เข้าเลข 4 แล้ว ผิวยังต้องปังได้อยู่!
พออายุแตะเลข 4 ผิวหน้าจะเริ่มฟ้องทุกอย่างที่เราเคยทำกับมันมา ไม่ว่าจะเป็น ริ้วรอยเล็ก ๆ ความหย่อนคล้อย หรือความแห้งกร้าน ที่เห็นได้ชัดขึ้น แต่ไม่ต้องรีบถอดใจ เพราะถ้าเลือกครีมบำรุงให้เหมาะกับวัยและสภาพผิว ก็ยังทำให้หน้าแน่นฟู ดูไบรต์ได้แบบไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์เลย
สิ่งสำคัญคือการเลือกครีมที่ช่วย ฟื้นฟูคอลลาเจน เติมความชุ่มชื้น และปกป้องผิวจากมลภาวะ รวมถึงต้องใช้ให้ครบทั้งเช้า–เย็นอย่างสม่ำเสมอ ผิวถึงจะตอบกลับมาดีแบบเห็นผล
ทริคเลือกครีมบำรุงหน้าวัย 40 ให้ตอบโจทย์ผิวจริง ๆ
วัยนี้จะหยิบครีมอะไรมาทาหน้าแบบเดิมไม่ได้แล้ว มาดูหลักการเลือกให้ชัด ๆ กันก่อน
เน้นตัวช่วยฟื้นฟูคอลลาเจน
พออายุเพิ่ม คอลลาเจนใต้ผิวเริ่มลดลง ทำให้ผิวหย่อนคล้อย ดูไม่เฟิร์มเหมือนเดิม ลองมองหาครีมที่มีส่วนผสมอย่าง Peptides, Collagen หรือ Growth Factors เพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ให้ผิวดูแน่นขึ้นในระยะยาวเติมน้ำให้ผิวแบบจัดเต็ม
ผิววัย 40 มักจะขาดน้ำง่าย ส่งผลให้ริ้วรอยดูชัดขึ้นแบบไม่เกรงใจใคร ควรเลือกสูตรที่มี Hyaluronic Acid, Glycerin, Ceramide เพื่อช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น ทำให้ผิวดูอิ่มฟู นุ่ม และเด้งขึ้นอย่าลืมเกราะป้องกันผิวจากแสงและมลภาวะ
ถ้าเป็นครีมที่มี SPF ด้วยก็ยิ่งดี เพราะช่วยลดโอกาสการเกิดฝ้า จุดด่างดำ และริ้วรอยก่อนวัย ส่วนกลุ่ม Antioxidants อย่าง Vitamin C, Vitamin E หรือ Green Tea Extract ก็ช่วยรับมือกับมลภาวะและอนุมูลอิสระที่ทำร้ายผิวได้ดีมากโฟกัสส่วนผสมลดเลือนริ้วรอยโดยตรง
มองหาส่วนผสมเบสิกแต่ได้ผล เช่น Retinol, Niacinamide, Coenzyme Q10 ที่ช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น ริ้วรอยเล็ก ๆ ดูเบลอ และช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอขึ้นด้วย
เลือกสูตรให้ตรงสภาพผิวตอนนี้ ไม่ใช่ผิวในความทรงจำ
นอกจากเรื่องอายุแล้ว เรื่องสภาพผิวก็สำคัญมาก ต้องเช็กก่อนว่าหน้าเราอยู่โซนไหน แล้วค่อยเลือกครีมให้ตรงจุด
สาวผิวแห้ง
เลือกครีมเนื้อเข้มข้น หรือสูตรที่มีน้ำมันบำรุงผสมอยู่บ้าง เพื่อช่วยล็อกความชุ่มชื้นให้อยู่บนผิวได้นานขึ้น ผิวจะได้ไม่ลอก ไม่ตึง แถมริ้วรอยยังดูซอฟต์ลงด้วยสาวผิวมัน
ถ้ารู้ตัวว่าเป็นสายหน้ามัน ควรเน้นครีมบำรุงที่เป็น เนื้อเจลหรือเนื้อครีมบางเบา ไม่อุดตันผิว และถ้ามีคุณสมบัติช่วย ควบคุมความมัน ร่วมด้วยจะยิ่งดี ทำให้หน้าไม่เยิ้มระหว่างวัน แต่ยังได้การบำรุงเต็มที่สาวผิวผสม
ผิวผสมต้องบาลานซ์ดี ๆ อาจเลือกสกินแคร์ที่ช่วย ปรับสมดุลผิว หรือใช้วิธีแบ่งโซนทา เช่น โซนที (T-zone) ใช้เนื้อบางเบา ส่วนแก้มใช้สูตรเพิ่มความชุ่มชื้นมากหน่อย สำคัญคือหมั่นสังเกตผิวตัวเองว่าช่วงนี้เปลี่ยนไปยังไงบ้าง
รวมครีมบำรุงหน้าวัย 40 ช่วยผิวฟู เด้ง แน่น แบบไม่ง้อฟิลเตอร์
ต่อไปนี้คือไอเดียครีมที่น่าลองสำหรับสายเลข 4 ที่อยากให้ผิวดูอิ่มฟู สุขภาพดีแบบลงทุนแล้วคุ้ม
L’Oréal Paris Revitalift Pro-Retinol Night Cream
ครีมลดเลือนริ้วรอยสำหรับกลางคืน ที่ช่วยจัดการทั้งเรื่อง ความหย่อนคล้อยและริ้วรอย ในกระปุกเดียว มีส่วนผสมของ Pro-Retinol A และ Centella Asiatica ที่ช่วยเสริมการฟื้นฟูคอลลาเจนในผิว เหมาะสำหรับคนที่อยากเริ่มใช้ครีมสายแอนตี้เอจจริงจังตอนกลางคืน
จุดเด่น: มี Pro-Retinol A และ Centella Asiatica ช่วยฟื้นฟูคอลลาเจนและความยืดหยุ่นของผิว
เนื้อสัมผัส: เนื้อครีมเข้มข้น แต่เกลี่ยง่าย ซึมไว ไม่เหนอะหนะ
เหมาะกับ: ผิวธรรมดา และผิวแห้ง
ปริมาณ: 50 ml.
ราคา: 799 บาท
พิกัด: ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
Vichy Liftactiv Supreme Night Cream
ใครโฟกัสเรื่องริ้วรอยและความหมองคล้ำ ตัวนี้ตอบโจทย์มาก เพราะมีส่วนผสมของ ไฮยาลูรอนิค แอซิด และวิตามิน C ที่ช่วยเติมน้ำให้ผิว พร้อมเสริมความกระจ่างใส เหมาะกับคนที่พร้อมเปย์เพื่อเห็นผลระยะยาว
จุดเด่น: ไฮยาลูรอนิค แอซิด + วิตามิน C ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและลดความหมองคล้ำ
เนื้อสัมผัส: ครีมเนียนนุ่ม ชุ่มชื้นสูง ให้ฟีลผิวฟู ๆ หลังทา
เหมาะกับ: ผิวธรรมดา และผิวแห้ง
ปริมาณ: 50 ml.
ราคา: 1,610 บาท
พิกัด: ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
OLAY Super Collagen Peptides
สายผิวไม่กระชับเริ่มมา ตัวนี้คืออีกหนึ่งตัวช่วยที่ควรลอง มี เปปไทด์ 5 ชนิด ผสานกับ Niacinamide เน้นช่วยให้ผิวกระชับขึ้น และลดเลือนริ้วรอย เหมาะมากกับคนที่รู้สึกว่าหน้าเริ่มหย่อน และอยากให้ผิวกลับมาดูเฟิร์ม
จุดเด่น: เปปไทด์ 5 ชนิด และ Niacinamide ช่วยกระชับผิวและลดริ้วรอย
เนื้อสัมผัส: เนื้อครีมบางเบา ซึมไว ไม่เหนอะ
เหมาะกับ: ทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวผสม และผิวมัน
ปริมาณ: 45 g.
ราคา: 699 บาท
พิกัด: ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
La Roche-Posay Redermic R Retinol Cream
ใครมีปัญหาเรื่อง สีผิวไม่สม่ำเสมอ จุดด่างดำ และริ้วรอย ลองมองมาที่ตัวนี้ได้เลย ด้วยส่วนผสมของ Retinol ผสานกับน้ำแร่ธรรมชาติ ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น สีผิวดูกลมกลืน และริ้วรอยค่อย ๆ ดูซอฟต์ลง
จุดเด่น: Retinol ผสานน้ำแร่ธรรมชาติ ช่วยลดริ้วรอยและจุดด่างดำ
เนื้อสัมผัส: เนื้อครีมบางเบา ไม่หนักหน้า เหมาะสำหรับใช้ตอนกลางคืน
เหมาะกับ: ผิวแพ้ง่าย และผิวผสม
ปริมาณ: 30 ml.
ราคา: 1,850 บาท
พิกัด: ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
CLARINS Extra-Firming Night Cream All Skin Type
ถ้าอยากจัดสกินแคร์สายลงทุนที่เน้นผลลัพธ์จริงจัง ตัวนี้คือหนึ่งในตัวท็อป มีส่วนผสมจาก สารสกัดพืชธรรมชาติ ที่ช่วยเรื่องการยกกระชับและลดริ้วรอย เหมาะกับคนที่พร้อมให้ของดี ๆ กับผิวในวัยเลข 4 แบบไม่หวงงบ
จุดเด่น: สารสกัดจากพืชธรรมชาติช่วยยกกระชับผิว
เนื้อสัมผัส: เนื้อครีมแน่น เข้มข้น แต่เกลี่ยง่าย ให้ฟีลหรูหราบนผิว
เหมาะกับ: ผิวแห้ง และผิวธรรมดา
ปริมาณ: 50 ml.
ราคา: 4,060 บาท
พิกัด: ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป และเคาน์เตอร์ CLARINS
Estee Lauder Revitalizing Supreme+ Global Anti-Aging Cell Power Crème
อีกหนึ่งไลน์ดังสายลดริ้วรอย ที่หลายคนเริ่มใช้ตั้งแต่ก่อน 40 เพื่อป้องกันผิวล่วงหน้า ครีมตัวนี้มี สารสกัดจากพืช ที่ช่วยฟื้นบำรุงผิว และรับมือกับริ้วรอยที่ค่อย ๆ โผล่มา เหมาะกับคนที่อยากให้ผิวยังดูฟูและสดใสไปอีกหลายปี
จุดเด่น: สารสกัดจากพืชช่วยฟื้นบำรุงและลดเลือนริ้วรอย
เนื้อสัมผัส: เนื้อครีมเนียนนุ่ม ฟู และบางเบา ซึมไว
เหมาะกับ: ทุกสภาพผิว
ปริมาณ: 50 ml.
ราคา: 4,120 บาท
พิกัด: ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
SK-II R.N.A. Power Radical New Age Cream
ตัวดังที่เน้นเรื่อง ความชุ่มชื้น ริ้วรอย และรูขุมขน ในหนึ่งเดียว มี Pitera™ ผสานสารสกัดจากพืช ช่วยให้ผิวดูเนียนละเอียด ริ้วรอยดูตื้นลง และรูขุมขนดูกระชับมากขึ้น เหมาะกับคนที่พร้อมลงทุนและใช้ต่อเนื่องเพื่อเห็นผลชัด ๆ
จุดเด่น: Pitera™ และสารสกัดพืชช่วยให้ผิวกระชับและลดริ้วรอย
เนื้อสัมผัส: เจลครีมเนียนนุ่ม เบาบาง แต่ให้ความชุ่มชื้นสูง
เหมาะกับ: ผิวธรรมดา และผิวแห้ง
ปริมาณ: 50 ml.
ราคา: 3,990 บาท
พิกัด: ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
Shiseido Benefiance Wrinkle Smoothing Cream
ครีมตัวฮิตของสายลดริ้วรอย ที่ใช้เทคโนโลยี ReNeura Technology+™ ช่วยกระตุ้นการส่งสัญญาณในผิว ทำให้ผิวตอบสนองต่อการบำรุงได้ดีขึ้น ผิวจะรู้สึกชุ่มชื้น เนียน และดูกระจ่างใสมากขึ้นเมื่อใช้ต่อเนื่อง
จุดเด่น: ReNeura Technology+™ ช่วยลดริ้วรอยและปรับสีผิว
เนื้อสัมผัส: เนื้อครีมเข้มข้น ให้ความรู้สึกหรูหราและบำรุงล้ำลึก
เหมาะกับ: ผิวแห้ง และผิวธรรมดา
ปริมาณ: 50 ml.
ราคา: 2,700 บาท
พิกัด: ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
Kiehl’s Super Multi-Corrective Cream
ถ้าอยากได้ครีมที่ช่วยหลายอย่างในกระปุกเดียว ตัวนี้คือสาย มัลติฟังก์ชัน เพราะเคลมว่าเป็นเหมือนการชาร์จพลังผิว ด้วย 3 ส่วนผสมหลักที่ช่วยฟื้นคืนความอ่อนเยาว์ อย่าง Proxylane™ และสารสกัดพืช ทำให้ผิวกระชับ ฟูขึ้น ริ้วรอยดูลดลง และพื้นผิวเนียนละเอียดขึ้น
จุดเด่น: Proxylane™ ผสานสารสกัดพืชช่วยกระชับผิวและลดริ้วรอย
เนื้อสัมผัส: เนื้อครีมเนียนนุ่ม ซึมเข้าผิวได้ดี ไม่ทิ้งความมัน
เหมาะกับ: ทุกสภาพผิว
ปริมาณ: 50 ml.
ราคา: 3,500 บาท
พิกัด: ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
Clinique Smart Night Custom-Repair Moisturizer
มอยส์เจอร์ไรเซอร์กลางคืนที่ออกแบบมาเพื่อรับมือกับ สัญญาณแห่งวัยแบบจัดเต็ม ใช้เทคโนโลยี Smart Repair Technology™ ที่ช่วยฟื้นบำรุงผิวอย่างตรงจุดในช่วงเวลาที่ผิวซ่อมแซมตัวเองมากที่สุดอย่างตอนกลางคืน
จุดเด่น: Smart Repair Technology™ ช่วยฟื้นฟูและลดเลือนริ้วรอย
เนื้อสัมผัส: เนื้อครีมบางเบา ซึมไว เหมาะสำหรับใช้ก่อนนอน
เหมาะกับ: ผิวธรรมดา และผิวผสม
ปริมาณ: 50 ml.
ราคา: 3,400 บาท
พิกัด: ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
สรุป: วัยเลข 4 ต้องบำรุงแบบมีสติ และกล้าลงทุน
พอเข้าสู่วัยเลข 4 ผิวเริ่ม แห้งง่าย มีริ้วรอยไว และคอลลาเจนผลิตได้น้อยลง การทาครีมแบบเดิม ๆ เหมือนวัย 20 อาจไม่พออีกต่อไป ครีมบำรุงหน้าวัย 40 เลยกลายเป็นไอเท็มที่ต้องเลือกอย่างตั้งใจขึ้นมาอีกระดับ
สิ่งที่ควรโฟกัสคือ
เลือกสูตรที่ตรงปัญหาหลักของผิวเรา
ดูส่วนผสมให้ชัด ว่าช่วยเรื่องริ้วรอย ความชุ่มชื้น หรือความหย่อนคล้อย
ใช้ให้สม่ำเสมอ ทั้งเช้าและก่อนนอน
สุดท้ายแล้ว การลงทุนกับผิวไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย โดยเฉพาะในวัยที่ผิวเริ่มเปลี่ยนไปแบบจับต้องได้ เลือกให้ถูก สูตรให้ตรง แล้วผิวจะตอบแทนกลับมาด้วยความฟู แน่น และมั่นใจเวลาออกจากบ้านแบบไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์เลยจริง ๆ

