รับแอปรับแอป

ศึกเครื่องชงกาแฟไซซ์มินิ! เปรียบเทียบ Nespresso Essenza Mini C Range vs Nespresso Pixie (Redesign) รุ่นไหนใช่สำหรับคุณ?

Ymho02-12

ในยุคที่การทำกาแฟดื่มเองที่บ้านกลายเป็นไลฟ์สไตล์ยอดนิยม เครื่องชงกาแฟแคปซูลถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งความสะดวก รวดเร็ว และคุณภาพรสชาติที่สม่ำเสมอ หนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับความนิยมทั่วโลกคือ Nespresso ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องระบบแคปซูลที่ใช้งานง่ายและให้รสชาติมาตรฐานระดับคาเฟ่

ในบทความนี้ เราจะพาคุณมาทำความรู้จักและเปรียบเทียบ 2 รุ่นยอดฮิตขนาดกะทัดรัด ได้แก่

  1. Nespresso Essenza Mini C Range

  2. Nespresso Pixie (Redesign)

ทั้งสองรุ่นเป็นเครื่องขนาดเล็ก เหมาะกับบ้าน คอนโด หรือออฟฟิศขนาดเล็ก แต่มีรายละเอียดที่แตกต่างกันพอสมควร มาดูกันว่ารุ่นไหนเหมาะกับไลฟ์สไตล์แบบใด


ทำไมเครื่องชงกาแฟแคปซูลถึงได้รับความนิยม?

ก่อนจะลงลึกถึงแต่ละรุ่น ลองมาดูเหตุผลที่หลายคนหันมาใช้เครื่องแคปซูลแทนการซื้อกาแฟทุกวัน

1. สะดวกและรวดเร็ว

เพียงใส่แคปซูล กดปุ่ม รอไม่กี่วินาที ก็ได้เอสเพรสโซหรือกาแฟดำคุณภาพดี

2. รสชาติสม่ำเสมอ

ไม่ต้องคำนวณอัตราส่วนหรือบดกาแฟเอง ทุกแก้วได้รสชาติใกล้เคียงกัน

3. ประหยัดในระยะยาว

แม้เครื่องมีต้นทุนเริ่มต้น แต่เมื่อเทียบกับกาแฟแก้วละ 80–120 บาท การทำเองที่บ้านช่วยประหยัดได้มาก

ตัวอย่างง่าย ๆ:
หากคุณดื่มกาแฟวันละ 1 แก้ว แก้วละ 100 บาท เดือนหนึ่งจะเสีย 3,000 บาท
แต่ถ้าใช้แคปซูลราคาประมาณ 20–25 บาทต่อแคปซูล เดือนหนึ่งจะอยู่ราว 600–750 บาทเท่านั้น


Nespresso Essenza Mini C Range: เล็กที่สุด แต่ครบเครื่อง

จุดเด่นหลัก

  • ดีไซน์มินิมอล ขนาดเล็กมาก

  • ใช้งานง่าย ปุ่มกด 2 ขนาด

  • เหมาะกับพื้นที่จำกัด

  • ราคาย่อมเยากว่าหลายรุ่น

Essenza Mini ถือเป็นหนึ่งในรุ่นที่ “เล็กที่สุด” ของ Nespresso ตัวเครื่องมีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายง่าย เหมาะกับคนอยู่คอนโดหรือมีพื้นที่เคาน์เตอร์จำกัด


ดีไซน์และขนาด

รุ่น C Range จะมีดีไซน์โค้งมน ดูทันสมัย เรียบง่าย เข้ากับบ้านสไตล์มินิมอล

เหมาะกับใคร?

  • คนที่อยู่คอนโดขนาดเล็ก

  • คนที่อยากได้เครื่องที่ไม่กินพื้นที่

  • คนที่ชอบความเรียบง่าย


ฟังก์ชันการใช้งาน

มีปุ่มให้เลือก 2 ขนาด:

  • Espresso (ประมาณ 40 ml)

  • Lungo (ประมาณ 110 ml)

ระบบทำความร้อนรวดเร็ว ใช้เวลาเพียงประมาณ 25 วินาที เครื่องก็พร้อมชง

ตัวอย่างการใช้งานจริง:
ตอนเช้าเร่งรีบ แค่ใส่แคปซูล กดปุ่มเอสเพรสโซ เติมน้ำร้อนเพิ่มอีกเล็กน้อย ก็ได้อเมริกาโนพร้อมออกจากบ้าน


ข้อดีของ Essenza Mini

  • ขนาดเล็กมาก

  • ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน

  • ราคาคุ้มค่า

  • เหมาะกับผู้เริ่มต้น

ข้อสังเกต

  • ถังน้ำขนาดเล็กกว่า Pixie

  • ดีไซน์ดูเรียบ ไม่โดดเด่นเท่า Pixie


Nespresso Pixie (Redesign): เล็กแต่ลุคพรีเมียม

Pixie เป็นหนึ่งในรุ่นยอดนิยมของ Nespresso มานาน และเวอร์ชัน Redesign ได้ปรับดีไซน์ให้ทันสมัยขึ้น

จุดเด่นหลัก

  • ดีไซน์พรีเมียม วัสดุแข็งแรง

  • ตัวเครื่องดูหรูทันสมัย

  • ขนาดเล็ก แต่ดูแข็งแรงกว่า Essenza Mini

  • ถังน้ำใหญ่กว่าเล็กน้อย


ดีไซน์และวัสดุ

Pixie มีเอกลักษณ์ที่แผงข้างแบบโลหะ (ในบางสี) ให้ความรู้สึกพรีเมียมและแข็งแรง

เหมาะกับใคร?

  • คนที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์

  • คนที่วางเครื่องโชว์ในครัวหรือออฟฟิศ

  • คนที่ต้องการภาพลักษณ์หรูขึ้น


ฟังก์ชันการใช้งาน

Pixie มีปุ่ม 2 ขนาดเหมือน Essenza Mini:

  • Espresso

  • Lungo

ระบบแรงดันสูง 19 บาร์ ซึ่งเป็นมาตรฐานของ Nespresso ให้ครีมม่าสวยและรสชาติเข้มข้น


จุดเด่นเพิ่มเติม

Pixie มีไฟแจ้งเตือนระดับน้ำ ช่วยให้รู้เมื่อใกล้หมดน้ำ

ตัวอย่างการใช้งาน:
หากคุณชงกาแฟวันละหลายแก้ว เช่น ที่ออฟฟิศเล็ก ๆ Pixie อาจสะดวกกว่า เพราะไม่ต้องเติมน้ำบ่อย


เปรียบเทียบ Essenza Mini vs Pixie (Redesign)

คุณสมบัติEssenza Mini C RangePixie (Redesign)ขนาดเล็กมากเล็กดีไซน์มินิมอลพรีเมียมถังน้ำเล็กกว่าใหญ่กว่าเล็กน้อยน้ำหนักเบากว่าหนักกว่าเล็กน้อยเหมาะกับคอนโดเล็ก / ผู้เริ่มต้นคนชอบดีไซน์ / ออฟฟิศเล็ก


ตัวอย่างการเลือกตามไลฟ์สไตล์

กรณีที่ 1: คนอยู่คอนโด 25 ตร.ม.

พื้นที่จำกัด ต้องการเครื่องเล็กสุด → Essenza Mini ตอบโจทย์

กรณีที่ 2: ทำครัวสไตล์โมเดิร์น

ต้องการเครื่องที่ดูหรูขึ้น → Pixie ดูพรีเมียมกว่า

กรณีที่ 3: ชงวันละ 1–2 แก้ว

ทั้งสองรุ่นเหมาะสม แต่ Essenza Mini ประหยัดกว่า

กรณีที่ 4: ชงหลายแก้วต่อวัน

Pixie อาจสะดวกกว่าเพราะถังน้ำใหญ่กว่า


คุณภาพรสชาติต่างกันไหม?

ในด้านระบบชง ทั้งสองรุ่นใช้แรงดัน 19 บาร์เหมือนกัน
รสชาติกาแฟขึ้นอยู่กับแคปซูลเป็นหลัก

ดังนั้น “คุณภาพกาแฟแทบไม่ต่างกัน”
ความแตกต่างอยู่ที่ดีไซน์ ขนาด และความสะดวกเล็กน้อย


ข้อควรพิจารณาก่อนซื้อ

  1. พื้นที่วางเครื่อง

  2. งบประมาณ

  3. จำนวนแก้วต่อวัน

  4. ความสำคัญของดีไซน์


คุ้มค่าไหมสำหรับคนที่ไม่ใช่สายกาแฟจัด?

แม้คุณจะไม่ได้เป็นคอกาแฟระดับจริงจัง เครื่อง Nespresso ก็ยังตอบโจทย์ เพราะใช้ง่ายมาก ไม่ต้องเรียนรู้เทคนิคซับซ้อน

นอกจากนี้ยังสามารถทำเมนูอื่นได้ เช่น:

  • ลาเต้ (เติมนม)

  • คาปูชิโน (ใช้เครื่องตีฟองนมเพิ่ม)

  • อเมริกาโนเย็น

  • Affogato (กาแฟราดไอศกรีม)


บทสรุป: รุ่นไหนควรเลือก?

หากคุณต้องการเครื่องขนาดเล็กที่สุด ราคาคุ้มค่า ใช้งานง่าย
Nespresso Essenza Mini C Range

หากคุณต้องการดีไซน์พรีเมียม วัสดุดูหรู และถังน้ำใหญ่กว่าเล็กน้อย
Nespresso Pixie (Redesign)

ทั้งสองรุ่นให้คุณภาพกาแฟใกล้เคียงกัน แตกต่างที่รายละเอียดและภาพลักษณ์

สุดท้ายแล้ว เครื่องที่ “ใช่” คือเครื่องที่เข้ากับไลฟ์สไตล์และพื้นที่ของคุณมากที่สุด