รับแอปรับแอป

J-Plasma ยุคใหม่ของการดูดไขมัน + ยกกระชับผิวในครั้งเดียว

ชลธิชา บุญมา01-30

J-Plasma คืออะไร? เทคโนโลยียกกระชับผิวที่มาแรงสุดตอนนี้

เครื่อง J-Plasma เป็นเทคโนโลยีฟื้นฟูผิวรุ่นใหม่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อ ลดริ้วรอย แก้ผิวหย่อนคล้อย และกระชับผิวแบบแม่นยำสูง โดยใช้พลังงานพลาสมาที่ควบคุมได้อย่างละเอียด ไม่เหมือนเลเซอร์หรือการผ่าตัดแบบเดิมที่ทำให้เนื้อเยื่อบอบช้ำมากกว่า

หัวใจสำคัญของเทคโนโลยีนี้ คือการใช้ก๊าซฮีเลียมผ่านกระบวนการเร่งอิเล็กตรอนและไอออน จนเกิดเป็นพลาสมาพลังงานสูง แพทย์สามารถควบคุมทิศทางและระดับพลังงานได้อย่างแม่นยำ ทำงานเฉพาะชั้นผิวที่ต้องการรักษา โดยไม่รบกวนผิวชั้นลึกมากเกินไป

ผลลัพธ์คือผิวที่ผ่านการรักษาจะดูเรียบ เนียน และกระชับขึ้น ในขณะที่บาดเจ็บเนื้อเยื่อรอบข้างน้อย ทำให้ช่วงพักฟื้นสั้นลงอย่างชัดเจน

J-Plasma เหมาะกับการรักษาอะไรบ้าง

เครื่อง J-Plasma ถูกนำมาใช้ในหลายการรักษาด้านผิวหนังและรูปร่าง เช่น

  • ฟื้นฟูสภาพผิวที่เสื่อมโทรม

  • ลดริ้วรอยและความหย่อนคล้อย

  • ลดรอยแตกลายบริเวณลำตัวหรือสะโพก

  • กระชับผิวให้ตึงขึ้นทั้งใบหน้าและลำตัว

  • ใช้ร่วมกับการดูดไขมันในบางส่วนของร่างกายเพื่อเพิ่มความกระชับผิว

หนึ่งในจุดเด่นของ J-Plasma คือ สามารถรักษาผิวหนังหย่อนคล้อยได้หลายจุด เช่น เหนียง ต้นแขน ปีกหลัง หน้าท้อง สะโพก ต้นขา และผิวที่ย้วยหลังคลอดหรือหลังผ่าตัด ลดความจำเป็นในการผ่าตัดยกกระชับแบบแผลใหญ่

รอยแผลจากการรักษามักมีขนาดเพียงประมาณ 2–3 มิลลิเมตร ทำให้บวมช้ำน้อย ฟื้นตัวไว และไม่ต้องทำซ้ำบ่อยๆ

จุดเด่นหลักของเครื่อง J-Plasma

ข้อดีที่ทำให้ J-Plasma ได้รับความนิยม ได้แก่

  • ความแม่นยำสูง: เลือกยกกระชับหรือฟื้นฟูเฉพาะจุดได้อย่างละเอียด ลดโอกาสกระทบเนื้อเยื่อข้างเคียง

  • ผลลัพธ์ชัดเจน: ช่วยให้ผิวแน่น เรียบ กระชับ ลดริ้วรอยและความย้วยได้ดี

  • พักฟื้นสั้น: เนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อย จึงกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วกว่าเทคนิคผ่าตัดแบบเดิม

  • ความปลอดภัยสูง: พลาสมาจากก๊าซฮีเลียมมีความเสถียร แพทย์ควบคุมอุณหภูมิและพลังงานได้ดี ลดความเสี่ยงต่อผิวรอบๆ

โดยรวมแล้ว J-Plasma จัดเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากให้ผิวกระชับขึ้นโดยไม่อยากเสี่ยงกับการผ่าตัดใหญ่ และควรทำภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยและปลอดภัย

เครื่องดูดไขมัน J-Plasma คืออะไร

เครื่องดูดไขมัน J-Plasma คือการนำ เทคโนโลยีดูดไขมัน มารวมกับ พลังงานพลาสมา ในเครื่องเดียว เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ทั้งการกำจัดไขมันและกระชับผิวไปพร้อมกันในครั้งเดียว

พลาสมาจากก๊าซฮีเลียมช่วยให้แพทย์ทำงานได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ทำให้

  • ลดไขมันได้ตรงจุด

  • ผิวบริเวณที่ดูดไขมันไม่ย้วยตามมา

  • ลดโอกาสผิวเป็นคลื่นหรือเป็นรอยย้วยหลังดูดไขมัน

เหมาะกับคนที่อยาก ลดไขมันเฉพาะส่วนและอยากได้ผิวที่ตึงขึ้นไปพร้อมกัน โดยเฉพาะคนที่เคยกังวลว่าดูดไขมันแล้วหน้าท้องหรือผิวจะเหี่ยว

ตำแหน่งที่นิยมดูดไขมันและเติมไขมัน

ตำแหน่งที่มักใช้เครื่องดูดไขมัน J-Plasma ได้แก่

  • หน้าท้องและเอว

  • สะโพกและต้นขา

  • ต้นแขนและหลังส่วนบน

  • เหนียงและกรอบหน้า (เมื่อต้องการคมชัดขึ้น)

บางเคสอาจนำไขมันที่ดูดออกมาไป เติมในส่วนที่ขาดวอลลุ่ม เช่น หน้าอก สะโพก หรือใบหน้า ตามการประเมินของแพทย์

การทำงานของเครื่องดูดไขมัน J-Plasma

หลักการทำงานคือใช้ ความร้อนจากพลาสมาที่ควบคุมได้อย่างละเอียด เพื่อทำลายเซลล์ไขมัน และในเวลาเดียวกันก็ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้

  • ไขมันลดลงอย่างเป็นรูปธรรม

  • ผิวบริเวณที่รักษาดูกระชับ ไม่ย้วยลง

นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นเรื่องความปลอดภัยและระยะเวลาพักฟื้นที่สั้น เหมาะกับคนที่อยากเห็นผลชัด แต่ไม่อยากเสี่ยงกับการผ่าตัดใหญ่หรือพักฟื้นนาน

ใครคือกลุ่มที่เหมาะกับการทำ J-Plasma

โดยภาพรวม J-Plasma เหมาะกับคนที่มีปัญหา ผิวหย่อนคล้อยทั้งใบหน้าและลำตัว หรืออยากเพิ่มความกระชับหลังการปรับรูปร่าง เช่น

  • ผู้ที่ต้องการกระชับผิวหลังดูดไขมัน

  • คนที่อยากให้ซิกแพคหรือร่อง 11 ชัดขึ้นหลังดูดไขมันหน้าท้อง

  • คุณแม่หลังคลอดที่มีปัญหาหน้าท้องย้วยมาก

  • ผู้ที่ผิวย้วยตามอายุที่เพิ่มขึ้น

ความหย่อนคล้อยของผิวไม่ได้มาจากอายุอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับ

  • การดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน

  • สภาพแวดล้อมและมลภาวะ

  • การพักผ่อนน้อยและความเครียดสะสม

การจัดการปัจจัยเหล่านี้ควบคู่กับการรักษา จะช่วยให้ผิวดูเฟิร์มได้นานขึ้น

ข้อดีของการใช้ J-Plasma ยกกระชับผิว

การใช้ J-Plasma เพื่อยกกระชับผิวมีจุดเด่นหลายข้อที่ทำให้หลายคนสนใจ

  • ยกกระชับได้แม่นยำมาก

  • ฟื้นตัวไว แผลบอบช้ำน้อย ลดโอกาสอักเสบ

  • กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวแน่นขึ้นเรื่อยๆ

  • หลายเคสทำครั้งเดียวก็เห็นผล ไม่จำเป็นต้องทำบ่อยๆ

  • ไม่มีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่

  • ไม่ต้องเปิดแผลใหญ่หรือผ่าตัดยกทั้งผืนผิว

  • ใช้ยกกระชับได้เกือบทุกสัดส่วนของร่างกาย

  • เห็นผลการกระชับได้ทันทีหลังทำในระดับหนึ่ง

  • ไม่ทำลายเนื้อเยื่อรอบๆ มาก ทำให้รู้สึกเจ็บน้อยลง

สรุปง่ายๆ คือ ยกกระชับแรง แต่แผลเล็ก เจ็บน้อย และพักฟื้นไว

การเตรียมตัวก่อนทำ J-Plasma

การเตรียมตัวที่ดีช่วยให้ผลลัพธ์สวย ฟื้นตัวไว และลดความเสี่ยงจากหัตถการ นี่คือสิ่งที่ควรทำก่อนเข้ารับการรักษา

1. ปรึกษาแพทย์อย่างละเอียด

  • พูดคุยกับแพทย์ถึงเป้าหมาย ปัญหาที่อยากแก้ และระดับผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • แจ้งประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว และการรักษาที่เคยทำมาก่อนให้ครบถ้วน

2. ระวังเรื่องการใช้ยา

  • ยาบางชนิดอาจเพิ่มโอกาสเลือดออกหรือบวมง่าย เช่น แอสไพริน หรือกลุ่ม NSAIDs

  • แพทย์อาจพิจารณาให้หยุดยาบางตัวชั่วคราวก่อนทำหัตถการ ตามความเหมาะสม

3. งดบุหรี่และแอลกอฮอล์

  • ควรงดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนทำ

  • เพราะสารเหล่านี้ส่งผลต่อการไหลเวียนเลือด และอาจทำให้แผลฟื้นตัวช้าลง

4. ดูแลสุขภาพร่างกายให้พร้อม

  • กินอาหารให้ครบหมู่ เลี่ยงของมันจัดของหวานจัด

  • ออกกำลังกายเบาๆ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมรับการฟื้นตัว

5. วางแผนช่วงพักฟื้น

  • เคลียร์ตารางงานหลังทำให้มีเวลาพัก

  • เตรียมพื้นที่พักผ่อนและคนคอยช่วยดูแลในช่วงวันแรกๆ หากจำเป็น

6. ทำความเข้าใจความเสี่ยง

  • ควรรู้ทั้งข้อดี ข้อจำกัด และผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

  • เมื่อเข้าใจครบถ้วนแล้ว การตัดสินใจจะง่ายและมั่นใจมากขึ้น

การเตรียมตัวให้พร้อมไม่ใช่แค่ช่วยให้แผลหายไวขึ้น แต่ยังช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ตั้งใจไว้มากที่สุด

ผลลัพธ์หลังดูดไขมันด้วยเครื่อง J-Plasma

การดูดไขมันร่วมกับ J-Plasma เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ช่วยทั้งเรื่องรูปร่างและความกระชับของผิวในคราวเดียวกัน เพราะใช้พลังงานพลาสมาจากก๊าซฮีเลียมเข้ามาเสริมให้การรักษา คม ชัด และปลอดภัยมากขึ้น

ผลลัพธ์ที่คาดหวังได้หลังการรักษา ได้แก่

  • ไขมันส่วนเกินลดลงอย่างเห็นได้ชัด: สัดส่วนบริเวณที่รักษาดูเล็กลง รูปร่างกระชับและเข้ารูปมากขึ้น

  • ผิวไม่ย้วยตามหลังดูดไขมัน: การกระตุ้นคอลลาเจนทำให้ผิวดูเรียบและกระชับ ไม่เป็นคลื่นง่าย

  • พักฟื้นสั้นกว่าเทคนิคดูดไขมันแบบดั้งเดิม: เพราะเนื้อเยื่อข้างเคียงไม่ถูกทำลายมาก

  • ผลลัพธ์อยู่ได้นาน: หากควบคุมการกินและออกกำลังกายสม่ำเสมอ รูปร่างที่ได้จากการดูดไขมันด้วย J-Plasma สามารถคงอยู่ได้ในระยะยาว

การดูดไขมันร่วมกับ J-Plasma จึงเหมาะกับคนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงเรื่องรูปร่างอย่างจริงจัง แต่ยังอยากให้ผิวกระชับสวยไม่ทิ้งร่องรอยความย้วยตามหลังมา

การดูแลตัวเองหลังทำ J-Plasma

หลังทำ J-Plasma การดูแลตัวเองที่ดีจะช่วยให้ผิวฟื้นสภาพสวย และยืดอายุผลลัพธ์ได้นานขึ้น

แนวทางการดูแลหลังทำมีดังนี้

  • พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมเนื้อเยื่อได้เต็มที่

  • ทาครีมบำรุงผิวหรือมอยส์เจอไรเซอร์ตามคำแนะนำ เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผิว

  • ควบคุมอาหาร เน้นโปรตีนสูงเพื่อช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อและผิว

  • เลี่ยงอาหารและพฤติกรรมที่ไม่ดีต่อผิว เช่น แป้งขัดขาว น้ำตาลเยอะ แอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่

  • สวมชุดรัดกระชับหรือชุดยกกระชับตามที่แพทย์แนะนำ ช่วยให้ผิวแนบตัวและกระชับขึ้น

  • หากมีอาการบวม ช้ำเล็กน้อย มักหายได้เองตามธรรมชาติภายในระยะเวลาที่แพทย์แจ้ง

การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด จะช่วยให้เห็นผลการกระชับและการปรับรูปร่างได้อย่างชัดเจนและยาวนานยิ่งขึ้น

สรุปภาพรวม: ทำไม J-Plasma ถึงน่าลอง

J-Plasma ถือเป็น ยุคใหม่ของการยกกระชับผิวและเสริมการดูดไขมัน ด้วยเทคโนโลยี Helium Plasma และ RF ที่ให้ความร้อนสูงในระดับที่แพทย์ควบคุมได้ ทำให้ผิวหย่อนคล้อยถูกยกกระชับอย่างมีประสิทธิภาพ แผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว และไม่จำเป็นต้องทำซ้ำหลายรอบในหลายเคส

กลุ่มคนที่เหมาะกับการทำ J-Plasma ได้แก่

  • คุณแม่หลังคลอดที่มีหน้าท้องย้วย

  • คนที่ลดน้ำหนักเยอะแล้วผิวตามไม่ทัน

  • ผู้ที่เคยดูดไขมันและอยากเพิ่มความกระชับของผิว

  • ผู้ที่เริ่มมีผิวย้วยเพราะอายุเพิ่มขึ้น แต่อยากเลี่ยงการผ่าตัดใหญ่

หากคุณกำลังมองหาตัวช่วยให้รูปร่างชัด ผิวกระชับ และพักฟื้นไม่นาน J-Plasma คือหนึ่งในตัวเลือกที่ควรศึกษาและปรึกษาแพทย์อย่างจริงจัง