รับแอปรับแอป

ศึกฟุตบอลประเพณีครั้งที่ 76 จุฬาฯ ขอจัดให้ลั่นสนาม ยิ่งใหญ่กว่าที่เคย!

วรัญญา แสงทอง01-29

บรรยากาศปลุกใจ ก่อนศึกครั้งที่ 76

จุฬาฯ ประกาศชัด เตรียมลุยจัดงาน ฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์–จุฬาฯ ครั้งที่ 76 ให้อลังการกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา หลังเพิ่งส่งไม้ต่อจากปีที่ 75 ที่ธรรมศาสตร์รับบทเจ้าภาพไปหมาด ๆ

งานนี้ไม่ใช่แค่เรื่องฟุตบอล แต่คือความภูมิใจของชาวจุฬาฯ ที่พร้อมรวมพลังกันอีกครั้งแบบจัดเต็มทุกมิติ ทั้งในสนามและนอกสนาม

จุฬาฯ ส่งสัญญาณชัดเจนว่า ปีหน้าจะเดินหน้าจัดงานในฐานะเจ้าภาพ แบบจัดหนักจัดเต็ม ทั้งบรรยากาศในสนาม สีสันรอบขอบสนาม และสปิริตของนิสิตที่พร้อมลุกขึ้นมาสร้างตำนานบทใหม่อีกครั้ง

ย้อนดูศึกครั้งที่ 75 ธรรมศาสตร์เฮ ครองแชมป์

ศึก ฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์–จุฬาฯ ครั้งที่ 75 ที่สนามศุภชลาศัย ปิดฉากลงด้วยความมันระดับคลาสสิก เมื่อธรรมศาสตร์เฉือนชนะจุฬาฯ 2–1 คว้าแชมป์ไปครอง

ชัยชนะครั้งนี้ถือเป็นการปลดล็อกของธรรมศาสตร์ เพราะเป็นแชมป์แรกในรอบ 9 ปี ทำให้สถิติรวมของฟุตบอลประเพณีอัปเดตเป็น

  • ธรรมศาสตร์ชนะ 25 ครั้ง

  • จุฬาฯ ชนะ 18 ครั้ง

  • เสมอกัน 32 ครั้ง

ตัวเลขอาจเป็นของธรรมศาสตร์ แต่สปิริตในสนามคือของทั้งสองสถาบัน

จุฬาฯ ลั่น ปีหน้าเจ้าภาพ พร้อมอัปเกรดทุกมิติ

นายลวรณ แสงสนิท ประธานกรรมการดำเนินงานฟุตบอลประเพณีครั้งที่ 75 เล่าบรรยากาศเบื้องหลังว่า แม้เวลาการเตรียมงานจะไม่มาก แต่ทุกฝ่าย ทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน ต่างช่วยกันผลักดันจนงานออกมาอย่างสวยงามและลงตัว

บรรยากาศในงานไม่ได้มีแค่เกมลูกหนัง แต่เต็มไปด้วยความหมาย ทั้งการแปรอักษร ขบวนพาเหรด และกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำให้สนามกลายเป็นพื้นที่แห่งความรักและมิตรภาพของรุ่นพี่รุ่นน้อง

เขาย้ำชัดว่า หลังจากเว้นวรรคไปถึง 5 ปี การกลับมาในครั้งที่ 75 ถือเป็นการรีสตาร์ตครั้งสำคัญ และปีหน้าที่ จุฬาฯ รับบทเจ้าภาพครั้งที่ 76 ทุกคนมั่นใจว่าจะยกระดับงานให้ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ หรืออาจจะเหนือกว่าครั้งนี้ด้วยซ้ำ

เป้าหมายไม่ใช่แค่จัดงานให้จบ แต่ต้องจัดให้จดจำ

ขบวนพาเหรด: ศิลปะ ความคิด และสปิริตในแบบสองมหาʼลัย

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ นายกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ ในพระบรมราชูปถัมภ์ อธิบายมิติที่ลึกกว่าฟุตบอล นั่นคือ ขบวนพาเหรดและการแสดงออกของนิสิต

ปีนี้ ขบวนพาเหรดถูกออกแบบให้สะท้อนตัวตนและแนวคิดของแต่ละสถาบันอย่างชัดเจน

  • ฝั่งจุฬาฯ เลือกใช้ขบวนพาเหรดเพื่อ สะท้อนปัญหาสังคมควบคู่กับแนวทางแก้ไข เป็นการใช้พื้นที่ฟุตบอลประเพณีให้กลายเป็นเวทีตั้งคำถามและชวนคิดต่อ

  • ส่วนธรรมศาสตร์ เลือกทางถนัดคือ ล้อเลียนการเมืองแบบสร้างสรรค์ เติมสีสันให้บรรยากาศบนอัฒจันทร์อย่างมีชั้นเชิง

เขามองว่าการกลับมาของฟุตบอลประเพณีในครั้งนี้ เป็นเหมือนสัญญาณเริ่มต้นใหม่ที่ดี และเชื่อว่าจะสามารถจัดต่อเนื่องให้กลายเป็นธรรมเนียมที่แข็งแรงยิ่งขึ้นในทุกปี

พลังนิสิตสองสถาบัน ที่ทำให้สนามมีชีวิต

ด้านนายวรชิต สุนิวัชรานุพงษ์ นิสิตปี 4 คณะวิทยาศาสตร์ และประธานโครงการฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์–จุฬาฯ เล่าถึงมุมมองจากคนทำงานเบื้องหลังว่า ความสำเร็จของปีนี้มาจากการร่วมแรงร่วมใจของทั้งศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบัน

สิ่งที่ทำให้บรรยากาศคึกคักเป็นพิเศษ คือการที่ทุกคนมองงานนี้เป็นมากกว่ากิจกรรมมหาวิทยาลัยธรรมดา แต่เป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถสื่อสารแนวคิดของตัวเองต่อสังคมได้

ขบวนพาเหรดของจุฬาฯ ถูกออกแบบให้มีลูกเล่น แฝงสารเกี่ยวกับปัญหาในสังคม ขณะที่ธรรมศาสตร์ก็ถ่ายทอดมุมมองในสไตล์ที่ชัดเจนของตัวเอง สร้างความแตกต่างแต่ยังคงเคียงคู่ในฐานะพันธมิตรทางความคิด

ฟุตบอลประเพณีจึงไม่ใช่แค่เกม 90 นาที แต่คือเวทีของไอเดียและจิตวิญญาณของนิสิตทั้งสองสถาบัน ที่ช่วยกันขับเคลื่อนสังคมในแบบของคนรุ่นใหม่

นัดหน้า เตรียมตัวให้พร้อม เพราะจุฬาฯ จะจัดเต็ม!

ถ้าปีที่ 75 คือการกลับมาทวงบรรยากาศความคิดถึง ปีที่ 76 ที่ จุฬาฯ จะเป็นเจ้าภาพ น่าจะเป็นปีที่ทุกคนได้เห็นการอัปเลเวลครั้งใหญ่ของฟุตบอลประเพณี

สิ่งที่น่าจับตาในครั้งถัดไป ได้แก่

  • การออกแบบขบวนพาเหรดที่น่าจะยกระดับทั้งเรื่องภาพ ความคิด และการเล่าเรื่อง

  • การแปรอักษรที่อาจกลายเป็นไวรัลทั้งสนามและบนโลกออนไลน์

  • บรรยากาศในสนามที่เต็มไปด้วยพลังของศิษย์เก่า–ศิษย์ปัจจุบันที่กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง

เตรียมพบกับฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์–จุฬาฯ ครั้งที่ 76 ที่จุฬาฯ รับบทเจ้าภาพในปีหน้า บอกได้คำเดียวว่า จัดเต็มและยิ่งใหญ่ไม่แพ้ครั้งไหนแน่นอน!