รับแอปรับแอป

เชียงใหม่ Night Market ปักหมุดเที่ยวถนนคนเดิน แสงสี ดนตรี ของกิน ครบทุกเสาร์–อาทิตย์

อภิชาติ สุนทร01-30

เชียงใหม่ยามค่ำคืน กำลังจะเปลี่ยนไป

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผนึกกำลังกับจังหวัดเชียงใหม่ เปิดตัวงาน “เชียงใหม่ Night Market” เปลี่ยนบรรยากาศยามค่ำคืนให้กลายเป็นเวทีใหญ่ของแสง สี ดนตรี และวัฒนธรรมท้องถิ่น

โลเคชันหลักคือ ถนนคนเดินสันกำแพง ที่ถูกแต่งแต้มใหม่ด้วยงานศิลปะและเทคโนโลยีสุดล้ำ ให้ทุกคนได้เดินชิล ถ่ายรูป เช็กอิน และสัมผัสเสน่ห์เชียงใหม่ในมุมที่ต่างออกไป

ยิ่งดึกยิ่งมีชีวิตชีวา ทั้งแสงไฟสุดอลังการ Light Installation – Mapping และกิจกรรมบันเทิงหลากหลาย บอกเลยว่าคืนนี้ไม่ใช่แค่เดินตลาด แต่คือการ เสพงานศิลป์กลางเมืองล้านนา

เมื่อถนนคนเดิน กลายเป็นงานอีเวนต์ระดับเมือง

งาน “เชียงใหม่ Night Market” ณ ถนนคนเดินสันกำแพง ถูกออกแบบให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่

โดยดึงเอา ทุนทางวัฒนธรรม หัตถศิลป์ และภูมิปัญญาท้องถิ่น มาต่อยอดสู่รูปแบบร่วมสมัย ผ่านการผสมผสาน

  • ศิลปะ

  • แสงและสี

  • เทคโนโลยีดิจิทัล

ทั้งหมดนี้ช่วยสร้างประสบการณ์ใหม่ของการท่องเที่ยวยามค่ำคืน ที่ทั้งสนุก มีเอกลักษณ์ และยังสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของเชียงใหม่ในฐานะ

  • เมืองแห่งสุขภาพ

  • เมืองแห่งการใช้ชีวิต

  • เมืองแห่งเทศกาล

ภายใต้แนวคิด “Value is the New Volume” และนโยบาย “12 เดือน 12 เทศกาล จังหวัดเชียงใหม่เที่ยวได้ทั้ง 365 วัน” ที่เน้นทั้งภาพลักษณ์ ความยั่งยืน และการกระจายรายได้ลงสู่ชุมชน

ช่วงเวลา จัดที่ไหน ต้องไปวันไหนบ้าง

งาน “เชียงใหม่ Night Market” จัดพร้อมกัน 2 พื้นที่ใหญ่ของเมืองเชียงใหม่ คือ

  • ถนนคนเดินสันกำแพง ทุกวันเสาร์

  • ถนนคนเดินท่าแพ เชียงใหม่ ทุกวันอาทิตย์

จัดต่อเนื่องยาวๆ 6 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม – 1 มีนาคม 2569

ช่วงเวลาคือ 16.00 – 22.00 น. เดินกันยาว ๆ ตั้งแต่แดดอ่อนจนถึงไฟระยิบระยับทั่วถนน

จากตลาดท้องถิ่น สู่ Creative Walking Street ระดับนานาชาติ

ททท. ใช้กลยุทธ์ Event Marketing ทำให้ถนนคนเดินไม่ได้เป็นแค่ที่เดินช้อป แต่กลายเป็นเวทีแสดงตัวตนของเชียงใหม่สู่สายตาคนทั้งโลก

การจัดงาน “เชียงใหม่ Night Market” ใน 2 พื้นที่สำคัญนี้ มีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับถนนคนเดินจาก

  • เพียงแค่ “ตลาดท้องถิ่น”

  • ไปสู่ “Creative Walking Street” ระดับนานาชาติ

โดยเฉพาะถนนคนเดินสันกำแพง ที่ได้ชื่อว่าเป็น

  • แหล่งวัฒนธรรมที่โดดเด่น

  • ศูนย์รวมหัตถกรรมและภูมิปัญญาล้านนา

  • พื้นที่ที่ยังคงรักษาวิถีชีวิตดั้งเดิมของชุมชนอย่างเหนียวแน่น

คอนเซปต์หลักที่ใช้คือ “San Kamphaeng Remix : Chiang Mai Remake” ที่หยิบเอาอัตลักษณ์เดิมของสันกำแพงมาเล่าใหม่ในเวอร์ชันทันสมัย แต่ยังให้ความสำคัญกับการ เคารพรากเหง้าและตัวตนท้องถิ่น เป็นหัวใจหลัก

10 จุดแลนด์มาร์กสุดปัง ฝั่งถนนคนเดินสันกำแพง

ภายในงานได้ออกแบบ 10 จุดจัดแสดงและแลนด์มาร์กหลัก เพื่อให้ทุกย่างก้าวบนถนนคนเดินเต็มไปด้วยเรื่องราวและมุมถ่ายรูปสวย ๆ

ธีมใหญ่ของสันกำแพงคือ “The Grand Arts of San Kamphaeng: พหุศิลป์ถิ่นสันกำแพง” ประกอบด้วย

  • ข่วงสันกำแพง

    • จุดที่ 1: ถักทอเรื่องราวสันกำแพง (The Woven Legacy)
      เล่าเรื่องราวของผ้า งานทอ และความผูกพันของผู้คนผ่านลวดลายและแสงสี

    • จุดที่ 2: จิตวิญญาณแห่งเครื่องปั้นดินเผา (The Spirit of Clay)
      สะท้อนเสน่ห์งานปั้นดินเผาและงานหัตถกรรมท้องถิ่นที่สันกำแพงขึ้นชื่อ

  • ไปรษณีย์ข่วงสันกำแพง

    • จุดที่ 3: โคมอธิษฐาน (The Wishing Lanna)
      บรรยากาศโคมล้านนาที่เต็มไปด้วยความหมายและคำอธิษฐานของผู้คน

    • จุดที่ 4: วาดสรรค์ผืนร่ม (Color Your Canopy)
      อินสไปร์จากร่มบ่อสร้างอันเลื่องชื่อ ผสานสีสันกับแสงให้ถนนสวยสะดุดตา

  • ตลาดข่วงสันกำแพง

    • จุดที่ 5: ชีพจรแห่งแสงสันกำแพง (The Light beat)
      แสงไฟที่เต้นไปพร้อมกับบรรยากาศคึกคักของผู้คนและตลาดยามค่ำคืน

  • ธนาคารกรุงเทพ

    • จุดที่ 6: น้องจ๊างสุดชิค (The Cool Elephant)
      ช้างล้านนาถูกเล่าใหม่ในสไตล์เท่ ๆ ทันสมัย พร้อมเป็นจุดเช็กอินยอดนิยม

  • อาคารชินวัตร

    • จุดที่ 7: ชะลอมแห่งความรุ่งเรือง (The Basket of Prosperity)
      สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ การค้าขาย และชีวิตที่เติบโตของชุมชน

  • ถนนคนเดินสันกำแพง (โซนผกาบ่อสร้าง)

    • จุดที่ 8: ผกาบ่อสร้าง (Bo Sang in Bloom)
      ดอกไม้และร่มกลายมาเป็นองค์ประกอบศิลป์ที่ทำให้ถนนสดใสมีชีวิตชีวา

  • หลังตึกห้างทองไพศาล

    • จุดที่ 9: สานศิลป์ทอแสง (The Weaver’s Beacon)
      งานทอและแสงส่องประกาย เปรียบเหมือนการสืบต่อศิลปะจากรุ่นสู่รุ่น

  • ถนนคนเดินสันกำแพง

    • จุดที่ 10: ผนังลายศิลป์ (The Artful Wall)
      ผนังที่เต็มไปด้วยงานศิลป์ ให้ความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในแกลเลอรีกลางแจ้ง

10 จุดแลนด์มาร์กฝั่งท่าแพ เส้นทางแสงของศรัทธาและวัฒนธรรม

ฝั่งถนนคนเดินเชียงใหม่ (ท่าแพ) ก็ไม่แพ้กัน ด้วยแลนด์มาร์กระดับไฮไลต์ภายใต้ธีม “The Sand Stupa: เจดีย์แห่งการเริ่มต้น” ได้แรงบันดาลใจจากประเพณีป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง

แต่ละจุดเล่าเรื่องวัฒนธรรมล้านนาผ่านสถานที่สำคัญกลางเมือง เช่น วัดและพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ

  • จุดที่ 1: วัดพันอ้น – เจดีย์อัฐอร่าม (The Radiant Octagon)
    เจดีย์องค์งามที่ถูกเนรมิตด้วยแสงให้ยิ่งโดดเด่นกลางคืน

  • จุดที่ 2: หอพื้นถิ่นล้านนา – ผู้พิทักษ์ล้านนา (Lanna Guardian)
    สิงห์คู่ สัญลักษณ์พลังปัญญาและการคุ้มครองประตูเมืองและวัดวา

  • จุดที่ 3: พิพิธภัณฑ์ธนารักษ์ – จากถนนแห่งศรัทธา สู่มรดกแห่งแผ่นดิน (From the Sacred Road to the Heritage of the Nation)
    เชื่อมโยงเส้นทางศรัทธากับประวัติศาสตร์และคุณค่าของชาติ

  • จุดที่ 4: ศูนย์สถาปัตยกรรม คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ – คุ้มแสงแห่งความทรงจำ (The Flame of Memory)
    เล่าเรื่องคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ผ่าน “สัตว์ทั้งสี่” ผู้พิทักษ์ คือ หงส์ กระต่าย กวาง และนกฮูก

  • จุดที่ 5: วัดพันเตา – ธารบุญสู่แสง (The Stream of Light)
    ต้นไม้ใหญ่และแสงที่ฉายให้วัดกลายเป็น “สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เรืองรอง” เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของความผาสุก

  • จุดที่ 6: วัดพันเตา – พนมมือ ศรัทธา (The Gesture of Radiance)
    ภาพท่วงท่าพนมมือที่สะท้อนความศรัทธาและความงดงามทางจิตวิญญาณ

  • จุดที่ 7: วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร – ดวงประทีปแห่งจินตภาพล้านนา (The Lantern of Lanna Imagination)
    แสงประทีปที่ปลุกจินตนาการและเรื่องเล่าล้านนาให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

  • จุดที่ 8: หอพื้นถิ่นล้านนา – เมืองดอกไม้ แห่งล้านนา (The City of Flowers)
    เมืองดอกไม้ในมิติของแสง สี และความอ่อนช้อยแบบล้านนา

  • จุดที่ 9: วัดทุงยู – เส้นทางแห่งการผลิบาน (The Blooming Way)
    ทางเดินที่สื่อถึงการเติบโตและการเริ่มต้นใหม่

  • จุดที่ 10: วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร – แนวแกนทางวัฒนธรรม (The Axis of Culture)
    จุดศูนย์กลางที่เชื่อมโยงมิติทางวัฒนธรรม ศรัทธา และตัวตนของเชียงใหม่เข้าไว้ด้วยกัน

ช้อป ชิม ชิล ของฝากแน่นตลาด

นอกจากแสงสีและงานศิลป์แล้ว อีกหนึ่งไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือ ของฝากท้องถิ่นและอาหารพื้นเมือง จากผู้ประกอบการในพื้นที่ที่ยกขบวนกันมาแบบจัดเต็ม

ในงานคุณจะได้

  • เลือกซื้อ ของที่ระลึกและงานแฮนด์เมด จากชุมชน

  • ลองชิม เมนูอาหารท้องถิ่น ทั้งคาวหวาน อิ่มอร่อยในราคาเข้าถึงได้

  • สัมผัสบรรยากาศ ถนนคนเดินที่ไม่ใช่แค่ตลาด แต่คือโชว์เคสของเชียงใหม่ทั้งเมือง

พร้อมโปรพิเศษสำหรับสายช้อป เมื่อจับจ่ายใช้สอยภายในงานครบทุก 200 บาท จะได้รับคูปองใช้เป็นส่วนลดสำหรับสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็น

  • ที่พัก

  • ร้านอาหาร

  • สปา

เรียกได้ว่า เดินตลาดแล้ว ยังได้ดีลท่องเที่ยวราคาดีติดมือกลับบ้าน

เวทีดนตรีมันส์ทุกสัปดาห์ ศิลปินแน่นทุกวัน

สายเพลง สายคอนเสิร์ต บอกเลยว่าต้องแวะ เพราะงานนี้มี ศิลปินชื่อดังหมุนเวียนขึ้นแสดงทุกวัน สร้างบรรยากาศสนุก ๆ ให้ถนนคนเดินเต็มไปด้วยเสียงดนตรี

ตลอดช่วงจัดงานจะได้พบกับศิลปินหลากหลาย อาทิ

  • 17 มกราคม 2569 : Scrubb

  • 18 มกราคม 2569 : Proxie

  • 24 มกราคม 2569 : Whal & Dolph

  • 25 มกราคม 2569 : No One Else

  • 31 มกราคม 2569 : Yented

  • 1 กุมภาพันธ์ 2569 : Atom

  • 14 กุมภาพันธ์ 2569 : Pause, Earth Patravee

  • 15 กุมภาพันธ์ 2569 : ATLAS, Sarah Salola

  • 21 กุมภาพันธ์ 2569 : Songkarn Rangsan

  • 22 กุมภาพันธ์ 2569 : Serious Bacon

  • 28 กุมภาพันธ์ 2569 : Mean

  • 1 มีนาคม 2569 : Season Five

ไม่ว่าจะเป็นสายอินดี้ สายป๊อป หรือสายฟังชิล ก็มีไลน์อัปให้ถูกใจอย่างน้อยสักคืนแน่นอน

เดินทางยังไงดี? มีรถรับ–ส่งฟรีด้วย

อีกหนึ่งความปังของงานนี้คือ เข้าร่วมงานฟรี และยังมีบริการ รถรับ–ส่ง ฟรี จากหลายจุดสำคัญในเมืองเชียงใหม่ ให้การเดินทางมาเที่ยวสะดวกขึ้นมาก

เส้นทางรถรับ–ส่งไปถนนคนเดินสันกำแพง

เส้นทางที่ 1

  • ข่วงประตูท่าแพ

  • วัดศรีดอนไชย

  • ศูนย์ทำร่มบ่อสร้าง

  • ใหม่เอี่ยม พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่

  • ข่วงสันกำแพง

เส้นทางที่ 2

  • One Nimman

  • เซ็นทรัลเชียงใหม่

  • ศูนย์ทำร่มบ่อสร้าง

  • ใหม่เอี่ยม พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่

  • ข่วงสันกำแพง

เส้นทางรถรับ–ส่งไปถนนคนเดินท่าแพ

เส้นทางที่ 1

  • One Nimman

  • ตลาดช้างเผือก

  • อนุสาวรีย์สามกษัตริย์

  • วัดพระสิงห์มหาวรวิหาร

เส้นทางที่ 2

  • ข่วงประตูท่าแพ

  • วัดศรีดอนไชย

  • ตลาดประตูเชียงใหม่

  • วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร

สะดวกทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ ไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทางหรือที่จอดรถมากนัก

ทำไม “เชียงใหม่ Night Market” ถึงไม่ควรพลาด

งานนี้ไม่ได้เป็นแค่ถนนคนเดินธรรมดา แต่คือการอัปเกรดเมืองทั้งเมืองให้กลายเป็นพื้นที่สร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับนักท่องเที่ยว

จุดเด่นที่ควรไปสัมผัสด้วยตัวเอง

  • แสง สี และงานศิลป์ยามค่ำคืนที่ออกแบบอย่างมีเรื่องราว

  • สองถนนคนเดินหลัก ที่มีทั้งวัด พิพิธภัณฑ์ และแลนด์มาร์กทางวัฒนธรรมรายล้อม

  • ของฝากท้องถิ่น อาหารพื้นเมือง และสินค้าชุมชนให้เลือกแบบจุใจ

  • โปรคูปองส่วนลดท่องเที่ยว เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข

  • เวทีดนตรีและศิลปินดัง ผลัดกันสร้างสีสันตลอดช่วงจัดงาน

  • บริการรถรับ–ส่งฟรีจากหลายจุดสำคัญในเมือง

ถ้าอยากเห็นเชียงใหม่ในเวอร์ชันที่ทั้ง มีเสน่ห์แบบดั้งเดิม และ ทันสมัยแบบสร้างสรรค์ ไปพร้อมกัน “เชียงใหม่ Night Market” คือคำตอบของทริปกลางคืนที่ห้ามพลาดในช่วงต้นปี 2569 นี้เลย