โหมดขาลงจบแล้ว: ทำไม DeFi Lending กำลังกลับมาแบบโหดมาก
หลังผ่านจุดต่ำสุดในปี 2024 ตลาดการให้กู้ยืมแบบ DeFi กลับมาเนื้อหอมอีกครั้ง กระแสขาขึ้นรอบใหม่ไม่ได้มาแบบเบา ๆ แต่เป็นการรีบาวด์ที่หนาแน่นด้วยตัวเลขจริง ไม่ใช่แค่ความรู้สึกของคนในวงการคริปโตเท่านั้น
มูลค่าการกู้ยืมแบบออนเชนดีดกลับจากจุดต่ำสุดราว 1.8 พันล้านดอลลาร์ ขึ้นไปแตะระดับ 19.1 พันล้านดอลลาร์ จาก 20 โปรโตคอลบน 12 บล็อกเชน ณ ไตรมาส 4 ปี 2024
ปริมาณการกู้ยืมแบบเปิดเติบโตทะลุ 959% ภายใน 8 ไตรมาส
ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2025 มูลค่า TVL ด้านการให้กู้ยืม DeFi แตะระดับสูงสุดใหม่ในประวัติศาสตร์
นี่ไม่ใช่แค่การฟื้นตัว แต่มันคือ “หน้าต่างโอกาส” สำหรับผู้ประกอบการและสายเทคที่กำลังมองหาโซลูชัน AI + DeFi เพื่อขึ้นขบวนโฆษณาและการเติบโตรอบใหม่ของตลาด
ทำไมสหรัฐอเมริกาถึงกลายเป็นฐานหลักของ AI DeFi Lending ในปี 2025
ถ้าให้เลือก “ฐานปล่อยยาน” สำหรับโปรเจกต์ AI DeFi Lending ในปี 2025 สหรัฐอเมริกาคือหนึ่งในตัวเลือกที่ทรงพลังที่สุด เพราะเป็นจุดที่ 3 แกนหลักมาชนกันอย่างพอดี: กฎระเบียบเริ่มชัด การยอมรับของผู้ใช้พุ่ง และนวัตกรรมทางการเงินเดินหน้าเร็วสุดขีด
1. กรอบกำกับดูแลที่เริ่มเป็นมิตรกับคริปโต
ความเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายกำลังปรับเกมให้โปรเจกต์ DeFi ทำงานง่ายขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
กฎหมายใหม่ในปี 2025 ทำให้ข้อกำหนดด้านการรายงานของ IRS บางส่วนสำหรับโบรกเกอร์ DeFi ถูกยกเลิก ลดภาระการปฏิบัติตามกฎหมายที่เคยทำให้โปรเจกต์ชะงัก
ก.ล.ต. ตั้งทีมงานด้านคริปโตขึ้นมาใหม่ โดยหันจากท่าทีแข็งกร้าวในอดีต มาสู่การออกแนวทางที่ชัดเจนมากขึ้นสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล
ร่างกฎหมาย Stablecoin หลายฉบับเริ่มวางกรอบทางกฎหมายที่จริงจังสำหรับเหรียญที่ตรึงกับดอลลาร์ ช่วยลดความคลุมเครือของสกุลเงินดิจิทัลที่สำคัญต่อระบบการให้กู้ยืม DeFi
ผลลัพธ์คือ ใครที่คิดจะทำแพลตฟอร์ม AI DeFi Lending ในสหรัฐฯ ไม่ได้เดินอยู่ในดินแดนสีเทาเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป
2. ผู้ใช้จริงมหาศาล ไม่ใช่แค่คนเล่นเก็งกำไร
ตลาดที่ดีต้องมี “คนใช้” ไม่ใช่แค่ “คนเทรด” ซึ่งจุดนี้สหรัฐฯ กำลังไปได้ไกลมาก
ชาวอเมริกันกว่า 65 ล้านคน หรือราว 28% ของผู้ใหญ่เป็นเจ้าของคริปโตแล้ว และกว่า 67% มีแผนจะเพิ่มการถือครองในปี 2025
งานวิจัยหลายชิ้นชี้ตรงกันว่าประเทศที่มี Gen Z และมิลเลนเนียลเนิร์ดเทคอย่างสหรัฐฯ มีแนวโน้มเปิดรับสกุลเงินดิจิทัลและเทคโนโลยีใหม่ก่อนใคร
เมื่อผู้ใช้เพิ่มขึ้น ความต้องการในเรื่อง ความปลอดภัย การสเกล และความ “ฉลาด” ของโปรโตคอล ก็เพิ่มขึ้นตามแบบเลี่ยงไม่ได้ นี่คือพื้นที่ทองของ AI + DeFi
3. เมกะเทรนด์ที่ดัน DeFi สู่เมนสตรีม
แนวโน้มตลาดไม่ได้อยู่แค่ในวงคริปโตอีกต่อไป แต่กำลังฝังตัวเข้าไปในระบบการเงินและบริการดิจิทัลรอบตัวเรา
Embedded Finance: แพลตฟอร์มที่ไม่ใช่ฟินเทค เช่น อีคอมเมิร์ซหรือโซเชียล สามารถฝังฟีเจอร์ให้กู้ยืมแบบ DeFi ได้ ทำให้ “ปล่อยกู้ทันทีตอนเช็คเอาต์” กลายเป็นฟีเจอร์ธรรมดา
RWA Tokenization: อสังหาริมทรัพย์ สินค้าโภคภัณฑ์ และสินทรัพย์โลกจริงถูกแปลงเป็นโทเค็น ทำให้ DeFi มีตัวเลือกหลักประกันและฐานผู้ใช้ที่หลากหลายมากขึ้น
เงินสถาบันไหลเข้า DeFi: ธนาคารและกองทุนเฮดจ์ฟันด์เริ่มจัดสรรเงินตรงเข้ากลุ่ม DeFi เพิ่มสภาพคล่องและเพิ่มความน่าเชื่อถือในสายตาตลาดดั้งเดิม
กล่าวง่าย ๆ: สหรัฐอเมริกากลายเป็น Testing Ground ชั้นดีของแพลตฟอร์ม AI DeFi Lending ที่คิดจะเล่นเกมระดับโลก
5 บริษัทพัฒนาแพลตฟอร์ม AI DeFi Lending ชั้นนำในสหรัฐฯ ปี 2025
ถ้าคุณเป็นผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ หรือทีมเทคที่อยากสร้างโครงสร้างพื้นฐานสินเชื่อแบบกระจายศูนย์ที่ทั้งปลอดภัย สเกลง่าย ฉลาดด้วย AI และเหมาะกับสหรัฐฯ การเลือกพาร์ตเนอร์พัฒนาถือเป็นดีลสำคัญ
ด้านล่างคือภาพรวมของ 5 ทีมพัฒนาแพลตฟอร์ม DeFi Lending ที่โดดเด่นในปี 2025 ซึ่งต่างมีผลงานจริง เทคสแต็กแน่น และโฟกัสด้านบล็อกเชนชัดเจน
1. Antier – สาย DeFi ตัวจริงที่ผสาน AI อย่างเป็นระบบ
Antier ไม่ได้เป็นแค่ผู้ให้บริการโซลูชัน AI ในโลกการเงินดิจิทัล แต่คือหนึ่งในผู้นำระดับโลกด้านบล็อกเชนและ DeFi ที่มีฐานปฏิบัติการในสหรัฐฯ พร้อมประสบการณ์ทำโปรเจกต์การเงินแบบกระจายศูนย์มานับไม่ถ้วน
บริการด้าน DeFi ที่โดดเด่นของ Antier
การพัฒนาแพลตฟอร์ม DeFi แบบ Custom ตั้งแต่ศูนย์
การพัฒนา DeFi Wallet สำหรับผู้ใช้และสถาบัน
การพัฒนา Social dApp เพื่อเชื่อมชุมชนและฟีเจอร์ฟินเทค
การออกแบบและพัฒนา UI/UX แบบเน้นประสบการณ์ผู้ใช้
การพัฒนาและตรวจสอบสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract)
การสร้างแพลตฟอร์ม DEX แบบกระจายศูนย์
การพัฒนาแพลตฟอร์ม Yield Farming และ Liquidity Mining
แพลตฟอร์มการให้กู้ยืม DeFi ที่ต่อยอดด้วย AI ทั้งด้านการประเมินความเสี่ยงและการกำหนดอัตราดอกเบี้ย
การสร้างโทเค็นสินทรัพย์ ทั้งแพลตฟอร์มโทเคไนซ์ การแลกเปลี่ยน RWA และ ATS
ที่ปรึกษา DeFi แบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบโปรโตคอล การปฏิบัติตามข้อกำหนด จนถึงการวางแผนการสเกล
ประสบการณ์และเทคโนโลยี
ประสบการณ์รวมในสายเทคมากกว่า 20 ปี และอยู่ในวงการบล็อกเชนกว่า 8 ปีเต็ม
ปล่อยโปรเจกต์บล็อกเชนสำเร็จมาแล้วมากกว่า 1,200 โปรเจกต์ทั่วโลก
เทคสแต็กรองรับ: Ethereum, Polkadot, Solana, Binance, Base, SUI, Hyperledger, Corda, Cardano, Polygon, Avalanche, Arbitrum, ZK-stack และอื่น ๆ อีกจำนวนมาก
โปรเจกต์ที่น่าสนใจ
Antier เป็นทีมเบื้องหลังแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยน DeFi สำหรับ Cardax ซึ่งช่วยให้การเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลแบบเพียร์ทูเพียร์เป็นไปอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และโปร่งใส พร้อมทั้งมีการสร้างแพลตฟอร์ม DeFi อีกหลายตัวที่รองรับฟีเจอร์ P2P Lending และ DeFi Lending เต็มรูปแบบ
พื้นที่ดำเนินงาน
ปฏิบัติการในสหรัฐอเมริกา
สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในอินเดีย และมีสำนักงานเพิ่มเติมในสหราชอาณาจักรและดูไบ
ไฮไลต์ฟีเจอร์แพลตฟอร์ม DeFi Lending จาก Antier
โปร่งใสและเน้นความปลอดภัยเต็มระดับโปรโตคอล
ระบบหลักประกัน (Collateral Logic) ที่ออกแบบได้ยืดหยุ่น
รองรับการให้กู้ยืมแบบหลายโทเค็น
ธุรกรรมแบบ Peer-to-Peer โดยตรง ลดตัวกลางและลดค่าใช้จ่าย
ดอกเบี้ยแบบไดนามิก ปรับตามสภาพตลาดและความเสี่ยง
รองรับการทำงานร่วมกับโปรโตคอลและบล็อกเชนอื่น (Interoperability)
ระบบ Analytics ครบชุดสำหรับติดตามการปล่อยกู้/กู้ยืม
การให้กู้ยืมและการเบิกสินเชื่ออย่างรวดเร็ว
ทำไมผู้ประกอบการจำนวนมากถึงเลือก Antier
ความเชี่ยวชาญในการออกแบบโปรโตคอล DeFi ที่ซับซ้อน ทั้งในมุมความปลอดภัยและการสเกล
ทีม Blockchain Engineer ที่มีประสบการณ์ตรงจากโปรเจกต์ DeFi ระดับโปรดักชันจำนวนมาก
การมีลูกค้าทั่วหลายภูมิภาคทำให้เข้าใจพลวัตตลาดและกฎระเบียบข้ามประเทศได้ดี เหมาะกับคนที่คิดจะขยายจากสหรัฐฯ ไปสู่ระดับโกลบอล
2. ScienceSoft – DNA ด้านซอฟต์แวร์การเงินที่เน้น Compliance
ด้วยประสบการณ์มากกว่าสามทศวรรษในด้าน IT Consulting และการพัฒนาซอฟต์แวร์ ScienceSoft ก้าวเข้ามาในโลก DeFi พร้อมโครงสร้างวิธีคิดแบบองค์กร ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎระเบียบเป็นหลัก
บริการหลัก
การพัฒนาแอปพลิเคชัน DeFi สำหรับองค์กรและสตาร์ทอัพ
การพัฒนาซอฟต์แวร์การเงินดิจิทัลที่ต้องการมาตรฐานสูง
การตรวจสอบสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract Audit)
การพัฒนาแพลตฟอร์มการให้กู้ยืม DeFi
บริการ IT Consulting เชิงกลยุทธ์
บริการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์
ที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการเงินและดิจิทัล
ประสบการณ์และผลงาน
มี Success Stories กว่า 3,600 เคส รวมถึงโปรเจกต์จากผู้เล่นรายใหญ่ในหลายอุตสาหกรรม
หนึ่งในงานที่น่าสนใจคือการสร้างพอร์ทัลลูกค้าสำหรับ Secure-DeFi สตาร์ทอัพสายฟินเทค โดยส่งมอบภายในเพียง 4 เดือนด้วยวิธี Agile
ที่ตั้ง
เมืองแมคคินนีย์ รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา
จุดแข็งสำหรับผู้ประกอบการ
ประสบการณ์ยาวนานในโลกเทคการเงิน ช่วยให้การออกแบบโซลูชันคำนึงถึงทั้งความเสถียร ความปลอดภัย และมาตรฐานองค์กร
แบรนด์ที่อยู่มานานช่วยสร้างความเชื่อมั่นระดับสูงในสายตาพันธมิตรและนักลงทุน
หมายเหตุ: ScienceSoft มีบริการด้านบล็อกเชนและสามารถครอบคลุมถึงการสร้างแพลตฟอร์ม DeFi Lending ได้ แต่รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ Lending เฉพาะทางไม่ได้เปิดเผยชัดเจนบนเว็บไซต์สาธารณะ
3. Debut Infotech – สาย Custom DeFi ที่จูนได้ตามวิสัยทัศน์
Debut Infotech คือบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ที่โฟกัสบล็อกเชนและ DeFi แบบจริงจัง จุดขายสำคัญคือการออกแบบแพลตฟอร์มที่ทั้งสเกลง่ายและปรับแต่งได้สูงสำหรับลูกค้าทั่วโลก
บริการด้าน DeFi
การพัฒนาแพลตฟอร์ม DeFi Lending & Borrowing ที่รองรับตรรกะหลักประกันแบบ Custom อัตราดอกเบี้ยแบบไดนามิก และการกู้ยืมหลายโทเค็นในแพลตฟอร์มเดียว
การสร้างโปรโตคอล DeFi ตามโจทย์เฉพาะของลูกค้า
การพัฒนา dApp บนบล็อกเชนยอดนิยม
การพัฒนาและ Audit สัญญาอัจฉริยะ
ที่ปรึกษาด้านบล็อกเชนและการอินทิเกรต DeFi เข้ากับระบบที่มีอยู่แล้ว
ประสบการณ์และเทคโนโลยี
ส่งมอบโซลูชันแบบ Custom มาแล้วมากกว่า 500 โปรเจกต์ ครอบคลุมวงการบันเทิง อาหารและเครื่องดื่ม การเงิน และอื่น ๆ
เทคสแต็ก: Ethereum, Hyperledger, Solana, Corda, Cardano, Polkadot, Polygon
ที่ตั้ง
ปฏิบัติการในสหรัฐอเมริกา
สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในอินเดีย
จุดเด่นสำหรับผู้ประกอบการ
เน้นการออกแบบแพลตฟอร์มให้ตรงกับวิสัยทัศน์ของแต่ละแบรนด์ ไม่ยัดของสำเร็จรูปให้ใช้แบบฝืน
เหมาะกับทีมที่ต้องการฟีเจอร์เฉพาะทาง หรือโมเดลการปล่อยกู้ที่แตกต่างจากแพลตฟอร์ม DeFi ทั่วไปในตลาด
4. RisingMax – จากซอฟต์แวร์เฮาส์สู่ผู้เล่น DeFi Ecosystem
RisingMax เป็นบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ขยายความเชี่ยวชาญเข้าสู่โลกบล็อกเชนและคริปโต โดยเสนอแพ็กเกจโซลูชัน DeFi แบบครบวงจรสำหรับองค์กรที่อยากกระโจนเข้ามาในระบบนิเวศนี้
บริการ DeFi ที่ให้บริการ
การจัดทำ Whitepaper และเอกสารเชิงกลยุทธ์สำหรับโปรเจกต์ DeFi
การพัฒนาแพลตฟอร์ม DeFi ในระดับโปรดักชัน
การให้คำปรึกษาด้าน Blockchain ตั้งแต่การออกแบบสถาปัตยกรรมจนถึงการวางโรดแมพ
การสร้างเครื่องมืออัตโนมัติสำหรับสัญญาอัจฉริยะและสภาพคล่อง
ให้คำปรึกษาเรื่อง Compliance และสถาปัตยกรรมเทคนิคที่รองรับการเติบโต
บริการอัปเกรดระบบและ Support หลังการเปิดตัวโปรเจกต์
ประสบการณ์และผลงาน
อ้างว่าดำเนินการโปรเจกต์แล้วมากกว่า 1,000 โปรเจกต์
สร้างแพลตฟอร์มอัตโนมัติเต็มระบบพร้อมฟีเจอร์การเทรดคริปโตขั้นสูงสำหรับลูกค้าระดับองค์กร
ที่ตั้ง
นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
จุดแข็งที่ผู้ประกอบการมองหา
ความยืดหยุ่นในการออกแบบโซลูชันให้เหมาะกับทั้งสตาร์ทอัพและองค์กรใหญ่
โฟกัสด้าน Compliance ทำให้เหมาะกับทีมที่ต้องการเล่นในกรอบกฎหมายสหรัฐฯ ตั้งแต่วันแรก
5. Synodus – ผู้เล่นใหม่ที่โตเร็วในสาย DeFi และฟินเทค
Synodus เป็นอีกหนึ่งทีมที่มีฐานปฏิบัติการในสหรัฐฯ แต่ตั้งสำนักงานใหญ่ในเวียดนาม พร้อมสาขาที่สิงคโปร์ แม้จะเป็นผู้เล่นใหม่กว่าเจ้าอื่น แต่เติบโตเร็วในวงการบล็อกเชนและฟินเทค
บริการหลัก
การพัฒนาแพลตฟอร์มการให้กู้ยืม DeFi ตั้งแต่ระดับโครงสร้างจนถึง UI
พัฒนาแดชบอร์ดการเทรด การเชื่อมต่อ API และเครื่องมือสร้างสภาพคล่องในระบบ DeFi
การพัฒนา dApp แบบกระจายอำนาจ
การพัฒนาสัญญาอัจฉริยะ
การสร้างโทเค็นสินทรัพย์จริง (RWA Tokenization)
การพัฒนาแพลตฟอร์ม P2P Lending
การพัฒนาแพลตฟอร์ม DeFi Lending แบบ Custom ตามเคสการใช้งานเฉพาะ
การพัฒนาโซลูชันฟินเทคอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ที่ปรึกษาด้าน Blockchain
รองรับการใช้งานข้ามอุปกรณ์เพื่อให้เข้าถึงผู้ใช้ได้ง่าย
ประสบการณ์และผลงานเด่น
ส่งมอบโปรเจกต์มากกว่า 80 โปรเจกต์ตั้งแต่ปี 2019 โดยเน้นสายฟินเทคและบล็อกเชนเป็นหลัก
หนึ่งในโปรเจกต์ที่น่าสนใจคือ SportFi – CoralApp แพลตฟอร์ม DeFi ที่เชื่อมเรื่องสุขภาพองค์รวมกับโลกดิจิทัล
ที่ตั้ง
มีการดำเนินงานในสหรัฐอเมริกา
สำนักงานใหญ่ในเวียดนาม และมีสำนักงานในสิงคโปร์
ทำไม Synodus เริ่มถูกจับตามอง
ใช้แนวทางทำงานแบบ “ร่วมออกแบบ” โดยให้ความสำคัญกับเป้าหมายเชิงธุรกิจของลูกค้าเป็นหลัก แล้วค่อยออกแบบโซลูชันเทคให้สอดคล้อง
มีผลงานด้านแพลตฟอร์ม P2P Lending ที่โทเคไนซ์สินทรัพย์จริง ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากใช้ RWA ในโมเดลสินเชื่อ
กระบวนการทำงานแบบ Agile ที่เน้น Time-to-Market ทำให้เหมาะกับสตาร์ทอัพที่ต้องการสปีด
แล้ว AI DeFi Lending ในสหรัฐฯ ใครกำลังนำเกม?
เมื่อมองทั้งตลาดจะเห็นว่ามีหลายทีมเก่งด้านบล็อกเชนและ DeFi แต่ถ้าโฟกัสไปที่ “การสร้างแพลตฟอร์ม DeFi Lending ที่ทั้งปลอดภัย สเกลง่าย รองรับข้อกำหนด และใช้ AI ได้จริงในสหรัฐฯ” Antier ถือเป็นหนึ่งในทีมที่โดดเด่นที่สุดในภาพรวม
เหตุผลสำคัญคือ:
พอร์ตโปรเจกต์บล็อกเชนมากกว่า 1,200 โปรเจกต์ แสดงให้เห็นความสามารถในการส่งมอบจริง ไม่ใช่แค่สไลด์พรีเซนต์สวย ๆ
บริการ DeFi แบบ Full-Stack ครอบคลุมตั้งแต่โปรโตคอล สัญญาอัจฉริยะ UI/UX ไปจนถึงการปฏิบัติตามข้อกำหนด
ความเข้าใจด้านกฎหมายและ Compliance ข้ามเขตอำนาจศาล ทำให้สามารถออกแบบแพลตฟอร์มที่พร้อมโตจากสหรัฐฯ ไปตลาดอื่นได้ตั้งแต่วันแรก
สำหรับผู้ประกอบการและองค์กรที่อยากสร้างโครงสร้างพื้นฐานการเงินยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยกู้แบบอัลกอริทึม สินเชื่อที่มีหลักประกัน หรือแพลตฟอร์ม Optimize ผลตอบแทน AI-first การจับมือกับทีมที่เข้าใจทั้งเทคโนโลยีและภาพใหญ่ทางธุรกิจคือกุญแจสำคัญ
ท้ายที่สุดแล้ว เกมนี้ไม่ใช่แค่การปล่อยกู้ แต่คือการออกแบบระบบการเงินยุคใหม่ที่ทำงานแบบไร้ตัวกลาง โปร่งใส และฉลาดขึ้นทุกวันด้วย AI
ใครที่กำลังคิดจะลงสนาม AI DeFi Lending ปี 2025 คือจังหวะที่ดีมากในการเริ่มวางสถาปัตยกรรม ตั้งทีมพันธมิตร และออกแบบโปรโตคอลให้พร้อมรองรับการเติบโตระยะยาวตั้งแต่ตอนนี้

