รับแอปรับแอป

Cursor AI vs Windsurf เลือกตัวไหนให้โค้ดพุ่ง งานไว คุ้มเงินสุด

ธีรพล นาคดี01-29

เปรียบเทียบ Cursor AI กับ Windsurf แบบเข้าใจง่ายสำหรับสายโค้ด

ถ้าคุณเขียนโค้ดอยู่แล้วเริ่มสนใจใช้ AI มาช่วยเขียนและรีวิวโค้ด สองชื่อที่ได้ยินบ่อยช่วงนี้คือ Cursor AI และ Windsurf ทั้งคู่คือเครื่องมือแก้ไขโค้ดที่ผสาน AI เข้ามาแบบจัดเต็ม แต่จุดเด่นและราคาต่างกันชัดเจน

มาดูให้เคลียร์กันว่าแต่ละตัวเหมาะกับใคร ใช้งานจริงแล้วต่างกันยังไง และแบบไหนคุ้มค่ากับสไตล์การทำงานของคุณมากที่สุด

Cursor AI คืออะไร ทำไมสาย Dev ถึงพูดถึงกันเยอะ

Cursor AI คือ editor ที่พัฒนาต่อยอดจาก Visual Studio Code (VS Code) แล้วเติมสมอง AI ระดับท็อปเข้าไป เช่น Claude 3.5 Sonnet และ GPT-4 เป้าหมายคือทำให้การเขียน แก้ และทำความเข้าใจโค้ด ง่ายและเร็วขึ้นแบบรู้ใจคนเขียน

ฟีเจอร์หลักที่น่าใช้ของ Cursor AI เช่น

  • การเติมโค้ดอัตโนมัติแบบหลายบรรทัด
    ระบบสามารถเดาโค้ดต่อจากที่คุณเขียนอยู่ได้ต่อเนื่องเป็นหลายบรรทัด โดยอิงจากการเปลี่ยนแปลงล่าสุดในไฟล์และโครงสร้างโปรเจกต์ ทำให้เขียนฟังก์ชันยาว ๆ ได้ไวขึ้นมาก

  • คุยกับโค้ดทั้ง codebase ได้ (Chat with Codebase)
    อยากรู้ว่าไฟล์ไหนเรียกฟังก์ชันนี้ ใช้ตัวแปรนี้ที่ไหนบ้าง หรือ logic ส่วนนี้ทำอะไรอยู่ แค่ถาม AI มันจะช่วยค้นและอธิบายจากไฟล์ในโปรเจกต์ให้ทันที

  • รองรับ extension ของ VS Code
    ถ้าคุณคุ้นกับ VS Code อยู่แล้วจะย้ายมา Cursor ได้ง่าย เพราะสามารถนำ extension, theme และ keybinding จาก VS Code มาใช้ต่อได้สบาย ๆ

ราคา Cursor AI

เรื่องราคาของ Cursor AI จะเป็นแบบสมาชิก

  • คิดค่าบริการ $20 ต่อเดือน หากจ่ายแบบรายเดือน

  • ถ้าจ่ายแบบรายปี ตกเหลือประมาณ $16 ต่อเดือน

  • รองรับการใช้ API key ของคุณเอง ทำให้เหมาะกับทีมหรือองค์กรที่อยากควบคุมการใช้งานและค่าใช้จ่ายด้านโมเดล AI เอง

สรุปมุม Cursor AI: เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ editor ที่ต่อยอดจาก VS Code มี AI เก่ง ๆ ช่วยคิดโค้ดได้ลึก และพร้อมจ่ายรายเดือนเพื่อ workflow ที่ลื่นขึ้น

Windsurf คืออะไร จุดเด่นคือความลื่นและใช้งานง่าย

Windsurf เป็น editor ที่สร้างโดยทีม Codeium เน้นผสานฟีเจอร์ AI อย่าง Copilot และ Agent เข้าไว้กับประสบการณ์การเขียนโค้ดที่เร็วและเป็นมิตรกับผู้ใช้

ฟีเจอร์เด่นของ Windsurf ได้แก่

  • UI ใช้ง่าย ไม่ซับซ้อน
    อินเทอร์เฟซออกแบบมาให้เป็นมิตรกับสายโค้ดทุกระดับ ช่วยให้โฟกัสกับการเขียนโปรแกรมได้เต็มที่ ไม่ต้องมางมหาปุ่มหรือเมนูเยอะ

  • ประสิทธิภาพรวดเร็ว ตอบสนองไว
    การสั่ง AI ช่วยเขียนหรือแก้โค้ดทำได้เร็ว ช่วยลดเวลารอ ทำให้การทำงานโดยรวมรู้สึกไหลลื่นขึ้น

  • Writing Mode ช่วยให้โค้ดไหลแบบไม่สะดุด
    โหมดการเขียนที่ออกแบบมาเฉพาะ ให้คุณเขียนโค้ดต่อเนื่อง โดยมี AI คอยเติม ช่วยคิด และปรับปรุงไปพร้อมกัน

ราคา Windsurf

Windsurf มีแพ็กเกจให้เลือกหลายระดับ รองรับทั้งสายทดลองใช้ สายทำงานจริง และสายจัดเต็ม

  • แผนฟรี
    ใช้ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เหมาะกับคนที่อยากลองก่อน มีเครดิตสำหรับการใช้งานพื้นฐาน

  • แผน Pro – $15 ต่อเดือน
    ได้เครดิตเพิ่มขึ้น และเข้าถึงฟีเจอร์ที่มากกว่าระดับฟรี เหมาะกับคนทำงานประจำที่ใช้ AI ช่วยโค้ดบ่อย ๆ

  • แผน Pro Ultimate – $60 ต่อเดือน
    จัดเต็มด้วยเครดิตไม่จำกัด และปลดล็อกฟีเจอร์ทั้งหมด เหมาะกับสาย power user หรือทีมที่ใช้ AI หนักมาก

สรุปมุม Windsurf: เด่นเรื่องความลื่น ใช้ง่าย มีแผนฟรีให้ลอง และมีตัวเลือกแพ็กเกจที่ยืดหยุ่นตามระดับการใช้งาน

Cursor AI vs Windsurf เลือกตัวไหนให้ตรงสไตล์คุณ

ทั้ง Cursor AI และ Windsurf ต่างก็เป็น editor ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และช่วยให้การเขียนโค้ดมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ ความต่างหลัก ๆ อยู่ที่ราคาและประสบการณ์การใช้งาน

มองภาพรวมแบบเร็ว ๆ ได้ดังนี้:

  • ถ้าคุณต้องการ ต่อยอดจาก VS Code, อยากใช้ extension เดิม และเน้น AI ระดับสูงที่ช่วยเจาะลึก codebase ได้ดี
    Cursor AI น่าจะตอบโจทย์มากกว่า

  • ถ้าคุณอยากได้ UI ใช้งานง่าย ลื่นเร็ว มีแผนฟรีให้ลอง และอัปเกรดได้ตามการใช้งาน
    Windsurf เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก

ก่อนเลือก ให้ลองเช็กตัวเองง่าย ๆ ว่า:

  • คุณเขียนโค้ดบ่อยแค่ไหน ใช้ทุกวันหรือแค่บางโปรเจกต์

  • คุณโอเคกับการจ่ายรายเดือนเท่าไหร่

  • คุณต้องการความสามารถระดับไหน แค่ auto-complete เก่งขึ้น หรืออยากให้ AI เข้าใจทั้งโปรเจกต์และช่วยคิดโครงสร้างด้วย

สรุปท้าย: ให้ AI มาช่วยโค้ด แต่ให้คุณเป็นคนเลือกเกมที่เหมาะสุด

ทั้ง Cursor AI และ Windsurf คือเครื่องมือที่ช่วยดัน productivity ของนักพัฒนาได้จริง แต่ตัวที่จะเหมาะกับคุณที่สุด ขึ้นอยู่กับงบประมาณ รูปแบบงาน และความถนัดส่วนตัว

ลองเริ่มจากตัวที่มีแผนฟรี หรือสมัครใช้สั้น ๆ แล้วทดสอบกับโปรเจกต์จริงของคุณเอง คุณจะเห็นชัดขึ้นว่าตัวไหนทำให้คุณเขียนโค้ดได้เร็วขึ้น คิดน้อยลง และสนุกกับการพัฒนาโปรเจกต์มากกว่าเดิม