รับแอปรับแอป

จากผ้าพื้นบ้านสู่เวทีโลก: 111 นักหัตถกรรมไทยปั้นแบรนด์ สร้างรายได้โต 80%

พีรวิชญ์ สุวรรณดี01-30

หัตถกรรมไทยไม่ธรรมดาอีกต่อไป

กรุงเทพฯ – กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม: DIPROM) เร่งผลักดันงานหัตถกรรมไทยยุคใหม่ พัฒนาบุคลากรด้านหัตถอุตสาหกรรมจำนวน 111 ราย ให้มีทั้งทักษะฝีมือและมุมมองธุรกิจ สร้างผลิตภัณฑ์ไทยที่มีดีไซน์โดดเด่น แต่อัดแน่นด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่น

เป้าหมายไม่ใช่แค่ขายดีในชุมชน แต่คือการ ต่อยอดงานฝีมือไทยให้เชื่อมโยงธุรกิจ – ชุมชน – ตลาดโลก เพิ่มการกระจายรายได้กลับสู่พื้นที่ และยกระดับหัตถกรรมไทยให้ขึ้นแท่นเวทีสากลอย่างจริงจัง

วิสัยทัศน์: จากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ Creative Industry

แนวคิดหลักของดีพร้อม คือการใช้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป็นตัวขับเคลื่อนงานหัตถกรรมไทย ไม่ปล่อยให้ภูมิปัญญาพื้นบ้านหยุดอยู่แค่ “ของฝาก” แต่ยกระดับให้กลายเป็น สินค้าดีไซน์ร่วมสมัยที่มีเรื่องเล่าและมูลค่าเพิ่ม

จุดเน้นสำคัญ คือ

  • ผสมผสานภูมิปัญญาไทยกับการออกแบบสมัยใหม่

  • เสริมทักษะบุคลากรให้เข้าใจทั้งงานฝีมือและความรู้ด้านธุรกิจ

  • สร้างงานหัตถกรรมบนฐานของ ความยั่งยืน และการมีส่วนร่วมของชุมชน

  • ใช้นวัตกรรมและดีไซน์เป็นตัวช่วยเล่าเรื่องอัตลักษณ์ไทยให้โลกเห็น

ทั้งหมดนี้เดินไปในทิศทางเดียวกับนโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” ที่มุ่งสร้างชุมชนเข้มแข็งไปพร้อมกับธุรกิจไทยที่เติบโตได้จริง

Fashion Alliance: ปั้นคน ปั้นแบรนด์ ปั้นงานฝีมือ

กิจกรรมหลักอยู่ภายใต้โครงการ Fashion Alliance เน้น “ให้ทักษะใหม่ เสริมทักษะเดิม” กับบุคลากรหัตถอุตสาหกรรมไทย ผ่านการพัฒนารอบด้านทั้งฝีมือและมุมมองธุรกิจ

กลุ่มเป้าหมายครอบคลุมทั้ง

  • นักออกแบบ

  • ผู้ประกอบการหัตถอุตสาหกรรม

  • ผู้ทำงานเกี่ยวข้องกับงานคราฟต์และแฟชั่น

โดยเฉพาะสาขาเหล่านี้ที่ถูกโฟกัสเป็นพิเศษ:

  • งานผ้าพื้นเมืองและสิ่งทอ

  • งานปัก

  • เครื่องหนัง

  • เซรามิก

  • เครื่องจักสาน

  • และงานหัตถกรรมอื่น ๆ ที่ต่อยอดได้

พัฒนาจริงจัง ไม่ใช่แค่อบรมแล้วจบ

การพัฒนาบุคลากรในโครงการนี้ไม่ได้จบแค่ฟังบรรยาย แต่จัดเต็มตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

เนื้อหาหลัก ๆ ที่ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ เช่น

  • การออกแบบผลิตภัณฑ์หัตถกรรมให้ตอบโจทย์ตลาดปัจจุบัน

  • การปรับกระบวนการผลิตให้มีคุณภาพและสม่ำเสมอ

  • การคิดเชิงสร้างสรรค์เพื่อพัฒนา “งานเดิมให้ดูใหม่”

  • การวางแผนธุรกิจและเขียนโมเดลธุรกิจอย่างเป็นระบบ

  • การวางกลยุทธ์การตลาด ทั้งออฟไลน์และออนไลน์

  • การสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ให้โดดเด่นในตลาดโลก

รูปแบบกิจกรรมก็ไม่ใช่แค่บรรยายอย่างเดียว แต่มีทั้ง

  • เวิร์กช็อปลงมือทำ

  • การบ่มเพาะเชิงลึกแบบตัวต่อตัวหรือกลุ่มเล็ก

  • การศึกษาดูงานต้นแบบ

ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือ ผู้เข้าร่วมสามารถทำแผนธุรกิจและนำไปใช้ได้จริง พร้อมเป้าหมายเพิ่มรายได้ไม่น้อยกว่า 80% จากเดิม

ประกวดแผนธุรกิจ: ใครคิดเป็น ทำเป็น ก็มีเวทีให้โชว์

อีกหนึ่งไฮไลต์ของโครงการคือการ ประกวดเขียนแผนธุรกิจ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำไอเดียและแผนของตนเองมาแข่งขัน ทั้งเพื่อชิงรางวัลและเพื่อพิสูจน์ว่าธุรกิจของตนพร้อมไปต่อในตลาดจริง

ผู้ชนะไม่เพียงได้รางวัล แต่ได้โอกาสสำคัญคือ

  • สิทธิ์ออกบูธทดสอบตลาดทั้งในและต่างประเทศ

  • เงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท พร้อมโล่และประกาศนียบัตร

ผู้ที่ได้รับรางวัล ได้แก่

  • รางวัลที่ 1: คุณธิดารัตน์ สินทอง แบรนด์ ลิเภาโพธิ์เสด็จ เงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมโล่และประกาศนียบัตร

  • รางวัลที่ 2: คุณกุลริศา คำวิสุทธิ์ แบรนด์ KRAJOODBANRAO ORIGINAL เงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมโล่และประกาศนียบัตร

  • รางวัลที่ 3: คุณพิรุณ ศรีเอี่ยมสะอาด แบรนด์ PIROON เงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมโล่และประกาศนียบัตร

  • รางวัลชมเชย: คุณเพียงระตา พรมาลิน แบรนด์ ETHNICABACA เงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมโล่และประกาศนียบัตร

  • รางวัลชมเชย: คุณนันท์นภัส ศรีวรรณ แบรนด์ HOM STUDIO เงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมโล่และประกาศนียบัตร

ทุกแบรนด์ที่ได้รางวัล ไม่ได้มีดีแค่ฝีมือ แต่มีแผนธุรกิจที่คิดมาอย่างรอบด้าน พร้อมเติบโตได้จริงในโลกการแข่งขันสมัยใหม่

จากเวทีไทยสู่เวทีญี่ปุ่น

สิทธิ์ของผู้ได้รับรางวัลไม่ได้หยุดอยู่แค่กระดานในไทย แต่ยังขยายไปสู่เวทีต่างประเทศด้วย

ผู้ที่ได้รางวัลอันดับ 1–3 และรางวัลชมเชย ได้สิทธิ์:

  • ทดสอบตลาดภายในประเทศในงาน Mega Shows Bangkok 2025 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

  • ทดสอบตลาดต่างประเทศในงาน The 67th Osaka International Gift Show 2025 ณ เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น

การได้ไปอยู่ในระดับงานแสดงสินค้าของขวัญนานาชาติแบบนี้ คือโอกาสทองในการ

  • พบคู่ค้าต่างชาติ

  • เรียนรู้เทรนด์สินค้าโลก

  • ทดลองว่าผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทยจะ “ไปได้ไกลแค่ไหน” ในสายตาต่างประเทศ

เป้าหมายใหญ่: หัตถกรรมไทยต้องมีที่ยืนบนเวทีโลก

ดีพร้อมวางภาพอนาคตชัดเจนว่า หัตถอุตสาหกรรมไทยต้องไม่ใช่แค่ของสวย แต่ต้องเป็นของขายได้ในตลาดโลก

แนวทางสำคัญคือ

  • ให้ทักษะใหม่ที่จำเป็นต่อยุคดิจิทัล ทั้งด้านการตลาดออนไลน์และการสร้างตัวตนบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ

  • เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้ทดสอบตลาดต่างประเทศจริง ไม่ใช่แค่ดูงาน

  • สร้างเครือข่ายธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยกับคู่ค้าต่างชาติ

  • รักษาแก่นอัตลักษณ์ไทย แต่เล่าเรื่องผ่านรูปแบบที่ทันสมัยและเข้าใจง่ายสำหรับผู้บริโภคทั่วโลก

เมื่อธุรกิจไทยที่ดีเดินคู่ชุมชนได้ รายได้ก็ไหลกลับสู่ท้องถิ่น และความภาคภูมิใจในงานหัตถกรรมไทยก็จะเติบโตไปพร้อมกัน

สรุป: งานผ้า งานคราฟต์ไทย ไม่ได้เป็นแค่ของสวยอีกต่อไป

โครงการนี้พิสูจน์แล้วว่า หากเราผสมผสาน

  • ภูมิปัญญาเดิม

  • ดีไซน์ใหม่

  • ทักษะธุรกิจ

  • และโอกาสในตลาดโลก

งานหัตถกรรมไทยไม่จำเป็นต้องอยู่แค่ในชุมชน แต่สามารถ ยืนอย่างสง่างามบนเวทีศิลปหัตถกรรมระดับโลก ได้อย่างยั่งยืน

สำหรับคนทำงานผ้า งานปัก งานคราฟต์ทั้งหลาย นี่คือสัญญาณชัดเจนว่า ยุคที่งานฝีมือไทยอยู่แค่ในตู้โชว์ได้จบไปแล้ว ถึงเวลาออกแบบให้พร้อมขาย วางแผนให้พร้อมโต และพาเรื่องเล่าของชุมชนคุณไปให้คนทั้งโลกได้เห็น