รับแอปรับแอป

เขย่าวงการอีสปอร์ตทีมชาติ! เปิดปมงบเบี้ยเลี้ยง-เก็บตัวซีเกมส์ที่ CEYDA ไม่ยอมเงียบ

ภูริณัฐ วงศ์ชัย01-29

สงสัยงบอีสปอร์ตทีมชาติ ทำไมต้องถึงมือ ป.ป.ช.?

ประเด็นร้อนในวงการ อีสปอร์ตทีมชาติไทย ถูกเขย่าอีกครั้ง เมื่อ นายฐณณ ธนกรประภา นายกสมาคมอีสปอร์ตเพื่อการศึกษาและพัฒนาศักยภาพเยาวชน หรือ CEYDA ตัดสินใจเดินหน้าเข้ายื่นหนังสือต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

เป้าหมายคือขอให้ตรวจสอบ ความโปร่งใสในการใช้งบประมาณภาครัฐ โดยเฉพาะงบจาก การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับ เบี้ยเลี้ยง และ การเก็บตัวนักกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ หลังพบว่ามีหลายจุดน่าสงสัย ทั้งเรื่อง ช่วงเวลาการจ่ายเงิน และ สถานที่ฝึกซ้อม ที่ดูไม่ตรงกับเอกสารด้านงบประมาณ

ประเด็นไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่คือสิทธิของนักกีฬาเยาวชนทั้งระบบ

3 ปมใหญ่ เขย่างบอีสปอร์ตซีเกมส์

การยื่นเรื่องครั้งนี้ นายฐณณได้นำเอกสารและหลักฐานเข้าชี้แจง โดยสรุปปัญหาหลักออกมาเป็น 3 ประเด็นสำคัญ ที่ต้องการให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบอย่างจริงจัง ได้แก่

  • การจ่ายเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา

  • การเบิกจ่ายงบเก็บตัวและฝึกซ้อม

  • การบริหารจัดการผู้ฝึกสอน

ทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับการเตรียมทีมสำหรับการแข่งขัน ซีเกมส์ (SEA Games) ครั้งที่ 33 รวมถึงครั้งก่อนๆ ที่ผ่านมา ซึ่ง CEYDA มองว่า จำเป็นต้องถูกตรวจสอบให้เคลียร์ เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของระบบกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติ

ปมที่ 1: เบี้ยเลี้ยง 10 เดือน หายไปไหนบางช่วง?

ประเด็นแรกที่ CEYDA ขอให้ตรวจสอบคือ การจ่ายเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติไทย ในศึกซีเกมส์ครั้งที่ 33

ตามเอกสารงบประมาณและข้อมูลที่มีระบุไว้ว่า นักกีฬาทีมชาติควรได้รับเบี้ยเลี้ยง ต่อเนื่องเป็นเวลา 10 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2025

แต่ในทางปฏิบัติ กลับพบว่า สมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย แจ้งกับนักกีฬาว่า จะเริ่มจ่ายเบี้ยเลี้ยงจริงตั้งแต่ เดือนกันยายนเป็นต้นไป

นั่นหมายความว่า ช่วงเดือน กุมภาพันธ์ถึงสิงหาคม ที่ควรมีเบี้ยเลี้ยงตามงบประมาณที่อนุมัติไว้ กลับถูกตั้งคำถามว่า

  • งบในช่วงหลายเดือนแรก ถูกใช้ไปที่ไหน?

  • นักกีฬาได้รับสิทธิ ครบตามงบที่รัฐจัดสรรให้หรือไม่?

นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ CEYDA ต้องการให้ ป.ป.ช. เข้ามาตรวจสอบเส้นทางการใช้งบอย่างละเอียด

ปมที่ 2: งบเก็บตัวหลายเดือน แต่ซ้อมจริงไม่กี่วัน

อีกหนึ่งจุดที่น่าสงสัยคือ งบประมาณสำหรับการเก็บตัวฝึกซ้อมนักกีฬาอีสปอร์ต เพื่อเตรียมแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 33

ในเอกสารระบุว่า มีการจัดสรรงบประมาณครอบคลุมหลายรายการ เช่น

  • ค่าสถานที่ฝึกซ้อม

  • ค่าอินเทอร์เน็ต

  • ค่าที่พัก

  • ค่าตอบแทนผู้ฝึกสอน

และครอบคลุมระยะเวลา หลายเดือนในปี 2568

แต่ในความเป็นจริง กลับพบว่า มีการเตรียมสถานที่ฝึกซ้อมสำหรับนักกีฬา เพียงช่วงสั้นๆ ก่อนการแข่งขันต้นเดือนธันวาคมเท่านั้น

คำถามสำคัญจึงตามมาว่า

  • เมื่อซ้อมจริงแค่ช่วงสั้นๆ แต่งบระบุครอบคลุมหลายเดือน งบส่วนที่เหลือถูกใช้ไปอย่างไร?

  • การเบิกจ่ายงบ ตรงกับการใช้งานจริงและกับวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้หรือไม่?

CEYDA จึงย้ำว่าประเด็นนี้ควรถูกตรวจสอบอย่างละเอียด ว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ถูกใช้ไปเพื่อการพัฒนานักกีฬาอย่างแท้จริงหรือไม่

ปมที่ 3: เบี้ยเลี้ยงในซีเกมส์ครั้งก่อนๆ ก็มีเรื่องให้คาใจ

ไม่ใช่แค่ซีเกมส์ครั้งล่าสุดเท่านั้นที่ถูกตั้งคำถาม CEYDA ยังขอให้มีการตรวจสอบ ย้อนหลัง ไปถึงการจ่ายเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาในซีเกมส์ครั้งก่อนๆ ด้วย

จากข้อมูลที่ได้รับจาก อดีตนักกีฬาทีมชาติ มีการเล่าว่า ในช่วงเก็บตัวฝึกซ้อมเมื่อครั้งก่อน นักกีฬา ไม่ได้รับเบี้ยเลี้ยงเลย

แต่ต่อมากลับมีข้อมูลระบุว่า ภาครัฐได้จัดสรรงบประมาณในส่วนนี้ไว้แล้ว

นั่นทำให้เกิดข้อสงสัยสำคัญว่า

  • งบเบี้ยเลี้ยงในช่วงนั้น ถูกจ่ายออกไปจริงหรือไม่?

  • ถ้าจ่ายแล้ว ไปถึงมือนักกีฬาครบตามสิทธิหรือเปล่า?

CEYDA จึงขอให้ ป.ป.ช. ช่วยตรวจสอบ เส้นทางการเงินย้อนหลัง เพื่อให้ได้คำตอบที่ชัดเจนว่า นักกีฬาได้รับการดูแลตามสิทธิที่ควรได้รับหรือไม่

จุดยืนของ CEYDA: ไม่ได้มาหาเรื่อง แต่อยากให้ทุกอย่างโปร่งใส

ตอนท้ายของการยื่นหนังสือ นายฐณณ ธนกรประภา ย้ำชัดว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ ไม่ใช่การกล่าวหาบุคคลหรือหน่วยงานใดล่วงหน้า

แต่เป็นการดำเนินการในฐานะองค์กรที่ทำงานใกล้ชิดกับเยาวชนและนักกีฬาอีสปอร์ต ที่ต้องการ

  • ปกป้องสิทธิประโยชน์ของเยาวชนและนักกีฬาอีสปอร์ตไทย

  • ผลักดันให้กระบวนการใช้งบประมาณ ชัดเจนและตรวจสอบได้

  • ทำให้ทุกขั้นตอน เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานความโปร่งใส

หัวใจของเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลขงบประมาณ แต่คือความเชื่อมั่นของนักกีฬา เยาวชน และสังคมต่อระบบกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติไทยทั้งระบบ

ทำไมเรื่องนี้สำคัญต่ออนาคตอีสปอร์ตไทย

เมื่อพูดถึงทีมชาติ หลายคนอาจโฟกัสที่เหรียญรางวัล แต่สำหรับวงการอีสปอร์ต การจัดการเบื้องหลังคือสิ่งที่กำหนดความยั่งยืนในระยะยาว

การตรวจสอบความโปร่งใสครั้งนี้จึงมีความหมายมากกว่าแค่การเคลียร์ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะมันอาจนำไปสู่การปรับปรุงระบบในด้านต่างๆ เช่น

  • รูปแบบการจัดสรรและติดตามการใช้งบประมาณของนักกีฬาอีสปอร์ต

  • การคุ้มครองสิทธิพื้นฐานของนักกีฬาทีมชาติทุกคน

  • การสร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการกีฬาอีสปอร์ตไทย โปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น

ถ้าทุกอย่างถูกตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา และมีการปรับปรุงอย่างจริงจัง นี่อาจเป็น จุดเริ่มต้นของยุคใหม่ในวงการอีสปอร์ตทีมชาติไทย ที่ทั้งแฟนๆ และนักกีฬาสามารถไว้ใจได้มากกว่าเดิม