บรรยากาศปลุกใจ ก่อนศึกครั้งที่ 76
จุฬาฯ ประกาศชัด เตรียมลุยจัดงาน ฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์–จุฬาฯ ครั้งที่ 76 ให้อลังการกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา หลังเพิ่งส่งไม้ต่อจากปีที่ 75 ที่ธรรมศาสตร์รับบทเจ้าภาพไปหมาด ๆ
งานนี้ไม่ใช่แค่เรื่องฟุตบอล แต่คือความภูมิใจของชาวจุฬาฯ ที่พร้อมรวมพลังกันอีกครั้งแบบจัดเต็มทุกมิติ ทั้งในสนามและนอกสนาม
จุฬาฯ ส่งสัญญาณชัดเจนว่า ปีหน้าจะเดินหน้าจัดงานในฐานะเจ้าภาพ แบบจัดหนักจัดเต็ม ทั้งบรรยากาศในสนาม สีสันรอบขอบสนาม และสปิริตของนิสิตที่พร้อมลุกขึ้นมาสร้างตำนานบทใหม่อีกครั้ง
ย้อนดูศึกครั้งที่ 75 ธรรมศาสตร์เฮ ครองแชมป์
ศึก ฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์–จุฬาฯ ครั้งที่ 75 ที่สนามศุภชลาศัย ปิดฉากลงด้วยความมันระดับคลาสสิก เมื่อธรรมศาสตร์เฉือนชนะจุฬาฯ 2–1 คว้าแชมป์ไปครอง
ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นการปลดล็อกของธรรมศาสตร์ เพราะเป็นแชมป์แรกในรอบ 9 ปี ทำให้สถิติรวมของฟุตบอลประเพณีอัปเดตเป็น
ธรรมศาสตร์ชนะ 25 ครั้ง
จุฬาฯ ชนะ 18 ครั้ง
เสมอกัน 32 ครั้ง
ตัวเลขอาจเป็นของธรรมศาสตร์ แต่สปิริตในสนามคือของทั้งสองสถาบัน
จุฬาฯ ลั่น ปีหน้าเจ้าภาพ พร้อมอัปเกรดทุกมิติ
นายลวรณ แสงสนิท ประธานกรรมการดำเนินงานฟุตบอลประเพณีครั้งที่ 75 เล่าบรรยากาศเบื้องหลังว่า แม้เวลาการเตรียมงานจะไม่มาก แต่ทุกฝ่าย ทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน ต่างช่วยกันผลักดันจนงานออกมาอย่างสวยงามและลงตัว
บรรยากาศในงานไม่ได้มีแค่เกมลูกหนัง แต่เต็มไปด้วยความหมาย ทั้งการแปรอักษร ขบวนพาเหรด และกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำให้สนามกลายเป็นพื้นที่แห่งความรักและมิตรภาพของรุ่นพี่รุ่นน้อง
เขาย้ำชัดว่า หลังจากเว้นวรรคไปถึง 5 ปี การกลับมาในครั้งที่ 75 ถือเป็นการรีสตาร์ตครั้งสำคัญ และปีหน้าที่ จุฬาฯ รับบทเจ้าภาพครั้งที่ 76 ทุกคนมั่นใจว่าจะยกระดับงานให้ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ หรืออาจจะเหนือกว่าครั้งนี้ด้วยซ้ำ
เป้าหมายไม่ใช่แค่จัดงานให้จบ แต่ต้องจัดให้จดจำ
ขบวนพาเหรด: ศิลปะ ความคิด และสปิริตในแบบสองมหาʼลัย
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ นายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ ในพระบรมราชูปถัมภ์ อธิบายมิติที่ลึกกว่าฟุตบอล นั่นคือ ขบวนพาเหรดและการแสดงออกของนิสิต
ปีนี้ ขบวนพาเหรดถูกออกแบบให้สะท้อนตัวตนและแนวคิดของแต่ละสถาบันอย่างชัดเจน
ฝั่งจุฬาฯ เลือกใช้ขบวนพาเหรดเพื่อ สะท้อนปัญหาสังคมควบคู่กับแนวทางแก้ไข เป็นการใช้พื้นที่ฟุตบอลประเพณีให้กลายเป็นเวทีตั้งคำถามและชวนคิดต่อ
ส่วนธรรมศาสตร์ เลือกทางถนัดคือ ล้อเลียนการเมืองแบบสร้างสรรค์ เติมสีสันให้บรรยากาศบนอัฒจันทร์อย่างมีชั้นเชิง
เขามองว่าการกลับมาของฟุตบอลประเพณีในครั้งนี้ เป็นเหมือนสัญญาณเริ่มต้นใหม่ที่ดี และเชื่อว่าจะสามารถจัดต่อเนื่องให้กลายเป็นธรรมเนียมที่แข็งแรงยิ่งขึ้นในทุกปี
พลังนิสิตสองสถาบัน ที่ทำให้สนามมีชีวิต
ด้านนายวรชิต สุนิวัชรานุพงษ์ นิสิตปี 4 คณะวิทยาศาสตร์ และประธานโครงการฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์–จุฬาฯ เล่าถึงมุมมองจากคนทำงานเบื้องหลังว่า ความสำเร็จของปีนี้มาจากการร่วมแรงร่วมใจของทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน
สิ่งที่ทำให้บรรยากาศคึกคักเป็นพิเศษ คือการที่ทุกคนมองงานนี้เป็นมากกว่ากิจกรรมมหาวิทยาลัยธรรมดา แต่เป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถสื่อสารแนวคิดของตัวเองต่อสังคมได้
ขบวนพาเหรดของจุฬาฯ ถูกออกแบบให้มีลูกเล่น แฝงสารเกี่ยวกับปัญหาในสังคม ขณะที่ธรรมศาสตร์ก็ถ่ายทอดมุมมองในสไตล์ที่ชัดเจนของตัวเอง สร้างความแตกต่างแต่ยังคงเคียงคู่ในฐานะพันธมิตรทางความคิด
ฟุตบอลประเพณีจึงไม่ใช่แค่เกม 90 นาที แต่คือเวทีของไอเดียและจิตวิญญาณของนิสิตทั้งสองสถาบัน ที่ช่วยกันขับเคลื่อนสังคมในแบบของคนรุ่นใหม่
นัดหน้า เตรียมตัวให้พร้อม เพราะจุฬาฯ จะจัดเต็ม!
ถ้าปีที่ 75 คือการกลับมาทวงบรรยากาศความคิดถึง ปีที่ 76 ที่ จุฬาฯ จะเป็นเจ้าภาพ น่าจะเป็นปีที่ทุกคนได้เห็นการอัปเลเวลครั้งใหญ่ของฟุตบอลประเพณี
สิ่งที่น่าจับตาในครั้งถัดไป ได้แก่
การออกแบบขบวนพาเหรดที่น่าจะยกระดับทั้งเรื่องภาพ ความคิด และการเล่าเรื่อง
การแปรอักษรที่อาจกลายเป็นไวรัลทั้งสนามและบนโลกออนไลน์
บรรยากาศในสนามที่เต็มไปด้วยพลังของศิษย์เก่า–ศิษย์ปัจจุบันที่กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง
เตรียมพบกับฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์–จุฬาฯ ครั้งที่ 76 ที่จุฬาฯ รับบทเจ้าภาพในปีหน้า บอกได้คำเดียวว่า จัดเต็มและยิ่งใหญ่ไม่แพ้ครั้งไหนแน่นอน!

