รับแอปรับแอป

ดินเนอร์ซูเปอร์ลักซ์ชัวรีริมเจ้าพระยา เมื่อสองเชฟมิชลินจับมือสร้างค่ำคืนเดียวในโลก

นราธิป ศรีจันทร์01-29

ค่ำคืนที่เจ้าพระยากลายเป็นห้องอาหารระดับโลก

สยามพิวรรธน์ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำด้านการสร้างจุดหมายปลายทางสายลักซ์ชัวรีระดับโลก เดินหน้าเชื่อมต่อเครือพันธมิตรซูเปอร์ลักซ์ชัวรี เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าการช้อปปิ้ง และยกระดับเป็น Extraordinary Experiences ที่ลูกค้าจะไม่มีวันลืม

ครั้งนี้เป็นการจับมือกับ Belmond เครือโรงแรมหรูระดับโลก จัดดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้ลูกค้าคนพิเศษของไอคอนสยาม แลนด์มาร์คริมโค้งน้ำเจ้าพระยาที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ได้สัมผัสเสน่ห์ของ Luxury Dining แบบล้ำระดับ

ค่ำคืนแสนพิเศษนี้มาในคอนเซ็ปต์ “A Grand Collaboration” การร่วมรังสรรค์มื้อค่ำครั้งยิ่งใหญ่ระหว่าง

  • เชฟ Alessandro Cozzolino – Executive Chef แห่ง La Loggia di Villa San Michele

  • เชฟ Christophe Grilo – Executive Pastry Chef แห่ง Blue by Alain Ducasse

โดยจัดขึ้น ณ ห้องอาหาร Blue by Alain Ducasse ชั้น 1 ไอคอนสยาม ในรูปแบบดินเนอร์นั่งเต็มคอร์สแบบ Exclusive Sit-down Dinner ซึ่งเปิดให้สัมผัสเพียงค่ำคืนเดียวเท่านั้น

แขกพิเศษ และบรรยากาศที่มีได้แค่ค่ำคืนนี้

ค่ำคืนนั้นรวบรวมเหล่าลูกค้าคนสำคัญที่เดินทางมาร่วมดื่มด่ำกับดินเนอร์สุดประณีต ซึ่งถูกออกแบบขึ้นใหม่โดยสองเชฟระดับโลกเพื่อโอกาสนี้โดยเฉพาะ

ทุกจานถูกเสิร์ฟท่ามกลางบรรยากาศของโค้งน้ำเจ้าพระยาที่สะท้อนแสงไฟจากเมืองอย่างงดงาม ทำให้มื้อค่ำไม่ใช่แค่การกิน แต่กลายเป็นช่วงเวลาแสนพิเศษที่เชื่อมต่อเมือง ศิลปะ และรสชาติ เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

นอกจากนี้ยังนับเป็นครั้งแรกที่ Belmond จับมือร่วมมอบประสบการณ์เหนือระดับกับศูนย์การค้าในประเทศไทย ยิ่งตอกย้ำว่า ไอคอนสยามไม่ใช่แค่ห้าง แต่คือจุดหมายปลายทางลักซ์ชัวรีระดับเวิลด์คลาส

เชฟ Alessandro: ศิลปินที่ใช้จานอาหารเล่าเรื่องทัสคานี

เชฟ Alessandro Cozzolino คือเชฟที่ถูกขนานนามว่าเป็น ศิลปินแห่งรสชาติ เพราะสำหรับเขา การทำอาหารไม่ใช่แค่เรื่องรสอร่อย แต่คือการเล่าเรื่องชีวิต ศิลปะ และวัฒนธรรมบนจานอาหาร

เขาเติบโตมากับความหลงใหลในศิลปะแห่งการปรุงอาหารตั้งแต่วัยเด็ก ก่อนจะเข้าเรียนที่โรงเรียนการโรงแรมเมือง Cassino และเริ่มเส้นทางเชฟในร้านอาหารระดับดาวมิชลินทั่วยุโรป ไม่ว่าจะเป็น

  • Le Cimes (3 ดาวมิชลิน) ประเทศฝรั่งเศส

  • Chez Dominique (2 ดาวมิชลิน) ประเทศฟินแลนด์

  • St Hubertus (3 ดาวมิชลิน) ประเทศอิตาลี

  • Ristorante Arnolfo (2 ดาวมิชลิน) ประเทศอิตาลี

ปี 2015 เขาก้าวเข้าสู่เอเชีย รับตำแหน่ง Chef de Cuisine แห่งห้องอาหาร Grissini โรงแรม Grand Hyatt Hong Kong และคว้ารางวัล “Chef of the Year 2017” จาก Gambero Rosso มาครองอย่างสมศักดิ์ศรี

ปัจจุบันเชฟ Alessandro ดำรงตำแหน่ง Executive Chef แห่ง Villa San Michele, A Belmond Hotel เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี จุดเด่นของเขาคือการถ่ายทอดเสน่ห์แห่งแคว้นทัสคานีผ่านวัตถุดิบท้องถิ่นคุณภาพเยี่ยม ผสมผสานกับเทคนิคการทำอาหารสมัยใหม่จนเกิดเป็นเมนูที่ทั้งประณีต สวยงาม และมีคาแรกเตอร์ชัดเจน

สำหรับเชฟ Alessandro แล้ว การทำอาหารคือ “บทสนทนาระหว่างศิลปะ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต” ที่ถูกแปลออกมาเป็นประสบการณ์มื้ออาหารที่ทั้งละเอียดอ่อนและลึกซึ้งในความรู้สึก

เชฟ Christophe: จอมเวทแห่งโลกขนมหวานฝรั่งเศส

อีกหนึ่งกำลังสำคัญของค่ำคืนนี้คือ เชฟ Christophe Grilo Executive Pastry Chef และ Artisan Baker แห่ง Blue by Alain Ducasse ร้านอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยระดับ 1 ดาวมิชลิน ที่รักษามาตรฐานได้ต่อเนื่องยาวนาน

ด้วยประสบการณ์กว่า 20 ปีในวงการขนมอบและเบเกอรี่ฝรั่งเศส เชฟ Christophe โดดเด่นในด้านการผสมผสานเทคนิคสมัยใหม่เข้ากับสูตรดั้งเดิมของขนมฝรั่งเศสอย่างประณีต ทำให้ทุกชิ้นของขนมไม่ใช่แค่สวยงาม แต่ยังเต็มไปด้วยชั้นเชิงของรสชาติ

เขาใส่ใจในทุกดีเทล ตั้งแต่วัตถุดิบที่ต้องคัดสรรระดับพรีเมียม ไปจนถึงสัมผัสและกลิ่นหอมที่ต้องทำให้คนชิมรู้สึกว่า “นี่คือขนมที่คุ้มค่ากับทุกแคลอรี่”

เมื่อสองเชฟมาร่วมกันสร้างค่ำคืนเดียวในชีวิต

ดินเนอร์ครั้งนี้คือการหลอมรวมจุดแข็งของทั้งสองเชฟเข้าไว้ด้วยกัน กลายเป็นเมนูพิเศษที่คิดค้นขึ้นใหม่ทั้งหมด เพื่อเสิร์ฟเฉพาะในงานนี้เท่านั้น

  • ฝั่งเชฟ Alessandro ถ่ายทอดเสน่ห์ของอิตาลีและทัสคานีผ่านจานหลักที่เต็มไปด้วยเรื่องราว

  • ฝั่งเชฟ Christophe ปิดท้ายด้วยขนมหวานที่ทั้งงดงาม และชวนให้จดจำในทุกคำ

ผลลัพธ์คือมื้อค่ำที่ไม่ใช่แค่ “อร่อยมาก” แต่เป็นประสบการณ์ที่ตราตรึงใจทั้งในแง่รสชาติ บรรยากาศ และความประณีตในทุกดีเทล ตั้งแต่จานแรกจนถึงคำสุดท้าย

การคอลแลบครั้งนี้ยังสะท้อนบทบาทของสยามพิวรรธน์ในฐานะผู้นำด้านการสร้างประสบการณ์ระดับเวิลด์คลาสอย่างชัดเจน พร้อมทั้งขับเน้นภาพของไอคอนสยามให้โดดเด่นยิ่งขึ้นในฐานะจุดหมายปลายทางแห่งลักซ์ชัวรีริมแม่น้ำเจ้าพระยา

จุดเริ่มต้นของประสบการณ์พิเศษที่ยังไปได้ไกลกว่านี้

สิ่งที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนี้ ไม่ใช่จุดจบ แต่คือ จุดเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ ระหว่าง Belmond และสยามพิวรรธน์

จากนี้ ลูกค้าจะได้พบกับประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่จะค่อย ๆ ถูกทยอยเปิดตัวร่วมกับเครือโรงแรม Belmond ทั่วโลกในรูปแบบที่พิเศษกว่าเดิม และก่อนใคร

เพราะในโลกของลักซ์ชัวรีวันนี้ การกินข้าวหนึ่งมื้อ ไม่ได้เป็นแค่การอิ่มท้องอีกต่อไป แต่คือการได้เก็บเกี่ยวความทรงจำ เรื่องราว และความรู้สึก ที่จะตามเราไปอีกนานแสนนาน

และค่ำคืนนี้ที่ไอคอนสยาม คือหนึ่งในมื้ออาหารแบบนั้นอย่างแท้จริง