รับแอปรับแอป

เช่ารถขับญี่ปุ่นทั้งที ต้องรู้จัก ToCoo! + TEP บัตรเหมาทางด่วน ใช้จริงคุ้มจริง

อนุพงษ์ บุญมี01-31

ขับเที่ยวญี่ปุ่นให้คุ้ม ต้องเริ่มที่การเช่ารถ

ถ้าอยากเที่ยวญี่ปุ่นแบบอิสระ แวะไหนก็ได้ ไม่ต้องห่วงเวลารถไฟ การเช่ารถคือคำตอบค่ะ

ที่สำคัญถ้าใช้ทางด่วนบ่อย ๆ แล้วอยากประหยัด TEP (ToCoo! Expressway Pass) บัตรเหมาทางด่วนแบบเหมาใช้ไม่อั้น คือไอเท็มลับที่สาย Road Trip ญี่ปุ่นไม่ควรมองข้าม

บทความนี้จะพาไล่ตั้งแต่การเตรียมตัว เช่ารถ จองผ่าน ToCoo! วิธีใช้ TEP ไปจนถึงการคืนรถและบัตรแบบครบจบในที่เดียว

ทำความรู้จัก ToCoo! เว็บจองรถเช่าที่สายเที่ยวควรรู้

ToCoo! เป็นเว็บไซต์ตัวกลางสำหรับจองรถเช่าในญี่ปุ่นที่ดังมากในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ

จุดเด่นคือไม่ต้องไล่เปิดทีละเว็บของแต่ละบริษัท แต่ให้ ToCoo! รวมทุกเจ้ามาเปรียบเทียบให้ในที่เดียว แล้วเราก็เลือกแพลนที่ใช่ที่สุดได้เลย

ทำไมเหมาะกับคนไทยเป็นพิเศษ?

  • มีหลายภาษา รวมถึงภาษาไทยแบบอ่านรู้เรื่องจริง ๆ
    ไม่ใช่ภาษาแปลอัตโนมัติ งง ๆ แต่เป็นคำอธิบายที่ละเอียด ใช้ง่าย คนไม่เก่งภาษาอังกฤษก็จองได้สบาย

  • สาขาเยอะมากทั่วญี่ปุ่น
    มีจุดรับ–คืนรถประมาณ 3,000 แห่ง ทั้งสนามบิน สถานีชินคังเซ็น และสถานียอดนิยม ทำให้วางแผนเส้นทางได้ยืดหยุ่น

  • เป็นตัวกลางช่วยประสานงานให้
    ถ้ามีปัญหาอะไรขึ้นมา ไม่ต้องไปสู้กับบริษัทเช่ารถเอง ToCoo! ช่วยจัดการให้ โดยเฉพาะกับบริษัทที่ไม่มีภาษาไทย จะยิ่งสบายใจขึ้นเยอะ

  • ราคาโดยรวมคุ้มค่า และมักมีดีลดี ๆ
    หลายครั้งราคาที่เห็นใน ToCoo! ถูกกว่าจองตรง และยังมีคูปองส่วนลดกับโปรเสริมให้ใช้เพิ่มอีก

ก่อนเช่ารถในญี่ปุ่น ต้องเตรียมอะไรบ้าง

การเช่ารถในญี่ปุ่นไม่ใช่แค่เลือกคันที่สวยที่สุดแล้วจบ การเตรียมข้อมูลล่วงหน้าให้ครบจะช่วยให้เลือกแพลนได้เหมาะสุดและประหยัดปัญหาหน้างาน

สิ่งที่ควรเตรียมมีดังนี้

  • จำนวนผู้โดยสารที่ชัดเจน
    รถ 4 ที่นั่ง กับ 6–8 ที่นั่ง ค่าเช่าต่างกันมาก เลือกให้พอดีกับคนและกระเป๋า

  • วัน–เวลารับและคืนรถแบบเป๊ะ ๆ
    เพื่อเช็กราคา ดูรถว่าง และคำนวณได้ว่าควรเช่าแบบกี่วัน

  • โซนที่ต้องขับไป
    ถ้าไปพื้นที่หิมะตก ควรเลือกแพลนที่มียางหิมะหรือออปชันพิเศษให้เหมาะกับสภาพถนน

  • ใบขับขี่สากลที่ถูกต้อง
    โดยเฉพาะกรณีขับรถที่รองรับผู้โดยสารมากกว่า 10 คน ต้องเช็กให้ดีว่าใบขับขี่ที่มีครอบคลุมหรือไม่

  • ลองคำนวณระยะทางและค่าทางด่วนคร่าว ๆ
    เพื่อดูว่าควรเช่าบัตรเหมาทางด่วนอย่าง TEP หรือใช้จ่ายเป็นเที่ยว ๆ จะคุ้มกว่ากัน

  • เลือกตัวแทนที่รองรับภาษาอังกฤษหรือไทย
    ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน จะได้สื่อสารได้ ไม่เครียด

  • เตรียมเอกสารคนขับหลักและคนขับสำรอง
    เผื่อป่วย เหนื่อย หรือต้องสลับเวรกันขับ การมีคนขับสำรองที่ลงทะเบียนถูกต้องจะช่วยได้มาก

วิธีจองรถเช่ากับ ToCoo! ให้ได้ดีลคุ้ม

หน้าเว็บของ ToCoo! ใช้งานง่าย เมนูไม่ซับซ้อน และรองรับภาษาไทยแบบเต็มระบบ

แนะนำให้ใช้ปุ่ม “เพิ่มเงื่อนไขเพิ่มเติม” เพื่อกรองรถที่ตรงใจได้รวดเร็วขึ้น

วิธีค้นหารถแบบพื้นฐาน

  • ใส่วันที่รับ–คืนรถ

  • เลือกสถานที่รับ–คืนรถ (สนามบิน/สถานีรถไฟ/สาขาเมืองนั้น ๆ)

  • ระบบจะโชว์สาขาของทุกบริษัทที่รองรับ เพื่อให้เราเลือกเจ้าและแพลนได้ทันที

การค้นหาแบบระบุเงื่อนไขละเอียด

สำหรับคนที่มีความต้องการเฉพาะ เช่น ต้องการยางหิมะ อยากระบุรุ่นรถ หรืออยากเลือกแพลนแบบพิเศษ ให้ใช้ฟังก์ชัน “เพิ่มเงื่อนไขเพิ่มเติม” แล้วเลือกฟิลเตอร์ที่ต้องการได้เลย

ระบบจะโชว์เฉพาะรถที่ตรงกับเงื่อนไข ไม่ต้องไล่ไถดูทุกคันให้เสียเวลา

เลือกบริษัทรถเช่าและรุ่นรถให้เหมาะทริป

เมื่อค้นหาแล้ว หน้าแสดงผลของ ToCoo! จะเทียบแพลนจากหลายบริษัทให้ทันที ทั้งราคา ฟังก์ชัน จำนวนผู้โดยสาร และจำนวนกระเป๋าที่บรรทุกได้

รายละเอียดที่ควรเช็กบนหน้าจอมี เช่น

  • ประเภทและขนาดรถ

  • ตัวอย่างรุ่นรถที่อาจได้รับ

  • ความจุคน + กระเป๋า

  • จำนวนคันที่ยังเหลือในระบบ

เมื่อเลือกแพลนที่ชอบได้แล้ว ขั้นตอนต่อมาคือกรอกข้อมูลส่วนตัว เลือกออปชันเสริม (เช่นคาร์ซีทสำหรับเด็ก) และกรอกข้อมูลบัตรเครดิตเพื่อชำระเงิน

คูปองลดราคาที่น่าสนใจ

  • เช่ารถตั้งแต่ 10,000 เยนขึ้นไป ใส่โค้ด TCJKT1 ลด 1,000 เยน

  • เช่ารถตั้งแต่ 20,000 เยนขึ้นไป ใส่โค้ด VGP1EO ลด 3,000 เยน (ใช้ได้ถึง 30 มิ.ย. 2026)

📌 ทริคเลือกบริษัทรถเช่า

  • โดยรวมจากการลองหลายเจ้า Nippon Rent-A-Car มักได้ราคาดีกว่าหลายค่าย

  • NISSAN Rent a Car ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ราคาโอเคและรถคุณภาพดี

  • ORIX Rent a Car ราคาจะแปรผันตามช่วงเวลามาก บางช่วงถูก บางช่วงอาจจะแพงกว่าเจ้าอื่น

  • Toyota Rent A Car ราคามักสูงกว่าตลาด แต่บางพื้นที่กลับถูกกว่าร้านท้องถิ่น ต้องลองเทียบเป็นจุด ๆ ไป

แพลนแนะนำใน ToCoo! เลือกครั้งเดียวจบ

สำหรับคนที่ไม่อยากไล่เลือกออปชันทีละเมนู แนะนำให้เลื่อนดูส่วน “Recommended Plans” ในหน้าแรกของเว็บ

แค่เลือกแพลนที่เหมาะ แล้วเข้าไปจองจากหน้านั้นได้เลย สะดวกมาก

📌 แพลนยอดฮิตที่ควรรู้

  • แพลนยางหิมะ
    เหมาะกับทริปที่ต้องขึ้นเขา หรือพื้นที่ที่มีหิมะและน้ำแข็งบนถนน

  • แพลนระบุรุ่นรถ
    เลือกรุ่นรถได้ตรง ๆ เหมาะกับคนที่มีสัมภาระเยอะ เด็กเล็ก หรือผู้สูงอายุที่อยากนั่งสบาย

  • Early Bird Pay Now
    จ่ายล่วงหน้าและจองแต่เนิ่น ๆ สามารถลดได้สูงสุดราว 15% เหมาะกับคนที่ล็อกแพลนเที่ยวแน่นอนแล้ว

  • ToCoo! Japan Traveler Support Plan
    แพลนที่มาพร้อมบริการช่วยเหลือและประกันการเดินทางในตัว ช่วยเพิ่มความอุ่นใจเวลาเกิดเหตุไม่คาดคิด

ถ้าเลือกเช่น “แพลนยางหิมะ” เมื่อคลิกเข้าไป ระบบจะแสดงเฉพาะรถของบริษัทที่รองรับแพลนนี้ พร้อมบอกชัดเจนว่ารวมยางหิมะแล้วหรือไม่

หมายเหตุสำคัญ: ในบางพื้นที่ที่มีหิมะตกหนัก รถเช่ามักติดตั้งยางหิมะเป็นมาตรฐานอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ควรเดาเอง ควรอ่านรายละเอียดแพลนทุกครั้งก่อนกดจอง

เรื่องความปลอดภัยในช่วงหิมะ

  • ฤดูหิมะ ถนนลื่นมาก โดยเฉพาะที่มีน้ำแข็งเกาะ ทัศนวิสัยแย่และเบรกยากกว่าปกติ

  • แม้จะมียางหิมะแล้ว รถยังสามารถลื่นได้อยู่ จึงต้องขับช้า ๆ เว้นระยะห่างมากกว่าปกติ

TEP บัตรเหมาทางด่วน: ของมันต้องมีถ้าเน้นขับไกล

ใครที่แพลนจะใช้ทางด่วนบ่อย ๆ การคำนวณค่าทางด่วนก่อนทริปเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ ค่าทางด่วนไม่ถูก เลย

ToCoo! เลยมีตัวเลือกชื่อ TEP – ToCoo! Expressway Pass ซึ่งเป็นแพลนเหมาทางด่วน ใช้ขึ้นได้ไม่จำกัดครั้งในโซนที่กำหนด ภายในจำนวนวันที่เลือก (ตั้งแต่ 1–30 วัน แล้วแต่แพลน)

ตัวอย่างการคิดความคุ้มค่า TEP

  • โดยเฉลี่ย ค่าทางด่วนในญี่ปุ่นประมาณ 25 เยน/กม.

  • บัตรเหมาทางด่วนทั่วประเทศแบบ 1 วัน ราคาเริ่มที่ 10,130 เยน
    ถ้าขับเกินราว ๆ 405 กม./วัน ขึ้นไป แบบเหมาเริ่มคุ้มกว่า

  • ถ้าใช้แพลนเหมา 3 วัน ราคา 14,130 เยน
    คำนวณแล้วเฉลี่ยวันละประมาณ 4,710 เยน
    ถ้าขับวันละประมาณ 188 กม. หรือรวม 3 วันราว 566 กม. ขึ้นไป ก็ถือว่าคืนทุน

จากการลองวางแผนด้วย Google Map ทริปตัวอย่างที่ต้องขับรถประมาณ 3 วัน รวมราว ๆ 600 กม. ใช้ TEP แบบเหมาทั่วประเทศราคา 14,130 เยน คือคุ้มแบบไม่ต้องคิดมาก

เมืองใหญ่ ๆ แนะนำให้ขึ้นทางด่วนบ่อย ๆ เพราะ

  • ด้านล่างรถติด ไฟแดงถี่ เสียเวลา

  • ถ้าใช้ TEP อยู่แล้ว ยิ่งใช้ทางด่วนเยอะ ยิ่งคุ้ม

ถ้าเน้นเที่ยวเฉพาะบางภูมิภาค เช่น ฮอกไกโด หรือ โอกินาว่า ก็มีแพลนโซนเฉพาะให้เลือกเช่นกัน

แต่ถ้าเส้นทางครอบคลุมหลายภูมิภาค บัตรเหมาทั่วประเทศของ ToCoo! จะยืดหยุ่นและสะดวกมาก ทั้งเรื่องรับ–คืนบัตรและการจัดการ

การรับรถเช่าและอุปกรณ์เสริม

การรับรถเช่า

ตัวอย่างทริปที่เดินทางกัน 5 คน เลือกเช่ารถ 6 ที่นั่ง ได้ NISSAN SERENA Highway Star คันใหม่ พร้อมยางหิมะ และจองแบบระบุรุ่นรถชัดเจน

ขั้นตอนตอนรับรถที่สาขาบริษัท (เช่น NISSAN Rent a Car) จะมีเจ้าหน้าที่อธิบายเรื่องสำคัญ ได้แก่

  • รุ่นรถที่ได้รับ ประกัน และแพลนที่จอง

  • วัน–เวลาที่ต้องคืนรถให้ตรง

  • กฎการใช้งานต่าง ๆ (หลายแห่งมีคู่มือหรือคำอธิบายภาษาไทย)

  • ปั๊มน้ำมันที่อยู่ใกล้สาขาคืนรถ

  • วิธีใช้งาน ETC และเงื่อนไขค่าธรรมเนียม (ถ้าเช่า ETC จากบริษัท)

  • วิธีเติมน้ำมันและเงื่อนไขการคืนแบบเต็มถัง

💡 ถ้าเป็นทริปหน้าหนาว แนะนำให้เลือก ทุกออปชันเกี่ยวกับความปลอดภัย เช่น ยางหิมะ ประกันเพิ่มเติม ฯลฯ ส่วน ETC จะเช่าหรือไม่ขึ้นกับว่ามีบัตรแยกอยู่แล้วหรือเปล่า

📌 เอกสารที่ต้องใช้ตอนรับรถ

  • ใบขับขี่สากลแบบตามอนุสัญญาเจนีวา 1949

  • หนังสือเดินทาง

  • บัตรเครดิตที่สามารถใช้ชำระได้จริง

  • หลักฐานการจอง (อีเมลยืนยันจะเป็นรูปภาพ/ในมือถือหรือปริ้นกระดาษก็ได้)

การรับบัตร TEP ที่สนามบิน

เมื่อจองแพลนที่มี TEP เรียบร้อย ก่อนวันเดินทาง ToCoo! จะส่งลิงก์สำหรับไปรับบัตรที่สนามบินให้

ระบบจะจัดส่งบัตรไปตามเทอร์มินัลที่เที่ยวบินเราลง เช่น ลงที่ Haneda Airport Terminal 2 ก็จะไปรับที่ร้านสะดวกซื้อ (เช่น FamilyMart) ในเทอร์มินัลนั้น

ขั้นตอนคือ

  • ไปถึงสนามบินแล้วค่อยเปิดลิงก์ที่ได้รับ

  • ทำขั้นตอนรับพัสดุให้เสร็จภายใน 30 นาทีหลังจากเปิดลิงก์

⚠️ ห้ามกดเปิดลิงก์ก่อนถึงจุดรับของจริง เพราะลิงก์มีอายุการใช้งานแค่ 30 นาทีเท่านั้น

เช็กให้ชัวร์ก่อนออกรถ

ก่อนขับออกจากสาขา ให้ใช้เวลาสักนิดเพื่อตรวจสอบสิ่งเหล่านี้

  • หน้าจอ GPS ใช้งานได้ปกติหรือไม่

  • ระบบเกียร์และฮีตเตอร์ (สำคัญมากในหน้าหนาว)

  • ระดับน้ำมันในถัง

  • ปุ่มฟังก์ชันต่าง ๆ ในรถ เจ้าหน้าที่พร้อมอธิบาย สามารถถามให้เคลียร์ได้เลย

จากนั้นอย่าลืม เสียบบัตร TEP ลงในช่อง ETC ให้เรียบร้อยก่อนออกตัว เพราะ

  • ถ้าไม่เสียบตั้งแต่ต้น จะไม่สามารถใช้ทางด่วนแบบ ETC ได้ตามแพลน

  • เป็นการ์ดที่ไม่ควรถอดเข้า–ออกระหว่างทางบ่อย ๆ

เช็กไฟสถานะ ETC บนหน้าจอให้ดี

  • ถ้าไฟขึ้น สีส้ม พร้อมเสียงติ๊ด แปลว่าใช้งานได้

  • ถ้าไฟขึ้น สีแดง ต้องเช็กว่าบัตรเสียบผิด หรือตัวเครื่องมีปัญหา

ตั้ง GPS ให้เรียบร้อยก่อนเริ่มเคลื่อนรถ บางรุ่นไม่อนุญาตให้ตั้งพิกัดขณะรถกำลังวิ่ง

กฎจราจรในญี่ปุ่นที่ต้องจำให้ขึ้นใจ

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่วินัยจราจรสูงมาก ถ้าเราเคารพกฎระเบียบ ขับตามกติกา จะรู้สึกว่าขับง่าย ปลอดภัย และไม่เครียดเลย

สิ่งที่คนขับต่างชาติควรรู้อย่างน้อยต้องมีเหล่านี้

  • ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่งที่มีเข็มขัด

  • ห้ามคุยโทรศัพท์ขณะขับรถ ถ้าจำเป็นควรจอดในจุดที่อนุญาตก่อน

  • อย่าจอดเหยียบทับทางม้าลายเด็ดขาด

  • ถ้าเห็นคนยืนรอริมถนน แม้ไม่มีทางม้าลาย ให้เตรียมหยุดรถให้เขาข้ามอย่างสุภาพ

  • ก่อนข้ามทางรถไฟ ต้องหยุดที่จุดหยุดรถ มองซ้าย–ขวา–ซ้าย แล้วค่อยขับผ่าน

  • ถึงสี่แยกเล็ก ๆ แม้ไม่มีไฟจราจร ต้องชะลอความเร็ว มองซ้าย–ขวา–ซ้ายทุกครั้ง

  • ไฟจราจร 2 แผงซ้อนกัน มักแยกสัญญาณระหว่างเลี้ยวกับตรง ถ้ามีแค่ 1 แผง ให้เลี้ยวตามสัญญาณเดียวกัน และไปจอดรอเลี้ยวตรงจุดที่กำหนดกลางแยก

  • ขับตามความเร็วสูงสุดที่กำหนดบนถนนเส้นนั้น ตรวจสอบได้จากป้ายหรือหน้าจอรถ

  • ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ก่อนขับรถโดยเด็ดขาด ญี่ปุ่นไม่ยอมรับ “ดื่มนิดเดียว” และบทลงโทษหนักมาก

ที่จอดรถในญี่ปุ่น: ไม่ยากแต่ต้องเข้าใจระบบ

ที่จอดรถในญี่ปุ่นมีหลายแบบ ทั้งฟรีและเสียเงิน ทั้งในอาคาร กลางแจ้ง ริมถนน ไปจนถึง ที่จอดอัตโนมัติ ที่มีตัวล็อกขึ้นมาตรงใต้ท้องรถหลังจอด

  • ต่างจังหวัด/ชนบท
    มักเป็นลานจอดส่วนบุคคล มีคุณลุงคุณป้าเดินมาเก็บเงิน ข้อดีคือไม่ค่อยกำหนดเวลาแน่นหนา จ่ายตอนเข้าจอดและสามารถออกเมื่อไหร่ก็ได้

  • ในเมือง
    ต้องจอดในที่จอดที่กำหนดเท่านั้น และมีการคิดค่าจอดเป็นรายชั่วโมง มีป้ายบอกราคาและช่วงเวลาชัดเจน

การเติมน้ำมัน: เติมยังไงให้ไม่พลาดตอนคืนรถ

รถเช่าในญี่ปุ่นส่วนใหญ่ใช้ น้ำมัน Regular (ธรรมดา) และมีเงื่อนไขสำคัญคือ ต้องเติมเต็มถังก่อนคืนรถ

ระหว่างทริป แนะนำให้เติมน้ำมันอย่างน้อย 2 ครั้งในการเดินทางไกล

เติมครั้งที่ 1 – กันเหนียวระหว่างทาง

  • เติมตอนน้ำมันเหลือประมาณครึ่งถัง

  • พยายามหาเติมช่วงเวลาที่ปั๊มยังเปิด เพราะต่างจังหวัดมีปั๊มน้อย ปิดเร็ว และราคามักสูงกว่า

  • บางปั๊มรับเฉพาะเงินสด ต้องเตรียมเงินสดไว้เผื่อด้วย

  • เก็บใบเสร็จไว้ทุกครั้ง เพราะบริษัทเช่ารถอาจขอดูตอนคืนรถ

เติมครั้งที่ 2 – ก่อนคืนรถ

  • บริษัทเช่ามักแนะนำปั๊มใกล้สาขาคืนรถให้ สามารถตามนั้นได้เลยถ้าเป็นช่วงกลางวัน

  • ถ้าคืนรถหลัง 17.00 น. แนะนำให้หาปั๊มแบบเติมเอง 24 ชั่วโมงใกล้ ๆ จุดคืนรถ (ค้นจากแผนที่ออนไลน์ได้)

เมื่อเติมรอบสุดท้ายแล้ว

  • เก็บใบเสร็จให้ดี และนำไปให้เจ้าหน้าที่ดูตอนคืนรถ

  • ถ้าจำเป็นต้องคืนรถทั้งที่ยังเติมไม่เต็มจริง ๆ ให้ยื่นใบเสร็จที่มี เจ้าหน้าที่จะประเมินปริมาณน้ำมันที่ขาดแล้วคิดค่าบริการเพิ่ม

การคืนรถเช่าและคืนบัตร TEP

การคืนรถเช่า

ขั้นตอนคืนรถค่อนข้างตรงไปตรงมา แต่ละเอียดเรื่องการตรวจสภาพ

เจ้าหน้าที่จะเช็ก

  • เวลาคืนรถว่าตรงตามที่จองไว้หรือไม่

  • รอยขีดข่วนหรือความเสียหายเพิ่มเติมของรถ

  • ปริมาณน้ำมันในถัง พร้อมเทียบกับใบเสร็จเติมน้ำมันล่าสุด

บางสาขาจะดูด้วยว่าที่เติมน้ำมันครั้งสุดท้ายอยู่ใกล้สาขาคืนรถหรือไม่ เพื่อเช็กความสมเหตุสมผลของระดับน้ำมัน

⚠️ ถ้าใช้บัตร ETC ส่วนตัว (ไม่ได้เช่าจากบริษัท) อย่าลืมดึงบัตรออกจากเครื่อง ETC ก่อนคืนรถ

การคืนบัตร TEP

สำหรับบัตร TEP (ETC แบบเหมาจ่ายของ ToCoo!) วิธีคืนง่ายมาก

  • ดึงบัตรออกจากช่อง ETC เมื่อเลิกใช้

  • ใส่บัตรกลับลงในซองจดหมายที่ได้รับมาพร้อมกับบัตรตอนเริ่มทริป

  • ปิดผนึกให้เรียบร้อย แล้วไปหย่อนลงตู้ไปรษณีย์ที่ไหนก็ได้ในญี่ปุ่น

เพียงเท่านี้ก็ถือว่าคืนบัตรเสร็จสมบูรณ์ ไม่ต้องไปที่เคาน์เตอร์ให้ยุ่งยาก

สรุปประสบการณ์: ทำไม ToCoo! + TEP ถึงน่าใช้

จากประสบการณ์การใช้รถเช่าในญี่ปุ่น โดยจองผ่าน ToCoo! และใช้ร่วมกับบัตรทางด่วนแบบเหมา TEP รู้สึกได้ชัดเจนว่าทั้งระบบถูกออกแบบมาเพื่อให้คนต่างชาติใช้งานง่ายจริง ๆ

ข้อดีที่สัมผัสได้มีหลายอย่าง เช่น

  • ข้อมูลบนเว็บไซต์ครบ รายละเอียดรถ แพลน ประกัน และออปชันอธิบายชัด ไม่ต้องเดาเอง

  • มีการจัดหมวดหมู่แพ็กเกจแนะนำ ทำให้มือใหม่ไม่ต้องเสียเวลาอ่านเงื่อนไขยาว ๆ ก็เลือกแพลนเหมาะตัวเองได้

  • ช่องทางติดต่อหลังบ้านตอบดี สามารถขอความช่วยเหลือเป็นภาษาไทยได้ ช่วยลดความเครียดเวลาเกิดปัญหา

  • บริษัทเช่ารถที่อยู่ในระบบ ToCoo! ล้วนเป็นเจ้าใหญ่ของญี่ปุ่น จึงมั่นใจได้ว่ารถที่ได้รับจะอยู่ในมาตรฐานและตรงกับที่จอง

ถ้าใครกำลังแพลนขับรถเที่ยวญี่ปุ่นเองสักทริป การใช้ ToCoo! ช่วยจองรถ + จัดแพลน TEP ให้เข้ากับระยะทาง เป็นอีกวิธีที่ทำให้ทริปขับรถในญี่ปุ่นทั้งสะดวก ปลอดภัย และคุ้มค่าขึ้นแบบรู้สึกได้จริงค่ะ