รับแอปรับแอป

Golden Week จีนเที่ยวไหนกันแน่? ญี่ปุ่นพุ่ง ไทยต้องเร่งเกมแย่งนักท่องเที่ยว

สกล วิริยะกิจ01-31

Golden Week ซีซั่นทองของนักเดินทางจีน

ทุก ๆ ต้นเดือนตุลาคม ช่วงวันชาติ “China Golden Week” ถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งไฮซีซั่นของนักท่องเที่ยวจีน รองจากเทศกาลตรุษจีน ปริมาณการเดินทางทั้งในและต่างประเทศจะพุ่งสูงเป็นพิเศษ เรียกได้ว่าเป็นจังหวะทองของหลายประเทศที่อยากดึงนักท่องเที่ยวจีนเข้าประเทศ

ปี 2568 ช่วง Golden Week ตรงกับวันที่ 1-8 ตุลาคม เป็นวันหยุดยาวที่ชาวจีนแทบทั้งประเทศตั้งตารอ วางแผนเที่ยวกันล่วงหน้าแบบจัดเต็ม

เทศกาลนี้ไม่ธรรมดา ตรงวันไหว้พระจันทร์ด้วย

ปีนี้ไม่ได้มีแค่วันชาติ แต่ยังตรงกับเทศกาลไหว้พระจันทร์ ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวคึกคักเป็นพิเศษ สายเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศจึงออกเดินทางกันจำนวนมาก

จากการประเมินของ Guangzhou Tour แนวโน้มการเดินทางออกนอกประเทศ (Outbound) ของนักท่องเที่ยวจีนในช่วง Golden Week 2568 ถูกคาดการณ์ว่า ยังเติบโตได้ดี ทั้งจำนวนทริปและความหลากหลายของจุดหมายปลายทาง

ตลาดระยะไกลยังเด่น จุดหมายไม่ต้องขอวีซ่ามาแรง

ฝั่งการท่องเที่ยวระยะไกล มีหลายประเทศที่ถูกมองว่าเติบโตแรงในสายตานักท่องเที่ยวจีน โดยเฉพาะจุดหมายที่เดินทางสะดวกและไม่ต้องขอวีซ่า

ประเทศที่ถูกจับตามอง ได้แก่

  • คาซัคสถาน และอุซเบกิสถาน ที่โดดเด่นขึ้นมาเป็น “ดาวรุ่ง”

  • แอฟริกาใต้ เติบโตราว 30% หลังเปิดใช้ระบบ e-Visa

  • กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่เข้าช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวในเดือนตุลาคม

  • ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ สเปน ซึ่งได้รับความนิยมในรูปแบบทัวร์กรุ๊ป และมียอดเติบโตสูงถึง 110%

ด้านญี่ปุ่น แม้จะเป็นจุดหมายยอดนิยมมานาน แต่ปีนี้ยิ่งดึงดูดใจมากขึ้น เพราะราคาแพ็กเกจท่องเที่ยว ลดลงราว 15% จากแรงหนุนของค่าเงินเยนที่อ่อนค่า ขณะเดียวกัน ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ก็ยังเป็นตัวเลือกยอดฮิตของกลุ่มครอบครัวที่มองหาทริปยาวคุณภาพดี

ไทยในสายตาคนจีน : Safe Choice ที่ไม่ต้องขอวีซ่า

ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จุดหมายที่นักท่องเที่ยวจีนมองหาเริ่มหลากหลาย ทั้งรูปแบบทัวร์ กรุ๊ปครอบครัว ไปจนถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางเอง (FIT)

ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม “Safe Choice” คือเดินทางง่าย มีความคุ้นเคยในตลาดจีน และ ไม่ต้องขอวีซ่า จึงยังเป็นตัวเลือกหลักของกลุ่มครอบครัวที่มองหาทริปสบายใจ เดินทางไม่ยุ่งยาก

ส่วนประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน เช่น

  • สิงคโปร์ และมาเลเซีย ที่บางเส้นทางท่องเที่ยวมีการปรับลดราคาเฉลี่ยราว 6% เมื่อเทียบกับปี 2567

  • สปป.ลาว ที่ถูกพูดถึงมากขึ้นจากเส้นทาง “รถไฟจีน-ลาว”

  • เวียดนาม ที่เริ่มเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นในเดือนตุลาคมเช่นกัน

การแข่งขันในอาเซียนจึงร้อนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่เดินทางสะดวกและมีภาพลักษณ์ดีในตลาดจีน

ญี่ปุ่นยังครองแชมป์ยอดค้นหา

ข้อมูลจาก Daily Economic News ที่อ้างอิงรายงานของ Airbnb China เกี่ยวกับแนวโน้มเที่ยวต่างประเทศช่วงวันชาติ 2568 ระบุว่า การค้นหาการเดินทางออกนอกประเทศในช่วง Golden Week เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อน และจุดหมายปลายทางก็ยิ่งหลากหลายขึ้น

แต่สิ่งที่ยังไม่เปลี่ยนคือ “ญี่ปุ่น” ยังคงครองตำแหน่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีน ด้วยยอดค้นหาสูงสุด ตามมาด้วย:

  • อิตาลี

  • ฝรั่งเศส

  • สเปน

  • นิวซีแลนด์

  • เกาหลีใต้

  • อินโดนีเซีย

  • ออสเตรเลีย

  • สหรัฐอเมริกา

  • สหราชอาณาจักร

ด้านเกาหลีใต้ก็ไม่ยอมน้อยหน้า มีการออกมาตรการดึงกรุ๊ปทัวร์จีนโดยเฉพาะ อนุญาตให้นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเป็นกลุ่มตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ผ่านบริษัทนำเที่ยวที่รัฐบาลกำหนด สามารถเข้าเกาหลีใต้ โดยไม่ต้องขอวีซ่า ได้นานสูงสุด 15 วัน ระหว่างวันที่ 29 กันยายน 2568 ถึง 30 มิถุนายน 2569 มาตรการนี้ถือเป็นหมากสำคัญในการแย่งส่วนแบ่งตลาดจีน

ตัวเลขเที่ยวไทยช่วง Golden Week ลดลง แต่ยังมีสัญญาณบวก

สำหรับประเทศไทย มีการประเมินว่า ในช่วงวันที่ 26 กันยายน-8 ตุลาคม 2568 จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยราว 200,000 คน ซึ่งลดลงประมาณ 24% จากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2567

รายได้จากการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงดังกล่าวคาดว่าจะอยู่ที่ราว 9,100 ล้านบาท ลดลงประมาณ 17% เทียบกับปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อวันอยู่ที่ประมาณ 6,600 บาท และนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่พักเฉลี่ย 6-8 คืนต่อทริป

แม้ภาพรวมตัวเลขจะหดตัว แต่การเดินทางเข้าไทยในลักษณะรายวันเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้น ปัจจัยสำคัญคือ จำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น โดยยอดจองบัตรโดยสารล่วงหน้าสำหรับการเดินทางเข้าไทยช่วง Golden Week มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นราว 5% จากปี 2567

เศรษฐกิจจีน-ค่าครองชีพ-สงครามราคา กดดันไทยเต็ม ๆ

การชะลอตัวของทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวจีนและรายได้ที่ไทยได้รับในปีนี้ สะท้อนภาพรวมหลายปัจจัยผสมกัน ทั้ง

  • สภาวะเศรษฐกิจภายในจีนที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

  • ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้คนจีนระมัดระวังการใช้จ่ายมากกว่าเดิม

  • การแข่งขันดุเดือดจากประเทศคู่แข่ง ที่งัดทั้งกลยุทธ์วีซ่าและการลดราคามาแย่งนักท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม หากไทยสามารถรักษาและสร้างความเชื่อมั่นด้าน ความปลอดภัย ความสะดวกในการเดินทาง และภาพลักษณ์การท่องเที่ยวที่หลากหลาย ได้ต่อเนื่อง ยังมีโอกาสเห็นการฟื้นตัวแรงในช่วงปลายปี โดยเฉพาะเทศกาลตรุษจีน 2569 ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวระดับพีกของตลาดจีน

นักท่องเที่ยวจีนส่วนใหญ่มีพฤติกรรมจองทริปล่วงหน้า (Lead Time) ราว 15-40 วัน และนิยมเดินทางเป็นกลุ่มขนาดเล็ก ไม่เกิน 9 คน ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับธุรกิจท่องเที่ยวที่ต้องวางแผนการตลาดให้ทันจังหวะการตัดสินใจของลูกค้า

เที่ยวบินจากเมืองหลัก-เมืองรอง จีนเข้าไทยแน่นขึ้น

สำหรับเมืองต้นทางจากจีนที่มีเที่ยวบินเข้าไทยมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่

  • เซี่ยงไฮ้ คิดเป็นประมาณ 20%

  • กว่างโจว ประมาณ 18%

  • เฉิงตู ราว 10%

  • คุนหมิง ประมาณ 9%

  • ปักกิ่ง ราว 8.7%

ด้านเมืองรอง (2nd Tier Cities) ก็เริ่มมีเที่ยวบินเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับปีก่อน ไม่ว่าจะเป็น เสิ่นเจิ้น หางโจว ซีอาน เซียะเหมิน และฉงชิ่ง

โดยมีเที่ยวบินใหม่ที่จะรองรับการเดินทางในช่วงวันหยุดวันชาติอย่างน้อย 30 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ทั้งเที่ยวบินพาณิชย์และเช่าเหมาลำ โดยเฉพาะจากเมือง

  • คุนหมิง

  • ต้าหยง (จางเจี๋ยเจี้ย)

  • ซีอาน

  • เฉิงตู

  • ซีหนิง

  • เอิ้นชี

  • และเมืองอื่น ๆ อีกหลายแห่ง

เที่ยวบินเหล่านี้เริ่มทยอยเปิดทำการตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกันยายน เพื่อเก็บดีมานด์นักท่องเที่ยวให้ได้มากที่สุดในช่วง Golden Week

ภาพรวมตลาดจีนเที่ยวไทยยังติดลบ ททท.เร่งเครื่องโค้งสุดท้าย

ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 21 กันยายน 2568 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมประมาณ 23.45 ล้านคน ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนราว 7.44%

ในจำนวนนี้ นักท่องเที่ยวจีนมีประมาณ 3.30 ล้านคน จากเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 6.7 ล้านคน สะท้อนว่า ตลาดจีนยังชะลอตัวมากกว่า 30% ทำให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ต้องเร่งขยับกลยุทธ์อย่างจริงจัง เพื่อดึงบรรยากาศเชื่อมั่นและยอดการเดินทางกลับมาให้ได้

ททท.จัดหนักกิจกรรมตลาดจีน ปลุกเสน่ห์ไทยให้ดังกลับไป

ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี ททท.เดินเกมรุกด้วยกิจกรรมการตลาดหลายโครงการเพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวจีนกลับมาเที่ยวไทยมากขึ้น โดยใช้ทั้งการสื่อสารผ่านสื่อท้องถิ่น ออนไลน์ และ Influencers ในจีน

หนึ่งในกิจกรรมที่จัดไปแล้ว เช่น งานส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เมืองกว่างโจว ซึ่งเชิญทั้งสื่อในพื้นที่ สื่อท่องเที่ยวออนไลน์ และผู้บริหารฝ่ายจีน รวมถึงตัวแทนจาก ททท. มาร่วมสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการท่องเที่ยวไทยแบบเจาะลึก

นอกจากนี้ ยังมีการใช้กลยุทธ์ “คนดัง” มาช่วยปลุกกระแสการเที่ยวไทย เปิดโอกาสให้แฟน ๆ ชาวจีนได้เสพคอนเทนต์เกี่ยวกับเมืองไทยในมุมใหม่ ๆ ผ่านคนดังที่พวกเขาคุ้นหน้า

ปั้นคอนเทนต์จากคนจริง: Thailand, Told by you-UGC Challenge

อีกหนึ่งไฮไลต์คือกิจกรรม Thailand, Told by you-UGC Challenge ที่หยิบเอาพลังของ User-Generated Content (UGC) มาใช้เต็มรูปแบบ เปิดเวทีให้ Content Creators จากทั่วประเทศจีนร่วมสร้างสรรค์ผลงานสะท้อน “เสน่ห์ไทย” ในแบบที่พวกเขามองเห็น

กิจกรรมนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-12 กันยายน 2568 พร้อมคัดเลือกผู้ชนะจำนวน 50 คน เข้าร่วม FAM Trip แบบจัดเต็ม เพื่อพาไปสัมผัสประสบการณ์จริงในประเทศไทย แล้วกลับไปเล่าเรื่องลงแพลตฟอร์มของตัวเองต่อ

ทริปนี้โฟกัสที่ 5 จุดหมายปลายทางหลักที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน ได้แก่

  • กรุงเทพฯ

  • เชียงใหม่

  • ภูเก็ต

  • พัทยา

  • เกาะสมุย

ทั้งหมดดำเนินภายใต้แนวคิด 5 Must Do in Thailand ระหว่างวันที่ 5-10 ตุลาคม 2568 เพื่อสร้าง “เรื่องราวใหม่ของไทย” ผ่านสายตานักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่

เชื่อมวัฒนธรรม-สร้างภาพจำ ผ่านเทศกาลไหว้พระจันทร์

อีกกิจกรรมที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ด้านวัฒนธรรมคือ Amazing Mid-Autumn in Thailand, Welcome Reception & Celebrity Marketing ที่จัดต้อนรับ KOLs ชาวจีนด้วยบรรยากาศเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ในสไตล์ไทย-จีนผสมผสาน

ในงานมีทั้งการแสดงเปิดพิธีไหว้พระจันทร์ การเปิดตัวคนดัง และโชว์ร้องเพลงจากศิลปินชื่อดังของไทย ภายใต้แนวคิด “ไหว้พระจันทร์สานสัมพันธ์วัฒนธรรมและการท่องเที่ยวไทย-จีน” เพื่อให้คนจีนรู้สึกเชื่อมโยงกับไทยได้ลึกกว่าการเป็นแค่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยว

โปรยาวถึงสิ้นปี: Chinese Passport Privilege

เพื่อปิดดีลนักท่องเที่ยวให้ได้จริง ไม่ใช่แค่สร้างกระแส ททท. ยังผลักดันกิจกรรม Chinese Passport Privilege มอบสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับนักท่องเที่ยวจีน

แค่แสดงพาสปอร์ตจีน ก็รับสิทธิพิเศษได้จาก:

  • ห้างสรรพสินค้า

  • ร้านค้า

  • สปา

  • ธุรกิจบริการท่องเที่ยวต่าง ๆ

กิจกรรมนี้ถูกออกแบบให้ ลากยาวจนถึงสิ้นปี 2568 เพื่อให้คนจีนที่ยังลังเลมีแรงจูงใจเพิ่มเติมในการตัดสินใจเลือกไทยเป็นจุดหมายต่อไป

ในภาพรวม แม้ตัวเลขจะบอกว่าไทยกำลังเจอศึกหนักจากทั้งเศรษฐกิจจีนและคู่แข่งในภูมิภาค แต่ด้วยจุดแข็งเรื่องวีซ่าฟรี ความคุ้นเคยของตลาด และการเดินเกมการตลาดแบบไม่ยอมถอย ยังทำให้ไทยมีโอกาสพลิกเกมดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมาได้ โดยเฉพาะในซีซั่นใหญ่ถัดไปอย่างตรุษจีน 2569 หากใครทำธุรกิจท่องเที่ยว นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่จะต้องอ่านเกม Golden Week ให้ขาด แล้วเตรียมตัวให้ทันก่อนกระแสลูกถัดไปจะมาถึงจริง ๆ