รับแอปรับแอป

Expo 2025 Osaka แบบไม่มึนแดดไม่มึนคน: กินอะไร เดินยังไง ให้งานเดียวอิ่มทั้งท้องและประสบการณ์

ลลิตา พูนผล01-31

เกริ่นก่อนลุย Expo 2025

หลังจากใช้เวลา 3 วันเต็มเดินตะลุย Expo 2025 ที่โอซาก้า เราได้ลองทั้งเดิน หลบแดด ต่อคิว กิน ชม ไปครบทุกโซน เลยสรุปออกมาเป็นคู่มือฉบับคนจริงที่เคยไปมาแล้วว่า ต้องเตรียมตัวยังไงบ้างถึงจะไม่พังกลางทาง

ใครที่จองตั๋วเรียบร้อยแล้ว กำลังแพลนวันไปเดินงาน บทความนี้จะช่วยให้คุณใช้เวลาภายในงานได้คุ้มขึ้น เดินน้อยลง (แต่ได้ครบ) และที่สำคัญคือ ได้กินแบบจุใจแน่นอน

การเดินทางเข้างาน: เลือกประตูให้ถูก ชีวิตสบายไปครึ่ง

เราตัดสินใจใช้รถไฟเป็นหลัก เลยเลือกพักใกล้สถานี Hommachi เพื่อจะได้ขึ้น Chuo Line เข้าไปลงฝั่ง East gate ได้ตรงๆ สบายๆ

  • ลงสถานีแล้ว ตามป้ายเดินไปเรื่อยๆ ได้เลย มีป้ายบอกตลอดทาง แทบไม่มีโอกาสหลง

  • ฝั่ง East gate จะสะดวกมากสำหรับสายรถไฟ คนส่วนใหญ่จะเป็นสายเดินทางสาธารณะเหมือนเรา

ถ้าใครเลือกเดินทางแบบอื่น เช่น รถส่วนตัวหรือรถบัส ส่วนใหญ่จะต้องไปเข้าทาง West gate ซึ่งบรรยากาศจะต่างออกไปหน่อย เพราะเต็มไปด้วย

  • กลุ่มนักเรียนที่มาทัศนศึกษา

  • ครอบครัวที่มาพร้อมเด็กๆ

บรรยากาศแต่ละเกทจะให้ฟีลต่างกัน แต่เป้าหมายเดียวกันคือ ไปให้ถึงงานแบบไม่หมดแรงก่อนเข้าเกท

เวลาเข้าเกท: อย่าไปเช้าเกินจนยืนสุกกลางแดด

ระบบเข้างานของ Expo เค้าจะปล่อยคนเข้าเป็นรอบตามเวลาที่เราจองไว้ล่วงหน้า เพราะฉะนั้นการไปเร็วเกินไป ไม่ได้ช่วยให้เข้าก่อนใคร แต่จะได้ ยืนอบตัวเองกลางแดดฟรี

สิ่งที่ควรรู้คือ

  • ถ้าคุณจองรอบเข้าไว้ 10.00 น. แต่ไปถึง 9.30 น. คุณจะต้องไปยืนรอในโซนที่ล้อมไว้แบบกลางแจ้ง รอจนกว่าจะถึงรอบที่คุณเลือก

  • แดดแรงมากแบบไม่เกรงใจใคร ร่มคือไอเทมที่ต้องมี พกไปเถอะ ช่วยชีวิตได้จริงๆ

จากที่ลองสังเกตเวลาและการปล่อยคนเข้า

  • ถ้าเลือกเข้า 10.00 น. ส่วนใหญ่ก็จะได้เข้าไม่เกิน 11.00 น. เพราะเค้าต้องเคลียร์คนแต่ละรอบไม่ให้คั่งค้างถึงรอบถัดไป

  • ถ้ามาสายกว่ารอบที่จองไว้ จะมีเกทอีกช่องหนึ่งสำหรับคนที่หลุดรอบ ไม่ต้องไปปะปนกับคนที่มาตรงเวลา

ทริคเล็กๆ:

  • ไม่ต้องไปเป๊ะเป๊ะแบบต้องถึงก่อนเวลาเยอะๆ แนะนำให้ไปช่วงใกล้ปลายชั่วโมงของรอบที่จองไว้ แถวจะเริ่มสั้นลง

  • ยืนตากแดดน้อยลง เหลือแรงไว้เดินและกินในงานจะดีกว่ามาใช้หมดไปกับคิวแรก

ขั้นตอนหน้าเกท: เอาอะไรเข้าได้บ้าง

ก่อนจะได้สแกนเข้าพื้นที่งาน จะมีขั้นตอนเบสิกดังนี้

  • ตรวจตรวจกระเป๋า

  • สแกน QR code จากตั๋วที่จองไว้ (ในวันนั้น)

เรื่องของที่พกติดตัวได้

  • น้ำเปล่า หรือเครื่องดื่มที่ยังไม่เปิด สามารถนำเข้าได้สบายๆ

  • ถ้าเป็นขวดที่เปิดแล้ว จะมีการตรวจเพิ่มอีกนิด ถ้าดูแล้วปลอดภัยก็เอาเข้าได้เหมือนกัน

  • สามารถเตรียม ข้าวปั้นหรือขนมเล็กๆ ไปได้ เผื่อใครไม่ชอบต่อคิวร้านอาหารในงาน เหมาะสำหรับสายพกเสบียง

เข้างานแล้วควรทำอะไรเป็นอย่างแรก

พอหลุดเข้าเกทมาได้แล้ว อย่าเพิ่งเดินเหวี่ยงไปเรื่อยแบบไร้แผน เพราะ ลำดับการเดินในช่วงแรกสำคัญมาก

ถ้าคุณจอง Pavilion รอบเช้า (ประมาณ 9.30–10.30 น.)

  • แนะนำให้ มุ่งหน้าไป Pavilion ที่จองไว้ก่อนเลย ไม่ต้องแวะที่ไหนทั้งนั้น

  • เพราะช่วงสายคนจะเริ่มทะยอยเข้ามาเยอะขึ้น คิว Pavilion ที่ฮิตๆ จะยาวขึ้นจนท้อ

ถ้าคุณไม่มีจอง Pavilion หรือได้รอบบ่าย

ให้สลับลำดับเป็นแบบนี้แทน

  • พุ่งไปที่ ร้านขายของที่ระลึก ก่อน ซึ่งจะอยู่ใกล้เกท ทำให้เดินไม่ไกลนักในช่วงที่ยังไม่หมดแรง

  • ตอนคนยังไม่เยอะ เราจะเดินเลือกได้สบาย ไม่ต้องเบียด และบางไอเทม ไม่มีขายที่คีออสก์ด้านในหรือนอกงาน ถ้าคิดจะย้อนกลับมาซื้อตอนเย็น บางทีเข้าไม่ถึงหรือคนแน่นมากจนถอดใจ

เรื่องแผนที่ภายในงาน

  • แผนที่กระดาษสามารถซื้อได้ที่ Information Center ราคาประมาณ 200 เยน

  • หรือจะดูจากแอปก็ได้ แต่สำหรับสายชอบวางแผนและลากเส้นเอง แผนที่กระดาษคือเพื่อนซี้

ของกินและน้ำช่วงเริ่มงาน

  • แนะนำให้แวะซื้อ น้ำ เครื่องดื่ม และขนม ติดกระเป๋าได้ที่ Lawson ใกล้โซนหน้าๆ งาน

  • เตรียมไว้ให้พร้อม ก่อนจะหลุดเข้าโหมดเดินยาวจนลืมหิวแล้วมารู้ตัวอีกทีตอนหมดแรง

การเดินชมงาน: เดินให้ฉลาด ไม่ใช่เดินให้ครบแล้วหมดสภาพ

จุดตั้งหลักสำคัญของ Expo 2025 คือโครงสร้างวงกลมขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า Grand Ring ซึ่งไม่ได้มีดีแค่เป็นแลนด์มาร์ก แต่ยังเป็น ทางลับสำหรับคนไม่อยากสุ่มเสี่ยงไหม้แดด

จากการลองเดินหลายวัน เราได้ข้อสรุปว่า

  • ถ้าเดินใต้ Grand Ring จะรู้สึกสบายกว่ามาก เพราะช่วยบังแดด และลมพัดผ่านดี เดินไป-มาจุดต่างๆ ได้แบบไม่ทรมาน

  • วันแรกเราเดินข้ามลานกลางแดดไปมาเพราะยังงงทิศ เจออะไรน่าแวะก็ออกนอกเส้นทาง ผลคือหมดแรงเร็วกว่าที่ควร

ทริคการเดินในงาน

  • ถ้าอยากไปจุดไหน ให้ใช้ Grand Ring เป็นทางหลัก เดินวนไปตามวงก่อน

  • พอใกล้ถึงโซนที่ต้องการค่อย ตัดเข้าตรงกลางพื้นที่วงกลม จะประหยัดแรง และไม่ต้องยืนรับแดดแบบเต็มๆ

ของที่ควรเตรียม: ช่วยชีวิตทั้งวันแบบจับต้องได้

ในงานนี้คุณจะต้องเจอแน่ๆ คือ

  • ความร้อน

  • ความเมื่อย

  • ความหิว

มาดูทีละเรื่องว่าควรรับมือยังไง

รับมือความร้อน

ถ้าไปช่วง ก.ค.–ส.ค. ซึ่งคือฤดูร้อนเต็มตัวของญี่ปุ่น เตรียมใจได้เลยว่าความร้อนจะมาแบบจริงจัง ในงานมีจุดนั่งพักที่มีร่มเงาอยู่ แต่เมื่อเทียบกับจำนวนคนแล้วถือว่า ไม่เยอะมาก

สิ่งที่ควรพก:

  • เสื้อผ้าบาง เบา ระบายอากาศได้ดี แต่ยังช่วยคลุมผิว

  • ร่มคันเล็ก (สำคัญมาก)

  • หมวกและแว่นกันแดด

  • ครีมกันแดด ทาซ้ำได้ระหว่างวัน

  • พัดลมหรือพัดธรรมดา

  • สเปรย์เย็น หรือไอเทมคลายร้อนต่างๆ

  • ช่วงนี้ที่ญี่ปุ่นฮิต cool ring ใครชอบก็พกไปด้วยได้ ช่วยให้ไม่รู้สึกฮอตเกินไป

เรื่องน้ำดื่ม

  • พกขวดน้ำติดตัวไว้เสมอ หยิบดื่มระหว่างเดิน

  • ถ้าไม่ได้พก ที่งานมีขาย และมีตู้กดน้ำแบบกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ไม่ต้องกลัวหาน้ำไม่ได้

เรื่องความสะดวกเวลาอยากกินอะไรเร็วๆ

  • แนะนำให้เตรียม ทิชชู่เปียกและทิชชู่แห้ง ติดกระเป๋า

  • เพราะบางจังหวะที่นั่งอาจไม่พอ ต้องยืนกิน หรือนั่งตามม้านั่งแล้วจัดการแบบรวดเร็ว

ห้องน้ำภายในงานคือหนึ่งในสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีมาก

  • มีจำนวนเพียงพอ แทบไม่ต้องต่อคิวยาว

  • สะอาด

  • ดีไซน์แต่ละจุดไม่เหมือนกัน บางทีเดินไปยังเผลอคิดว่าเป็นจุดถ่ายรูปเก๋ๆ ก่อนจะรู้ว่าเป็นห้องน้ำด้วยซ้ำ

รับมือความเมื่อย

ถ้าเป็นคนที่มีปัญหายืนหรือเดินนานๆ แนะนำจริงจังให้พก เก้าอี้พับแบบเล็ก ไปด้วย

  • คนญี่ปุ่นหลายคนแบกมาเองกันเป็นเรื่องปกติ เห็นแล้วเข้าใจเลยว่าทำไม

  • การต่อคิวเข้า Pavilion ยอดนิยมบางที่ใช้เวลาตั้งแต่ประมาณ 40 นาที ไปจนถึงหลักชั่วโมง

  • การมีเก้าอี้ใบจิ๋วคือการเซฟเข่าและหลังอย่างแท้จริง

รับมือความหิว

เรื่องนี้มีรายละเอียดเยอะ เลยขอแยกไปเล่าชัดๆ ในหัวข้อถัดไป แต่ขอสรุปสั้นๆ ว่า อย่าปล่อยให้ตัวเองหิวจนหมดแรงคิวสุดท้าย พกอะไรนิดหน่อยไว้ในกระเป๋าจะดีที่สุด

ของไม่คาดคิด: ยุง!

สิ่งหนึ่งที่เราไม่คิดว่าจะต้องเจอ แต่ดันเจอคือ ยุง และไม่ใช่ยุงตัวเล็กๆ แบบบ้านๆ ด้วย ตัวใหญ่พอให้ตกใจได้เลย

  • ใครที่แพ้ยุงหรือแมลง แนะนำพก ยากันยุงหรือสเปรย์กันยุง ไปด้วย

  • จะทาก่อนเข้า หรือทาระหว่างวันก็ช่วยลดโอกาสคันทั้งทริปได้เยอะ

ของกินใน Expo 2025: สวรรค์สายกิน แต่ต้องวางแผน

เรื่องกินคือไฮไลต์ของสายท่องเที่ยวสายกินแบบเรา ต้องบอกเลยว่าใน Expo 2025 มีตัวเลือกเยอะจนเลือกไม่ถูก

ภายในงานมี:

  • โซนร้านอาหารส่วนกลางของงาน

  • ร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 และ Lawson

  • แต่ละ Pavilion ยังมีร้านอาหารที่เสิร์ฟ เมนูประจำชาติ ของตัวเองด้วย

ข้อเสียคือ จุดยอดฮิตมักจะมาพร้อมกับ คิวยาวแบบหมดกำลังใจ โดยเฉพาะโซนอาหารของ Pavilion ต่างชาติที่คนแห่ไปลองกันเยอะมาก

Pavilion ที่อยากแนะนำ: ORA Gaishoku Pavilion

สำหรับคนที่อยากกินดีแต่ไม่อยากรอคิวนาน เราขอปักหมุด ORA Gaishoku Pavilion ในโซน West gate ไว้ในลิสต์เลย

จุดเด่นของ Pavilion นี้คือ

  • มีบูธอาหารหลายประเภทให้เลือกอยู่ด้านใน

  • คนไม่เยอะเท่าจุดดังๆ อื่นๆ

  • โดยรวมแล้ว ใช้เวลารอคิวน้อยกว่าหลายโซนมาก

ข้อควรรู้:

  • จะขายแบบ take away เท่านั้น ไม่มีที่นั่งด้านในอาคาร

  • แต่ด้านหน้าจะมีที่นั่งใต้ Grand Ring ให้พอใช้เป็นจุดพักกินได้อยู่

  • ช่วงนี้แหละที่ เก้าอี้พับ ที่พกมาตั้งแต่เช้าจะเริ่มได้แสดงบทบาทสำคัญ

  • ใกล้กับจุดนี้จะมี จุดทิ้งขยะ ตู้ขายน้ำ และห้องน้ำ อยู่ในระยะเดินไม่กี่ก้าว ถือว่าสะดวกมาก

โซนที่คนแน่นเป็นพิเศษ

  • ร้านอาหารในโซนป่า หรือ Forest of Tranquility Zone

  • บรรยากาศจะเป็นร้านที่แทรกอยู่ในป่าตามคอนเซ็ปต์

  • โต๊ะและที่นั่งมีไม่มาก ถ้าไปช่วงคนเยอะจะต้องใช้ดวงพอสมควรในการหาที่นั่ง

  • อากาศในโซนนี้ค่อนข้างร้อน ถ้าไปตอนแดดจัดๆ อาจจะไม่สบายเท่าไหร่

ก่อนกลับ: จะอยู่ดูไฟหรือออกก่อนคนอื่นดี

ถ้ายังพอมีแรงเหลือหลังจากเดินมาทั้งวัน เราอยากให้ลอง อยู่ดูบรรยากาศตอนค่ำ สักครั้ง เพราะแต่ละ Pavilion ตอนเปิดไฟจะคนละฟีลกับตอนกลางวันเลย

ไฮไลต์ยามค่ำคืน:

  • แสงสีที่ออกแบบให้ตัวอาคารโดดเด่นท่ามกลางความมืด สวยจนเผลอกดชัตเตอร์รัวๆ

  • มีการฉาย projection mapping เล่นกับตัวอาคาร เพิ่มความอลังการเข้าไปอีก

ใครอินกับงานแสงหรือ architecture สวยๆ แนะนำให้เช็กตารางรอบการแสดงของแต่ละวันเพิ่ม เพื่อจะได้แพลนเวลาอยู่ให้ตรงกับโชว์ที่อยากดู

ถ้าอยากกลับแบบไม่ต้องฝ่าฝูงชน

สำหรับคนที่รู้สึกว่าพอแล้วกับการเดินทั้งวัน และไม่อยากต้องไปยืนเบียดตอนออกจากงาน เราขอแนะนำให้

  • วางแผนออกจากงานช่วง ประมาณ 16.00 น. ช่วงนี้คนยังไม่แน่นจนเกินไป

  • สามารถเดินออกไปที่สถานีรถไฟได้แบบไม่ต้องอ้อมเยอะ

ถ้าออกช้ากว่านั้น

  • เจ้าหน้าที่จะเริ่มจัดทางเดินให้คน เดินอ้อมออกจากเกท เพื่อช่วยกระจายคนไม่ให้แน่นเกินไปที่ทางออก

  • ลองนึกภาพเดินอ้อมประมาณ สนามฟุตบอลหนึ่งรอบ แล้วค่อยไปถึงสถานีรถไฟ เหนื่อยเพิ่มฟรีๆ อีกหนึ่งแมตช์

เพราะฉะนั้น ถ้าดูแล้วเลี่ยงไม่ได้ ต้องออกช่วงคนเยอะ แนะนำว่า

  • กินมื้อเย็นให้เรียบร้อยก่อนเข้าคิวกลับ

  • เข้าห้องน้ำให้เสร็จ เพราะพอเข้าคิวแล้วจะย้อนกลับไปทำอะไรยากมาก

สรุป: สูตรเดิน Expo 2025 แบบสายกินตัวจริง

ถ้าจะให้สรุปเคล็ดลับสั้นๆ สำหรับคนที่อยากไป Expo 2025 แบบสนุก อิ่ม และไม่หมดแรงกลางทาง ก็คงประมาณนี้:

  • เลือกเกทและวิธีเดินทางให้เหมาะกับตัวเอง ถ้าชอบรถไฟ East gate คือเพื่อนรัก

  • อย่าไปถึงก่อนเวลาที่จองมากเกินไป แดดแรงเกินกว่าจะยืนรอเล่นๆ

  • เข้างานแล้วให้จัดลำดับ: Pavilion ที่จอง > ของที่ระลึก > เสบียง

  • ใช้ Grand Ring เป็นเส้นทางหลัก เดินได้นานแต่ไม่รู้สึกหมดแรงเร็ว

  • พกไอเทมกันร้อน กันยุง และเก้าอี้พับ จะรู้สึกขอบคุณตัวเองไปทั้งวัน

  • เรื่องกินไม่ต้องกลัวอด แต่ต้องวางแผนเลือกโซนให้ดี ถ้าเน้นคิวน้อยให้ลอง ORA Gaishoku Pavilion

  • ถ้าอยากดูไฟและโชว์ตอนค่ำ ให้เตรียมร่างกายและตารางเวลาให้พร้อม แต่ถ้าเน้นสบายตอนกลับ 4 โมงเย็นคือเวลาทอง

จัดแผนดีๆ แล้วคุณจะพบว่า Expo 2025 ไม่ได้เหนื่อยอย่างเดียว แต่มันทั้งอร่อย สนุก และเต็มไปด้วยรายละเอียดที่น่าจดจำ โดยเฉพาะสำหรับสายท่องเที่ยวสายกิน ที่อยากให้ทริปนี้อิ่มทั้งท้องและอิ่มตาไปพร้อมกัน