Grok กำลังจะขึ้นรถ Tesla: จุดเริ่มต้นของยุคผู้ช่วย AI ในรถยนต์
Elon Musk ประกาศชัดว่า Grok โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) จาก xAI สตาร์ทอัพของเขาเอง กำลังจะถูกปล่อยให้ใช้งานในรถยนต์ Tesla ในเร็ว ๆ นี้
ตามข้อมูลล่าสุด คาดว่า ช้าที่สุดภายในสัปดาห์หน้า ผู้ใช้ Tesla จะเริ่มได้ลอง Grok กันจริงบนรถ ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการเอา AI เชิงสนทนาเข้ามาอยู่ใกล้ตัวเรามากขึ้นกว่าเดิม
Grok 4 ยกระดับเป็นคู่แข่งตรงของ ChatGPT และ Gemini
ระหว่างการถ่ายทอดสด Elon Musk และทีม xAI ได้พูดถึง การอัปเกรดด้านเสียงและประสิทธิภาพของ Grok 4 หลายจุด ที่ทำให้ Grok พร้อมจะไปชนกับโมเดลระดับท็อปจาก OpenAI และ Google
แม้ในไลฟ์จะไม่ได้ลงรายละเอียดเรื่อง Tesla มากนัก แต่ Elon Musk ไปตอบย้ำบน X ว่า Grok จะเปิดใช้งานในรถ Tesla ภายในสัปดาห์หน้าอย่างช้าที่สุด ทำให้ภาพเริ่มชัดว่า AI ตัวนี้ไม่ได้เกิดมาแค่บนเว็บหรือแอป แต่จะเข้าไปอยู่ในรถแบบเนียน ๆ เลย
จาก AI ขับรถ สู่ AI คุยกับเราในรถ
ที่ผ่านมา Tesla เน้นใช้ระบบภายในของตัวเองสำหรับ การขับขี่อัตโนมัติ และการจัดการพลังงาน เป็นหลัก แต่การนำ Grok เข้ามาเสริม จะเปลี่ยนเกมจากเบื้องหลังมาสู่ ประสบการณ์ตรงของผู้ใช้ในห้องโดยสาร
การมี Grok อยู่ในรถอาจทำให้:
การโต้ตอบกับรถเป็นธรรมชาติมากขึ้น พูดคุยเหมือนคุยกับผู้ช่วยส่วนตัว
การถามเส้นทาง สภาพจราจร หรือข้อมูลต่าง ๆ ทำได้ผ่านการสนทนา
เปิดทางให้ฟีเจอร์ใหม่ ๆ เช่น อธิบายฟีเจอร์ในรถ วิเคราะห์การขับ หรือช่วยวางแผนทริป
นี่ไม่ใช่แค่การอัปเดตซอฟต์แวร์ธรรมดา แต่คือการเอา AI เชิงสนทนาไปใส่ไว้ตรงกลางประสบการณ์การใช้รถไฟฟ้า
Tesla × xAI ความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่แน่นขึ้น
การดึง Grok เข้ามาอยู่ในรถ Tesla ยังสะท้อนให้เห็นถึง สายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้นระหว่าง Tesla และ xAI
เมื่อต้นปี Tesla เปิดเผยว่า บริษัททำรายได้ 198.3 ล้านดอลลาร์ จากความร่วมมือกับ xAI ทั้งจากดีลเชิงพาณิชย์ งานที่ปรึกษา และการให้การสนับสนุนด้านต่าง ๆ
อย่างไรก็ดี รายได้ส่วนใหญ่ในก้อนนี้มาจาก การขายระบบจัดเก็บพลังงาน Megapack ให้กับ xAI แปลว่า ไม่ใช่แค่ธุรกิจรถยนต์ แต่ Tesla กำลังกลายเป็นอินฟราสตรักเจอร์ด้านพลังงานให้กับโลก AI ด้วย
จากโพลบน X สู่ Grok 4 บนรถจริง
ย้อนไปในเดือนกรกฎาคม 2023 Elon Musk เคยเปิดโพลถามผู้ใช้ X ว่า Tesla ควรลงทุน 5 พันล้านดอลลาร์ใน xAI หรือไม่
ผลออกมาว่า 68% ของผู้โหวตกด “เห็นด้วย”
แม้ดีลการลงทุนอย่างเป็นทางการยังไม่เกิดขึ้นในตอนนั้น แต่ Musk ก็เคยบอกว่า แนวคิดนี้จะถูกนำไปคุยกับบอร์ดของ Tesla
จากวันนั้นมาจนถึงวันนี้ เราได้เห็น Grok 4 เปิดตัว และกำลังจะถูกปล่อยใช้งานบนรถ Tesla ภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นทิศทางที่ Tesla และ xAI กำลังเดินไปด้วยกันในระยะยาว
ไฮไลท์สำคัญของ Grok ที่สายเทคควรรู้
ใต้ฮู้ดของ Grok ไม่ได้มีดีแค่ชื่อเก๋ ๆ แต่ยังมาพร้อมสเปกโหดที่ออกแบบมาเพื่อชนกับ AI ระดับท็อปในตลาด
xAI เปิดตัว Grok 4 และ Grok 4 Heavy ในฐานะโมเดล AI รุ่นล่าสุด ที่ถูกวางให้เป็นคู่แข่งโดยตรงของ ChatGPT และ Gemini
Grok 4 โชว์ฟอร์มเด่นในการทดสอบความรู้ทั่วไป Humanity’s Last Exam ด้วยคะแนนที่เหนือกว่าคู่แข่ง ในกรณีที่ไม่ใช้เครื่องมือช่วย ขณะที่ Grok 4 Heavy ทำคะแนนสูงสุดเมื่อใช้เครื่องมือประกอบ
Grok 4 Heavy มาพร้อมระบบ Multi-agent เปิดทางให้ AI หลายตัวทำงานร่วมกัน แก้ปัญหา ตรวจคำตอบ และเปรียบเทียบแนวทาง ช่วยให้ เหตุผลแม่นขึ้น ฉลาดขึ้น และลดโอกาสตอบหลุด
Grok (Thinking) ทำคะแนนได้ 15.9% ในการทดสอบ ARC-AGI-2 ซึ่งถูกจัดว่าเป็นคะแนนระดับ State of the Art (SOTA) ชุดใหม่
SuperGrok Heavy: แพ็กเกจสายโหดสำหรับผู้ใช้ระดับโปร
สำหรับผู้ใช้ระดับจริงจัง xAI ยังมีแพ็กเกจ SuperGrok Heavy ที่จัดเต็มทั้งฟีเจอร์และราคา
ราคาอยู่ที่ 300 ดอลลาร์ต่อเดือน
เข้าถึง Grok 4 Heavy ได้เต็มที่
- ได้ลองฟีเจอร์ใหม่ก่อนใคร เช่น:
โมเดล AI สำหรับ เขียนโค้ด (คาดว่าจะมาช่วงสิงหาคม)
ตัวแทนแบบ Multi-modal ที่รองรับข้อมูลได้หลายรูปแบบ (กันยายน)
ระบบ สร้างวิดีโอด้วย AI (ตุลาคม)
สำหรับสายโค้ด สายสร้างคอนเทนต์ หรือคนทำโปรเจ็กต์ AI ขั้นสูง แพ็กนี้คือสนามทดลองของจริง ที่เปิดให้เล่นกับความสามารถเต็มเพดานของ Grok 4 Heavy
ใช้ Grok บน Tesla ต้องมี Premium Connectivity
สำหรับการใช้งาน Grok บนรถ Tesla คาดว่าผู้ใช้จะต้องสมัครแพ็ก Premium Connectivity เพื่อเชื่อมต่อกับ Grok 4 ผ่านอินเทอร์เน็ตของรถ
นั่นหมายความว่า Tesla ไม่ได้มอง Grok แค่เป็นฟีเจอร์เสริม แต่มีโอกาสกลายเป็น บริการสมัครสมาชิก ที่สร้างรายได้ระยะยาวให้บริษัทไปพร้อม ๆ กับการยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้
สรุป: รถที่ฉลาดขึ้น เพราะมี AI คุยกับเราได้
การนำ Grok เข้ามาในรถ Tesla คือการขยับจากยุคที่รถ “ขับเอง” ไปสู่ยุคที่รถ “คุยกับเราได้ คิดเป็น ช่วยวางแผน และเข้าใจบริบท”
สำหรับคนที่สนใจเขียนโค้ดด้วย AI หรือชอบลองของใหม่ นี่คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญของการเอาโมเดลระดับ LLM มาผูกกับฮาร์ดแวร์ในโลกจริง ไม่ใช่แค่บนจอ แต่บนพวงมาลัยและท้องถนนจริง ๆ
สัปดาห์หน้าถ้า Grok เริ่มปล่อยใช้งานบน Tesla จริง โลกของผู้ช่วย AI ในรถยนต์จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

