ดราม่าทีมชาติ RoV หญิง กับข้อกล่าวหาใช้โปรแกรมต้องห้าม
กรณีร้อนแรงในวงการอีสปอร์ตไทยเริ่มต้นจากการที่ ทีม RoV หญิงทีมชาติไทย ภายใต้การดูแลของสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย ขอถอนตัวจากการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33
ต้นตอของปัญหาเกิดจากการตรวจพบว่า นางสาวณภัทร วราสินธ์ หรือที่รู้จักกันในวงการเกมในชื่อ “Tokyogurl” มีพฤติกรรมเข้าข่ายทำผิดกติกา โดยมีข้อกล่าวหาว่า
ใช้ซอฟต์แวร์ของบุคคลที่สามที่ไม่ได้รับอนุญาต
หรือมีการดัดแปลงฮาร์ดแวร์ระหว่างแข่งขัน
ในโลกออนไลน์ยังมีเสียงวิจารณ์ต่อเนื่องว่า สิ่งที่เกิดขึ้นอาจเข้าข่าย “ร่างทรง” หรือการให้คนอื่นแอบเล่นแทน ในระหว่างการแข่งขัน ซึ่งยิ่งทำให้กระแสแรงและถูกจับตามองมากขึ้น
กกท. หนุนสมาคมอีสปอร์ต เดินหน้าเอาผิดจริงจัง
ประเด็นนี้ไม่ได้จบแค่ในวงพูดคุยของแฟนเกม แต่ลุกลามไปถึงระดับนโยบายกีฬา ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ได้หารือกับ นายสันติ โหลทอง นายกสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทยแล้ว
ในเบื้องต้น มีแนวทางชัดเจนว่า สมาคมกีฬาอีสปอร์ตฯ จะเป็นฝ่ายดำเนินการหลัก โดย
ทำรายงานส่งไปยังมนตรีซีเกมส์
ส่งต่อไปยังสหพันธ์อีสปอร์ตแห่งเอเชีย
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้มีการออกบทลงโทษในทางด้านกีฬาอย่างเป็นทางการ สะท้อนให้เห็นว่าฝั่งไทย ไม่ปัดเรื่องเงียบ และพร้อมให้ตรวจสอบตามกระบวนการสากล
ด้านกฎหมายยังต้องเช็กละเอียด เคสนี้อาจไม่จบง่าย ๆ
ดร.ก้องศักด ยังระบุเพิ่มเติมว่า ในมุมของกฎหมายทั่วไป ยังต้องรอการตรวจสอบอย่างรอบด้านก่อนว่า การกระทำที่เกิดขึ้นเข้าเกณฑ์ผิดกฎหมายในประเด็นใดบ้าง
จุดสำคัญคือ
มอบหมายให้สมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทยเป็นผู้เดินหน้าจัดการในรายละเอียด
ขณะนี้อยู่ในขั้นตอน รอรายงานผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ
พร้อมกันนี้ยังได้เน้นย้ำไปยังสมาคมฯ ว่า ต้องมีการ
ยกระดับบทลงโทษให้เข้มข้นขึ้น
ทบทวนข้อบังคับต่าง ๆ ให้รัดกุมยิ่งกว่าเดิม
วางมาตรการป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดซ้ำในอนาคต
พูดง่าย ๆ คือ เคสนี้ไม่ใช่แค่การลงโทษรายบุคคล แต่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการ ยกระดับมาตรฐานการแข่งขันอีสปอร์ตไทย ไปพร้อมกันด้วย
โปร่งใสคือประเด็นใหญ่: ไทยยืนยันไม่เข้าข้างคนของตัวเอง
ประเด็นที่น่าสนใจไม่แพ้เรื่องการโกง คือมุมมองเรื่องสปิริตและความโปร่งใสของเจ้าภาพ ดร.ก้องศักด ย้ำชัดว่า “การโกงไม่ว่ากีฬาประเภทไหนก็เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้”
สิ่งที่ถูกพูดถึงในแง่บวกจากเหตุการณ์นี้คือ
กรรมการชาวไทยเป็นผู้ตรวจพบความผิด
มีการรายงานอย่างตรงไปตรงมา แม้ว่านักกีฬาที่ถูกกล่าวหาจะเป็นคนไทยเอง
ท่าทีแบบนี้สะท้อนภาพลักษณ์สำคัญของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพซีเกมส์ ที่เน้น
ความบริสุทธิ์ยุติธรรม
การแข่งขันอย่างแฟร์
การทำงานอย่างโปร่งใส
ดร.ก้องศักด มองว่า เคสนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนว่า ไทยไม่ได้ปกป้องคนของตัวเองแบบผิด ๆ แต่เลือกยืนอยู่บนมาตรฐานที่ทำให้ชาติอื่นในอาเซียนมั่นใจว่า การจัดซีเกมส์ของไทยนั้นเชื่อถือได้
บทสรุป: ดราม่านี้อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนวงการอีสปอร์ตไทย
แม้เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับชื่อ “Tokyogurl” จะสร้างเสียงวิจารณ์อย่างหนัก แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็ทำให้หลายฝ่ายลุกขึ้นมาทบทวนระบบการแข่งขันอีสปอร์ตอย่างจริงจังมากขึ้น
สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือ
บทลงโทษอย่างเป็นทางการในระดับสมาคมและสหพันธ์
การปรับปรุงกติกาและมาตรการป้องกันการโกงในการแข่งระดับนานาชาติ
ความเชื่อมั่นของแฟนกีฬาและนักกีฬา หลังจากเห็นการจัดการเคสนี้จนจบ
ท้ายที่สุด เหตุการณ์นี้อาจกลายเป็น หมุดหมายสำคัญของวงการอีสปอร์ตไทย ที่ยืนยันให้ทั้งอาเซียนเห็นว่า เราเอาจริงกับคำว่าแฟร์เพลย์ ไม่ได้เล่นเข้าข้างใคร แม้จะเป็นนักกีฬาทีมชาติของตัวเองก็ตาม

