รวมไฮไลต์เทคโนโลยีและแก็ดเจ็ตปี 2025 ที่สาย IT ห้ามพลาด
เทคโนโลยีในปี 2025 ไม่ได้แค่ “เร็วขึ้น” แต่กำลัง “ฉลาดขึ้นทุกมิติ” ตั้งแต่ AI ที่ช่วยคิดและตัดสินใจแทนมนุษย์ ไปจนถึงระบบ IT ที่สามารถบริหารจัดการตัวเองได้แทบทั้งระบบ
ด้านหนึ่งคือโลกของ AI Infrastructure ระดับองค์กร อีกด้านคือ แก็ดเจ็ตสำหรับชีวิตประจำวัน ที่คุ้มขึ้นและฉลาดขึ้นแบบจับต้องได้ บทความนี้รวบรวมประเด็นเด่นมาเล่าให้จบในที่เดียว
8 เทรนด์เทคโนโลยีปี 2025 ที่ขับเคลื่อนธุรกิจ
เทรนด์เทคโนโลยีปี 2025 ไม่ได้เป็นแค่ Buzzword แต่กำลังกลายเป็น “โครงกระดูกหลัก” ของการทำธุรกิจสมัยใหม่
ภาพรวมสำคัญที่กำลังเกิดขึ้น เช่น
AI ฉลาดขึ้นและใช้งานจริงในองค์กร ไม่ใช่แค่ PoC หรือทดลองเล่น
ระบบ IT ใช้งานง่ายขึ้น แต่ซับซ้อนขึ้นเบื้องหลัง มี Automation และ Self-management มากขึ้น
Data กลายเป็นสินทรัพย์หลัก ทุกองค์กรต้องมีแผนจัดเก็บ วิเคราะห์ และปกป้องข้อมูลอย่างจริงจัง
ทั้งหมดนี้กำลังผลักให้ธุรกิจต้องคิดใหม่ตั้งแต่โครงสร้างระบบไปจนถึงอุปกรณ์ที่ใช้ในแต่ละวัน
คอมพิวเตอร์สำหรับงาน AI: เร็วกว่าเดิม 30–100 เท่า
ทำงานด้าน AI แล้วรู้สึกว่าคอมธรรมดาช้าเกินไป งานรันโมเดลทีต้องทิ้งค้างข้ามคืนหรือข้ามหลายวัน นั่นคือสัญญาณว่าคุณต้องมองหาเครื่องที่ออกแบบมาเพื่อ AI โดยเฉพาะ
คอมพิวเตอร์สาย AI เช่น MSI EdgeXpert MS-C931 ถูกออกแบบมาให้รองรับภาระงานหนักโดยเฉพาะ
เร็วกว่าเครื่องทั่วไปประมาณ 30–100 เท่า (แล้วแต่ประเภทงาน)
งานที่เคยต้องรอ 5 วัน อาจจบได้ภายใน 1 วัน
ถูกออกแบบให้ พร้อมใช้งานทันที ลดขั้นตอนการติดตั้งที่ยุ่งยาก
เหมาะสำหรับ
นักพัฒนา AI / Data Scientist
ทีม R&D ที่ต้องเทรนโมเดลบ่อย
องค์กรที่ต้องการเพิ่มความเร็วงานวิเคราะห์ข้อมูลและ AI แบบจริงจัง
DGX Workstation: AI Supercomputer บนโต๊ะทำงาน
ถ้าคุณทำงานด้าน AI หรือ Data Science ในระดับจริงจัง DGX Workstation คืออีกชื่อที่เลี่ยงไม่ค่อยได้ เพราะสเปกและซอฟต์แวร์ถูกออกแบบมาเพื่อสายนี้โดยเฉพาะ
จุดเด่นของ DGX Workstation คือ
พลัง GPU ระดับศูนย์ข้อมูล (Data Center Grade) แต่มาอยู่บนโต๊ะคุณได้
มีซอฟต์แวร์สำหรับ AI และ Deep Learning มาให้แบบครบชุด ใช้งานได้ทันที
รองรับงานตั้งแต่ เทรนโมเดล Deep Learning, LLM ไปจนถึงการนำไปใช้งานจริงในองค์กร
เหมาะกับ
ทีม AI ขององค์กรที่ต้องการเครื่องเดียวจบสำหรับงานหนัก
นักวิจัยและนักพัฒนาโมเดลที่ต้องรันงานขนาดใหญ่บ่อยๆ
สรุปง่ายๆ: ถ้าคุณมองหาพื้นฐานสำหรับ AI ระดับองค์กร DGX คือหนึ่งในคำตอบที่จริงจังและพร้อมใช้งานที่สุดตัวหนึ่งในตลาด
มือถือปี 2025: OPPO A5 2020 ยังไหวไหมเมื่อเทียบกับรุ่นใหม่?
โลกมือถือเปลี่ยนเร็วมาก โดยเฉพาะช่วงปี 2020–2025 ที่ทั้งชิป กล้อง แบต และซอฟต์แวร์ก้าวกระโดด ใครที่ยังใช้ OPPO A5 2020 อยู่ อาจเริ่มถามตัวเองว่าควรอัปเกรดหรือยัง
ประเด็นสำคัญที่ควรเทียบระหว่าง OPPO A5 2020 กับ A5 รุ่นใหม่ปี 2025 คือ
สเปกพื้นฐาน: ซีพียู แรม ความจุ ความลื่นในการใช้งานประจำวัน
กล้อง: คุณภาพภาพถ่าย การถ่ายกลางคืน และระบบกันสั่น
แบตเตอรี่: ความอึด และรองรับชาร์จเร็วแค่ไหน
ซอฟต์แวร์: ยังได้อัปเดตอยู่ไหม ปลอดภัยแค่ไหน ใช้งานได้อีกนานไหม
ความคุ้มค่าระยะยาว: ใช้ยาวๆ อีก 2–3 ปีจะยังไหวไหม
ใครที่ใช้เครื่องเก่ามานานและเริ่มรู้สึกหน่วง หรือไม่ได้อัปเดตมาหลายเวอร์ชัน การขยับไปใช้รุ่นใหม่ในปี 2025 มักจะได้ทั้งความลื่น ความปลอดภัย และฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันมากขึ้น
หูฟัง Over-Ear สายดีไซน์ล้ำ: Nothing Headphone (1)
สายแก็ดเจ็ตที่ชอบของสวย ฟีเจอร์จัดเต็ม ต้องสะดุดกับ Nothing Headphone (1) หูฟัง Over-Ear รุ่นแรกจากแบรนด์แนวดีไซน์โปร่งใสที่หลายคนคุ้นชื่อจากสมาร์ตโฟนและหูฟัง True Wireless
จุดเด่นแบบย่อยง่าย
เสียงปรับจูนระดับ KEF ให้โทนเสียงบาลานซ์ รายละเอียดดี
ระบบ ANC อัจฉริยะ ตัดเสียงรบกวนแบบฉลาด ปรับตามสภาพแวดล้อม
แบตเตอรี่ใช้งานได้สูงสุดราว 80 ชั่วโมง (ตามการใช้งานจริงอาจต่างกัน)
ดีไซน์โปร่งใสเป็นเอกลักษณ์ สายแฟชั่นและสายแก็ดเจ็ตน่าจะถูกใจ
เหมาะกับคนที่อยากได้หูฟังใบเดียวใช้ได้ทั้ง
ทำงานแบบโฟกัส
ดูหนัง ฟังเพลง ระหว่างเดินทาง
ภาพรวม: เป็นตัวเลือกที่บาลานซ์ระหว่างดีไซน์ ฟีเจอร์ และคุณภาพเสียงได้ดีมากในกลุ่ม Over-Ear ยุคใหม่
iPad Pro vs iPad Air ปี 2025: เลือกตัวไหนดีให้ตรงสายการใช้งาน
ในปี 2025 ไลน์ iPad ยิ่งแตกต่างชัดเจน โดยเฉพาะคู่หลักอย่าง iPad Air (M3) และ iPad Pro (M4) ที่เน้นกลุ่มผู้ใช้ต่างกันพอสมควร
หัวใจของการเลือกคือการตอบให้ได้ว่า “ใช้ทำอะไรเป็นหลัก?”
ถ้าเน้น เรียน ทำงานทั่วไป ดูคอนเทนต์ จดโน้ต → iPad Air (M3) มักจะตอบโจทย์คุ้มกว่า
ถ้าเน้น งานโปรดักชันหนักๆ ตัดต่อวิดีโอ ทำกราฟิก 3D ใช้จอเป็นหลักในการทำงาน → iPad Pro (M4) จะเหนือกว่า ทั้งชิป หน้าจอ และอุปกรณ์เสริมบางอย่าง
มุมที่ควรเทียบให้ชัด
ชิปประมวลผล: M4 แรงกว่าชัด ใช้กับงานโปรแบบจริงจังได้
หน้าจอ: รุ่น Pro เกรดสูงกว่า เหมาะกับงานสายภาพและสี
ราคา: ส่วนต่างราคาคือสิ่งที่ต้องตอบตัวเองว่าคุ้มกับงานที่ทำหรือไม่
ใครที่ไม่ได้เน้นงานมืออาชีพหนักๆ มักจะพบว่า iPad Air คือจุดที่คุ้มที่สุด แต่ถ้า iPad คือ “เครื่องทำงานหลัก” iPad Pro คือการลงทุนที่มีเหตุผล
Nintendo Switch & Switch 2: เกมคอนโซลลูกผสมสำหรับทุกคน
โลกเกมคอนโซลปี 2025 ยังมีชื่อ Nintendo Switch ยืนอยู่ในดวงใจหลายคน และมี Switch 2 เข้ามาเติมความสดใหม่ให้ตลาด
จุดเด่นของตระกูลนี้คือ
เป็น คอนโซลลูกผสม เล่นได้ทั้งแบบพกพา และต่อทีวีเล่นแบบเครื่องบ้าน
มีเกมสำหรับทุกกลุ่มผู้เล่น ตั้งแต่เด็ก ครอบครัว ไปจนถึงสาย Core Gamer ที่ชอบเกมเฉพาะทาง
รุ่นใหม่อย่าง Switch 2 ได้อัปเกรดด้านสเปกและประสบการณ์เล่นให้ทันยุคมากขึ้น
คำถามสำคัญคือ
ถ้าเน้นเล่นเกม casual เล่นกับคนในบ้าน รุ่นเดิมอาจยังเพียงพอ
ถ้าอยากได้ประสบการณ์ใหม่ เกมใหม่ ภาพสวยขึ้น ลื่นขึ้น รุ่นใหม่จะตอบโจทย์ระยะยาวกว่า
NAS Service: เก็บไฟล์อย่างเดียวไม่พอ ต้องแชร์และสำรองได้ด้วย
ในองค์กรสมัยใหม่ การจัดเก็บไฟล์ไม่ใช่แค่โยนลงเซิร์ฟเวอร์แล้วจบ แต่ต้องแชร์ ทำงานร่วมกัน และสำรองข้อมูลอย่างปลอดภัย นี่คือจุดที่ NAS Service เข้ามามีบทบาท
NAS ที่ออกแบบมาสำหรับองค์กรยุคใหม่มักจะทำได้มากกว่าแค่ “เก็บไฟล์”
ให้ทีม แชร์ไฟล์และทำงานร่วมกัน ได้สะดวกขึ้น
มีระบบ สำรองข้อมูล (Backup) แบบอัตโนมัติ ลดความเสี่ยงข้อมูลหาย
เชื่อมต่อกับ Cloud เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและเพิ่มความมั่นใจด้านความปลอดภัย
จุดแข็งคือองค์กรสามารถคุมข้อมูลสำคัญได้มากขึ้น แต่ยังใช้ประโยชน์จาก Cloud ได้ในจุดที่เหมาะสม
Zero Trust: ความปลอดภัยไซเบอร์แบบ “ไม่เชื่อใครจนกว่าจะพิสูจน์ได้”
เมื่อทุกอย่างเชื่อมต่อออนไลน์มากขึ้น ระบบเดิมๆ ที่สมมติว่า “คนในองค์กรคือคนที่ไว้ใจได้” ไม่เพียงพออีกต่อไป แนวคิด Zero Trust จึงถูกผลักขึ้นมาเป็นมาตรฐานใหม่
หัวใจของ Zero Trust คือ
ไม่เชื่อถือใครโดยอัตโนมัติ แม้จะมาจากภายในองค์กรเอง
ตรวจสอบทุกการเข้าถึง ทั้งผู้ใช้ อุปกรณ์ และแอปพลิเคชัน
ให้สิทธิ์แบบ Least Privilege เท่าที่จำเป็นต่อการทำงาน
ในยุคที่การโจมตีไซเบอร์ซับซ้อนขึ้น และหลายครั้งเริ่มจากภายในหรือจากอุปกรณ์ที่ติดมัลแวร์ แนวคิดนี้จึงกลายเป็นกรอบคิดสำคัญสำหรับทุกองค์กรที่จริงจังเรื่องความปลอดภัย
B2B Connect: สะพานเชื่อมธุรกิจสู่ธุรกิจ
ในโลก B2B การมีสินค้าดีอย่างเดียวไม่พอ สิ่งที่องค์กรต้องการคือพาร์ตเนอร์ที่ช่วยดูแลตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ตั้งแต่จัดหาสินค้า ไปจนถึงบริการหลังการขาย
บริการสาย B2B Connect มักจะช่วยในหลายขั้นตอน เช่น
จัดหาสินค้าคุณภาพจากแบรนด์ที่เชื่อถือได้
ดูแลการ แพ็กสินค้าและจัดส่ง ให้ถึงมือลูกค้าอย่างมืออาชีพ
มีบริการหลังการขายที่ตามงานและใส่ใจรายละเอียด
ผลลัพธ์คือทำให้ธุรกิจสามารถโฟกัสกับการเติบโต การวางกลยุทธ์ และแคมเปญการตลาด โดยมีพาร์ตเนอร์ช่วยดูแลงานปฏิบัติการที่ซับซ้อนเบื้องหลัง
สรุป: ปี 2025 คือปีที่ “โครงสร้าง” และ “ประสบการณ์การใช้งาน” เปลี่ยนไปพร้อมกัน
จากภาพรวมทั้งหมดจะเห็นว่า ปี 2025 ไม่ได้มีแค่แก็ดเจ็ตใหม่ๆ ให้ลองเล่น แต่คือปีที่ โครงสร้างพื้นฐานด้าน IT และ AI กำลังยกเครื่องครั้งใหญ่ ขณะที่ฝั่งผู้ใช้ทั่วไปก็ได้สัมผัสเทคโนโลยีที่ฉลาดขึ้น ใช้งานง่ายขึ้น และคุ้มค่ามากขึ้น
ภาคองค์กร: ลงทุนใน AI Infrastructure, NAS, Zero Trust, B2B Connect เพื่อเติบโตอย่างมั่นคงและปลอดภัย
ภาคผู้ใช้ทั่วไป: มีตัวเลือกใหม่ทั้ง มือถือ หูฟัง แท็บเล็ต และคอนโซลเกม ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล
ใครตามเทรนด์ไม่ทันไม่เป็นไร แต่ใครไม่ตามเลยอาจเสียโอกาสใหญ่ ถึงเวลาที่ทั้งธุรกิจและผู้ใช้ต้องเลือกให้ตรงกับสิ่งที่ตัวเองต้องการจริงๆ แล้วปล่อยให้เทคโนโลยีทำหน้าที่เป็นตัวเร่งให้ก้าวไปข้างหน้าเร็วขึ้นและฉลาดขึ้นกว่าเดิม

