ดราม่าลุกเป็นไฟกลางซีเกมส์
ดราม่าวงการอีสปอร์ตไทยเดือดจัด เมื่อสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย (TESF) ประกาศยอมรับคำตัดสินฝ่ายเทคนิค สั่งถอดชื่อ Tokyogurl นักแข่ง RoV หญิงทีมชาติไทย ออกจากการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33
การลงดาบครั้งนี้มาจาก “ความผิดด้านเทคนิค” ที่ร้ายแรงถึงขั้นต้องตัดสิทธิ์ทันที พร้อมทั้งมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนภายใน เพื่อเคลียร์ทุกข้อสงสัยให้โปร่งใสที่สุด
จุดเริ่มต้น: จากประกาศ TESF สู่พายุคำถาม
วันที่ 16 ธันวาคม 2568 TESF เผยแพร่ประกาศรับคำตัดสินของหัวหน้าเทคนิคการแข่งขันอีสปอร์ต ในการลงโทษ ณภัทร วราสินธ์ (Tokyogurl) นักกีฬา RoV ทีมหญิงทีมชาติไทย ด้วยข้อหาทำผิดกติกาทางเทคนิคระหว่างการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33
ในประกาศระบุชัดว่า การลงโทษอ้างอิงตามข้อ 9.4.3 ของคู่มือเทคนิคอีสปอร์ต ว่าด้วยการ
ใช้ซอฟต์แวร์จากบุคคลที่สามที่ไม่ได้รับอนุญาต
หรือดัดแปลงฮาร์ดแวร์ระหว่างการแข่งขัน
โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 และบทลงโทษคือ ถอดชื่อออกจากการแข่งขันทันทีแบบไม่มียื้อ
สมาคมชู Fair Play เป็นหลัก พร้อมตั้งทีมสอบสวน
TESF ย้ำชัดว่า คำตัดสินนี้ถือเป็นที่สิ้นสุด และยึดตามหลัก Fair Play ซึ่งเป็นหัวใจของการแข่งขันอีสปอร์ตระดับนานาชาติ
พร้อมกันนั้น สมาคมยังระบุว่าจะตั้งคณะสอบสวนภายใน เพื่อ
ยกระดับมาตรฐานด้านจริยธรรมของนักกีฬาไทย
ตรวจเข้มเรื่องการใช้ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ให้เป็นไปตามกติกา
ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยในอนาคต
เบื้องหลังประกาศนี้ คือกระแสวิพากษ์ที่เริ่มคุกรุ่นตั้งแต่ค่ำวันที่ 15 ธันวาคม เมื่อ Givemeakiss (จอมคน พุ่มสีนิล) หนึ่งในผู้เล่นทีมชาติ โพสต์ข้อความเชิงตัดพ้อว่า “พอรู้แล้วก็ใจสลาย แต่ก็จะทำให้เต็มที่ที่สุดค่ะ” จนทำให้แฟน ๆ เริ่มเอะใจว่าต้องมีอะไรไม่ปกติเกิดขึ้นในทีม

เหตุในสนาม: จากฟอร์มรูด สู่ภาพหลุดกลางไลฟ์
ก่อนมีประกาศอย่างเป็นทางการ ทีม RoV หญิงทีมชาติไทยเพิ่งพ่ายให้เวียดนาม 0-3 เกม ในรอบชิงสายบน สร้างความผิดหวังให้แฟน ๆ อย่างมาก
สิ่งที่ทำให้ดราม่าลุกลามคือ ภาพ Tokyogurl ถูกจับได้ว่าชูนิ้วกลางระหว่างการถ่ายทอดสดการแข่งขัน จนกลายเป็นไวรัลในหมู่คนดู ก่อนที่เธอจะถูกเปลี่ยนตัวออกจากเกมในแมตช์ดังกล่าว
ไม่นานหลังจากนั้น ก็เริ่มมีเสียงซุบซิบในคอมมิวนิตีอีสปอร์ตว่า มีผู้เล่นบางคนในทีมถูกตรวจพบว่ามีการติดตั้งโปรแกรมที่ไม่ตรงตามข้อกำหนดของอุปกรณ์แข่งขัน แม้ตอนนั้นยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่กระแสสงสัยก็ปะทุหนักขึ้นเรื่อย ๆ จน TESF ออกแถลงยอมรับคำตัดสินฝ่ายเทคนิคในที่สุด
TALON ตัดสินใจไว: ยุติบทบาทนักกีฬา Tokyogurl
หลัง TESF แถลงไม่นาน สโมสร TALON ต้นสังกัดของ Tokyogurl ก็ออกแถลงการณ์ของตัวเอง โดยประกาศ ยุติบทบาทการเป็นนักกีฬาอีสปอร์ตของเธอทันที
ในแถลงการณ์ของทีมระบุว่า องค์กรเห็นตรงกับผลการพิจารณาและคำวินิจฉัยของ Technical Delegate ในการแข่งขัน AOV ประเภททีมหญิง ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และมีผลให้ยุติสถานะของ Tokyogurl ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป
การเคลื่อนไหวของ TALON ทำให้ดราม่าชัดเจนขึ้นในสายตาคนดู ว่านี่ไม่ใช่เรื่องเล็กในระดับทีม แต่เป็นเคสตัวอย่างของการจัดการวินัยในวงการโปรเพลเยอร์ด้วย
ฝั่ง Tokyogurl ไม่ยอมรับข้อหาโกง
ด้าน Tokyogurl เองก็ไม่ได้นิ่งเฉย เธอส่งข้อความชี้แจงผ่านโซเชียล ระบุว่า ไม่ได้โกง และยืนยันว่าเล่นเกมด้วยตัวเองทุกจังหวะ ไม่ได้มีใครช่วยเล่นหรือมีโปรแกรมช่วย
เธอเล่าว่าตัวเองอยู่ในสภาพตื่นสนามอย่างหนักจนเกิดอาการแพนิก ถึงขั้นต้องถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล พร้อมอธิบายประเด็น “ชูนิ้วกลาง” ว่าเป็นการเล่นหยอกกับเพื่อนร่วมทีมจากความเครียด ไม่ได้มีเจตนาล่วงเกินใครหรือแสดงกิริยาไม่เหมาะสมต่อผู้ชม
อย่างไรก็ตาม หลังดราม่ารุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เธอตัดสินใจ ปิดทุกช่องทางโซเชียลมีเดียชั่วคราว เพื่อหลบกระแส

โค้ชเคลียร์ใจ: ทีมที่เหลือไม่เกี่ยวข้อง
ฝั่งสตาฟก็ออกมาแสดงจุดยืนเช่นกัน Mistgunz (โค้ชป้อม) โค้ชทีม RoV หญิงทีมชาติไทย โพสต์ชี้แจงว่า
นักกีฬาคนอื่นและทีมงาน ไม่มีส่วนรู้เห็น กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ทุกคนในทีมซ้อมและลงแข่งอย่างเต็มที่ในกรอบกติกา
พร้อมกล่าวขอโทษแฟนกีฬาและทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบจากดราม่าครั้งนี้
เขามองว่าเรื่องนี้คือ บทเรียนราคาแพงของวงการอีสปอร์ตไทย ทั้งในมุมมาตรฐานการแข่งขัน และการวางตัวของนักกีฬาในฐานะตัวแทนประเทศ
ผลลัพธ์สุดท้าย: ทีมไทยถอนตัว ปิดฉากดราม่าปี
ท้ายที่สุด เหตุการณ์ทั้งหมดนำไปสู่การตัดสินใจครั้งใหญ่ เมื่อทีม RoV หญิงทีมชาติไทย ตัดสินใจถอนตัวจากการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ตามการยืนยันจากนายกสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย
การถอนทีมครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องแพ้หรือชนะ แต่สะท้อนให้เห็นว่า
วงการอีสปอร์ตไทยกำลังเข้าสู่ยุคที่ มาตรฐานกติกาถูกจับตาเข้มข้นกว่าที่เคย
นักกีฬาและองค์กรต้องจริงจังกับ Fair Play ทั้งในเกมและนอกเกม
นี่อาจเป็นหนึ่งในดราม่าที่แรงที่สุดของอีสปอร์ตไทยในปีนั้น แต่ก็เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่จะบังคับให้ทุกฝ่ายต้องกลับมาทบทวนว่า อยากเห็นวงการนี้โตไปในทิศทางแบบไหนกันแน่

