ปีใหม่ยุคใหม่: เที่ยวให้คุ้มแบบไม่ต้องเหนื่อยแบกของ
ช่วงเทศกาลปีใหม่คือจังหวะทองของสายเที่ยว ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวประเทศไทยกันแบบแน่นประเทศ โดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวและสนามบินใหญ่ที่แทบจะคนล้นทุกมุม
แต่ในบรรยากาศสนุกคึกคัก ก็แถมมาด้วยปัญหาคลาสสิกที่นักเดินทางต้องเจอทุกปี นั่นคือ เรื่องสัมภาระ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าใบใหญ่ ใบเล็ก หรือของฝากสารพัดอย่าง ล้วนกลายเป็นภาระที่ทำให้การเดินทางยุ่งยาก และเสียเวลาไปไม่น้อย
เทรนด์ใหม่มาแรง: เที่ยวแบบไม่ต้องแบกกระเป๋า
จากแนวโน้มการท่องเที่ยวล่าสุด นักท่องเที่ยวยุคใหม่เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับ “การเดินทางแบบตัวเบา ไม่ต้องลากกระเป๋าไปทุกที่” มากขึ้น
เพราะอะไร? เพราะการแบกกระเป๋าไปทุกจุดหมาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินเล่นในเมืองก่อนเช็กอินโรงแรม การรอต่อเครื่อง หรือการย้ายเมืองในช่วงเทศกาลปีใหม่ มันคือการเผาผลาญพลังงานและเวลาแบบไม่จำเป็น
เทรนด์นี้สะท้อนให้เห็นว่า นักเดินทางวันนี้ไม่ได้โฟกัสแค่เรื่องประหยัดงบอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญกับ ความสะดวกสบาย และคุณภาพชีวิตระหว่างทริป มากขึ้นอย่างชัดเจน
ปี 2026: ใครแบกกระเป๋าเองตลอดทาง ถือว่าเอาต์
ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวมองตรงกันว่า เทรนด์ท่องเที่ยวปี 2026 จะหมุนไปในทิศทางของการ ลดภาระ ลดความยุ่งยากระหว่างเดินทาง โดยมีเรื่อง “สัมภาระ” เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประสบการณ์เที่ยว
นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยเริ่มไม่อยากเสียเวลาไปกับการลากกระเป๋าในพื้นที่คนแน่น ๆ อย่างเช่น
สนามบินที่คนต่อคิวกันเป็นกิโล
เมืองท่องเที่ยวยอดฮิต ที่ทั้งร้อน ทั้งคนเยอะ
รถไฟฟ้า รถไฟ หรือขนส่งสาธารณะที่ต้องเบียดเสียดกัน
ยิ่งอยากใช้เวลาเที่ยวให้คุ้มเท่าไหร่ คนก็ยิ่งอยากเดินตัวเบามากขึ้นเท่านั้น
มุมมองจากคนทำบริการฝาก–ส่งกระเป๋า
ผู้บริหารจาก AIRPORTELs ผู้ให้บริการรับฝากและจัดส่งสัมภาระสำหรับนักท่องเที่ยวในประเทศไทย เล่าว่า ช่วงปีใหม่คือช่วงที่ระบบการเดินทางหนาแน่นที่สุด นักท่องเที่ยวต้องเจอทั้งคิว เช็กอิน เปลี่ยนเที่ยวบิน และต่างคนต่างมองหาวิธีทำให้ทริปของตัวเอง ลื่นไหลที่สุด
แนวคิด “เดินทางแบบไม่ต้องแบกกระเป๋า” จึงตอบโจทย์เต็ม ๆ เพราะช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถ
บริหารเวลาได้ดีขึ้น
เริ่มเที่ยวได้ตั้งแต่วันแรกที่มาถึง
ไม่ต้องให้กระเป๋าใบโตมาขวางความสนุกของทริป
AIRPORTELs ยังพบว่า เทรนด์นี้ไม่ได้เกิดแค่ในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น แต่ คนไทยเองก็เริ่มใช้บริการลักษณะนี้มากขึ้นเช่นกัน
กลุ่มที่ใช้บริการบ่อย เช่น
ครอบครัวที่มีกระเป๋าและของใช้เยอะ
ผู้สูงวัยที่ไม่อยากฝืนแรงลากกระเป๋าหนัก ๆ
นักเดินทางที่ต้องย้ายที่พักหลายครั้ง หรือบินข้ามเมืองหลายช่วงในทริปเดียว
เมื่อ “ประสบการณ์เที่ยว” สำคัญกว่าความเหนื่อยล้า
นักเดินทางยุคนี้ให้คุณค่ากับ ประสบการณ์ มากกว่าการลงไปจัดการรายละเอียดจุกจิกที่ทำให้เหนื่อยจนหมดสนุก การลดภาระเรื่องสัมภาระจึงกลายเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของการวางแผนทริปดี ๆ สักทริป โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลใหญ่อย่างปีใหม่
ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า เทรนด์การเที่ยวแบบ “ไม่ต้องแบกกระเป๋าเองตลอดเวลา” จะยิ่งเติบโตต่อเนื่องในปี 2026 ควบคู่ไปกับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลก
เพราะนักท่องเที่ยวต้องการ
การเดินทางที่สะดวกกว่าเดิม
ความปลอดภัยของสัมภาระ
การใช้เวลาทุกชั่วโมงของทริปได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
และแน่นอนว่า เมืองท่องเที่ยวหลักและสนามบินสำคัญของประเทศไทย จะกลายเป็นพื้นที่ที่บริการลักษณะนี้ถูกใช้งานหนาแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
สรุป: ปีใหม่นี้ ถ้าอยากเดินเที่ยวในเมืองให้สุด ควรเริ่มจากการ “วางกระเป๋า”
สำหรับสายเดินเที่ยวในเมืองที่อยากใช้เวลาไปกับร้านเด็ด คาเฟ่ลับ หรือแลนด์มาร์กใหม่ ๆ แบบไม่ต้องเหนื่อยแบกของ เทรนด์ “เดินตัวเบา” คือคำตอบของยุค 2026 อย่างแท้จริง
เพราะยิ่งทริปเบาเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งมีพื้นที่ให้เก็บความทรงจำดี ๆ ได้มากขึ้นเท่านั้น

