Golden Week ซีซั่นทองของนักเดินทางจีน
ทุก ๆ ต้นเดือนตุลาคม ช่วงวันชาติ “China Golden Week” ถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งไฮซีซั่นของนักท่องเที่ยวจีน รองจากเทศกาลตรุษจีน ปริมาณการเดินทางทั้งในและต่างประเทศจะพุ่งสูงเป็นพิเศษ เรียกได้ว่าเป็นจังหวะทองของหลายประเทศที่อยากดึงนักท่องเที่ยวจีนเข้าประเทศ
ปี 2568 ช่วง Golden Week ตรงกับวันที่ 1-8 ตุลาคม เป็นวันหยุดยาวที่ชาวจีนแทบทั้งประเทศตั้งตารอ วางแผนเที่ยวกันล่วงหน้าแบบจัดเต็ม
เทศกาลนี้ไม่ธรรมดา ตรงวันไหว้พระจันทร์ด้วย
ปีนี้ไม่ได้มีแค่วันชาติ แต่ยังตรงกับเทศกาลไหว้พระจันทร์ ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวคึกคักเป็นพิเศษ สายเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศจึงออกเดินทางกันจำนวนมาก
จากการประเมินของ Guangzhou Tour แนวโน้มการเดินทางออกนอกประเทศ (Outbound) ของนักท่องเที่ยวจีนในช่วง Golden Week 2568 ถูกคาดการณ์ว่า ยังเติบโตได้ดี ทั้งจำนวนทริปและความหลากหลายของจุดหมายปลายทาง
ตลาดระยะไกลยังเด่น จุดหมายไม่ต้องขอวีซ่ามาแรง
ฝั่งการท่องเที่ยวระยะไกล มีหลายประเทศที่ถูกมองว่าเติบโตแรงในสายตานักท่องเที่ยวจีน โดยเฉพาะจุดหมายที่เดินทางสะดวกและไม่ต้องขอวีซ่า
ประเทศที่ถูกจับตามอง ได้แก่
คาซัคสถาน และอุซเบกิสถาน ที่โดดเด่นขึ้นมาเป็น “ดาวรุ่ง”
แอฟริกาใต้ เติบโตราว 30% หลังเปิดใช้ระบบ e-Visa
กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่เข้าช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวในเดือนตุลาคม
ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ สเปน ซึ่งได้รับความนิยมในรูปแบบทัวร์กรุ๊ป และมียอดเติบโตสูงถึง 110%
ด้านญี่ปุ่น แม้จะเป็นจุดหมายยอดนิยมมานาน แต่ปีนี้ยิ่งดึงดูดใจมากขึ้น เพราะราคาแพ็กเกจท่องเที่ยว ลดลงราว 15% จากแรงหนุนของค่าเงินเยนที่อ่อนค่า ขณะเดียวกัน ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ก็ยังเป็นตัวเลือกยอดฮิตของกลุ่มครอบครัวที่มองหาทริปยาวคุณภาพดี
ไทยในสายตาคนจีน : Safe Choice ที่ไม่ต้องขอวีซ่า
ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จุดหมายที่นักท่องเที่ยวจีนมองหาเริ่มหลากหลาย ทั้งรูปแบบทัวร์ กรุ๊ปครอบครัว ไปจนถึงนักท่องเที่ยวที่เดินทางเอง (FIT)
ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม “Safe Choice” คือเดินทางง่าย มีความคุ้นเคยในตลาดจีน และ ไม่ต้องขอวีซ่า จึงยังเป็นตัวเลือกหลักของกลุ่มครอบครัวที่มองหาทริปสบายใจ เดินทางไม่ยุ่งยาก
ส่วนประเทศเพื่อนบ้านอื่น ๆ มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน เช่น
สิงคโปร์ และมาเลเซีย ที่บางเส้นทางท่องเที่ยวมีการปรับลดราคาเฉลี่ยราว 6% เมื่อเทียบกับปี 2567
สปป.ลาว ที่ถูกพูดถึงมากขึ้นจากเส้นทาง “รถไฟจีน-ลาว”
เวียดนาม ที่เริ่มเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นในเดือนตุลาคมเช่นกัน
การแข่งขันในอาเซียนจึงร้อนแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่เดินทางสะดวกและมีภาพลักษณ์ดีในตลาดจีน
ญี่ปุ่นยังครองแชมป์ยอดค้นหา
ข้อมูลจาก Daily Economic News ที่อ้างอิงรายงานของ Airbnb China เกี่ยวกับแนวโน้มเที่ยวต่างประเทศช่วงวันชาติ 2568 ระบุว่า การค้นหาการเดินทางออกนอกประเทศในช่วง Golden Week เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อน และจุดหมายปลายทางก็ยิ่งหลากหลายขึ้น
แต่สิ่งที่ยังไม่เปลี่ยนคือ “ญี่ปุ่น” ยังคงครองตำแหน่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีน ด้วยยอดค้นหาสูงสุด ตามมาด้วย:
อิตาลี
ฝรั่งเศส
สเปน
นิวซีแลนด์
เกาหลีใต้
อินโดนีเซีย
ออสเตรเลีย
สหรัฐอเมริกา
สหราชอาณาจักร
ด้านเกาหลีใต้ก็ไม่ยอมน้อยหน้า มีการออกมาตรการดึงกรุ๊ปทัวร์จีนโดยเฉพาะ อนุญาตให้นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางเป็นกลุ่มตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ผ่านบริษัทนำเที่ยวที่รัฐบาลกำหนด สามารถเข้าเกาหลีใต้ โดยไม่ต้องขอวีซ่า ได้นานสูงสุด 15 วัน ระหว่างวันที่ 29 กันยายน 2568 ถึง 30 มิถุนายน 2569 มาตรการนี้ถือเป็นหมากสำคัญในการแย่งส่วนแบ่งตลาดจีน
ตัวเลขเที่ยวไทยช่วง Golden Week ลดลง แต่ยังมีสัญญาณบวก
สำหรับประเทศไทย มีการประเมินว่า ในช่วงวันที่ 26 กันยายน-8 ตุลาคม 2568 จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าไทยราว 200,000 คน ซึ่งลดลงประมาณ 24% จากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2567
รายได้จากการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงดังกล่าวคาดว่าจะอยู่ที่ราว 9,100 ล้านบาท ลดลงประมาณ 17% เทียบกับปีก่อน ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อวันอยู่ที่ประมาณ 6,600 บาท และนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่พักเฉลี่ย 6-8 คืนต่อทริป
แม้ภาพรวมตัวเลขจะหดตัว แต่การเดินทางเข้าไทยในลักษณะรายวันเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้น ปัจจัยสำคัญคือ จำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น โดยยอดจองบัตรโดยสารล่วงหน้าสำหรับการเดินทางเข้าไทยช่วง Golden Week มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นราว 5% จากปี 2567
เศรษฐกิจจีน-ค่าครองชีพ-สงครามราคา กดดันไทยเต็ม ๆ
การชะลอตัวของทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวจีนและรายได้ที่ไทยได้รับในปีนี้ สะท้อนภาพรวมหลายปัจจัยผสมกัน ทั้ง
สภาวะเศรษฐกิจภายในจีนที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้คนจีนระมัดระวังการใช้จ่ายมากกว่าเดิม
การแข่งขันดุเดือดจากประเทศคู่แข่ง ที่งัดทั้งกลยุทธ์วีซ่าและการลดราคามาแย่งนักท่องเที่ยว
อย่างไรก็ตาม หากไทยสามารถรักษาและสร้างความเชื่อมั่นด้าน ความปลอดภัย ความสะดวกในการเดินทาง และภาพลักษณ์การท่องเที่ยวที่หลากหลาย ได้ต่อเนื่อง ยังมีโอกาสเห็นการฟื้นตัวแรงในช่วงปลายปี โดยเฉพาะเทศกาลตรุษจีน 2569 ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวระดับพีกของตลาดจีน
นักท่องเที่ยวจีนส่วนใหญ่มีพฤติกรรมจองทริปล่วงหน้า (Lead Time) ราว 15-40 วัน และนิยมเดินทางเป็นกลุ่มขนาดเล็ก ไม่เกิน 9 คน ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับธุรกิจท่องเที่ยวที่ต้องวางแผนการตลาดให้ทันจังหวะการตัดสินใจของลูกค้า
เที่ยวบินจากเมืองหลัก-เมืองรอง จีนเข้าไทยแน่นขึ้น
สำหรับเมืองต้นทางจากจีนที่มีเที่ยวบินเข้าไทยมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่
เซี่ยงไฮ้ คิดเป็นประมาณ 20%
กว่างโจว ประมาณ 18%
เฉิงตู ราว 10%
คุนหมิง ประมาณ 9%
ปักกิ่ง ราว 8.7%
ด้านเมืองรอง (2nd Tier Cities) ก็เริ่มมีเที่ยวบินเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับปีก่อน ไม่ว่าจะเป็น เสิ่นเจิ้น หางโจว ซีอาน เซียะเหมิน และฉงชิ่ง
โดยมีเที่ยวบินใหม่ที่จะรองรับการเดินทางในช่วงวันหยุดวันชาติอย่างน้อย 30 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ทั้งเที่ยวบินพาณิชย์และเช่าเหมาลำ โดยเฉพาะจากเมือง
คุนหมิง
ต้าหยง (จางเจี๋ยเจี้ย)
ซีอาน
เฉิงตู
ซีหนิง
เอิ้นชี
และเมืองอื่น ๆ อีกหลายแห่ง
เที่ยวบินเหล่านี้เริ่มทยอยเปิดทำการตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกันยายน เพื่อเก็บดีมานด์นักท่องเที่ยวให้ได้มากที่สุดในช่วง Golden Week
ภาพรวมตลาดจีนเที่ยวไทยยังติดลบ ททท.เร่งเครื่องโค้งสุดท้าย
ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 21 กันยายน 2568 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมประมาณ 23.45 ล้านคน ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนราว 7.44%
ในจำนวนนี้ นักท่องเที่ยวจีนมีประมาณ 3.30 ล้านคน จากเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 6.7 ล้านคน สะท้อนว่า ตลาดจีนยังชะลอตัวมากกว่า 30% ทำให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ต้องเร่งขยับกลยุทธ์อย่างจริงจัง เพื่อดึงบรรยากาศเชื่อมั่นและยอดการเดินทางกลับมาให้ได้
ททท.จัดหนักกิจกรรมตลาดจีน ปลุกเสน่ห์ไทยให้ดังกลับไป
ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี ททท.เดินเกมรุกด้วยกิจกรรมการตลาดหลายโครงการเพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวจีนกลับมาเที่ยวไทยมากขึ้น โดยใช้ทั้งการสื่อสารผ่านสื่อท้องถิ่น ออนไลน์ และ Influencers ในจีน
หนึ่งในกิจกรรมที่จัดไปแล้ว เช่น งานส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เมืองกว่างโจว ซึ่งเชิญทั้งสื่อในพื้นที่ สื่อท่องเที่ยวออนไลน์ และผู้บริหารฝ่ายจีน รวมถึงตัวแทนจาก ททท. มาร่วมสร้างการรับรู้เกี่ยวกับการท่องเที่ยวไทยแบบเจาะลึก
นอกจากนี้ ยังมีการใช้กลยุทธ์ “คนดัง” มาช่วยปลุกกระแสการเที่ยวไทย เปิดโอกาสให้แฟน ๆ ชาวจีนได้เสพคอนเทนต์เกี่ยวกับเมืองไทยในมุมใหม่ ๆ ผ่านคนดังที่พวกเขาคุ้นหน้า
ปั้นคอนเทนต์จากคนจริง: Thailand, Told by you-UGC Challenge
อีกหนึ่งไฮไลต์คือกิจกรรม Thailand, Told by you-UGC Challenge ที่หยิบเอาพลังของ User-Generated Content (UGC) มาใช้เต็มรูปแบบ เปิดเวทีให้ Content Creators จากทั่วประเทศจีนร่วมสร้างสรรค์ผลงานสะท้อน “เสน่ห์ไทย” ในแบบที่พวกเขามองเห็น
กิจกรรมนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-12 กันยายน 2568 พร้อมคัดเลือกผู้ชนะจำนวน 50 คน เข้าร่วม FAM Trip แบบจัดเต็ม เพื่อพาไปสัมผัสประสบการณ์จริงในประเทศไทย แล้วกลับไปเล่าเรื่องลงแพลตฟอร์มของตัวเองต่อ
ทริปนี้โฟกัสที่ 5 จุดหมายปลายทางหลักที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน ได้แก่
กรุงเทพฯ
เชียงใหม่
ภูเก็ต
พัทยา
เกาะสมุย
ทั้งหมดดำเนินภายใต้แนวคิด 5 Must Do in Thailand ระหว่างวันที่ 5-10 ตุลาคม 2568 เพื่อสร้าง “เรื่องราวใหม่ของไทย” ผ่านสายตานักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่
เชื่อมวัฒนธรรม-สร้างภาพจำ ผ่านเทศกาลไหว้พระจันทร์
อีกกิจกรรมที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ด้านวัฒนธรรมคือ Amazing Mid-Autumn in Thailand, Welcome Reception & Celebrity Marketing ที่จัดต้อนรับ KOLs ชาวจีนด้วยบรรยากาศเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ในสไตล์ไทย-จีนผสมผสาน
ในงานมีทั้งการแสดงเปิดพิธีไหว้พระจันทร์ การเปิดตัวคนดัง และโชว์ร้องเพลงจากศิลปินชื่อดังของไทย ภายใต้แนวคิด “ไหว้พระจันทร์สานสัมพันธ์วัฒนธรรมและการท่องเที่ยวไทย-จีน” เพื่อให้คนจีนรู้สึกเชื่อมโยงกับไทยได้ลึกกว่าการเป็นแค่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยว
โปรยาวถึงสิ้นปี: Chinese Passport Privilege
เพื่อปิดดีลนักท่องเที่ยวให้ได้จริง ไม่ใช่แค่สร้างกระแส ททท. ยังผลักดันกิจกรรม Chinese Passport Privilege มอบสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับนักท่องเที่ยวจีน
แค่แสดงพาสปอร์ตจีน ก็รับสิทธิพิเศษได้จาก:
ห้างสรรพสินค้า
ร้านค้า
สปา
ธุรกิจบริการท่องเที่ยวต่าง ๆ
กิจกรรมนี้ถูกออกแบบให้ ลากยาวจนถึงสิ้นปี 2568 เพื่อให้คนจีนที่ยังลังเลมีแรงจูงใจเพิ่มเติมในการตัดสินใจเลือกไทยเป็นจุดหมายต่อไป
ในภาพรวม แม้ตัวเลขจะบอกว่าไทยกำลังเจอศึกหนักจากทั้งเศรษฐกิจจีนและคู่แข่งในภูมิภาค แต่ด้วยจุดแข็งเรื่องวีซ่าฟรี ความคุ้นเคยของตลาด และการเดินเกมการตลาดแบบไม่ยอมถอย ยังทำให้ไทยมีโอกาสพลิกเกมดึงนักท่องเที่ยวจีนกลับมาได้ โดยเฉพาะในซีซั่นใหญ่ถัดไปอย่างตรุษจีน 2569 หากใครทำธุรกิจท่องเที่ยว นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่จะต้องอ่านเกม Golden Week ให้ขาด แล้วเตรียมตัวให้ทันก่อนกระแสลูกถัดไปจะมาถึงจริง ๆ

