รับแอปรับแอป

ทริปชีวิตของกบ พิมลรัตน์: ปล่อยใจเป็นธรรมชาติ และไปให้ไกลกว่าบทเดิม

นราธิป ศรีจันทร์01-30

จากนางเอกสุริโยไท สู่เส้นทางใหม่ของชีวิต

หลายคนคงคุ้นหน้า “กบ – พิมลรัตน์ พิศลยบุตร” จากบทนางเอกสุดตราตรึงในหนังประวัติศาสตร์เรื่อง “สุริโยไท” ยุคนั้นเธอประสบความสำเร็จอย่างสูง ก่อนจะค่อยๆ ถอยออกจากวงการไปใช้ชีวิตครอบครัว แต่งงาน ทำงานเบื้องหลัง และหายไปจากสายตาคนดูพักใหญ่

วันนี้กบกลับมาอีกครั้งด้วยบทบาทใหม่ในโลกออนไลน์ ในฐานะ Influencer สาย Beauty ที่มียอดผู้ติดตามหลักแสน พร้อมมุมมองต่อชีวิตที่นิ่งขึ้น ลึกขึ้น และโฟกัสกับ ความสุขเล็กๆ ในทุกวัน มากกว่าชื่อเสียงหรือเป้าหมายยิ่งใหญ่

เธอเลือกปล่อยชีวิตให้ไหลไปตามธรรมชาติ ไม่ฝืน ไม่ทน และมองเห็นคุณค่าของตัวเองในทุกช่วงจังหวะของการหายใจอยู่

จุดเริ่มต้นสู่โลก Influencer ความงาม

ช่วงโควิดที่ทุกคนติดอยู่บ้าน กบเริ่มหยิบเมกอัพขึ้นมาแต่งหน้าไลฟ์สดเล่นๆ บน IG แล้วทุกอย่างก็เริ่มจากตรงนั้น

  • เธอทดลองแต่งหน้าไลฟ์สดฆ่าเวลา แต่ฟีดแบ็กดีกว่าคาด

  • แฟนคลับทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ รวมถึงคนที่ไม่รู้จักเธอมาก่อน เริ่มตามเข้ามาดู

  • คอนเทนต์ด้านความสวยความงาม ทำให้คนรู้จักกบในมุมใหม่ ไม่ใช่แค่นักแสดงยุคก่อน

ปัจจุบันกบทำคอนเทนต์ Beauty ผ่านหลายช่องทาง ทั้ง IG, TikTok และแพลตฟอร์มอื่นๆ แต่หัวใจหลักยังอยู่ที่ IG ซึ่งทำให้เธอได้ใกล้ชิดกับผู้ติดตามมากที่สุด

สมัยแต่งงานเธอต้องเดินทางบ่อยเพื่อช่วยอดีตสามีทำธุรกิจ เลยเว้นช่วงการทำคอนเทนต์ไปบ้าง พอกลับมาโสด จึงตั้งใจกลับมาโฟกัสงาน Influencer อย่างจริงจัง ให้เป็นงานหลักที่ได้เป็นตัวของตัวเองเต็มที่

ความรักในงานบันเทิง และบทที่เธออยากเล่น

แม้งาน Influencer จะกลายเป็นเส้นทางใหม่ที่เธอสนุกกับมัน แต่งานในวงการบันเทิงก็ยังเป็นสิ่งที่อยู่ในหัวใจเสมอ

กบเริ่มทยอยกลับมารับงานรายการทีวีบ้าง เช่น การไปเป็นแขกรับเชิญในรายการเพลงชื่อดัง แม้จะรู้สึกตื่นเต้นเพราะห่างหายจากหน้ากล้องไปนาน ถึงขั้นมีลืมบทบ้าง แต่การได้กลับมาเจอพี่ๆ น้องๆ ในวงการก็ทำให้เธอรู้สึกสดชื่น

เธอเล่าว่าเส้นทางในวงการของตัวเองไม่เคยเดินเส้นตรงเพียงเส้นเดียว

  • เคยเป็นนักแสดงอย่างเต็มตัว

  • เคยออกไปทำงานเป็น Personal Shopper ให้ซูเปอร์แบรนด์

  • เคยลองทำงานโปรดิวเซอร์รายการทีวีช่องใหญ่

  • เคยช่วยอดีตสามีทำธุรกิจเกี่ยวกับสารเคมี ดูแลด้านการตลาด โปรดักชัน และเดินทางเช็กงาน

ทั้งหมดคือประสบการณ์ที่ทำให้เธอรู้ว่า ชีวิตไม่จำเป็นต้องยึดติดอยู่ที่บทเดียวหรืออาชีพเดียว

สำหรับงานแสดง กบยอมรับว่าตลอดที่ผ่านมา มีคนชวนเล่นหนังและละครอยู่เสมอ แต่หลายบทยังไม่ทำให้รู้สึก “ว้าว” มากพอ เธอไม่อยากกลับไปเล่นแต่บทเดิมๆ ที่คนคุ้นภาพ เช่น บทย้อนยุค ใส่ชุดไทย แบบที่คนจำจากผลงานเก่า

เธอเชื่อว่า

  • การรับบทซ้ำๆ ทำให้คนดูติดภาพเดิม และทำให้นักแสดงไม่ได้พัฒนาฝีมือ

  • เธออยากลองบทที่ไม่เคยเล่น มิติที่แตกต่าง และลึกกว่าที่คนคาดคิด

เธอเคยเล่นบทร้าย แต่ในแบบของหนังที่มนุษย์ยังดูเป็นสีเทา มีทั้งด้านดีและด้านแย่ ไม่ใช่ร้ายแบบการ์ตูนโอเวอร์เหมือนในละครบางเรื่อง ที่เต็มไปด้วยการตบตีแย่งผู้ชายและการใช้พลังอารมณ์แบบไม่สร้างสรรค์

กบเล่าว่า บทที่ต้องทำหน้าตาแบบเดิม ใช้น้ำเสียงแบบเดิมซ้ำๆ ในละคร ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดและปวดหัว ทั้งๆ ที่ก็ต้องชื่นชมคนที่เล่นแนวนั้นได้ เพราะมันใช้พลังงานมหาศาล

ตอนนี้เธอยังไม่รีบรับงานแสดงใหม่ เพราะกำลังรอบทที่อยากเล่นจริงๆ เธออยากให้ผู้กำกับคนหนึ่งกล้าพาเธอไปอยู่ในมุมที่ไม่มีใครคาดคิด

ปีนี้คนดูก็น่าจะได้เห็นกบกลับมาเล่นหนังและละครอีกครั้ง เพียงแต่เธอไม่คิดจะยึดงานแสดงเป็นอาชีพหลักเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว

ทำงานที่รัก และครีเอตตัวเองในแบบใหม่

ทุกวันนี้กบมองว่างาน Influencer คือพื้นที่ที่เธอได้สนุก ได้เป็นตัวเอง และยังตอบโจทย์คนดูที่สนใจเรื่องความสวยความงามอยู่เสมอ

เนื้อหาที่เธอหยิบมาทำมีหลากหลาย เช่น

  • การดูแลผิว

  • การดูแลเส้นผม

  • วิธีการแต่งหน้า

  • การเลือกเครื่องสำอางให้เหมาะกับแต่ละคน

  • แรงบันดาลใจด้านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์

สิ่งที่ทำให้เธออินกับงานนี้คือ มันกว้างพอให้เธอครีเอตได้ไม่รู้จบ และใช้ตัวตนจริงๆ ของตัวเองเป็นต้นทาง

งานแสดงสำหรับเธอ เป็นการสวมบทบาทของตัวละครที่ไม่ได้เป็นตัวเรา แต่เป็นโลกอีกใบหนึ่งที่เราสร้างขึ้น เธอจึงรักทั้งสองบทบาทในคนละแบบกัน

สำหรับแผนเรื่องธุรกิจส่วนตัว เธอยอมรับว่าก็กำลังมองๆ อยู่เหมือนกัน แน่นอนว่าผลิตภัณฑ์ที่เธออยากทำคงหนีไม่พ้นหมวด

  • Beauty

  • Fashion

  • Lifestyle

เพราะนั่นคือโลกที่เธอรักและอยู่กับมันมานาน

ปล่อยให้ชีวิตไหล แต่ไม่หลุดจากความจริง

เมื่อถามถึงวิธีรับมือกับปัญหาและเรื่องแย่ๆ ในชีวิต กบตอบอย่างเรียบง่าย แต่ลึก

เธอเลือกมองชีวิตแบบนี้

  • ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ

  • รับได้ก็รับ รับไม่ได้ก็ไม่ต้องฝืน แต่ต้องยอมรับความจริง

  • อย่าหลอกตัวเองว่าโลกจะเป็นไปตามแบบที่เราออกแบบไว้ทุกอย่าง

เธอเชื่อว่า ชีวิตเก่งขึ้นจากการผิดพลาดที่เคยผ่านมา พอเจอเรื่องใหม่ๆ ก็จะรับมือกับมันได้ดีขึ้นทีละนิด แต่ไม่ได้แปลว่าเราจะคอนโทรลทุกอย่างได้เสมอไป

ความสุขในวันนี้ของกบเรียบง่ายมาก ไม่ได้ใหญ่โตหรืออลังการ

  • ตื่นมาแล้วเห็นอะไรที่ทำให้ยิ้มได้

  • ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ

  • ขับรถฟังเพลงที่ชอบก็มีความสุขแล้ว

  • ได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับสุนัขที่รัก

  • ได้ทำงานที่รัก และส่งต่อความงามเหมือนงานศิลปะผ่านการแต่งหน้า

สำหรับเธอ ความสุขไม่ใช่โจทย์ยาก ไม่ได้ผูกกับเป้าหมายว่าต้องมีเงินเท่าหนึ่ง ต้องสำเร็จแบบนั้นแบบนี้ถึงจะโอเค ชีวิตไม่มีเดดไลน์ตายตัว มีเพียงการทำให้ทุกวันมีความหมายและมีความสุขที่สุดเท่าที่จะทำได้

กบมองว่าตัวเองอาจจะโชคดี ที่ได้เจอความสำเร็จตั้งแต่เด็ก เลยรู้เร็วว่าชื่อเสียงหรือความสำเร็จไม่ใช่คำตอบสุดท้ายของชีวิต

เธอรู้ทันว่า

  • ชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน

  • ทุกอย่างมีขึ้น มีลง เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

เรียนรู้เรื่องความรัก และการยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง

สำหรับเรื่องความรัก กบไม่ได้มองตัวเองว่าพร้อมวิ่งเข้าไปหาความสัมพันธ์ใหม่ทันทีหลังจากเจ็บมา เธอยอมรับว่าแผลยังสด เลยแอบกลัวการเริ่มต้นใหม่อยู่บ้าง

แต่ลึกๆ แล้ว เธอไม่ได้ปิดประตูหัวใจ และไม่ได้กลัวความรักในอนาคต เพียงแค่มองว่ามันยังไม่ใช่ตอนนี้

สิ่งที่เธอทำคือ

  • ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนว่าอยากเจอคนแบบไหน

  • ภาวนาให้ได้พบคนดี คนจริงใจ เพื่อนดีๆ มิตรภาพดีๆ และคู่ชีวิตที่ดี

  • ไม่อยากเสียเวลากับคนที่ไม่ใช่ ถ้าไม่ดี ก็ขอให้ออกไปจากชีวิตเร็วๆ จะได้ไม่เปลืองเวลา

กบยังเป็นคนที่ชอบหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า จุดเปลี่ยนที่ทำให้หันมาสนใจธรรมะ มาจากช่วงวัยรุ่นที่ต้องเจอความเฟลหลายอย่าง ทั้งเรื่องความรัก เรื่องงาน และคนรอบตัว

โดยเฉพาะตอนคุณพ่อป่วย ซึ่งสำหรับเธอ พ่อคือทุกอย่างในชีวิต ช่วงนั้นกบแทบไม่มีอะไรยึดเหนี่ยว เลยเริ่มหันมาสวดมนต์ และพบว่ามันช่วยให้ใจสงบลงได้จริงๆ

เธอเชื่อใน กฎของแรงดึงดูด ว่าเมื่อเราคิดดี มีทัศนคติที่ดี คนดีๆ ก็จะถูกดึงดูดเข้ามาในชีวิต

เคารพตัวเอง และอย่าทนอยู่กับสิ่งที่ทำร้ายใจ

กบมองชีวิตวันนี้แบบไม่เร่งรีบ ปล่อยให้ทุกอย่างไหลไป แต่ก็ไม่ได้ใช้ชีวิตโดยไม่คิด เธอยังวางแผนเรื่องสำคัญต่างๆ อย่างมีสติ

  • วางแผนทำธุรกิจ

  • วางแผนการเงิน

  • ดูแลตัวเอง

  • ดูแลน้องหมาและครอบครัว

  • วางแผนการทำงานแม้งานที่ทำจะยังไม่มั่นคง 100%

เธอยอมรับว่าอุปสรรคเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต แต่พยายามไม่เอาใจไปยึดติดกับมัน ไม่ใช้ตัวเองเป็นมาตรฐานตัดสินคนอื่น และไม่ยอมเสียเวลากับเรื่องที่ไม่ดีหรือไม่จำเป็นต้องอยู่

ถ้าเจออะไรแล้วรู้สึก “เอ๊ะ” เธอจะปล่อย ไม่ฝืน ไม่ยื้อ เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเสียใจนานเกินไป

กบบอกอย่างตรงไปตรงมาว่า เธอไม่สามารถสอนใครให้รับมือกับปัญหาได้หรอก เพราะพื้นฐานชีวิตแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนมีทางเลือก บางคนไม่มี

แต่สำหรับคนที่จำเป็นต้องทนอยู่กับเรื่องแย่ๆ เธอมองว่ามันอาจจะเป็นช่วงเวลาที่ขมขื่น และหนักหนา แต่ก็เชื่อว่าถ้าเราทนถึงที่สุดแล้ว พยายามทำทุกอย่างเต็มกำลังแล้ว สุดท้ายเราจะออกมาจากตรงนั้นได้เอง โดยไม่ต้องรอให้ใครมาบอก

เธอทิ้งท้ายด้วยแนวคิดสำคัญที่สะท้อนตัวตนของเธอในวันนี้

  • ยอมรับความจริง

  • อย่าหลอกตัวเอง

  • อย่าทนอยู่ในที่ที่ทำร้ายเรา

  • เคารพตัวเอง และเชื่อมั่นในทุกการตัดสินใจของตัวเอง

  • คิดเสมอว่า เราเป็นคนมีคุณค่า

เมื่อถึงวันที่เราพร้อม เราจะเดินออกมาจากทุกสิ่งที่ไม่ใช่ของเราได้เอง และเมื่อกล้าก้าวข้ามออกมาแล้ว สิ่งที่ดีกว่ามักรออยู่ข้างหน้าเสมอ

และระหว่างทางนั้น… แค่ได้ขับรถไปต่างจังหวัด เปิดเพลงที่ชอบ ปล่อยลมผ่านหน้าต่างรถ พร้อมสุนัขตัวโปรดนั่งอยู่ข้างๆ สำหรับกบ แค่นั้นก็ถือว่าเป็นทริปเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความสุขและความหมายแล้ว