เกริ่นก่อนลุย Expo 2025
หลังจากใช้เวลา 3 วันเต็มเดินตะลุย Expo 2025 ที่โอซาก้า เราได้ลองทั้งเดิน หลบแดด ต่อคิว กิน ชม ไปครบทุกโซน เลยสรุปออกมาเป็นคู่มือฉบับคนจริงที่เคยไปมาแล้วว่า ต้องเตรียมตัวยังไงบ้างถึงจะไม่พังกลางทาง
ใครที่จองตั๋วเรียบร้อยแล้ว กำลังแพลนวันไปเดินงาน บทความนี้จะช่วยให้คุณใช้เวลาภายในงานได้คุ้มขึ้น เดินน้อยลง (แต่ได้ครบ) และที่สำคัญคือ ได้กินแบบจุใจแน่นอน
การเดินทางเข้างาน: เลือกประตูให้ถูก ชีวิตสบายไปครึ่ง
เราตัดสินใจใช้รถไฟเป็นหลัก เลยเลือกพักใกล้สถานี Hommachi เพื่อจะได้ขึ้น Chuo Line เข้าไปลงฝั่ง East gate ได้ตรงๆ สบายๆ
ลงสถานีแล้ว ตามป้ายเดินไปเรื่อยๆ ได้เลย มีป้ายบอกตลอดทาง แทบไม่มีโอกาสหลง
ฝั่ง East gate จะสะดวกมากสำหรับสายรถไฟ คนส่วนใหญ่จะเป็นสายเดินทางสาธารณะเหมือนเรา
ถ้าใครเลือกเดินทางแบบอื่น เช่น รถส่วนตัวหรือรถบัส ส่วนใหญ่จะต้องไปเข้าทาง West gate ซึ่งบรรยากาศจะต่างออกไปหน่อย เพราะเต็มไปด้วย
กลุ่มนักเรียนที่มาทัศนศึกษา
ครอบครัวที่มาพร้อมเด็กๆ
บรรยากาศแต่ละเกทจะให้ฟีลต่างกัน แต่เป้าหมายเดียวกันคือ ไปให้ถึงงานแบบไม่หมดแรงก่อนเข้าเกท
เวลาเข้าเกท: อย่าไปเช้าเกินจนยืนสุกกลางแดด
ระบบเข้างานของ Expo เค้าจะปล่อยคนเข้าเป็นรอบตามเวลาที่เราจองไว้ล่วงหน้า เพราะฉะนั้นการไปเร็วเกินไป ไม่ได้ช่วยให้เข้าก่อนใคร แต่จะได้ ยืนอบตัวเองกลางแดดฟรี
สิ่งที่ควรรู้คือ
ถ้าคุณจองรอบเข้าไว้ 10.00 น. แต่ไปถึง 9.30 น. คุณจะต้องไปยืนรอในโซนที่ล้อมไว้แบบกลางแจ้ง รอจนกว่าจะถึงรอบที่คุณเลือก
แดดแรงมากแบบไม่เกรงใจใคร ร่มคือไอเทมที่ต้องมี พกไปเถอะ ช่วยชีวิตได้จริงๆ
จากที่ลองสังเกตเวลาและการปล่อยคนเข้า
ถ้าเลือกเข้า 10.00 น. ส่วนใหญ่ก็จะได้เข้าไม่เกิน 11.00 น. เพราะเค้าต้องเคลียร์คนแต่ละรอบไม่ให้คั่งค้างถึงรอบถัดไป
ถ้ามาสายกว่ารอบที่จองไว้ จะมีเกทอีกช่องหนึ่งสำหรับคนที่หลุดรอบ ไม่ต้องไปปะปนกับคนที่มาตรงเวลา
ทริคเล็กๆ:
ไม่ต้องไปเป๊ะเป๊ะแบบต้องถึงก่อนเวลาเยอะๆ แนะนำให้ไปช่วงใกล้ปลายชั่วโมงของรอบที่จองไว้ แถวจะเริ่มสั้นลง
ยืนตากแดดน้อยลง เหลือแรงไว้เดินและกินในงานจะดีกว่ามาใช้หมดไปกับคิวแรก
ขั้นตอนหน้าเกท: เอาอะไรเข้าได้บ้าง
ก่อนจะได้สแกนเข้าพื้นที่งาน จะมีขั้นตอนเบสิกดังนี้
ตรวจตรวจกระเป๋า
สแกน QR code จากตั๋วที่จองไว้ (ในวันนั้น)
เรื่องของที่พกติดตัวได้
น้ำเปล่า หรือเครื่องดื่มที่ยังไม่เปิด สามารถนำเข้าได้สบายๆ
ถ้าเป็นขวดที่เปิดแล้ว จะมีการตรวจเพิ่มอีกนิด ถ้าดูแล้วปลอดภัยก็เอาเข้าได้เหมือนกัน
สามารถเตรียม ข้าวปั้นหรือขนมเล็กๆ ไปได้ เผื่อใครไม่ชอบต่อคิวร้านอาหารในงาน เหมาะสำหรับสายพกเสบียง
เข้างานแล้วควรทำอะไรเป็นอย่างแรก
พอหลุดเข้าเกทมาได้แล้ว อย่าเพิ่งเดินเหวี่ยงไปเรื่อยแบบไร้แผน เพราะ ลำดับการเดินในช่วงแรกสำคัญมาก
ถ้าคุณจอง Pavilion รอบเช้า (ประมาณ 9.30–10.30 น.)
แนะนำให้ มุ่งหน้าไป Pavilion ที่จองไว้ก่อนเลย ไม่ต้องแวะที่ไหนทั้งนั้น
เพราะช่วงสายคนจะเริ่มทะยอยเข้ามาเยอะขึ้น คิว Pavilion ที่ฮิตๆ จะยาวขึ้นจนท้อ
ถ้าคุณไม่มีจอง Pavilion หรือได้รอบบ่าย
ให้สลับลำดับเป็นแบบนี้แทน
พุ่งไปที่ ร้านขายของที่ระลึก ก่อน ซึ่งจะอยู่ใกล้เกท ทำให้เดินไม่ไกลนักในช่วงที่ยังไม่หมดแรง
ตอนคนยังไม่เยอะ เราจะเดินเลือกได้สบาย ไม่ต้องเบียด และบางไอเทม ไม่มีขายที่คีออสก์ด้านในหรือนอกงาน ถ้าคิดจะย้อนกลับมาซื้อตอนเย็น บางทีเข้าไม่ถึงหรือคนแน่นมากจนถอดใจ
เรื่องแผนที่ภายในงาน
แผนที่กระดาษสามารถซื้อได้ที่ Information Center ราคาประมาณ 200 เยน
หรือจะดูจากแอปก็ได้ แต่สำหรับสายชอบวางแผนและลากเส้นเอง แผนที่กระดาษคือเพื่อนซี้
ของกินและน้ำช่วงเริ่มงาน
แนะนำให้แวะซื้อ น้ำ เครื่องดื่ม และขนม ติดกระเป๋าได้ที่ Lawson ใกล้โซนหน้าๆ งาน
เตรียมไว้ให้พร้อม ก่อนจะหลุดเข้าโหมดเดินยาวจนลืมหิวแล้วมารู้ตัวอีกทีตอนหมดแรง
การเดินชมงาน: เดินให้ฉลาด ไม่ใช่เดินให้ครบแล้วหมดสภาพ
จุดตั้งหลักสำคัญของ Expo 2025 คือโครงสร้างวงกลมขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า Grand Ring ซึ่งไม่ได้มีดีแค่เป็นแลนด์มาร์ก แต่ยังเป็น ทางลับสำหรับคนไม่อยากสุ่มเสี่ยงไหม้แดด
จากการลองเดินหลายวัน เราได้ข้อสรุปว่า
ถ้าเดินใต้ Grand Ring จะรู้สึกสบายกว่ามาก เพราะช่วยบังแดด และลมพัดผ่านดี เดินไป-มาจุดต่างๆ ได้แบบไม่ทรมาน
วันแรกเราเดินข้ามลานกลางแดดไปมาเพราะยังงงทิศ เจออะไรน่าแวะก็ออกนอกเส้นทาง ผลคือหมดแรงเร็วกว่าที่ควร
ทริคการเดินในงาน
ถ้าอยากไปจุดไหน ให้ใช้ Grand Ring เป็นทางหลัก เดินวนไปตามวงก่อน
พอใกล้ถึงโซนที่ต้องการค่อย ตัดเข้าตรงกลางพื้นที่วงกลม จะประหยัดแรง และไม่ต้องยืนรับแดดแบบเต็มๆ
ของที่ควรเตรียม: ช่วยชีวิตทั้งวันแบบจับต้องได้
ในงานนี้คุณจะต้องเจอแน่ๆ คือ
ความร้อน
ความเมื่อย
ความหิว
มาดูทีละเรื่องว่าควรรับมือยังไง
รับมือความร้อน
ถ้าไปช่วง ก.ค.–ส.ค. ซึ่งคือฤดูร้อนเต็มตัวของญี่ปุ่น เตรียมใจได้เลยว่าความร้อนจะมาแบบจริงจัง ในงานมีจุดนั่งพักที่มีร่มเงาอยู่ แต่เมื่อเทียบกับจำนวนคนแล้วถือว่า ไม่เยอะมาก
สิ่งที่ควรพก:
เสื้อผ้าบาง เบา ระบายอากาศได้ดี แต่ยังช่วยคลุมผิว
ร่มคันเล็ก (สำคัญมาก)
หมวกและแว่นกันแดด
ครีมกันแดด ทาซ้ำได้ระหว่างวัน
พัดลมหรือพัดธรรมดา
สเปรย์เย็น หรือไอเทมคลายร้อนต่างๆ
ช่วงนี้ที่ญี่ปุ่นฮิต cool ring ใครชอบก็พกไปด้วยได้ ช่วยให้ไม่รู้สึกฮอตเกินไป
เรื่องน้ำดื่ม
พกขวดน้ำติดตัวไว้เสมอ หยิบดื่มระหว่างเดิน
ถ้าไม่ได้พก ที่งานมีขาย และมีตู้กดน้ำแบบกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ไม่ต้องกลัวหาน้ำไม่ได้
เรื่องความสะดวกเวลาอยากกินอะไรเร็วๆ
แนะนำให้เตรียม ทิชชู่เปียกและทิชชู่แห้ง ติดกระเป๋า
เพราะบางจังหวะที่นั่งอาจไม่พอ ต้องยืนกิน หรือนั่งตามม้านั่งแล้วจัดการแบบรวดเร็ว
ห้องน้ำภายในงานคือหนึ่งในสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีมาก
มีจำนวนเพียงพอ แทบไม่ต้องต่อคิวยาว
สะอาด
ดีไซน์แต่ละจุดไม่เหมือนกัน บางทีเดินไปยังเผลอคิดว่าเป็นจุดถ่ายรูปเก๋ๆ ก่อนจะรู้ว่าเป็นห้องน้ำด้วยซ้ำ
รับมือความเมื่อย
ถ้าเป็นคนที่มีปัญหายืนหรือเดินนานๆ แนะนำจริงจังให้พก เก้าอี้พับแบบเล็ก ไปด้วย
คนญี่ปุ่นหลายคนแบกมาเองกันเป็นเรื่องปกติ เห็นแล้วเข้าใจเลยว่าทำไม
การต่อคิวเข้า Pavilion ยอดนิยมบางที่ใช้เวลาตั้งแต่ประมาณ 40 นาที ไปจนถึงหลักชั่วโมง
การมีเก้าอี้ใบจิ๋วคือการเซฟเข่าและหลังอย่างแท้จริง
รับมือความหิว
เรื่องนี้มีรายละเอียดเยอะ เลยขอแยกไปเล่าชัดๆ ในหัวข้อถัดไป แต่ขอสรุปสั้นๆ ว่า อย่าปล่อยให้ตัวเองหิวจนหมดแรงคิวสุดท้าย พกอะไรนิดหน่อยไว้ในกระเป๋าจะดีที่สุด
ของไม่คาดคิด: ยุง!
สิ่งหนึ่งที่เราไม่คิดว่าจะต้องเจอ แต่ดันเจอคือ ยุง และไม่ใช่ยุงตัวเล็กๆ แบบบ้านๆ ด้วย ตัวใหญ่พอให้ตกใจได้เลย
ใครที่แพ้ยุงหรือแมลง แนะนำพก ยากันยุงหรือสเปรย์กันยุง ไปด้วย
จะทาก่อนเข้า หรือทาระหว่างวันก็ช่วยลดโอกาสคันทั้งทริปได้เยอะ
ของกินใน Expo 2025: สวรรค์สายกิน แต่ต้องวางแผน
เรื่องกินคือไฮไลต์ของสายท่องเที่ยวสายกินแบบเรา ต้องบอกเลยว่าใน Expo 2025 มีตัวเลือกเยอะจนเลือกไม่ถูก
ภายในงานมี:
โซนร้านอาหารส่วนกลางของงาน
ร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 และ Lawson
แต่ละ Pavilion ยังมีร้านอาหารที่เสิร์ฟ เมนูประจำชาติ ของตัวเองด้วย
ข้อเสียคือ จุดยอดฮิตมักจะมาพร้อมกับ คิวยาวแบบหมดกำลังใจ โดยเฉพาะโซนอาหารของ Pavilion ต่างชาติที่คนแห่ไปลองกันเยอะมาก
Pavilion ที่อยากแนะนำ: ORA Gaishoku Pavilion
สำหรับคนที่อยากกินดีแต่ไม่อยากรอคิวนาน เราขอปักหมุด ORA Gaishoku Pavilion ในโซน West gate ไว้ในลิสต์เลย
จุดเด่นของ Pavilion นี้คือ
มีบูธอาหารหลายประเภทให้เลือกอยู่ด้านใน
คนไม่เยอะเท่าจุดดังๆ อื่นๆ
โดยรวมแล้ว ใช้เวลารอคิวน้อยกว่าหลายโซนมาก
ข้อควรรู้:
จะขายแบบ take away เท่านั้น ไม่มีที่นั่งด้านในอาคาร
แต่ด้านหน้าจะมีที่นั่งใต้ Grand Ring ให้พอใช้เป็นจุดพักกินได้อยู่
ช่วงนี้แหละที่ เก้าอี้พับ ที่พกมาตั้งแต่เช้าจะเริ่มได้แสดงบทบาทสำคัญ
ใกล้กับจุดนี้จะมี จุดทิ้งขยะ ตู้ขายน้ำ และห้องน้ำ อยู่ในระยะเดินไม่กี่ก้าว ถือว่าสะดวกมาก
โซนที่คนแน่นเป็นพิเศษ
ร้านอาหารในโซนป่า หรือ Forest of Tranquility Zone
บรรยากาศจะเป็นร้านที่แทรกอยู่ในป่าตามคอนเซ็ปต์
โต๊ะและที่นั่งมีไม่มาก ถ้าไปช่วงคนเยอะจะต้องใช้ดวงพอสมควรในการหาที่นั่ง
อากาศในโซนนี้ค่อนข้างร้อน ถ้าไปตอนแดดจัดๆ อาจจะไม่สบายเท่าไหร่


ก่อนกลับ: จะอยู่ดูไฟหรือออกก่อนคนอื่นดี
ถ้ายังพอมีแรงเหลือหลังจากเดินมาทั้งวัน เราอยากให้ลอง อยู่ดูบรรยากาศตอนค่ำ สักครั้ง เพราะแต่ละ Pavilion ตอนเปิดไฟจะคนละฟีลกับตอนกลางวันเลย
ไฮไลต์ยามค่ำคืน:
แสงสีที่ออกแบบให้ตัวอาคารโดดเด่นท่ามกลางความมืด สวยจนเผลอกดชัตเตอร์รัวๆ
มีการฉาย projection mapping เล่นกับตัวอาคาร เพิ่มความอลังการเข้าไปอีก
ใครอินกับงานแสงหรือ architecture สวยๆ แนะนำให้เช็กตารางรอบการแสดงของแต่ละวันเพิ่ม เพื่อจะได้แพลนเวลาอยู่ให้ตรงกับโชว์ที่อยากดู
ถ้าอยากกลับแบบไม่ต้องฝ่าฝูงชน
สำหรับคนที่รู้สึกว่าพอแล้วกับการเดินทั้งวัน และไม่อยากต้องไปยืนเบียดตอนออกจากงาน เราขอแนะนำให้
วางแผนออกจากงานช่วง ประมาณ 16.00 น. ช่วงนี้คนยังไม่แน่นจนเกินไป
สามารถเดินออกไปที่สถานีรถไฟได้แบบไม่ต้องอ้อมเยอะ
ถ้าออกช้ากว่านั้น
เจ้าหน้าที่จะเริ่มจัดทางเดินให้คน เดินอ้อมออกจากเกท เพื่อช่วยกระจายคนไม่ให้แน่นเกินไปที่ทางออก
ลองนึกภาพเดินอ้อมประมาณ สนามฟุตบอลหนึ่งรอบ แล้วค่อยไปถึงสถานีรถไฟ เหนื่อยเพิ่มฟรีๆ อีกหนึ่งแมตช์
เพราะฉะนั้น ถ้าดูแล้วเลี่ยงไม่ได้ ต้องออกช่วงคนเยอะ แนะนำว่า
กินมื้อเย็นให้เรียบร้อยก่อนเข้าคิวกลับ
เข้าห้องน้ำให้เสร็จ เพราะพอเข้าคิวแล้วจะย้อนกลับไปทำอะไรยากมาก


สรุป: สูตรเดิน Expo 2025 แบบสายกินตัวจริง
ถ้าจะให้สรุปเคล็ดลับสั้นๆ สำหรับคนที่อยากไป Expo 2025 แบบสนุก อิ่ม และไม่หมดแรงกลางทาง ก็คงประมาณนี้:
เลือกเกทและวิธีเดินทางให้เหมาะกับตัวเอง ถ้าชอบรถไฟ East gate คือเพื่อนรัก
อย่าไปถึงก่อนเวลาที่จองมากเกินไป แดดแรงเกินกว่าจะยืนรอเล่นๆ
เข้างานแล้วให้จัดลำดับ: Pavilion ที่จอง > ของที่ระลึก > เสบียง
ใช้ Grand Ring เป็นเส้นทางหลัก เดินได้นานแต่ไม่รู้สึกหมดแรงเร็ว
พกไอเทมกันร้อน กันยุง และเก้าอี้พับ จะรู้สึกขอบคุณตัวเองไปทั้งวัน
เรื่องกินไม่ต้องกลัวอด แต่ต้องวางแผนเลือกโซนให้ดี ถ้าเน้นคิวน้อยให้ลอง ORA Gaishoku Pavilion
ถ้าอยากดูไฟและโชว์ตอนค่ำ ให้เตรียมร่างกายและตารางเวลาให้พร้อม แต่ถ้าเน้นสบายตอนกลับ 4 โมงเย็นคือเวลาทอง
จัดแผนดีๆ แล้วคุณจะพบว่า Expo 2025 ไม่ได้เหนื่อยอย่างเดียว แต่มันทั้งอร่อย สนุก และเต็มไปด้วยรายละเอียดที่น่าจดจำ โดยเฉพาะสำหรับสายท่องเที่ยวสายกิน ที่อยากให้ทริปนี้อิ่มทั้งท้องและอิ่มตาไปพร้อมกัน

