หลังจาก Apple เปิดตัว iPhone 16e ไปเมื่อต้นปี 2025 กระแสตอบรับถือว่าไม่น้อย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้ที่อยากได้ iPhone เครื่องใหม่ ราคาเข้าถึงง่าย แต่ยังได้ประสบการณ์แบบ iOS เต็มรูปแบบ ล่าสุดเริ่มมีข่าวหลุดและข้อมูลจากแหล่งข่าวต่างประเทศเกี่ยวกับ iPhone 17e รุ่นถัดไป ที่คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2026 และดูเหมือนว่า Apple กำลังเตรียม “อัปเกรดเล็กแต่ตรงจุด” หลายอย่างให้กับรุ่นนี้
บทความนี้จะพาไปไล่ดูแบบเข้าใจง่ายว่า iPhone 17e คืออะไร ต่างจาก iPhone 16e แค่ไหน ใครน่าจะเหมาะกับรุ่นนี้ และทำไมถึงเป็น iPhone อีกรุ่นที่ไม่ควรมองข้ามในปีหน้า

iPhone 17e คืออะไร และใครคือกลุ่มเป้าหมายหลัก
iPhone 17e เป็น iPhone รุ่น “e” ซึ่งวางตำแหน่งเป็นรุ่นราคาย่อมเยา (Affordable iPhone) ของ Apple
แนวคิดหลักคือ ตัดบางฟีเจอร์ระดับโปรออก แต่ยังคงประสบการณ์ใช้งานที่ลื่น เสถียร และใช้งานได้นานหลายปี
กลุ่มเป้าหมายหลักของ iPhone 17e ได้แก่
ผู้ใช้ทั่วไปที่อยากได้ iPhone ใหม่ ไม่จำเป็นต้องแรงสุด
คนที่อัปเกรดจาก iPhone รุ่นเก่าหลายปี
นักเรียน นักศึกษา หรือคนที่อยากได้ iPhone เครื่องหลักในราคาที่จับต้องได้
ผู้ใช้ Android ที่อยากลองย้ายมา iOS แบบไม่ต้องจ่ายแพง
ดีไซน์ภายนอก: หน้าตาคุ้นเคย แต่มีลุ้นดูทันสมัยขึ้น
ในแง่ดีไซน์ iPhone 17e คาดว่าจะยังคงหน้าตาใกล้เคียงกับ iPhone 16e
หน้าจอขนาด 6.1 นิ้ว
กล้องหลังเลนส์เดียว
ตัวเลือกสีหลักยังเป็น ขาว และ ดำ
เรียกได้ว่าเป็นดีไซน์เรียบ ๆ ใช้งานง่าย ไม่หวือหวา แต่สิ่งที่หลายคนจับตาคือ การเปลี่ยนจาก “รอยบาก (Notch)” มาเป็น Dynamic Island

Dynamic Island: อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ iPhone 17e
หนึ่งในข่าวลือที่น่าสนใจที่สุดคือ iPhone 17e อาจได้ใช้ Dynamic Island แทนรอยบาก
Dynamic Island คืออะไร (อธิบายแบบเข้าใจง่าย)
Dynamic Island คือช่องเจาะทรงแคปซูลบนหน้าจอ ที่ Apple ใช้แสดงข้อมูลแบบอินเทอร์แอคทีฟ เช่น
การนำทางจาก Apple Maps
ตัวจับเวลา
สายโทรเข้า
สถานะ Face ID
การอัดหน้าจอ / เปิดแฟลช
กิจกรรมแบบ Live Activities
จุดเด่นคือ แตะเพื่อโต้ตอบได้ และใช้พื้นที่หน้าจอน้อยกว่ารอยบากแบบเดิม ทำให้เครื่องดูทันสมัยขึ้นทันที
อย่างไรก็ตาม ข่าวลือยังไม่ 100% เพราะมีแหล่งข่าวบางส่วนระบุว่า Apple อาจยังคงใช้รอยบากเพื่อลดต้นทุน ดังนั้น Dynamic Island ยังถือว่า “มีลุ้น แต่ไม่การันตี”
หน้าจอ: ยัง 60Hz ตามสูตรรุ่น e
ในส่วนของหน้าจอ iPhone 17e คาดว่าจะใช้พาเนลเดียวกับ iPhone 16e
รีเฟรชเรต 60Hz
ยังไม่รองรับ ProMotion 120Hz
ไม่มี Always-on Display
ทำไมยังไม่ได้ 120Hz
Apple เริ่มนำจอ 120Hz มาใช้ใน iPhone รุ่นหลักแล้ว แต่ยังคงจำกัดไว้ในรุ่นที่ราคาสูงกว่า
เหตุผลหลักคือการแยกระดับสินค้า และควบคุมต้นทุน
สำหรับผู้ใช้ทั่วไป 60Hz ยังถือว่าใช้งานได้ลื่นไหลปกติ แต่ถ้าเคยใช้ 120Hz มาก่อน จะรู้สึกถึงความต่างแน่นอน
มีข่าวดีเล็กน้อยคือ ขอบจอ (Bezel) อาจบางลง ทำให้พื้นที่แสดงผลดูใหญ่ขึ้น แม้ขนาดหน้าจอเท่าเดิม
ชิป A19: แรงขึ้น ฉลาดขึ้น แต่ยังไม่สุดเท่ารุ่นหลัก
iPhone 17e จะขยับมาใช้ ชิป A19 ซึ่งเป็นชิปรุ่นเดียวกับ iPhone 17
A19 ดีกว่า A18 อย่างไร
ผลิตด้วยกระบวนการ 3 นาโนเมตร N3P
แรงขึ้นประมาณ 5–10%
ประหยัดพลังงานมากขึ้น
ประสิทธิภาพด้าน AI ดีขึ้นจาก Neural Engine รุ่นใหม่
แต่เพื่อแยกรุ่น Apple อาจใช้ A19 เวอร์ชันลดสเปก (Downclocked)
เช่น
GPU อาจเหลือ 4 คอร์ แทน 5 คอร์
ประสิทธิภาพโดยรวมต่ำกว่ารุ่นหลักเล็กน้อย
RAM ยังคงอยู่ที่ 8GB เท่ากับ iPhone 16e ขณะที่รุ่นอื่นขยับไป 12GB แล้ว
กล้อง: เน้นพอใช้ ไม่ได้แข่งสายโปร
ในด้านกล้อง ยังไม่มีข่าวการอัปเกรดใหญ่
กล้องหลัง Wide 48MP เลนส์เดียว
ไม่มีเลนส์ Ultra Wide หรือ Telephoto
กล้องหน้า 12MP เท่ารุ่นเดิม
ขณะที่ iPhone 17 รุ่นหลักได้กล้องหน้าใหม่ 18MP แต่ 17e ยังไม่ได้อัปเกรดตรงนี้
เหมาะกับการถ่ายภาพทั่วไป โพสต์โซเชียล ถ่ายเอกสาร หรือวิดีโอพื้นฐาน แต่ไม่ใช่รุ่นที่ออกแบบมาเพื่อสายถ่ายจริงจัง

MagSafe: อัปเกรดที่หลายคนรอคอย
หนึ่งในข้อจำกัดใหญ่ของ iPhone 16e คือ ไม่มี MagSafe
แต่ข่าวลือระบุว่า iPhone 17e อาจรองรับ MagSafe เต็มรูปแบบ
ทำไม MagSafe ถึงสำคัญ
ใช้อุปกรณ์เสริมได้หลากหลาย เช่น เคส แบตเสริม แท่นชาร์จ
ชาร์จไร้สายเร็วขึ้น จาก 7.5W เป็นอย่างน้อย 15W
ใช้งานสะดวกและเสถียรกว่า
ถ้าข่าวนี้เป็นจริง ถือเป็นอัปเกรดที่ส่งผลต่อประสบการณ์ใช้งานชัดเจนมาก
โมเด็ม C1X: อินเทอร์เน็ตเร็วขึ้น ประหยัดพลังงานกว่าเดิม
iPhone 17e จะได้ใช้ โมเด็ม C1X ของ Apple
เร็วกว่า C1 เดิมถึง 2 เท่า
ประหยัดพลังงานมากกว่าโมเด็ม Qualcomm
สัญญาณเสถียรขึ้น โดยเฉพาะการใช้งาน 5G
ถือเป็นการอัปเกรดด้าน “คุณภาพชีวิต” ที่ผู้ใช้รู้สึกได้จริงในระยะยาว
ตัดชิป N1 เพื่อคุมราคา
แม้ iPhone 17 รุ่นหลักจะได้ชิปเครือข่ายใหม่ N1 (Wi-Fi + Bluetooth)
แต่ iPhone 17e จะไม่ได้รับชิปนี้ เพื่อควบคุมต้นทุน
ผลกระทบต่อผู้ใช้ทั่วไปถือว่าน้อย และไม่ใช่ฟีเจอร์จำเป็นสำหรับคนส่วนใหญ่
ราคา: ยังยืนพื้นที่เข้าถึงง่าย
ราคาเริ่มต้นของ iPhone 16e อยู่ที่ 599 ดอลลาร์สหรัฐ
และยังไม่มีสัญญาณว่า iPhone 17e จะขึ้นราคา
นั่นหมายความว่า iPhone 17e ยังคงเป็น iPhone ใหม่ที่ “เข้าถึงง่ายที่สุด” ในไลน์อัป
กำหนดเปิดตัว: ต้นปี 2026 มีลุ้นกุมภาพันธ์
แหล่งข่าวคาดว่า iPhone 17e จะเปิดตัวช่วงครึ่งแรกของปี 2026
อาจเป็น
กุมภาพันธ์ (ตามรอย iPhone 16e)
หรือเลื่อนไปมีนาคม–เมษายน
มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเปิดตัวแบบ Press Release ไม่จัดงานใหญ่
สรุป: iPhone 17e เหมาะกับใคร และควรรอไหม
iPhone 17e ไม่ใช่ iPhone ที่แรงที่สุดหรือฟีเจอร์ล้ำที่สุด
แต่เป็น iPhone ที่ บาลานซ์ระหว่างราคา ประสิทธิภาพ และอายุการใช้งาน
ถ้า
อยากได้ iPhone ใหม่ในปี 2026
ไม่จำเป็นต้องเป็นรุ่นโปร
เน้นใช้งานยาว ๆ ลื่น เสถียร
สนใจ MagSafe และชิปใหม่
ที่มา macrumors

