รับแอปรับแอป

ขับ Suzuki Swift ถังเดียวเที่ยวบางแสนกลับกรุง ยังเหลือน้ำมันอีกเพียบ!

วิทยา พูนทรัพย์01-30

น้ำมันแพงก็เที่ยวได้ แค่เลือกรถให้คุ้ม

ในยุคที่น้ำมันแพงขึ้นไม่เกรงใจเงินเดือน ค่าครองชีพก็พุ่งไม่แพ้กัน แค่จะขับรถไปทำงานหรือหนีไปเที่ยวสั้น ๆ ยังต้องคิดแล้วคิดอีก

รถสาธารณะก็ไม่ได้สะดวกสบายเสมอไป หลายคนเลยเริ่มมองหารถเล็ก ๆ ราคาจับต้องได้ เน้น ประหยัดน้ำมัน ดูแลง่าย ไม่จุกจิก และไม่ต้องมีเทคโนโลยีล้ำอนาคตจนกลัวว่าจะต้องเรียกรถสไลด์อยู่บ่อย ๆ

ในกลุ่มนี้ชื่อของ Suzuki Swift โผล่ขึ้นมาเป็นตัวเลือกแรก ๆ แบบห้ามมองข้าม

Swift คันเล็กที่ฟีลลิ่งไม่เล็ก

สำหรับคนที่อยากได้รถ ขับง่าย คล่องตัว ดูแลไม่ยุ่งยาก และกินน้ำมันน้อย Swift ถือว่าตอบโจทย์มาก ๆ

รุ่นที่เล่าอยู่นี้มีการอัปเกรดออปชั่นเล็กน้อย แต่ใช้จริงแล้วรู้สึกได้ชัด เช่น

  • หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto

  • ระบบควบคุมความเร็ว Cruise Control ใช้ขับทางไกลช่วยให้ผ่อนคลายขึ้น

  • ราคาค่าตัวประมาณ 632,000 บาท

  • อัตราสิ้นเปลืองระดับ 20 กิโลเมตรต่อลิตรที่ความเร็วร้อยอัพ!

พอมีรถแบบนี้อยู่ในมือ ทริปชิล ๆ แถวบางแสนหรือหาดวอนนภาเลยกลายเป็นเรื่องง่าย เติมน้ำมันเต็มถังแล้วออกจากกรุงเทพฯ ไป-กลับสบาย ๆ แถมยังเหลือน้ำมันให้ใช้ต่อในเมืองอีก

แม้ตัวรถจะเล็ก แต่ตอนวิ่งบนทางด่วนบูรพาวิถีที่ขึ้นชื่อเรื่อง ลมแรง ก็ยังเอาอยู่ ขับที่ความเร็วเกิน 100 กม./ชม. ได้แบบไม่เจออาการร่อนจนน่ากลัว แค่ต้องจับพวงมาลัยแน่นขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น

ประหยัด 20 กม./ลิตร ไม่ได้โม้

เรื่องตัวเลขการกินน้ำมันของ Swift ไม่ได้มีแต่ในสเปก แต่ใช้งานจริงบนถนนก็ทำได้ใกล้เคียงมาก

  • ขับทางด่วนด้วยความเร็วเฉลี่ยราว 100 กม./ชม. ทำได้สูงสุดประมาณ 20.8 กม./ลิตร

  • ถ้าขับแบบคนปกติ เร่งแซงบ้าง เล่นคันเร่งบ่อยขึ้น จะเหลือราว 18 กม./ลิตร

  • ขับในเมือง เจอรถติด หยุด ๆ ไหล ๆ จะอยู่แถว 17 กม./ลิตร

อีกอย่างที่ช่วยเซฟคือระบบ IDLING-STOP ดับเครื่องอัตโนมัติขณะจอดติด ทำงานร่วมกับสไตล์รถเล็กเครื่อง 1.2 ลิตรได้ดี ทำให้โดยรวมแล้วเรียกได้ว่า ประหยัดแบบน่าเอามาทำรถเที่ยวจริง ๆ

ถังเดียวตะลุยบางแสน ฟีลเหมือนไปต่างประเทศ

ระหว่างขับไปบางแสน แวะเล่นแถวเขาสามมุกเลยไปเจอวิวสวยริมทะเล เลยตั้งใจจอดถ่ายรูปเล่นให้หายคันมือ บรรยากาศรอบ ๆ ถูกปรับใหม่จนให้ฟีลเหมือนอยู่เมืองนอก

ขับ Swift สีสด ๆ ท่ามกลางวิวทะเลและถนนโค้งเบา ๆ คือให้ความรู้สึกเหมือน ขับรถเที่ยวเกาะเจจู ยังไงยังงั้น

คาเฟ่ฮอปปิ้งแบบอีโค่ ๆ ในบางแสน

หลังจากพลาดกาแฟที่ร้านแรกเพราะยังไม่เปิด ก็เลยมุ่งหน้าไปที่คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่น “Nomisuke Matcha Cafe” ที่ตั้งใจจะไปจัดเมนูราเมงกับขนมไทยากิให้หายอยาก

แต่พอไปถึงกลับเจอนักท่องเที่ยวแน่นกว่าที่คิด ทั้งที่เป็นวันธรรมดา สุดท้ายเลยได้แค่ขับวน ถ่ายรูปบรรยากาศญี่ปุ่น ๆ ไว้ แล้วไปต่อแบบประหยัดกระเป๋าแทน

พอความหิวเล่นงานก็ต้องยอมแพ้ เปลี่ยนจากคาเฟ่ริมทะเลมาเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเรือแถวนั้นแทน ชื่อร้าน “เตี๋ยวเรือ พรบ ณ มอบูรพา”

ตอนแรกก็คิดในใจว่า มาทะเลทั้งทีควรกินซีฟู้ดไม่ใช่เหรอ แต่สุดท้ายความหิวชนะทุกอย่าง สั่งแบบจัดเต็มชุดใหญ่ไปเลย แล้วก็ไม่ผิดหวัง เพราะ อร่อยและประหยัด สมชื่อทริปอีโค่

ปิดท้ายมือเที่ยงแล้ว ก็ต้องหาร้านกาแฟเก๋ ๆ ให้เข้าธีมถ่ายรูปคู่รถกันสักหน่อย จนมาเจอร้านสีขาวสุดมินิมอล “ARTORY cefe & crafts”

ตัวร้านโทนขาวตัดกับ Swift สีแดงสดคือ โคตรเข้า แถมมีที่จอดด้านหน้าพร้อมมุมถ่ายรูปให้แบบไม่ต้องเขิน ราคาเมนูในร้านก็ไม่โหด และยังมีเมนูแปลก ๆ ให้อยากลองอีกเพียบ

บรรยากาศในร้านตกแต่งแบบอบอุ่น เหมาะกับการมานั่งกับแฟน จิบกาแฟ คุยเล่นก่อนออกไปเดินเล่นริมทะเลต่อ

ใช้ฟีเจอร์ให้คุ้ม ทั้งทางไปและทางกลับ

ก่อนออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ ก็ได้เวลาลองใช้ฟีเจอร์เชื่อมต่อมือถือให้เต็มประสิทธิภาพ ด้วย Android Auto เพื่อถามเส้นทางกลับบ้านที่ใกล้ รถไม่ติดมาก และขับสบายที่สุด

การเชื่อมต่อโดยรวมถือว่าใช้งานง่าย แต่ก็มีจังหวะที่หน้าจอชอบดับไปดื้อ ๆ โดยเฉพาะตอนมีสายเข้า ทำให้มีอาการงงเล็กน้อย แต่แป๊บเดียวหน้าจอก็กลับมาปกติ

ส่วนเรื่องกล้องมองหลัง Swift ก็มีมาให้จากโรงงาน ภาพคมชัดดี มองเห็นชัด แม้ว่าเส้นกะระยะจะไม่หมุนตามพวงมาลัย แต่ก็ใช้งานจริงได้สบาย

ทำไม Swift ถึงเหมาะกับสาย Eco Trip

ในทริปสั้น ๆ สไตล์ Eco Trip แบบไปกลับบางแสน สิ่งที่รู้สึกได้ชัดจาก Swift คือความคุ้มค่าที่ให้มาเกินตัว

  • ไฟหน้าแบบ FULL LED ปรับระดับได้ แถมไฟท้ายก็ LED ดูทันสมัยทั้งคัน

  • มี Cruise Control ช่วยลดอาการเมื่อยล้าตอนขับทางยาว ๆ

  • พวงมาลัยเบา วงเลี้ยวแคบ คล่องตัวมากในเมืองและตรอกซอกซอย

  • เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร ประหยัดน้ำมันแต่จังหวะเร่งแซงก็ไม่ได้น่าเบื่อ เพราะใช้ระบบ หัวฉีดคู่ ทำให้ตอบสนองดีกว่ารถ 1.2 ลิตรบางรุ่นที่ไม่มีเทอร์โบ

  • ช่วงล่างแน่น มั่นใจด้วยโครงสร้างตัวถัง “HEARTECT” ที่ทั้งแข็งแรงและน้ำหนักเบา

ระบบไม่ซับซ้อน ดูแลง่าย ซ่อมไม่แพง เหมาะกับคนที่อยากมีรถไว้เที่ยวและใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ไม่อยากเจอค่าใช้จ่ายบานปลายในอนาคต

พอจบทริปไปกลับกรุงเทพฯ - บางแสน รวมแล้วกว่า 300 กิโลเมตร น้ำมันในถังก็ยังเหลือให้ใช้ขับในเมืองต่อได้อีกแบบสบาย ๆ

ก่อนหน้านั้นยังมีวิ่งไปถ่ายรูปแถวสนามบินสุวรรณภูมิอีกหนึ่งรอบ รวมระยะทั้งทริปกว่า 490 กิโลเมตร และบนหน้าปัดยังขึ้นว่าเหลือระยะทางวิ่งได้อีกประมาณ 71 กิโลเมตร

632,000 บาท ซื้อคันไหนดี แล้วทำไมต้อง Swift

ในงบประมาณราว ๆ 632,000 บาท ตัวเลือกในตลาดมีเยอะ ทั้งรถเล็กเครื่องเทอร์โบ 1.0 ลิตรจากหลายค่าย แต่ส่วนใหญ่ในราคานี้มักจะเป็นรุ่นเริ่มต้นหรือรุ่นกลาง ที่ออปชั่นยังมาไม่ครบ

ในมุมของคนอยากได้รถเล็กไว้ใช้งานจริง แต่ก็อยากให้ แต่งต่อได้ สนุกกับสไตล์ตัวเอง Swift เลยกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่าหลายรุ่น

เพราะ:

  • ทรงแฮทช์แบ็ก 5 ประตู ขนาดกำลังดี ทั้งขับในเมืองและออกต่างจังหวัด

  • รูปทรงน่ารัก แต่ถ้าจะจับมาแต่ง สายเรซซิ่งหรือสายเรโทร ก็เอาอยู่ทั้งคู่

  • มีของแต่งและชุดตกแต่งแนว ๆ จากทั้งฝั่งศูนย์และผู้จำหน่าย ช่วยให้รถดูไม่ซ้ำใคร

  • ภาพลักษณ์โดยรวมทำให้ Swift ยังเป็นรถที่ ได้รับความนิยมต่อเนื่อง แม้จะมีคู่แข่งในกลุ่มเดียวกันหลายรุ่นก็ตาม

สรุป: รถคันเดียวที่พาเที่ยวได้แบบไม่ต้องเครียดค่าน้ำมัน

สำหรับสาย เที่ยวประหยัด ที่อยากมีรถสักคันไว้ขับไปทำงานวันธรรมดา แล้วพอถึงวันหยุดก็พาออกไปสูดอากาศทะเลใกล้กรุง Swift คือรถที่ตอบโจทย์แบบตรง ๆ

  • เติมถังเดียว วิ่งได้ทริประยะกลางสบาย ๆ

  • ค่าดูแลไม่แรง ฟีลลิ่งขับไม่ไก่กา

  • จะใช้ชีวิตในเมืองหรือหนีไปเที่ยวก็ทำได้แบบไม่ต้องกลัวเข็มน้ำมันตกเร็วจนใจหาย

ถ้าคุณกำลังหารถเล็กที่ หน้าตาดี ใช้งานง่าย ประหยัดจริง และพร้อมเป็นเพื่อนร่วมทางทุกทริปอีโค่ Suzuki Swift นี่แหละคือหนึ่งในตัวเลือกที่ควรลองขับด้วยตัวเองสักครั้งก่อนตัดสินใจ