รับแอปรับแอป

Profhilo vs ฟิลเลอร์: สายหน้าใสลดริ้วรอยควรรู้ก่อนฉีด!

สุพจน์ วัฒนชัย01-29

Profhilo คืออะไร ทำไมคนรักผิวถึงพูดถึงกันเยอะ

Profhilo คือโปรแกรม Bio-Remodeling หรือการกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่จากภายในเอง

ใช้สารสำคัญคือ Hyaluronic Acid (HA) ความเข้มข้นสูง ผ่านเทคโนโลยีเฉพาะ “NAHYCO™ Hybrid Technology” จาก IBSA ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยใช้ความร้อนในการจัดโครงสร้าง HA ให้เสถียรมากขึ้น

ผลลัพธ์คือ HA สามารถกระจายตัวได้ดี ฟื้นฟูผิวได้ลึกถึงโครงสร้างผิว ช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมเซลล์ผิวหลายชนิด ทำให้ผิวดูแน่น เด้ง ชุ่มชื้น และสุขภาพดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

เทคโนโลยี NAHYCO™ เด่นยังไง ทำไมถึงเป็นจุดขายของ Profhilo

เทคโนโลยี NAHYCO™ หรือ Hybrid Cooperative Complexes (HCC) มีจุดเด่นที่น่าสนใจหลายอย่าง

  • พัฒนาโดย IBSA จากสวิตเซอร์แลนด์ เน้นความปลอดภัยและเสถียรภาพของตัวยา

  • ผสมผสาน HA ทั้งโมเลกุลเล็กและใหญ่เข้าด้วยกัน โดยไม่ใช้สารเชื่อมขวาง (Cross-linking agent-free) ทำให้

    • HA กระจายตัวได้เนียนและกว้างกว่าเดิม

    • ผลลัพธ์อยู่ได้นานขึ้น

  • ช่วย กระตุ้นคอลลาเจนชนิดที่ 1, 3, 4, 7 และยังส่งเสริมการสร้างอีลาสติน ทำให้ผิวยืดหยุ่นดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

  • ช่วยให้ HA มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในการ
    • ฟื้นฟูคุณภาพผิว

    • เพิ่มความชุ่มชื้น

    • ลดอาการระคายเคืองและโอกาสแพ้

  • จุดฉีดน้อย แต่กระจายตัวกว้าง สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ไม่ทิ้งสารตกค้างในร่างกาย

ผลลัพธ์ที่ได้จากการฉีด Profhilo

เพราะ Profhilo ใช้ HA ความเข้มข้นสูง เน้นการฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยตรง จึงช่วยแก้ปัญหาผิวได้หลายอย่างในคราวเดียว ได้แก่

  • ฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม

    • ลดริ้วรอยเล็ก ๆ และรอยยับบนใบหน้า

    • ช่วยให้ผิวกลับมาเรียบเนียนมากขึ้น

    • มีส่วนช่วยลดหลุมสิวและแผลเป็นตื้น ๆ

  • เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างชัดเจน
    ผิวดูฟู อิ่มน้ำ สุขภาพดีขึ้นจากภายใน

  • ไม่ต้องพักฟื้นนาน
    จุดฉีดมีไม่มาก ลดความเจ็บขณะฉีด ตัวยากระจายตัวออกเป็นวงกว้าง ทำให้ฟื้นฟูผิวได้ทั่วถึงโดยที่คนไข้ไม่ต้องเว้นช่วงใช้ชีวิตประจำวัน

  • เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว
    เพราะมีการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน โดยไม่ผ่านกระบวนการอักเสบในร่างกาย ให้ผิวดูแน่นเฟิร์มแบบธรรมชาติ

  • กระตุ้นเซลล์สำคัญหลายชนิด เช่น Keratinocytes, Fibroblast, Adipocytes, Myocytes, Osteoblasts ทำให้ผิวถูก ปรับโครงสร้างใหม่ แก้ปัญหาผิวเสื่อมสภาพ ได้ดีมาก

หลักการทำงานของ Profhilo และเทคนิค BAP

Profhilo ใช้เทคนิคการฉีดแบบ BAP (Bio Aesthetic Points) คือการฉีดตัวยาลงในจุดที่คำนวณมาแล้วว่าช่วยให้กระจายตัวได้ดีที่สุด

  • ใบหน้า: ฉีดข้างละ 5 จุด

  • ลำคอ: ฉีด 10 จุด

  • ในแต่ละจุด แพทย์จะฉีดประมาณ 0.2 ml

จากนั้นตัวยาจะค่อย ๆ กระจายตัวออกเป็นวงกว้างอย่างสม่ำเสมอ ช่วยฟื้นฟูผิวบริเวณนั้นได้ทั่วถึง ไม่เป็นก้อนและไม่ดูหลอกตา

  • จุดฉีดบริเวณใบหน้า

  • จุดฉีดบริเวณลำคอ

ประโยชน์หลักของ Profhilo ที่ผิวคุณจะรู้สึกได้

  • ปรับโครงสร้างผิวใหม่ (Bio-Remodeling)
    ผิวได้รับการฟื้นฟูจากภายในให้แข็งแรงระยะยาว ผิวดูเรียบเนียน และภาพรวมผิวดูสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

  • ช่วยซ่อมแซมและบาลานซ์ผิว
    เหมาะกับคนที่ผิวเสื่อมสภาพ ผิวหย่อนคล้อย หรือมีริ้วรอย หลุมสิว และแผลเป็น ช่วยให้ผิวกลับมาเนียนตึงขึ้น

  • กระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่
    ร่างกายถูกกระตุ้นให้สร้างเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินเพิ่ม เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ผิวแน่น กระชับ ยืดหยุ่น และดูแข็งแรงขึ้น

  • เติมความชุ่มชื้นครบทุกชั้นผิว
    เพราะ HA เป็นสารที่มีอยู่แล้วในร่างกาย และมีคุณสมบัติอุ้มน้ำสูง เมื่อฉีดเข้าไปจะช่วยอุ้มน้ำให้ผิว ลดความแห้งกร้าน ผิวดูฉ่ำ ฟู มีชีวิตชีวามากขึ้น

จุดเด่นของ Profhilo ที่ทำให้ต่างจากการฉีดอย่างอื่น

  1. กระจายตัวดี ไม่เป็นก้อน

เนื้อเจลของ Profhilo มีความบางเบา หนืดต่ำ ทำให้ไหลกระจายไปตามเนื้อเยื่อได้อย่างสม่ำเสมอ เนียนไปกับผิว ไม่จับตัวเป็นก้อน ผลคือผิวบริเวณใบหน้าและลำคอได้รับการฟื้นฟูอย่างทั่วถึง

  1. ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี NAHYCO™

ทำให้ตัวยามีความเสถียร กระจายตัวดี และช่วยลดโอกาสการระคายเคืองหรืออาการแพ้หลังฉีด

  1. อยู่ในผิวได้นานกว่าปกติ

เมื่อฉีด Profhilo แล้ว ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ในผิวได้ประมาณ 6–12 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองของแต่ละคนด้วย

Profhilo เหมาะฉีดบริเวณไหน และควรทำถี่แค่ไหน

การรักษาด้วย Profhilo มักแนะนำให้ ทำ 2 ครั้ง ห่างกัน 1 เดือน

หลังฉีดไปประมาณ 1 เดือน จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดขึ้น เช่น

  • ผิวชุ่มชื้นขึ้นแบบสัมผัสได้

  • ผิวดูฉ่ำน้ำ แน่น ฟู กระชับเรียบเนียนขึ้น

  • ริ้วรอยเล็ก ๆ หลุมสิว และรอยแผลเป็นดูจางลง

ผลลัพธ์ปกติจะอยู่ได้นานประมาณ 6–12 เดือน (ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ปัญหาเดิม และการดูแลหลังการรักษา) หลังจากนั้นสามารถกลับมาทำซ้ำทุก 6–12 เดือน ตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อคงสภาพผิวสวยอย่างต่อเนื่อง

Profhilo ต้องฉีดกี่ครั้ง และฉีดตรงไหนได้บ้าง

Profhilo สามารถฉีดได้หลายบริเวณ เพื่อฟื้นฟูคุณภาพผิวเชิงโครงสร้าง ได้แก่

  • ใบหน้า

  • ลำคอ

  • หลังมือ

ช่วยแก้

  • ผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ

  • ริ้วรอย รอยยับ ร่องแก้ม

  • รอยแผลเป็น หลุมสิว

  • ผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น

พร้อมเติมความฉ่ำน้ำ ทำให้ผิวดูเด็กขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

Profhilo ช่วยลดหลุมสิวได้จริงไหม

หลุมสิวคือหนึ่งในปัญหาที่ทำให้ผิวหน้าไม่เรียบเนียน แต่งหน้าแล้วเครื่องสำอางตกร่อง ซึ่ง Profhilo ถือเป็นหนึ่งในตัวช่วยที่น่าสนใจ

เพราะ Profhilo มีการ

  • กระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน

  • ฟื้นฟูเนื้อเยื่อผ่านหลายกลไก

จึงช่วยให้หลุมสิวค่อย ๆ ตื้นขึ้น ผิวโดยรวมเรียบเนียนมากกว่าเดิม และช่วยลดรอยแผลเป็นเล็ก ๆ ได้ด้วย

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่หลุมสิวค่อนข้างลึก แพทย์มักจะ แนะนำให้ทำร่วมกับเลเซอร์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ความปลอดภัยของ Profhilo น่าไว้ใจแค่ไหน

Profhilo เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน และได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในระดับสากล จุดเด่นคือ

  • ปลอดภัยสูง และไม่ทิ้งสารตกค้างในร่างกาย

  • มีการศึกษาวิจัยจากข้อมูลจริงของผู้รับการรักษาทั่วโลก

จากงานวิจัย “Safety Assessment of High- and Low-Molecular-Weight Hyaluronans (Profhilo®) as Derived from Worldwide Postmarketing Data” ที่เก็บข้อมูลมากกว่า 40,000 เคส ในระยะเวลา 3 ปี พบว่า

  • มีเคสที่เกิดผลข้างเคียงเพียง 12 เคสเท่านั้น

  • อาการที่พบส่วนใหญ่เป็นเพียงอาการบวมแดงเล็กน้อย ซึ่งถือว่าเป็นอาการชั่วคราวและมักเกี่ยวข้องกับเทคนิคการฉีดหรือสภาพผิวเฉพาะบุคคลมากกว่า

Profhilo ต่างจาก HA Filler ยังไงบ้าง

หลายคนอาจสงสัยว่า ทั้ง Profhilo และ HA Filler ต่างก็มีส่วนประกอบหลักเป็น Hyaluronic Acid (HA) เหมือนกัน แล้วต่างกันตรงไหน?

บทบาทของ Profhilo

  • เน้น ฟื้นฟูคุณภาพผิวในเชิงโครงสร้าง

  • ปรับสมดุลผิวที่เสื่อมสภาพให้กลับมาดูแข็งแรง

  • มอบความชุ่มชื้นอย่างลึกถึงโครงสร้างผิว

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิว แน่น กระชับ ลดริ้วรอย และลดหลุมสิว ได้ดี

บทบาทของ HA Filler

  • ถึงแม้จะอุ้มน้ำได้ดี แต่ จุดประสงค์หลักคือการเติมปริมาตรผิว

  • เหมาะสำหรับ
    • เติมเต็มร่องลึก

    • ปรับรูปหน้า เติมเต็มส่วนที่ยุบหรือขาดปริมาตร

  • เน้นเติมเฉพาะจุดมากกว่าการฟื้นฟูคุณภาพผิวทั่วทั้งใบหน้า

  • ไม่ได้เน้นการกระชับผิวทั่วบริเวณเหมือน Profhilo

Profhilo vs Biostimulator เลือกอันไหนดี

เวลาแก้ปัญหาผิว สิ่งสำคัญคือ ต้องเลือกโปรแกรมให้ตรงกับปัญหาจริง ๆ ไม่อย่างนั้นฉีดไปเท่าไรก็อาจไม่เห็นผลเท่าที่ควร

สำหรับคนที่มีปัญหา

  • รอยยับบนใบหน้า

  • ผิวไม่กระชับ ไม่เฟิร์ม

  • ผิวขาดความชุ่มชื้น

ถ้าเลือกโปรแกรมที่ไม่สอดคล้องกับสภาพผิว ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่ตอบโจทย์ แพทย์จึงมักอธิบายข้อดีของทั้งกลุ่ม Biostimulator และกลุ่ม Bio-Remodeling อย่าง Profhilo เพื่อให้คนไข้ตัดสินใจบนข้อมูลที่ถูกต้องและตรงกับสภาพผิวตัวเองมากที่สุด

ทำไมหลายคนเลือกฉีด Profhilo ที่ MDI Clinic

MDI Clinic ให้ความสำคัญกับทั้ง ความเชี่ยวชาญของแพทย์ และ คุณภาพของผลิตภัณฑ์

  • มีทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ด้านการฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจนโดยเฉพาะ

  • ใช้เทคนิคการฉีดเฉพาะของคลินิก เพื่อให้ตัวยาถูกวางในตำแหน่งและชั้นผิวที่เหมาะสมที่สุด

  • เน้นผลลัพธ์ที่ดูชัดเจนแต่ยังเป็นธรรมชาติ ไม่หลอกตา

  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัยและผ่านมาตรฐานระดับโลก

  • เหมาะสำหรับคนที่ต้องการ
    • ใช้เวลาในการรักษาไม่นาน

    • เจ็บน้อย สบายตัว

    • แต่ได้การฟื้นฟูผิวแบบทั่วถึง

ผลลัพธ์คือผิวที่ กระชับ ดูอ่อนเยาว์ และกล้าอวดผิวได้แบบไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์

สรุป Profhilo เหมาะกับใคร และคุ้มไหมถ้าจะเริ่มฉีด

Profhilo เป็นนวัตกรรมที่ออกแบบมาเพื่อ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ด้วยสารจากธรรมชาติอย่าง Hyaluronic Acid ความเข้มข้นสูง ที่มีความปลอดภัยสูงและกระจายตัวได้ดีในผิว

จุดเด่นคือ

  • เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวที่แห้งกร้าน

  • ฟื้นฟูผิวที่หย่อนคล้อยให้กลับมาแน่นกระชับ

  • เพิ่มความยืดหยุ่นของผิว

  • ลดริ้วรอย และช่วยลดหลุมสิวกับรอยแผลเป็นตื้น ๆ

  • ปรับพื้นผิวให้เรียบเนียน ดูสุขภาพดีจากภายใน

โดยทั่วไปแนะนำให้ ทำทั้งหมด 2 ครั้ง เว้นห่างกัน 1 เดือน และผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นานประมาณ 6–12 เดือน

ใครที่กำลังมองหาโปรแกรมที่ไม่ได้แค่เติมผิวแบบฉาบฉวย แต่ช่วย ยกคุณภาพผิวทั้งระบบ Profhilo ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับสายหน้าใส ลดริ้วรอย และอยากให้ผิวดูเด็กลงแบบเนียน ๆ ไม่โป๊ะ