สงสัยงบอีสปอร์ตทีมชาติ ทำไมต้องถึงมือ ป.ป.ช.?
ประเด็นร้อนในวงการ อีสปอร์ตทีมชาติไทย ถูกเขย่าอีกครั้ง เมื่อ นายฐณณ ธนกรประภา นายกสมาคมอีสปอร์ตเพื่อการศึกษาและพัฒนาศักยภาพเยาวชน หรือ CEYDA ตัดสินใจเดินหน้าเข้ายื่นหนังสือต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
เป้าหมายคือขอให้ตรวจสอบ ความโปร่งใสในการใช้งบประมาณภาครัฐ โดยเฉพาะงบจาก การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับ เบี้ยเลี้ยง และ การเก็บตัวนักกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ หลังพบว่ามีหลายจุดน่าสงสัย ทั้งเรื่อง ช่วงเวลาการจ่ายเงิน และ สถานที่ฝึกซ้อม ที่ดูไม่ตรงกับเอกสารด้านงบประมาณ
ประเด็นไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่คือสิทธิของนักกีฬาเยาวชนทั้งระบบ
3 ปมใหญ่ เขย่างบอีสปอร์ตซีเกมส์
การยื่นเรื่องครั้งนี้ นายฐณณได้นำเอกสารและหลักฐานเข้าชี้แจง โดยสรุปปัญหาหลักออกมาเป็น 3 ประเด็นสำคัญ ที่ต้องการให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบอย่างจริงจัง ได้แก่
การจ่ายเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา
การเบิกจ่ายงบเก็บตัวและฝึกซ้อม
การบริหารจัดการผู้ฝึกสอน
ทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับการเตรียมทีมสำหรับการแข่งขัน ซีเกมส์ (SEA Games) ครั้งที่ 33 รวมถึงครั้งก่อนๆ ที่ผ่านมา ซึ่ง CEYDA มองว่า จำเป็นต้องถูกตรวจสอบให้เคลียร์ เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของระบบกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติ
ปมที่ 1: เบี้ยเลี้ยง 10 เดือน หายไปไหนบางช่วง?
ประเด็นแรกที่ CEYDA ขอให้ตรวจสอบคือ การจ่ายเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติไทย ในศึกซีเกมส์ครั้งที่ 33
ตามเอกสารงบประมาณและข้อมูลที่มีระบุไว้ว่า นักกีฬาทีมชาติควรได้รับเบี้ยเลี้ยง ต่อเนื่องเป็นเวลา 10 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2025
แต่ในทางปฏิบัติ กลับพบว่า สมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย แจ้งกับนักกีฬาว่า จะเริ่มจ่ายเบี้ยเลี้ยงจริงตั้งแต่ เดือนกันยายนเป็นต้นไป
นั่นหมายความว่า ช่วงเดือน กุมภาพันธ์ถึงสิงหาคม ที่ควรมีเบี้ยเลี้ยงตามงบประมาณที่อนุมัติไว้ กลับถูกตั้งคำถามว่า
งบในช่วงหลายเดือนแรก ถูกใช้ไปที่ไหน?
นักกีฬาได้รับสิทธิ ครบตามงบที่รัฐจัดสรรให้หรือไม่?
นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ CEYDA ต้องการให้ ป.ป.ช. เข้ามาตรวจสอบเส้นทางการใช้งบอย่างละเอียด
ปมที่ 2: งบเก็บตัวหลายเดือน แต่ซ้อมจริงไม่กี่วัน
อีกหนึ่งจุดที่น่าสงสัยคือ งบประมาณสำหรับการเก็บตัวฝึกซ้อมนักกีฬาอีสปอร์ต เพื่อเตรียมแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 33
ในเอกสารระบุว่า มีการจัดสรรงบประมาณครอบคลุมหลายรายการ เช่น
ค่าสถานที่ฝึกซ้อม
ค่าอินเทอร์เน็ต
ค่าที่พัก
ค่าตอบแทนผู้ฝึกสอน
และครอบคลุมระยะเวลา หลายเดือนในปี 2568
แต่ในความเป็นจริง กลับพบว่า มีการเตรียมสถานที่ฝึกซ้อมสำหรับนักกีฬา เพียงช่วงสั้นๆ ก่อนการแข่งขันต้นเดือนธันวาคมเท่านั้น
คำถามสำคัญจึงตามมาว่า
เมื่อซ้อมจริงแค่ช่วงสั้นๆ แต่งบระบุครอบคลุมหลายเดือน งบส่วนที่เหลือถูกใช้ไปอย่างไร?
การเบิกจ่ายงบ ตรงกับการใช้งานจริงและกับวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้หรือไม่?
CEYDA จึงย้ำว่าประเด็นนี้ควรถูกตรวจสอบอย่างละเอียด ว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ถูกใช้ไปเพื่อการพัฒนานักกีฬาอย่างแท้จริงหรือไม่
ปมที่ 3: เบี้ยเลี้ยงในซีเกมส์ครั้งก่อนๆ ก็มีเรื่องให้คาใจ
ไม่ใช่แค่ซีเกมส์ครั้งล่าสุดเท่านั้นที่ถูกตั้งคำถาม CEYDA ยังขอให้มีการตรวจสอบ ย้อนหลัง ไปถึงการจ่ายเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาในซีเกมส์ครั้งก่อนๆ ด้วย
จากข้อมูลที่ได้รับจาก อดีตนักกีฬาทีมชาติ มีการเล่าว่า ในช่วงเก็บตัวฝึกซ้อมเมื่อครั้งก่อน นักกีฬา ไม่ได้รับเบี้ยเลี้ยงเลย
แต่ต่อมากลับมีข้อมูลระบุว่า ภาครัฐได้จัดสรรงบประมาณในส่วนนี้ไว้แล้ว
นั่นทำให้เกิดข้อสงสัยสำคัญว่า
งบเบี้ยเลี้ยงในช่วงนั้น ถูกจ่ายออกไปจริงหรือไม่?
ถ้าจ่ายแล้ว ไปถึงมือนักกีฬาครบตามสิทธิหรือเปล่า?
CEYDA จึงขอให้ ป.ป.ช. ช่วยตรวจสอบ เส้นทางการเงินย้อนหลัง เพื่อให้ได้คำตอบที่ชัดเจนว่า นักกีฬาได้รับการดูแลตามสิทธิที่ควรได้รับหรือไม่
จุดยืนของ CEYDA: ไม่ได้มาหาเรื่อง แต่อยากให้ทุกอย่างโปร่งใส
ตอนท้ายของการยื่นหนังสือ นายฐณณ ธนกรประภา ย้ำชัดว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ ไม่ใช่การกล่าวหาบุคคลหรือหน่วยงานใดล่วงหน้า
แต่เป็นการดำเนินการในฐานะองค์กรที่ทำงานใกล้ชิดกับเยาวชนและนักกีฬาอีสปอร์ต ที่ต้องการ
ปกป้องสิทธิประโยชน์ของเยาวชนและนักกีฬาอีสปอร์ตไทย
ผลักดันให้กระบวนการใช้งบประมาณ ชัดเจนและตรวจสอบได้
ทำให้ทุกขั้นตอน เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานความโปร่งใส
หัวใจของเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลขงบประมาณ แต่คือความเชื่อมั่นของนักกีฬา เยาวชน และสังคมต่อระบบกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติไทยทั้งระบบ
ทำไมเรื่องนี้สำคัญต่ออนาคตอีสปอร์ตไทย
เมื่อพูดถึงทีมชาติ หลายคนอาจโฟกัสที่เหรียญรางวัล แต่สำหรับวงการอีสปอร์ต การจัดการเบื้องหลังคือสิ่งที่กำหนดความยั่งยืนในระยะยาว
การตรวจสอบความโปร่งใสครั้งนี้จึงมีความหมายมากกว่าแค่การเคลียร์ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะมันอาจนำไปสู่การปรับปรุงระบบในด้านต่างๆ เช่น
รูปแบบการจัดสรรและติดตามการใช้งบประมาณของนักกีฬาอีสปอร์ต
การคุ้มครองสิทธิพื้นฐานของนักกีฬาทีมชาติทุกคน
การสร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการกีฬาอีสปอร์ตไทย โปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น
ถ้าทุกอย่างถูกตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา และมีการปรับปรุงอย่างจริงจัง นี่อาจเป็น จุดเริ่มต้นของยุคใหม่ในวงการอีสปอร์ตทีมชาติไทย ที่ทั้งแฟนๆ และนักกีฬาสามารถไว้ใจได้มากกว่าเดิม

