวสุขภาพ ทั้งสายเดินป่า สูดอากาศดี ๆ หรือรีเซตร่างกาย

  • Workation ระยะยาว 4-7 คืน ทำงานไป เที่ยวไป พักไปในทริปเดียว

ยังมีการออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวแบบวงรอบ “เขาค้อ-เมืองเพชรบูรณ์-ภูทับเบิก-แหล่งธรรมชาติอื่น” เพื่อให้นักท่องเที่ยวใช้เวลาอยู่ในจังหวัดให้นานขึ้น และเชื่อมแพ็กกิจกรรมอย่าง

  • เทศกาลกาแฟ

  • งานวิ่งบนเขา

  • การปั่นจักรยาน

  • เวิร์กช็อปคราฟต์และอาหารท้องถิ่น

เขาค้อไม่ได้มองภูทับเบิกหรือภูหินร่องกล้าเป็นคู่แข่ง แต่เป็น ปลายทางเสริมในเส้นทางเดียวกัน โดยเขาค้อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการพักผ่อน มีที่พักหลากหลาย ร้านอาหาร คาเฟ่ และกิจกรรมครบ จบรอบเดียวได้หลายฟีล

เช็กลิสต์ท่องเที่ยวเขาค้อวันหยุดยาว: เดินทางปลอดภัย เที่ยวสบาย ของฝากเพียบ

เพื่อให้ทริปเขาค้อของคุณทั้งสนุก ปลอดภัย และใช้เวลาคุ้ม ลองวางแผนตามนี้

วางแผนเวลาเดินทาง

  • ถ้าออกจากกรุงเทพฯ แนะนำราว 08.00 น. จะถึงเขาค้อประมาณบ่าย 2-3 โมง

  • เวลานี้ยังพอมีโอกาสแวะจุดชมวิว วัด หรือคาเฟ่ก่อนพระอาทิตย์ตก

  • ขากลับควรออกจากเขาค้อก่อนช่วงเย็น ลดความเสี่ยงหมอกลงจัดและการขับกลางคืนบนเขา

เลือกเส้นทางอย่างปลอดภัย

  • หลีกเลี่ยงเส้นทางลัดผ่านถนนเล็กในหมู่บ้าน ที่มักชัน แคบ และไม่มีไหล่ทาง

  • ใช้ถนนสายหลักที่มีป้ายชัดและสภาพดีกว่า แม้จะอ้อมขึ้นมานิดหน่อยแต่ปลอดภัยกว่า

  • ถ้ารถเริ่มหนาแน่น ควรเผื่อเวลา และระวังการแซงในทางโค้งหรือทางชันเป็นพิเศษ

เทคนิคขับรถขึ้น-ลงเขา

  • ใช้เกียร์ต่ำขณะลงเขา หลีกเลี่ยงการเหยียบเบรกค้างนาน ๆ

  • เปิดไฟหน้าเมื่อมีหมอกหรือทัศนวิสัยไม่ดี

  • จอดรถเฉพาะในจุดที่กำหนด ไม่จอดในโค้งหรือไหล่ทางแคบ

  • พักผ่อนให้เพียงพอก่อนขับขึ้น-ลงเขา โดยเฉพาะทริปยาว

เตรียมรับลมหนาวบนเขาค้อ

ต้นเดือนธันวาคม อุณหภูมิบนเขาค้อในตอนกลางคืนและเช้าตรู่สามารถลดลงต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส ได้ไม่ยาก ถ้าไม่อยากหนาวสั่นจนเที่ยวไม่สนุก ต้องเตรียมตัวให้ดี

ของที่ควรมีติดกระเป๋า:

  • เสื้อกันหนาวตัวหนา เสื้อแขนยาว และกางเกงขายาว

  • ถุงเท้า ผ้าพันคอ หมวกหรือฮู้ดกันลม

  • คนขี้หนาวอาจพกถุงร้อนหรือแผ่นให้ความร้อนเสริม

เช็กสภาพรถก่อนออกเดินทาง

เพื่อให้การเดินทางไป-กลับเขาค้อราบรื่น ควรตรวจสอบรถล่วงหน้า โดยเฉพาะ

  • ระบบเบรก

  • ยางและดอกยาง

  • หม้อน้ำและระบบความร้อน

  • น้ำมันเครื่อง

  • ใบปัดน้ำฝนและน้ำฉีดกระจก

  • ระบบไฟส่องสว่างทั้งหมด

เมื่อรถพร้อม คนพร้อม แผนทริปพร้อม การขึ้นเขาค้อก็จะกลายเป็นทริปที่ทั้งประทับใจ ปลอดภัย และยังช่วยให้ เม็ดเงินหมุนเวียนลงสู่ชุมชนท้องถิ่นได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ทั้งผ่านที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ และแน่นอน…ร้านของฝากท้องถิ่นที่รอให้คุณหิ้วกลับบ้านไปเป็นความทรงจำของทริปนี้