เปิดร้านมือสอง 2026: จากไอเดียในหัว สู่ร้านจริงที่ทำเงินได้
การเปิดร้านมือสองอาจดูเหมือนแค่เอาของเก่ามาวางขาย แต่ในความจริงแล้ว ถ้าอยากให้ธุรกิจไปได้ยาวและมีกำไร ต้องมีทั้งแผนและระบบ รองรับทุกขั้นตอน ตั้งแต่การหาสินค้า การตั้งราคา ไปจนถึงการบริหารร้านในแต่ละวัน
ร้านมือสองหรือ Thrift Store คือร้านค้าปลีกที่ขายของใช้แล้วในราคาจับต้องได้ ตั้งแต่เสื้อผ้าวินเทจ ของแต่งบ้าน ของเก่าสะสม ไปจนถึงไอเท็มยูนิกที่หาไม่ได้ในห้างทั่วไป
จุดสำคัญคือธุรกิจนี้เหมาะมากสำหรับคนที่ มีงบจำกัด แต่อยากเริ่มธุรกิจจริงจัง เพราะต้นทุนสินค้าเริ่มต้นต่ำ มีโอกาสช่วยชุมชนให้เข้าถึงของดีราคาถูก และยังเข้ากับเทรนด์เศรษฐกิจหมุนเวียน ที่ช่วยลดขยะและของเสียจากการบริโภคแบบใช้แล้วทิ้ง
ถ้าคุณกำลังคิดจะเปิดร้านมือสอง แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน ลองไล่ไปทีละสเต็ปจากคู่มือนี้ได้เลย
12 สเต็ปเปิดร้านมือสองแบบจับมือทำ
ด้านล่างนี้คือภาพรวมขั้นตอนสำคัญก่อนเริ่มเปิดร้านมือสองให้จริงจังและยั่งยืน
ศึกษาตลาดและคู่แข่ง
วางแผนธุรกิจให้ชัด
จดทะเบียนและทำเรื่องเอกสารให้ครบ
เลือกทำเลและเช่าพื้นที่
หาและคัดเลือกสินค้ามือสอง
จัดเลย์เอาท์และบรรยากาศร้าน
วางกลยุทธ์ตั้งราคา
วางแผนเรื่องทีมงานและพนักงาน
ตั้งระบบ POS และการรับชำระเงิน
โปรโมตร้านให้เป็นที่รู้จัก
จัดงานเปิดร้านอย่างเป็นทางการ
บริหารสต็อกและระบบหลังบ้านให้ไหลลื่น
ต่อไปคือรายละเอียดแต่ละข้อแบบลงลึก ใช้เช็กลิสต์นี้เตรียมร้านของคุณได้เลย
1. ศึกษาตลาดและคู่แข่งในพื้นที่
การวิจัยตลาดคือด่านแรกที่ห้ามข้าม เพราะจะช่วยตอบคำถามว่า เปิดร้านมือสองในย่านนี้ “รอด” หรือ “ร่วง”
ลองสำรวจให้ชัดเจนว่าในพื้นที่ที่คุณเล็งไว้
คนในละแวกนั้นนิยมซื้อของมือสองไหม
กลุ่มรายได้โดยเฉลี่ยเป็นแบบไหน
ช่วงอายุและไลฟ์สไตล์ของคนส่วนใหญ่
คุณอาจใช้แบบสอบถามออนไลน์–ออฟไลน์ หรือดูข้อมูลประชากรคร่าว ๆ เพื่อจัดลำดับว่าทำเลไหนน่าสนใจกว่ากัน
อย่าลืมว่า ร้านมือสองไม่จำเป็นต้องอยู่ในโซน “สายมือสอง” เสมอไป ถ้าทำเลนั้นเป็นย่านท่องเที่ยว หรือย่านที่มีคนเดินเที่ยวเล่นเยอะ คุณอาจดึงดูดนักเดินทางและคนชอบของหายากได้เช่นกัน
2. วางแผนธุรกิจให้ชัดเจนเหมือนมีแผนที่
ร้านมือสองที่อยากเติบโตแบบจริงจังควรมี แผนธุรกิจ (Business Plan) เป็นตัวตั้ง นึกภาพให้มันเป็นเหมือน “แผนที่” ที่ช่วยบอกทางในทุกการตัดสินใจของคุณ
หัวใจของแผนธุรกิจร้านมือสองควรมี
เรื่องราวและตัวตนของแบรนด์ ว่าคุณอยากเป็นร้านสไตล์ไหน
ข้อมูลวิจัยตลาดและกลุ่มลูกค้าหลัก
ประเภทสินค้าที่อยากเน้นขาย เช่น เสื้อผ้าวินเทจ ของสะสม ของแต่งบ้าน
แผนรายรับ–รายจ่าย และการลงทุนเบื้องต้น
กลยุทธ์การตลาด ทั้งออนไลน์และออฟไลน์
แผนการดำเนินงานและโลจิสติกส์ เช่น รับของ เก็บของ เช็กของ
ยิ่งแผนชัด การลองผิดลองถูกหน้างานยิ่งน้อยลง และช่วยประหยัดทั้งเวลาและเงินทุนได้มาก
3. จดทะเบียนธุรกิจและจัดการใบอนุญาต
ถ้าตั้งใจทำร้านมือสองเป็นธุรกิจจริงจัง การจดทะเบียนให้ถูกต้องจะช่วยให้คุณ
แยกตัวคุณออกจากธุรกิจด้านกฎหมายอย่างชัดเจน
ใช้ค่าใช้จ่ายบางส่วนมาหักลดหย่อนภาษีได้
สร้างความน่าเชื่อถือกับลูกค้าและคู่ค้า
รูปแบบอาจเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน ขึ้นกับขนาดที่คุณวางไว้
สิ่งที่ไม่ควรมองข้าม
ทำประกันธุรกิจค้าปลีก ป้องกันเหตุไม่คาดฝัน เช่น ลูกค้าลื่นล้ม สินค้าชำรุด หรือเหตุโจรกรรม
ตรวจให้แน่ใจว่าคุณมีใบอนุญาตค้าขายตามกฎหมายครบ โดยเฉพาะถ้าขายในหมวดควบคุม เช่น บุหรี่ หรือแอลกอฮอล์ ซึ่งต้องมีใบอนุญาตเฉพาะเพิ่ม
4. เลือกทำเลและเช่าพื้นที่แบบคิดรอบด้าน
คำว่า “ทำเล ทำเล และทำเล” ยังใช้ได้เสมอ โดยเฉพาะกับร้านค้าปลีกอย่างร้านมือสอง เพราะจุดที่ตั้งจะส่งผลต่อทั้งยอดขายและวิธีการทำการตลาด
ทำเลที่มีคนเดินผ่านเยอะอาจช่วยลดค่าโฆษณาได้มาก แค่จัดหน้าร้านให้ดึงสายตา คนก็พร้อมเดินเข้ามาแล้ว แต่พื้นที่ฮิต ๆ อย่างห้างหรือย่านกลางเมืองมักจะค่าเช่าสูง
เช็กลิสต์สำหรับคัดทำเลร้านมือสอง
เดินทางมาง่ายไหม ใกล้รถไฟฟ้า/รถเมล์/ที่จอดรถหรือไม่
พื้นที่มีความปลอดภัยแค่ไหน
ร้านในละแวกนั้นอยู่รอดกันนานไหม หรือเปลี่ยนมือบ่อย
มีข้อจำกัดด้านผังเมืองหรือกฎหมายพิเศษหรือไม่
รอบ ๆ มีร้านมือสองอื่นอยู่ไหม และเขาเน้นขายอะไร
เมื่อเจอทำเลที่ใช่ ค่อยนัดเข้าไปดูพื้นที่จริง ดูว่ามีที่เก็บของหลังร้าน จุดรับบริจาค และพื้นที่ตั้งเคาน์เตอร์ชำระเงินเพียงพอหรือไม่
5. คัดเลือกสินค้ามือสองอย่างมีศิลปะ
หัวใจของร้านมือสองคือ “ซื้อถูก ขายแพงอย่างมีคุณค่า” ไม่ใช่แค่การเก็งกำไร แต่คือการคัดของดีที่ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่าเมื่อจ่าย
แหล่งหาของหลัก ๆ ที่น่าลองมี เช่น
รับบริจาคจากชุมชน
ตั้งจุดรับของในร้าน วางกล่องรับบริจาคตามจุดรวมคน หรือจับมือกับธุรกิจใกล้เคียง วิธีนี้ช่วยลดต้นทุนสินค้าจนแทบเป็นศูนย์ แถมได้ภาพลักษณ์ร้านที่ช่วยสังคมไปพร้อมกันบ้านที่จัดขายของเก่า/ขายยกบ้าน
มักมีของหายากหรือของคุณภาพดีในราคาต่ำ ถ้าคุยเก่งและต่อรองเป็น คุณจะได้ของที่มีมูลค่าขายต่อสูงมากตลาดนัดและตลาดของเก่า
โดยเฉพาะแหล่งที่อยู่ในโซนคนรายได้สูง มักมีของสภาพดี ของแบรนด์ ของสะสม ที่เจ้าของเดิมอยากปล่อยแบบไม่ยึดติดการประมูลสินค้า
ถ้าอยากจับสายลักซ์ชัวรี ของวินเทจ หรือของสะสมเฉพาะทาง การเข้าไปประมูลเป็นอีกทางเลือก แต่ต้องคำนวณให้ชัดว่าเสนอราคาไม่เกินกว่าราคาที่คุณจะขายต่อได้พร้อมกำไร
6. จัดเลย์เอาท์ร้านให้เดินเพลินและอยากซื้อเพิ่ม
ก่อนเปิดประตูรับลูกค้าคนแรก ลองถามตัวเองว่า อยากให้คนรู้สึกอะไรเมื่อก้าวเข้าร้าน สบายตา ละมุน สนุกเหมือนล่าขุมทรัพย์ หรือเท่จัดแบบสายวินเทจแน่น ๆ
หลักการจัดร้านที่ช่วยให้ขายดีขึ้นมีเช่น
ทำหน้าร้านให้เด่น ใช้ของชิ้นพิเศษหรือของหายากเป็นจุดดึงสายตา
ปล่อยโซน 1.5–3 เมตรจากประตูให้โล่ง ให้ลูกค้าได้ปรับสายตาก่อนเริ่มเลือกของ
จัด “จุดหยุดสายตา” เป็นมุมหรือโต๊ะโชว์ธีมพิเศษ ทำให้คนชะลอจังหวะเดินและมองของได้นานขึ้น
ให้เคาน์เตอร์คิดเงินมองเห็นง่าย อาจใช้ป้ายหรือโทนสีชัดเจน
วางของชิ้นเล็ก ราคาน่ารัก ใกล้จุดจ่ายเงิน เช่น เครื่องประดับ ผ้าพันคอ ของแต่งบ้านชิ้นเล็ก เพื่อกระตุ้นการหยิบเพิ่มแบบไม่คิดเยอะ

เลย์เอาท์ที่ดีทำให้ร้านดูมืออาชีพ สะท้อนสไตล์แบรนด์ แล้วก็ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกอยากกลับมาเดินเล่นอีกรอบเรื่อย ๆ
7. ตั้งราคาสินค้ามือสองให้สมดุลระหว่าง “คุ้ม” และ “กำไร”
การตั้งราคาของมือสองไม่ง่ายเท่าของใหม่ เพราะคนจะคาดหวังให้ถูกกว่า แต่คุณก็ยังต้องเหลือกำไรหลังหักค่าใช้จ่ายทุกอย่าง
เวลาคิดราคา อย่าดูแค่ต้นทุนซื้อของ แต่ต้องรวมถึง
ค่าเช่าร้านและค่าดูแลสถานที่
ค่าระบบชำระเงินและ POS
ค่าโปรโมตและการตลาด
ค่าแรงทีมงาน
ปัจจัยหลักในการตั้งราคาของแต่ละชิ้น ได้แก่
สภาพสินค้า
ถ้าของมีรอย ใช้งานมาหนัก หรือมีตำหนิ ต้องกดราคาให้ต่ำลง แต่ถ้าของแทบไม่ผ่านการใช้ หรือเป็นของใหม่แกะกล่อง ก็สามารถตั้งราคาสูงขึ้นได้อย่างสมเหตุสมผลความต้องการในตลาด
ถ้าเป็นไอเท็มที่คนตามหาเยอะและหาได้ยาก คุณมีพื้นที่สำหรับการบวกกำไรมากกว่าความหายากและความยูนิก
ของวินเทจ ของสะสม หรือรุ่นลิมิเต็ด บางทีมีมูลค่าสูงกว่าราคาตอนออกใหม่ คนเล่นสายนี้พร้อมจ่ายเพื่อของที่ตัวเองเล็งมานาน
8. จ้างพนักงานช่วย เมื่อภาระเริ่มเกินสองมือ
ร้านมือสองไม่ได้มีแค่ขายหน้าร้าน แต่รวมถึง
รับและคัดของบริจาค
ทำความสะอาดและจัดสินค้า
ดูแลลูกค้า
เติมของ ดูสต็อก และจัดมุมโชว์ใหม่
ถ้าคุณลองเขียนรายการงานรายวันออกมาแล้วพบว่า ทำคนเดียวไม่ไหวแน่ ๆ การจ้างพนักงานคือการลงทุนที่ช่วยให้ร้านเดินได้แบบไม่สะดุด
หน้าที่ที่พนักงานขายช่วยได้ เช่น
แนะนำและดูแลลูกค้าในร้าน
คิดเงินผ่านระบบ POS
จัดเรียงและตกแต่งโซนสินค้า
ดูแลความสะอาดและความเป็นระเบียบของร้าน
เติมสินค้าและเช็กสต็อกเบื้องต้น
9. ตั้งระบบขายหน้าร้าน (POS) ให้ทุกอย่างจบในจุดเดียว
สำหรับร้านมือสองที่อยากดูมืออาชีพ การมีระบบ Point of Sale (POS) จะช่วยให้คุณจัดการทุกอย่างได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น
การรับชำระเงินด้วยหลายช่องทาง
บันทึกยอดขายรายวัน รายสินค้า
ดูสต็อกเข้า–ออกแบบเรียลไทม์
จัดกะพนักงานและดูประสิทธิภาพการขาย
ข้อดีอีกอย่างคือ ถ้าวันหนึ่งคุณอยากต่อยอดไปขายออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์หรือโซเชียล ระบบ POS ที่เชื่อมสต็อกหน้าร้านกับช่องทางออนไลน์ให้ตรงกันจะช่วยลดปัญหา “ของหมดแต่ยังประกาศขาย” ได้มาก
10. โปรโมตร้านมือสองให้เป็นที่รู้จัก
การตลาดค้าปลีกคือกุญแจที่ทำให้คนรู้ว่า “เฮ้ย! แถวนี้มีร้านมือสองน่าเดินเปิดใหม่” ไม่ว่าร้านจะเล็กหรือใหญ่ ถ้าไม่มีคนรู้จักก็แทบไม่มีโอกาสปิดการขาย
ไอเดียโปรโมตร้านที่ทำได้จริง เช่น
จัดโปรฯ น่าสนุก เช่น แจกของรางวัล หรือ Flash Sale รายสัปดาห์
ทำใบปลิว โปสเตอร์ แปะตามคอมมูนิตี้ต่าง ๆ ในย่านเดียวกัน
เปิดเพจโซเชียล โพสต์รูปของเข้าร้านใหม่แบบทีเซอร์ให้คนตามรอ
ชวนอินฟลูเอนเซอร์ท้องถิ่นมาช่วยรีวิว แลกกับสินค้า 1 ชิ้น
ติดต่อสื่อหรือเพจท้องถิ่นให้ช่วยเล่าเรื่องร้านของคุณ
ทำระบบสะสมแต้ม เปลี่ยนลูกค้าขาจรให้กลายเป็นลูกค้าประจำ
อย่ากลัวการทดลอง ลองหลาย ๆ วิธี แล้วเก็บข้อมูลว่าช่องทางไหนพาลูกค้าเข้าร้านได้ดีที่สุด
11. เปลี่ยนวันเปิดร้านให้เป็น “อีเวนต์” ของชุมชน
วันเปิดร้านไม่ใช่แค่วันที่เริ่มขาย แต่คือโอกาสสร้างกระแสและความทรงจำดี ๆ ให้คนในพื้นที่รู้ว่ามีร้านใหม่เกิดขึ้น
ไอเดียสำหรับงานเปิดร้านมือสอง เช่น
จัดเกมหรือกิจกรรมลุ้นของรางวัล
ทำบรรยากาศให้เหมือนปาร์ตี้เล็ก ๆ มีของกิน เครื่องดื่ม และเพลงเพราะ ๆ
เชิญคนดังหรืออินฟลูเอนเซอร์แถวนั้นมาร่วมแจม
ให้ของหรือส่วนลดพิเศษกับคนกลุ่มแรกที่มาถึงร้าน
จับมือกับองค์กรการกุศล บริจาครายได้บางส่วนจากวันเปิดร้าน
ปิดท้ายงานด้วยการแจกคูปองส่วนลดสำหรับการกลับมาซื้อในครั้งถัดไป ก็จะช่วยให้คุณได้ทั้ง กระแสวันแรก และยอดขายต่อเนื่องหลังจากนั้น
12. วางระบบหลังบ้านและบริหารสต็อกให้ไหลลื่น
หลังเปิดร้านจริง งานสำคัญที่ทำให้ธุรกิจไปได้ยาวคือ การจัดระบบให้ทุกอย่างทำซ้ำได้ ไม่ว่ากะไหนทำงาน ร้านก็ยังดูดีและพร้อมขายตลอดเวลา
สิ่งที่ควรมีเป็นลายลักษณ์อักษร ได้แก่
ขั้นตอนรับสินค้าเข้า โดยเฉพาะของบริจาค ว่าตรวจยังไง แยกยังไง
มาตรฐานการบริการลูกค้า และแนวทางการเทรนพนักงาน
เช็กลิสต์เปิด–ปิดร้านในแต่ละวัน
วิธีรับชำระเงินที่รองรับ เช่น เงินสด บัตร โอน QR
นโยบายการเปลี่ยน–คืนสินค้า (ถ้ามี)
ถ้าร้านไม่มีเช็กลิสต์ ปัญหาเล็ก ๆ อย่างลืมเปิดระบบ POS หรือเคาน์เตอร์ไม่สะอาดอาจเกิดซ้ำ ๆ จนเสียบรรยากาศร้านโดยไม่รู้ตัว แต่ถ้ามีระบบที่ชัด ทุกคนก็จะทำงานได้ตรงมาตรฐานเดียวกัน
ใช้ทุนเท่าไหร่ถึงจะเปิดร้านมือสองได้
โดยทั่วไป ธุรกิจขนาดเล็กมักใช้เงินเฉลี่ยปีแรกค่อนข้างสูง โดยส่วนใหญ่เทไปที่ค่าซื้อสินค้า แต่จุดแข็งของร้านมือสองคือ คุณลดต้นทุนสต็อกได้มาก เพราะสามารถใช้การรับบริจาคหรือเลือกซื้อของราคาต่ำเป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นที่ควรคิดเผื่อไว้ เช่น
การดำเนินงาน: ประมาณ 10% – 15% ของงบทั้งหมด
ค่าขนส่ง: ราว 8% – 12%
ค่าใช้จ่ายออนไลน์ / ระบบ POS / เทคโนโลยี: ประมาณ 9% – 10%
การตลาดและประชาสัมพันธ์: ราว 7% – 12%
ค่าทีมงานและพนักงาน: ประมาณ 14% – 30%

ถ้ายังไม่มีเงินทุนก้อนใหญ่ ลองพิจารณา
ขอสินเชื่อธุรกิจขนาดเล็กจากสถาบันการเงิน
มองหาโครงการทุนสนับสนุนจากชุมชนหรือองค์กรที่ส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน
ร้านมือสองมักถูกมองในมุมบวก เพราะช่วยลดขยะ สนับสนุนการใช้งานซ้ำ และกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น จึงมีโอกาสเข้ากับเงื่อนไขทุนสนับสนุนหลายโครงการได้ดี
3 ข้อที่ควรเลี่ยง ถ้าไม่อยากให้ร้านไปได้ช้า
การเริ่มร้านมือสองครั้งแรก มักมีจุดพลาดที่เจอกันบ่อย และสามารถเลี่ยงได้หากรู้ก่อน
เลือกทำเลผิด
เปิดร้านในโซนที่คนไม่อินกับของมือสอง หรือไกลจากย่านชุมชน ทำให้ต้องใช้แรงและงบการตลาดเยอะกว่าปกติ การวิจัยตลาดก่อนตัดสินใจเช่าพื้นที่ช่วยลดความเสี่ยงตรงนี้ได้มากไม่มีระบบจัดการสต็อก
เพราะร้านมือสองเต็มไปด้วยของ “ชิ้นเดียวในร้าน” ถ้าขายไปแล้วคือหมดเลย การดูสต็อกแบบมั่ว ๆ จะทำให้คุณเสียโอกาสขาย และงงเองด้วย ใช้เครื่องมือจัดการสต็อกช่วยให้เห็นภาพรวมได้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะถ้าขายทั้งหน้าร้านและออนไลน์ตั้งราคาผิดจุด
ถ้าตั้งแพงไป ลูกค้อาจรู้สึกว่าไม่คุ้มสำหรับของมือสอง แต่ถ้าถูกไปก็อยู่ได้ลำบาก ต้องค่อย ๆ ทดลอง ปรับราคา และสังเกตฟีดแบ็กจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
ทำให้ปี 2026 เป็นปีที่คุณมีร้านมือสองของตัวเองจริง ๆ
การขายของมือสองไม่ใช่แค่กิจกรรมสนุกในวันหยุดอีกต่อไป แต่มันสามารถกลายเป็น ธุรกิจจริงที่สร้างรายได้ + ช่วยโลก + ช่วยชุมชน ได้พร้อมกัน
กุญแจสู่ความสำเร็จคือ
เลือกกลุ่มตลาดให้ชัด เช่น เสื้อผ้าวินเทจ ของสะสม ของแต่งบ้าน หรือเฟอร์นิเจอร์รีโนเวต
ตั้งราคาที่ลูกค้ารู้สึกคุ้ม แต่ธุรกิจยังมีกำไรเหลือ
หาแหล่งสินค้าที่แตกต่าง เช่น รับบริจาค หาของจากตลาดนัด บ้านจัดขายของเก่า หรือประมูลสินค้า
ช่วงเริ่มต้นอาจเหนื่อยและใช้พลังมากเป็นพิเศษ แต่ถ้าวางระบบดี และมีใจรักในสายมือสอง ปีนี้อาจเป็นปีที่คุณเปลี่ยนจากคนช้อปของมือสอง เป็นเจ้าของร้านมือสองเต็มตัว ได้จริง
FAQ: คำถามฮิตเรื่องการเปิดร้านมือสอง
ถ้าเปิดร้านมือสอง จะทำกำไรได้จริงไหม?
ทำได้จริง โดยเฉพาะถ้าคุณใช้ของบริจาคเป็นหลัก เพราะแทบไม่มีต้นทุนสินค้า สิ่งที่ต้องโฟกัสคือการตั้งราคาขายให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าเช่าร้าน ค่าประกันธุรกิจ ค่าโปรโมต และค่าแรงทีมงาน
ถ้าเริ่มจากศูนย์ วิธีเปิดร้านมือสองต้องทำอะไรก่อน–หลัง?
สเต็ปที่ควรเดินมีดังนี้
ศึกษาตลาดและกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
วางแผนธุรกิจให้ชัดเจนทั้งด้านการเงินและการตลาด
จดทะเบียนธุรกิจให้ถูกต้องตามกฎหมาย
หาทำเลร้านที่เหมาะและตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า
วางแผนหาและคัดสินค้ามือสองที่จะนำมาขาย
จัดเลย์เอาท์ร้านให้น่าเดินและหยิบง่าย
ตั้งราคาสินค้าให้เหมาะกับสภาพและตลาด
พิจารณาจ้างพนักงาน หากงานเริ่มเกินสองมือ
ติดตั้งระบบคิดเงินหรือ POS ให้ใช้งานง่าย
โปรโมตร้านให้คนในพื้นที่และออนไลน์รู้จัก
จัดงานเปิดร้านอย่างเป็นทางการให้เกิดกระแส
วางระบบบริหารร้านและสต็อกให้ทำงานได้ต่อเนื่อง
ขายของมือสองเป็นไอเดียทำเงินที่น่าเล่นไหม?
ถือเป็นไอเดียที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะถ้าคุณมีสายตาเลือกของเก่ง รู้ว่าตลาดต้องการอะไร และหาของเหล่านั้นได้ในราคาต้นทุนต่ำ เมื่อบวกกำไรในระดับที่ลูกค้ายังรู้สึกว่าคุ้ม คุณก็สามารถสร้างรายได้ต่อเนื่องได้ไม่ยาก
ถ้าอยากเปิดร้านมือสองแบบแทบไม่มีทุน ทำยังไงได้บ้าง?
ลองเริ่มจากการลดค่าใช้จ่ายด้านสต็อกและใช้ทรัพยากรที่มีอยู่แล้วให้เต็มที่ เช่น
ขอรับบริจาคของจากคนรอบตัวและคนในชุมชน
หาของจากตลาดนัดหรือบ้านที่จัดขายของเก่าในราคาถูกมาก
เริ่มจากขายของใช้ส่วนตัวที่ไม่ค่อยได้ใช้แล้ว
มองหาทุนสนับสนุนจากโครงการชุมชนหรือองค์กรสังคม
ขอสินเชื่อธุรกิจขนาดเล็กเริ่มต้นในวงเงินที่ตัวเองรับไหว
ถ้าลองเริ่มจากเล็ก ๆ ก่อน ใช้เงินเท่าที่มี แล้วค่อยขยายไปทีละสเต็ป คุณจะเห็นภาพชัดขึ้นว่า รูปแบบร้านไหนเหมาะกับคุณที่สุดในระยะยาว

