หัตถกรรมไทยไม่ธรรมดาอีกต่อไป

กรุงเทพฯ – กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม: DIPROM) เร่งผลักดันงานหัตถกรรมไทยยุคใหม่ พัฒนาบุคลากรด้านหัตถอุตสาหกรรมจำนวน 111 ราย ให้มีทั้งทักษะฝีมือและมุมมองธุรกิจ สร้างผลิตภัณฑ์ไทยที่มีดีไซน์โดดเด่น แต่อัดแน่นด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่น
เป้าหมายไม่ใช่แค่ขายดีในชุมชน แต่คือการ ต่อยอดงานฝีมือไทยให้เชื่อมโยงธุรกิจ – ชุมชน – ตลาดโลก เพิ่มการกระจายรายได้กลับสู่พื้นที่ และยกระดับหัตถกรรมไทยให้ขึ้นแท่นเวทีสากลอย่างจริงจัง
วิสัยทัศน์: จากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ Creative Industry

แนวคิดหลักของดีพร้อม คือการใช้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์เป็นตัวขับเคลื่อนงานหัตถกรรมไทย ไม่ปล่อยให้ภูมิปัญญาพื้นบ้านหยุดอยู่แค่ “ของฝาก” แต่ยกระดับให้กลายเป็น สินค้าดีไซน์ร่วมสมัยที่มีเรื่องเล่าและมูลค่าเพิ่ม
จุดเน้นสำคัญ คือ
ผสมผสานภูมิปัญญาไทยกับการออกแบบสมัยใหม่
เสริมทักษะบุคลากรให้เข้าใจทั้งงานฝีมือและความรู้ด้านธุรกิจ
สร้างงานหัตถกรรมบนฐานของ ความยั่งยืน และการมีส่วนร่วมของชุมชน
ใช้นวัตกรรมและดีไซน์เป็นตัวช่วยเล่าเรื่องอัตลักษณ์ไทยให้โลกเห็น
ทั้งหมดนี้เดินไปในทิศทางเดียวกับนโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” ที่มุ่งสร้างชุมชนเข้มแข็งไปพร้อมกับธุรกิจไทยที่เติบโตได้จริง
Fashion Alliance: ปั้นคน ปั้นแบรนด์ ปั้นงานฝีมือ

กิจกรรมหลักอยู่ภายใต้โครงการ Fashion Alliance เน้น “ให้ทักษะใหม่ เสริมทักษะเดิม” กับบุคลากรหัตถอุตสาหกรรมไทย ผ่านการพัฒนารอบด้านทั้งฝีมือและมุมมองธุรกิจ
กลุ่มเป้าหมายครอบคลุมทั้ง
นักออกแบบ
ผู้ประกอบการหัตถอุตสาหกรรม
ผู้ทำงานเกี่ยวข้องกับงานคราฟต์และแฟชั่น
โดยเฉพาะสาขาเหล่านี้ที่ถูกโฟกัสเป็นพิเศษ:
งานผ้าพื้นเมืองและสิ่งทอ
งานปัก
เครื่องหนัง
เซรามิก
เครื่องจักสาน
และงานหัตถกรรมอื่น ๆ ที่ต่อยอดได้
พัฒนาจริงจัง ไม่ใช่แค่อบรมแล้วจบ

การพัฒนาบุคลากรในโครงการนี้ไม่ได้จบแค่ฟังบรรยาย แต่จัดเต็มตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
เนื้อหาหลัก ๆ ที่ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ เช่น
การออกแบบผลิตภัณฑ์หัตถกรรมให้ตอบโจทย์ตลาดปัจจุบัน
การปรับกระบวนการผลิตให้มีคุณภาพและสม่ำเสมอ
การคิดเชิงสร้างสรรค์เพื่อพัฒนา “งานเดิมให้ดูใหม่”
การวางแผนธุรกิจและเขียนโมเดลธุรกิจอย่างเป็นระบบ
การวางกลยุทธ์การตลาด ทั้งออฟไลน์และออนไลน์
การสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ให้โดดเด่นในตลาดโลก
รูปแบบกิจกรรมก็ไม่ใช่แค่บรรยายอย่างเดียว แต่มีทั้ง
เวิร์กช็อปลงมือทำ
การบ่มเพาะเชิงลึกแบบตัวต่อตัวหรือกลุ่มเล็ก
การศึกษาดูงานต้นแบบ
ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือ ผู้เข้าร่วมสามารถทำแผนธุรกิจและนำไปใช้ได้จริง พร้อมเป้าหมายเพิ่มรายได้ไม่น้อยกว่า 80% จากเดิม
ประกวดแผนธุรกิจ: ใครคิดเป็น ทำเป็น ก็มีเวทีให้โชว์

อีกหนึ่งไฮไลต์ของโครงการคือการ ประกวดเขียนแผนธุรกิจ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำไอเดียและแผนของตนเองมาแข่งขัน ทั้งเพื่อชิงรางวัลและเพื่อพิสูจน์ว่าธุรกิจของตนพร้อมไปต่อในตลาดจริง
ผู้ชนะไม่เพียงได้รางวัล แต่ได้โอกาสสำคัญคือ
สิทธิ์ออกบูธทดสอบตลาดทั้งในและต่างประเทศ
เงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท พร้อมโล่และประกาศนียบัตร
ผู้ที่ได้รับรางวัล ได้แก่
รางวัลที่ 1: คุณธิดารัตน์ สินทอง แบรนด์ ลิเภาโพธิ์เสด็จ เงินรางวัล 30,000 บาท พร้อมโล่และประกาศนียบัตร
รางวัลที่ 2: คุณกุลริศา คำวิสุทธิ์ แบรนด์ KRAJOODBANRAO ORIGINAL เงินรางวัล 20,000 บาท พร้อมโล่และประกาศนียบัตร
รางวัลที่ 3: คุณพิรุณ ศรีเอี่ยมสะอาด แบรนด์ PIROON เงินรางวัล 10,000 บาท พร้อมโล่และประกาศนียบัตร
รางวัลชมเชย: คุณเพียงระตา พรมาลิน แบรนด์ ETHNICABACA เงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมโล่และประกาศนียบัตร
รางวัลชมเชย: คุณนันท์นภัส ศรีวรรณ แบรนด์ HOM STUDIO เงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมโล่และประกาศนียบัตร
ทุกแบรนด์ที่ได้รางวัล ไม่ได้มีดีแค่ฝีมือ แต่มีแผนธุรกิจที่คิดมาอย่างรอบด้าน พร้อมเติบโตได้จริงในโลกการแข่งขันสมัยใหม่
จากเวทีไทยสู่เวทีญี่ปุ่น

สิทธิ์ของผู้ได้รับรางวัลไม่ได้หยุดอยู่แค่กระดานในไทย แต่ยังขยายไปสู่เวทีต่างประเทศด้วย
ผู้ที่ได้รางวัลอันดับ 1–3 และรางวัลชมเชย ได้สิทธิ์:
ทดสอบตลาดภายในประเทศในงาน Mega Shows Bangkok 2025 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา
ทดสอบตลาดต่างประเทศในงาน The 67th Osaka International Gift Show 2025 ณ เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น
การได้ไปอยู่ในระดับงานแสดงสินค้าของขวัญนานาชาติแบบนี้ คือโอกาสทองในการ
พบคู่ค้าต่างชาติ
เรียนรู้เทรนด์สินค้าโลก
ทดลองว่าผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทยจะ “ไปได้ไกลแค่ไหน” ในสายตาต่างประเทศ
เป้าหมายใหญ่: หัตถกรรมไทยต้องมีที่ยืนบนเวทีโลก

ดีพร้อมวางภาพอนาคตชัดเจนว่า หัตถอุตสาหกรรมไทยต้องไม่ใช่แค่ของสวย แต่ต้องเป็นของขายได้ในตลาดโลก
แนวทางสำคัญคือ
ให้ทักษะใหม่ที่จำเป็นต่อยุคดิจิทัล ทั้งด้านการตลาดออนไลน์และการสร้างตัวตนบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ
เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้ทดสอบตลาดต่างประเทศจริง ไม่ใช่แค่ดูงาน
สร้างเครือข่ายธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยกับคู่ค้าต่างชาติ
รักษาแก่นอัตลักษณ์ไทย แต่เล่าเรื่องผ่านรูปแบบที่ทันสมัยและเข้าใจง่ายสำหรับผู้บริโภคทั่วโลก
เมื่อธุรกิจไทยที่ดีเดินคู่ชุมชนได้ รายได้ก็ไหลกลับสู่ท้องถิ่น และความภาคภูมิใจในงานหัตถกรรมไทยก็จะเติบโตไปพร้อมกัน
สรุป: งานผ้า งานคราฟต์ไทย ไม่ได้เป็นแค่ของสวยอีกต่อไป
โครงการนี้พิสูจน์แล้วว่า หากเราผสมผสาน
ภูมิปัญญาเดิม
ดีไซน์ใหม่
ทักษะธุรกิจ
และโอกาสในตลาดโลก
งานหัตถกรรมไทยไม่จำเป็นต้องอยู่แค่ในชุมชน แต่สามารถ ยืนอย่างสง่างามบนเวทีศิลปหัตถกรรมระดับโลก ได้อย่างยั่งยืน
สำหรับคนทำงานผ้า งานปัก งานคราฟต์ทั้งหลาย นี่คือสัญญาณชัดเจนว่า ยุคที่งานฝีมือไทยอยู่แค่ในตู้โชว์ได้จบไปแล้ว ถึงเวลาออกแบบให้พร้อมขาย วางแผนให้พร้อมโต และพาเรื่องเล่าของชุมชนคุณไปให้คนทั้งโลกได้เห็น

