ยาลดน้ำหนักแบบเม็ด ตัวเลือกใหม่สำหรับสายลดหุ่น
ใครกำลังมองหาวิธีลดน้ำหนักที่ไม่ต้องฉีด ไม่ต้องพกตู้เย็นตามไปทุกที่ ต้องสนใจข่าวนี้เลย เพราะล่าสุด องค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) อนุมัติยาลดน้ำหนักแบบเม็ด รับประทานวันละครั้ง จากบริษัท Novo Nordisk
ผลการทดสอบยังชี้ชัดว่า ช่วยลดน้ำหนักได้เฉลี่ยถึง 16.6% ของน้ำหนักตัว แถมยังชูจุดเด่นเรื่อง พกง่าย กินสะดวก ไม่ต้องกลัวเข็ม และคาดว่าจะเริ่มวางขายช่วงต้นเดือนมกราคม 2025 พร้อมปรับโครงราคาใหม่ให้เข้าถึงผู้ใช้ได้มากขึ้น
เกมพลิกวงการยาลดน้ำหนักแบบกิน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม คณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐได้ไฟเขียวยาลดน้ำหนักแบบเม็ดของ Novo Nordisk ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยให้ยักษ์ใหญ่จากเดนมาร์กขึ้นนำคู่แข่งอย่าง Eli Lilly ในสนามแข่งขันยาลดน้ำหนักแบบรับประทาน
ยาตัวนี้คือ เซมากลูไทด์ (semaglutide) ขนาด 25 มิลลิกรัม อยู่ในกลุ่ม GLP-1 Receptor Agonist ที่ใช้รักษาเบาหวานชนิดที่ 2 และช่วยควบคุมน้ำหนัก เป็นสารออกฤทธิ์เดียวกับยาฉีดชื่อดังอย่าง Wegovy และ Ozempic
เวอร์ชันเม็ดใหม่นี้จะขายภายใต้แบรนด์ Wegovy เช่นเดียวกับตัวฉีด โดยที่จริง Novo เคยมีเซมากลูไทด์แบบเม็ดมาก่อนแล้วภายใต้ชื่อ Rybelsus สำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 เพียงแต่ครั้งนี้คือการเน้นเรื่องการควบคุมน้ำหนักอย่างจริงจัง
ยาเม็ดตัวนี้ช่วยกอบกู้สถานการณ์ให้ Novo ได้ไหม?
การอนุมัติจาก FDA ครั้งนี้มาในจังหวะที่ดีมากสำหรับ Novo เพราะก่อนหน้าเผชิญทั้ง
ราคาหุ้นปรับตัวลดลง
กำไรและยอดขาย Wegovy แบบฉีดชะลอตัว
การแข่งขันดุเดือดจาก Eli Lilly
แรงกดดันจากตลาดยาผสม (Compounded Drugs)
หลังข่าวอนุมัติหลุดออกมา หุ้น Novo ในสหรัฐดีดขึ้นถึง 8% ในการซื้อขายนอกเวลา ขณะที่หุ้น Eli Lilly ปรับลงราว 1% สะท้อนความคาดหวังของตลาดต่อยาตัวใหม่แบบชัด ๆ
ผลทดลองจริง: ลดได้เฉลี่ย 16.6% เทียบกับยาหลอกแค่ 2.7%
การทดลองระยะที่สาม ใช้เวลายาวถึง 64 สัปดาห์ พบว่าผู้ที่รับประทานเซมากลูไทด์แบบเม็ด ขนาด 25 มิลลิกรัม วันละครั้ง
ลดน้ำหนักได้เฉลี่ย 16.6% ของน้ำหนักตัว
ขณะที่กลุ่มที่รับยาหลอก ลดลงเฉลี่ยเพียง 2.7%
นี่จึงไม่ใช่แค่โฆษณาชวนเชื่อ แต่มีข้อมูลการทดลองมารองรับอย่างเป็นระบบ
ใช้กับใครได้บ้าง? ไม่ใช่แค่คนอยากผอมเฉย ๆ
FDA อนุมัติให้ใช้ยาเม็ดนี้สำหรับการ ควบคุมน้ำหนักในระยะยาว ในกลุ่มผู้ใหญ่ที่
มีภาวะโรคอ้วน หรือ
มีน้ำหนักเกินร่วมกับโรคที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 1 โรค
หมายความว่า ฐานผู้ป่วยที่เข้าถึงยาจะกว้างขึ้นมาก ไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนที่ต้องการลดหุ่นเพื่อความสวยงาม แต่รวมถึงกลุ่มที่มีปัญหาสุขภาพจริง ๆ ด้วย
ตลาดยาลดน้ำหนักกำลังโตแบบระเบิด
ในช่วงที่บริษัทประกัน นายจ้าง และรัฐบาลต้องรับมือกับ ต้นทุนสาธารณสุขจากโรคอ้วนที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ นักวิเคราะห์ประเมินว่า
ตลาดยาลดน้ำหนักทั่วโลกอาจมีมูลค่าแตะ 150,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี ภายในทศวรรษหน้า
ยาลดความอ้วนชนิดรับประทานมีแนวโน้มจะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ผู้ป่วย อีกหลายสิบล้านคน เข้าถึงการรักษาได้สะดวกขึ้น
อนันด์ ไอเยอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่าย AI ของบริษัทเทเลเฮลท์ Welldoc มองว่า การเพิ่มข้อบ่งใช้ใหม่ และการมาของยาแบบรับประทาน จะทำให้ จำนวนผู้ใช้เติบโตแบบก้าวกระโดด
Novo เดินเกมนำหน้า หวังแย่งส่วนแบ่งคืนจาก Eli Lilly
Novo วางหมากชัดเจนว่าจะใช้ความได้เปรียบจากการเป็น รายแรกที่มียาเม็ดลดน้ำหนักออกสู่ตลาด เพื่อฟื้นยอดขายในสหรัฐ หลังเสียพื้นที่ให้ Eli Lilly มาระยะหนึ่ง โดยเฉพาะในช่วงที่ยาแบบฉีดของ Lilly อย่าง Zepbound ขึ้นแท่นอันดับต้น ๆ ด้านจำนวนใบสั่งยารายสัปดาห์
อย่างไรก็ตาม ฝั่ง Lilly ก็ไม่ได้อยู่นิ่ง ยาลดน้ำหนักแบบเม็ดตัวใหม่ชื่อ orforglipron อาจได้รับอนุมัติได้เร็วที่สุดภายใน ปลายเดือนมีนาคมปีหน้า ซึ่งหมายความว่า เกมแข่งขันในตลาดนี้จะยิ่งดุเดือดขึ้นไปอีก
กินวันละครั้ง พร้อมสต๊อกพร้อมฐานผลิตในสหรัฐ
เดวิด มัวร์ รองประธานบริหารฝ่ายปฏิบัติการในสหรัฐของ Novo ระบุว่า
ยาตัวนี้รับประทานเพียง วันละครั้ง
บริษัทตั้งเป้าให้รูปแบบเม็ดช่วยเพิ่มความสนใจและการเข้าถึงของผู้ป่วย
Novo ยังเตรียมความพร้อมด้านการผลิตเต็มที่ โดย
ตั้งฐานการผลิตในรัฐนอร์ทแคโรไลนา
สะสมสต๊อกยาไว้ล่วงหน้า เพื่อให้สินค้ามีพร้อมรองรับความต้องการของตลาด
จากข้อมูลภาครัฐ พบว่าผู้ใหญ่ชาวอเมริกันราว 40% มีภาวะโรคอ้วน และจากผลสำรวจขององค์กรวิจัยนโยบายสุขภาพ KFF ระบุว่า ประมาณ 12% กำลังใช้ยากลุ่ม GLP-1 อยู่แล้ว แปลว่าตลาดนี้ยังขยายตัวได้อีกมาก
นักวิเคราะห์คาดว่า ภายในปี 2030
ยาแบบรับประทานอาจครองส่วนแบ่งราว 20% ของตลาด
โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่ต้องการวิธีการรักษาแบบง่าย ไม่รุกรานร่างกาย และใช้ในชีวิตประจำวันได้สะดวก
เม็ดไม่ได้มาแทนเข็ม แต่เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ
คริสโตเฟอร์ คริสแมน กรรมการผู้จัดการของบริษัทที่ปรึกษา BCG มองว่า
ยาเม็ด จะไม่เข้ามาแทนที่ยาฉีดทั้งหมด
ผู้ป่วยบางกลุ่มยังคงชอบการฉีดสัปดาห์ละครั้ง
แต่ยาเม็ดเองก็มีจุดเด่นชัดเจนคือ
สะดวกกว่า ในการใช้ทุกวัน
ไม่ต้องแช่เย็น
เหมาะกับคนที่ต้องเดินทางบ่อยหรือไม่ชอบการฉีด
กล่าวง่าย ๆ คือ ไม่ได้มีแค่ทางเลือกเดียวอีกต่อไป แต่ผู้ป่วยสามารถเลือกแบบที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้มากขึ้น
ราคา ปรับใหม่ให้เข้าถึงง่ายขึ้น
ตอนก่อนหน้านี้ Novo และ Eli Lilly เคยตกลงเสนอราคา ยาลดน้ำหนักขนาดเริ่มต้นที่ 149 ดอลลาร์ต่อเดือน สำหรับกลุ่มที่มีสิทธิในโครงการประกันสุขภาพ รวมถึงผู้จ่ายเงินสดบางส่วนผ่านช่องทางที่เกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐ
ฝั่ง Novo เองก็เพิ่งประกาศ ปรับลดราคาขายเงินสดของ Wegovy ลงมาเหลือ 349 ดอลลาร์ต่อเดือน จากเดิม 499 ดอลลาร์ต่อเดือน
อย่างไรก็ตาม ราคาตั้งต้นในตลาดสหรัฐยังอยู่ที่ราว 1,000 ดอลลาร์ต่อเดือนหรือมากกว่า จึงยังต้องจับตาดูต่อไปว่า โครงสร้างราคาที่แท้จริงเมื่อกระจายสู่ผู้บริโภคจะเป็นอย่างไร และผู้ป่วยทั่วไปจะเข้าถึงได้มากแค่ไหน
วิธีใช้: ต้องกินตอนท้องว่าง และเว้น 30 นาที
มีรายละเอียดสำคัญที่สายลดน้ำหนักต้องรู้เกี่ยวกับการใช้ยาเซมากลูไทด์แบบเม็ดของ Novo คือ
ต้องรับประทาน ตอนเช้าขณะท้องว่าง
หลังกลืนยาแล้ว ต้อง เว้นอย่างน้อย 30 นาที ก่อน
รับประทานอาหาร
ดื่มน้ำ
หรือรับประทานยาอื่น
ข้อจำกัดนี้ทำให้ต้องวางแผนการใช้ในชีวิตประจำวันพอสมควร ซึ่งแตกต่างจากยารับประทานของ Eli Lilly ที่ ไม่มีข้อจำกัดแบบเดียวกัน
นักวิเคราะห์มองว่าถึงแม้ยาเม็ดตัวใหม่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตผลิตภัณฑ์ของ Novo แต่ก็ยังต้องดูต่อไปว่า จะช่วยแก้โจทย์ทางธุรกิจที่ท้าทายอยู่ตอนนี้ได้มากน้อยแค่ไหน
สำหรับสายลดน้ำหนัก การมาของยาเม็ดตัวนี้คือ อีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญในโลกของการดูแลน้ำหนัก แต่ไม่ว่าจะมีตัวช่วยดีแค่ไหน อย่าลืมว่าพฤติกรรมการกิน การออกกำลังกาย และการดูแลสุขภาพโดยรวม ยังคงเป็นฐานสำคัญที่สุดเสมอ

