หนึ่งวันชิล ๆ บนเกาะเอโนชิมะ
อยากหนีความวุ่นวายในโตเกียวสักวันไหม? ลองลองเปลี่ยนบรรยากาศมาที่ เกาะเอโนชิมะ (Enoshima) เกาะเล็ก ๆ ริมทะเลที่มาพร้อมวิวภูเขาไฟฟูจิแบบเน้น ๆ ในวันที่ท้องฟ้าเปิด
ที่นี่คือหนึ่งในเดย์ทริปยอดฮิตของคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะรวมทุกอย่างที่คนรักการเที่ยวต้องการไว้ในที่เดียว ทั้งทะเล ศาลเจ้า คาเฟ่ ของกินเพียบ ไปจนถึงจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกสุดโรแมนติก
บทความนี้จะพาไปเที่ยวเอโนชิมะแบบ 1 วันเต็ม ใช้พาสเดียวอย่าง Enoshima-Kamakura Freepass ก็เก็บได้ทั้งเอโนชิมะและต่อไปคามาคุระได้สบาย ๆ
ทำความรู้จักเกาะเอโนชิมะ
เอโนชิมะ (Enoshima) เป็นเกาะเล็ก ๆ เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4 กม. อยู่ริมชายฝั่งในเขตของ เมืองฟูจิซาวะ (Fujisawa) ทางตอนใต้ของ คามาคุระ (Kamakura) จังหวัดคานากาวะ เดินข้ามสะพานจากฝั่งแผ่นดินใหญ่ไปได้แบบชิล ๆ ไม่ต้องนั่งเรือ
บนเกาะมี กลุ่มศาลเจ้าเอโนชิมะ (Enoshima Shrine) ที่ขึ้นชื่อเรื่องการขอพร โดยเชื่อว่าเป็นที่ประดิษฐานของ เทพีเบ็นไซเท็ง (Benzaiten) เทพีแห่งดนตรีและความบันเทิง ผู้คนจึงนิยมมาขอพรเรื่องชื่อเสียง โชคลาภ ความมั่งคั่ง ไปจนถึงความรัก
นอกจากสายมูแล้ว เอโนชิมะยังเป็นสวรรค์ของสายเที่ยวและสายถ่ายรูป เพราะมีทั้งประภาคารชมวิว สวนพฤกษศาสตร์ ชายหาด ถ้ำธรรมชาติ จุดชมพระอาทิตย์ตก รวมถึงออนเซ็นให้แช่ตัวพักเหนื่อย
วิธีเดินทางจากโตเกียวด้วยรถไฟ Odakyu
ตัวเลือกเดินทางยอดนิยมจาก Shinjuku คือรถไฟสาย Odakyu มีให้เลือก 2 แบบหลัก ๆ
นั่ง Odakyu Line (Rapid Express) จาก Shinjuku ตรงยาวถึงสถานี Katase-Enoshima ไม่ต้องเปลี่ยนขบวน ใช้เวลาประมาณ 70 นาที ค่าโดยสารราว 650 เยน
นั่ง Odakyu Line (Limited Express) Romancecar วิ่งตรงถึง Katase-Enoshima เช่นกัน ใช้เวลาประมาณ 65 นาที ค่ารถประมาณ 1,400 เยน
ถ้าอยากประหยัดและเที่ยวได้คุ้มในวันเดียว แนะนำให้ใช้พาส Enoshima-Kamakura Freepass ราคาโดยประมาณ 1,640 เยน
พาสนี้คุ้มยังไง?
เหมารถไฟสาย Odakyu ไป–กลับจากโตเกียวใน 1 วัน (ต้นทางหลักคือ Shinjuku)
ใช้นั่งรถไฟสาย Enoden วิ่งเลียบทะเลต่อไปเที่ยวคามาคุระได้
ถ้าจะนั่ง Romancecar ก็แค่จ่ายเพิ่มค่าจองที่นั่งประมาณ 750 เยนต่อเที่ยว
รู้จัก Enoshima-Kamakura Freepass ให้พร้อมก่อนใช้
สิทธิ์ที่ได้จากพาส
พาสใบเดียว แต่ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างมาก ๆ
นั่ง Odakyu Line ไป–กลับระหว่าง สถานี Shinjuku (หรือต้นทางที่เลือก) ถึง สถานี Fujisawa
นั่ง Odakyu Line ระหว่าง Fujisawa – Katase-Enoshima ได้ไม่จำกัดเที่ยวใน 1 วัน
นั่ง Enoden Line ได้ไม่อั้นตลอดเส้นทางในช่วงที่กำหนดใน 1 วัน
ใช้โชว์เพื่อรับ ส่วนลดค่าเข้าชมสถานที่ในเอโนชิมะและคามาคุระ เช่น Enoshima ESCAR, Enoshima Iwaya Cave, Enoshima Sea Candle เป็นต้น
ใช้ได้ 1 วันเต็ม เหมาะกับการจัดทริป One Day Trip แบบแน่น ๆ
เรื่องราคาพาส
สามารถเช็คราคาอัปเดตและรายละเอียดล่าสุดของพาสได้จากเว็บไซต์ทางการของ Odakyu ก่อนเดินทาง เพื่อวางแผนงบประมาณให้เหมาะกับทริป
แพลนเที่ยวเอโนชิมะ 1 วันจากโตเกียว
ส่วนใหญ่คนจะเริ่มออกเดินทางจากโตเกียวในตอนเช้า แล้วใช้เวลาทั้งวันอยู่ที่เอโนชิมะ ก่อนจะเลือกกลับโตเกียว หรือแวะไปคามาคุระต่อช่วงบ่าย–เย็น
ต่อไปนี้คือไกด์ไลน์การเที่ยว 1 วันที่เดินตามได้จริง และเหมาะกับทั้งสายเดินเล่นชิล ๆ และสายถ่ายรูปสวย
จุดเริ่มต้น: สถานี Odakyu Shinjuku
เริ่มทริปกันที่ สถานี Odakyu Shinjuku
ถ้าใช้ Enoshima-Kamakura Freepass แบบดิจิทัล เวลาจะเข้าประตูของ Odakyu ให้มองหาช่องที่มีคำว่า “QRチケット” พร้อมกล่องสีเหลืองหรือสีขาว จากนั้นสแกน QR Code บนมือถือแล้วเดินเข้าไปได้เลย ไม่ต้องยุ่งกับตั๋วกระดาษ
มาถึงเอโนชิมะ: สถานี Katase-Enoshima
นั่ง Rapid Express จาก Shinjuku ราว ๆ 70 นาที ก็จะมาถึง สถานี Katase-Enoshima ที่มีเอกลักษณ์สุด ๆ ภายนอกออกแบบคล้ายศาลเจ้า โครงสร้างโค้งมนดูน่ารัก มีฟีลเหมือนศาลเจ้าเป่าลม เป็นหนึ่งในสถานีที่ถ่ายรูปออกมาแล้วดูโดดเด่นมาก
ออกจากสถานีแล้วให้เดินตามป้ายไปทางทะเล จะเจอสะพานคนเดินเล็ก ๆ ก่อน จากนั้นจะเห็นสะพานใหญ่ทอดยาวไปยังเกาะเอโนชิมะ เดินข้ามไปได้เลย บรรยากาศลมทะเลพัดสบาย เป็นจุดเริ่มต้นทริปที่สดชื่นมาก
จุดถัดไป: ศาลเจ้าเอโนะชิมะ (Enoshima Shrine)
เป้าหมายแรกบนเกาะคือ ศาลเจ้าเอโนะชิมะ (Enoshima Shrine) ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์และบรรยากาศดีมาก ระหว่างทางขึ้นศาลเจ้าจะเต็มไปด้วยร้านรวงต่าง ๆ ทั้งร้านอาหาร ของฝาก และของกินเล่น เหมาะกับสายแวะถ่ายรูปและสายกินไปด้วยเที่ยวไปด้วย
ศาลเจ้าเอโนะชิมะเป็นกลุ่มศาลเจ้าที่ประดิษฐานเทพเจ้าหลายองค์ ผู้คนมักมาขอพรเรื่อง ความมั่งคั่ง สุขภาพ และความรัก ใครสายมู สายคู่รัก หรืออยากเริ่มต้นทริปด้วยการไหว้ขอพร แนะนำให้แวะที่นี่ก่อนเลย
ตัวศาลเจ้าตั้งอยู่บนเนินเขา สามารถเดินขึ้นบันไดได้ หรือถ้าอยากเก็บแรงไว้เดินต่อทั้งวัน จะใช้บริการบันไดเลื่อน Enoshima ESCAR ก็ได้ ค่าบริการประมาณ 360 เยน เป็นบันไดเลื่อนที่แบ่งเป็น 3 ช่วง
ถ้ามี Enoshima-Kamakura Freepass อย่าลืมหยิบออกมาโชว์ เพื่อรับส่วนลดประมาณ 10% ด้วย
ถ้ำลึกลับริมทะเล: Enoshima Iwaya Cave
เดินลึกเข้าไปด้านหลังเกาะจะเจอจุดหมายต่อไปคือ ถ้ำเอโนชิมะ อิวายะ (Enoshima Iwaya Cave) อยู่ปลายสุดของทางเดินเลียบชายฝั่ง เป็นถ้ำที่เกิดจากการกัดเซาะของคลื่นทะเลมาเป็นเวลาหลายปี
ในสมัยเอโดะเชื่อกันว่า ที่นี่เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มีผู้คนมาปฏิบัติธรรมและสักการะกันมากมาย มีความเชื่อว่าพลังจากภูเขาไฟฟูจิถูกส่งตรงมาถึงถ้ำแห่งนี้
ค่าเข้าอยู่ราว ๆ 500 เยน และสามารถใช้ Enoshima-Kamakura Freepass รับส่วนลด 10% ได้เช่นกัน
ภายในถ้ำแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกมีความลึกประมาณ 152 เมตร ส่วนที่สองลึกประมาณ 56 เมตร ด้านในจะมืดและเย็น มีบรรยากาศเงียบขรึมเป็นเอกลักษณ์ นักท่องเที่ยวจะได้เทียนมาถือเป็นไฟนำทาง เพิ่มฟีลลึกลับเหมือนผจญภัยเล็ก ๆ
เมื่อเดินทะลุถ้ำออกมา จะเจอ ลานหินจิโกกะฟุจิ (Chigogafuchi) ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกพร้อมฉากหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิที่สวยมากแบบเกินคำบรรยาย
ใครสายถ่ายรูปแนะนำให้แพลนเวลามาช่วงเย็น ๆ แสงใกล้ตก จะได้ภาพฟ้าสวย น้ำทะเลโทนอบอุ่น และภูเขาไฟฟูจิตัดกับขอบฟ้าแบบพีคสุด
พักท้องด้วยเมนูเด็ดประจำเอโนชิมะ
เที่ยวเดินขึ้นลงทั้งเกาะแล้ว ก็ถึงเวลาของอาหารกลางวันแบบจัดเต็ม บอกเลยว่า สายซีฟู้ดห้ามพลาด เพราะของเด่นของเกาะนี้คือเมนูทะเลสดใหม่ โดยเฉพาะเมนูที่ใช้ ปลาชิราสุ เป็นพระเอก
ชิราสุด้ง (Shirasu Don)
เมนูห้ามพลาดคือ ชิราสุด้ง (Shirasu Don) หรือข้าวหน้าปลาชิราสุ เป็นข้าวร้อน ๆ ราดด้วยปลาตัวเล็ก ๆ เนื้อแน่น รสเค็มนิด ๆ หอมกลิ่นทะเล บางร้านเสิร์ฟแบบดิบหรือแบบลวกสุก ใครไม่คุ้นกับปลาดิบก็เลือกแบบสุกได้
เป็นเมนูที่หลายคนฟันธงว่า “มาถึงเอโนชิมะแล้วต้องลองให้ได้สักครั้ง”
ซาซาเอะด้ง (Sazae Oyako Don)
อีกหนึ่งเมนูยอดฮิตคือ ซาซาเอะด้ง (Sazae Oyako Don) หรือ ข้าวหน้าหอยสังข์กับไข่ หอยสังข์ญี่ปุ่นจะถูกหั่นเป็นชิ้นแล้วนำไปผัดหรือเคี่ยวกับไข่และเครื่องปรุงจนได้รสกลมกล่อม ก่อนจะโปะลงบนข้าวสวยร้อน ๆ
รสชาติออกนุ่ม หอม และได้สัมผัสกรุบเบา ๆ ของหอยสังข์ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเมนูที่ทั้งแปลกและอร่อยในเวลาเดียวกัน
พิซซ่าชิราสุ: Pizza Bianca สไตล์เอโนชิมะ
สำหรับสายฟิวชัน ต้องลอง พิซซ่า บีอังก้า (Pizza Bianca) ท็อปปิงด้วยปลาชิราสุ เป็นพิซซ่าหน้าแบบเฉพาะของเอโนชิมะ แป้งบางกรอบ ผสานความหอมของชีสกับรสทะเลจากชิราสุ ได้จานเดียวคือได้ทั้งความครีเอทีฟและความอร่อย
ซีฟู้ดย่างหอม ๆ ริมทาง
ระหว่างทางจะเจอร้านซีฟู้ดย่างหลายร้าน ทั้งหมึกย่าง หอยย่าง และเมนูปิ้งย่างต่าง ๆ กลิ่นหอมลอยมาเตะจมูกตลอดทาง เป็นบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกเหมือนเดินตลาดริมทะเลแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ สนุก ครึกครื้น และได้ลองชิมอะไรเรื่อย ๆ
ซีฟู๊ดเซ็มเบ้ (Seafood Senbei)
ของกินเล่นที่แทบจะเป็นสัญลักษณ์ของเอโนชิมะคือ ซีฟู๊ดเซ็มเบ้ (Seafood Senbei) หน้าตาเหมือนข้าวเกรียบแผ่นใหญ่ธรรมดา แต่กระบวนการทำคือไฮไลต์
ร้านจะนำกุ้ง หอย หมึก หรือท็อปปิงทะเลอื่น ๆ ที่เราเลือก วางลงในเครื่องอัดข้าวเกรียบ จากนั้นเทแป้งลงไปแล้วปิดเครื่องอัดด้วยความร้อนและแรงดัน จนได้ข้าวเกรียบร้อน ๆ ที่มีทั้งกลิ่นหอมของแป้งและรสชาติจากซีฟู้ดแบบจัดเต็มในแผ่นเดียว
ได้ทั้งความอร่อยและความตื่นเต้นตอนรอเครื่องอัดทำงาน ถือเป็นเมนูของกินเล่นที่ใครมาเอโนชิมะแล้วไม่ควรพลาดอย่างแรง
ชิราสุปัง (Shirasu Pan)
อีกเมนูที่เก๋มากคือ ชิราสุปัง (Shirasu Pan) หรือขนมปังไส้ปลาชิราสุ ปลาจะถูกปรุงให้สุกแล้วคลุกกับเครื่องปรุงอย่างมายองเนสหรือชีส ก่อนจะอัดเป็นไส้ในขนมปังนุ่ม ๆ ได้ทั้งความหอมของขนมปังและรสเค็มมันกำลังดี เป็นของว่างที่เหมาะจะซื้อเดินกินรอบเกาะ
ไฮไลต์วิวฟูจิ: Enoshima Sea Candle
หลังจากอิ่มท้องแล้ว ก็ถึงเวลาไปยังแลนด์มาร์กสำคัญของเกาะอย่าง เอโนชิมะซีแคนเดิล (Enoshima Sea Candle) ประภาคารชมวิวสูงประมาณ 59.8 เมตร เป็นจุดที่ใครมาเอโนชิมะเกือบทุกคนต้องแวะขึ้น
ค่าเข้าชมอยู่ที่ประมาณ 500 เยน และยังสามารถใช้ Enoshima-Kamakura Freepass เพื่อรับส่วนลด 10% ได้ด้วย
ด้านบนสามารถมองเห็นวิวได้แบบ 360 องศา ทั้งตัวเกาะ ชายฝั่งโดยรอบ ทะเลกว้าง และที่พิเศษมากคือ วิวภูเขาไฟฟูจิ ในวันที่ท้องฟ้าเปิดยังสามารถมองไปไกลถึงโตเกียวสกายทรีในเมืองโตเกียวได้ด้วย
ใกล้กับประภาคารมีสวนพฤกษศาสตร์ ซามูเอล ค็อกกิ้ง (Samuel Cocking Garden) ซึ่งเดิมเป็นสวนของชาวอังกฤษในสมัยเมจิ ปัจจุบันกลายเป็นสวนดอกไม้ขนาดใหญ่พื้นที่กว่า 10,000 ตร.ม. ปลูกไม้ดอกหลากหลายตามฤดูกาล รวมถึงพืชเขตร้อนและพันธุ์ไม้จากแถบมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ในช่วงกลางคืนยังมีการประดับไฟสวยงาม เหมาะกับการมาเดินเล่นปิดท้ายทริปมาก
เอโนชิมะยังเป็นสถานที่ยอดฮิตของคู่รัก เพราะมีครบทั้งศาลเจ้าที่ขึ้นชื่อเรื่องความรัก จุดชมวิวพระอาทิตย์ตก สวนดอกไม้ รวมถึงบรรยากาศเดินเล่นกินของอร่อยทั่วเกาะ เป็นเกาะที่ตอบโจทย์ทั้งสายเดทและสายเที่ยวแบบเพื่อนฝูงได้ในที่เดียว
ของฝากน่าซื้อจากเอโนชิมะ
ก่อนออกจากเกาะ ถ้ามีเวลาลองเดินดูร้านของฝากสักหน่อย จะพบว่ามีหลายอย่างที่สะท้อนเสน่ห์ของเอโนชิมะได้ดี และเหมาะจะซื้อกลับไปเป็นของฝากหรือเก็บเป็นที่ระลึก
เครื่องรางจากศาลเจ้าเอโนะชิมะ
เครื่องรางของศาลเจ้าเอโนะชิมะมีหลายแบบ โดยเฉพาะด้าน ความรักและความสัมพันธ์ หนึ่งในนั้นคือ “โยคุบาริ บิจินมาโมริ (よくばり美人守り)” ที่ได้แรงบันดาลใจจากสามเทพธิดาของศาลเจ้าเอโนะชิมะ
จุดเด่นคือสามารถเลือกชาร์มเสริมมาติดเพิ่มตามความต้องการได้ เช่น อยากมีผิวสวย หรือพรที่เกี่ยวข้องกับความงามและเสน่ห์ เรียกว่าเป็นเครื่องรางที่ปรับได้ตามความหวังของแต่ละคน
สินค้าธีมรถไฟเอโนะเด็น (Enoden)
รถไฟ เอโนะเด็น (Enoden) เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของพื้นที่นี้ จึงมีของฝากธีมรถไฟให้เลือกหลายอย่าง เช่น
สมุด ปากกา และเครื่องเขียนลายน่ารัก
พวงกุญแจ
โมเดลรถไฟ
เสื้อยืดและของใช้ในชีวิตประจำวัน
สินค้าพวกนี้หาซื้อได้ที่ร้านของฝากในสถานี Enoshima หรือ Fujisawa เหมาะมากสำหรับสายรถไฟและคนที่ชอบของสะสมลายโลคัล
งานแก้วประดิษฐ์จากเอโนะชิมะ
ของที่ระลึกอีกประเภทที่น่าสนใจคือ งานแก้ว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ แก้วน้ำ หรือของตกแต่ง ซึ่งมักมีลวดลายเกี่ยวกับตำนานเทพเจ้าต่าง ๆ ในเอโนะชิมะ เช่น เทพเบ็นไซเท็น มังกรเทพเจ้า หรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้งเจ็ด
ของเหล่านี้ไม่ใช่แค่สวย แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวเบื้องหลัง เหมาะจะซื้อกลับไปเป็นของฝากแบบมีความหมาย
ต่อทริปจากเอโนชิมะไปคามาคุระ
หลังเที่ยวเอโนชิมะจนหนำใจ ถ้ายังมีแรงและเวลาเหลือ สามารถต่อโปรแกรมไป เมืองคามาคุระ (Kamakura) ได้เลย โดยยังใช้ Enoshima-Kamakura Freepass ใบเดิม
เพียงขึ้นรถไฟ Enoden จากสถานี Enoshima ไปยังคามาคุระ โดยไม่ต้องจ่ายค่ารถเพิ่ม (หากจ่ายปกติจะอยู่ที่ประมาณ 260 เยนต่อเที่ยว)
นั่งรถไฟเอโนะเด็น ชมทะเลและฟูจิระหว่างทาง
รถไฟเอโนะเด็น (Enoden) หรือ รถไฟฟ้าสายเอโนะชิมะ (Enoshima Dentetsu Line) เป็นรถไฟท้องถิ่นที่วิ่งระหว่าง Fujisawa – Enoshima – Kamakura เส้นทางส่วนหนึ่งจะวิ่งเลียบทะเล ทำให้มองเห็นวิวชายฝั่งและภูเขาไฟฟูจิได้เป็นระยะ
ถ้าเวลาเอื้ออำนวย แนะนำให้ลงแวะที่สถานี Inamuragasaki ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวทะเลและพระอาทิตย์ตกที่สวยมากของคามาคุระ
แวะไหว้พระใหญ่ที่วัดโคโตคุอิน (Kotokuin Temple)
ถ้าอยากไปไหว้พระชื่อดังของคามาคุระ ให้ลงที่สถานี Hase เพราะเดินไปวัดได้ใกล้กว่า
วัดโคโตคุอิน (Kotokuin Temple) เป็นที่ประดิษฐานของ พระใหญ่ไดบุตสึ (Kamakura Daibutsu) พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ขนาดใหญ่สูงประมาณ 11.3 เมตร ได้รับสมญานามว่า “พระใหญ่แห่งคามาคุระ” เป็นแลนด์มาร์กสำคัญที่หลายคนตั้งใจมาเยือนโดยเฉพาะ
ค่าเข้าชมอยู่ที่ราว ๆ 300 เยนต่อคน ใครชอบสายวัดและประวัติศาสตร์ แนะนำให้กันเวลาไว้มาแวะที่นี่ด้วย
ปิดท้ายวันดี ๆ บนเกาะเอโนชิมะ
ถ้าพูดถึงเดย์ทริปใกล้โตเกียวที่ทั้งเดินทางง่าย บรรยากาศดี และเต็มไปด้วยกิจกรรมให้ทำ เอโนชิมะ (Enoshima) คือหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้น ๆ อย่างไม่ต้องสงสัย
เพียงนั่งรถไฟออกจากเมืองใหญ่ไม่กี่สถานี ก็ได้มาเจอทะเลลมเย็น ๆ วิวภูเขาไฟฟูจิ ของกินทะเลสดใหม่ และศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ในเกาะเล็ก ๆ ที่เดินได้ทั่วแบบไม่เหนื่อยเกินไป
ถ้าอยากให้ทริปนี้ ว้าวแบบสุดทาง แนะนำให้เลือกมาวันที่อากาศดี ฟ้าเปิด และจัดแพลนให้อยู่จนถึงช่วงเย็นเพื่อ
ชมพระอาทิตย์ตกดินที่งดงามเหนือทะเล
เก็บภาพภูเขาไฟฟูจิในโทนแสงส้มทอง
ปิดท้ายด้วยการเดินชมไฟประดับในสวนและรอบประภาคาร
โทนของทั้งทริปจะเปลี่ยนจากสดใสตอนกลางวัน เป็นโรแมนติกในตอนค่ำแบบครบจบในหนึ่งวัน
สำหรับใครที่มองหาทริปหนีจากความวุ่นวายของเมืองหลวง แต่อยากได้ทั้งทะเล วิวฟูจิ อาหารอร่อย และสถานที่ถ่ายรูปสวย ๆ ในเวลาเดียวกัน ลองใส่เอโนชิมะไว้ในลิสต์ แล้วใช้ Enoshima-Kamakura Freepass วางแผนเที่ยวให้คุ้ม รับรองว่าเป็นอีกหนึ่งวันสบาย ๆ ที่น่าจดจำแน่นอน

