ทำไมทุกคนถึงหลงรักลุค Natural Elegance ของ Nina Park
ไม่ว่าจะเป็น Sadie Sink, Emma Stone หรือ Mia Goth แค่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นแคนวาสใต้ปลายแปรงของ Nina Park ลุคที่ออกมาก็จะกลายเป็นภาพจำของความงามแบบ Natural Elegance ที่ทั้งเรียบ สงบ แต่ทรงพลัง
ยิ่งในปี 2026 ที่เทรนด์การแต่งหน้าแนว Soft Glam หวนกลับมาแบบจริงจัง เมกอัพอาร์ติสต์ที่เข้าใจผิวจริงและรายละเอียดเล็กๆ อย่างนีน่า จึงกลายเป็นดาวเด่นที่เหล่าเซเลบริตี้ฝั่งตะวันตกอยากร่วมงานด้วยที่สุด
รู้จักตัวตนและมุมมองความงามของ Nina Park
Nina Park คือเมกอัพอาร์ติสต์ระดับโลกที่มองการแต่งหน้าเหมือนศิลปะ เธอใช้ทั้งสัญชาตญาณและความเข้าใจในโครงหน้าเพื่อดึงเอา ความสวยตามธรรมชาติของแต่ละคนให้เด่นขึ้น ไม่ใช่แต่งเพื่อปิด
เธอเริ่มต้นเรียนด้านเมกอัพที่ L’école de Maquillage Fleurimon ในปารีส ก่อนจะย้ายไปนิวยอร์ก เพื่อฝึกฝีมือเคียงข้างตำนานวงการอย่าง ปีเตอร์ ฟิลลิปส์ และ ไดแอน เคนดัล ประสบการณ์ทั้งหมดถูกกลั่นเป็นภาษาเมกอัพที่เป็นเอกลักษณ์ของเธอเอง
สไตล์ของนีน่าคือความงามที่ เรียบง่าย แต่ชัด มีพลัง เน้นโครงหน้า ผิวจริง และบาลานซ์ของทุกองค์ประกอบบนใบหน้า ไม่มีอะไรดึงซีนกันเอง แต่ทำงานประสานกันอย่างพอดี
Step by Step: เตรียมผิวให้สวยแบบ skin-like
แนวคิดหลักของลุคนี้คือ skin-like makeup หรือเมกอัพที่กลืนไปกับผิวจริง เพราะฉะนั้นขั้นตอนเตรียมผิวคือหัวใจสำคัญที่ห้ามมองข้าม
เริ่มจากใช้ toner pad มาสก์ผิว ช่วยปลอบประโลมผิว ลดอุณหภูมิผิว ให้ดูสดและสมดุลขึ้น
จากนั้นตามด้วย ไพรเมอร์เนื้อบางเบา ที่ให้ฟินิชเหมือนสกินแคร์ ไม่มัน ไม่ฉ่ำจนเกินไป แต่ทำให้ผิวดูเรียบเนียนและพร้อมรับรองพื้น
นีน่าให้ความสำคัญกับผิวในมุมของ “พื้นผิว” มากกว่าการปกปิดหนาๆ เธอจึงเลือกทุกขั้นตอนให้เบา แต่ได้ผลลัพธ์ที่เหมือนผิวดีมาแต่เกิด
รองพื้นแบบกึ่งแมตต์: เคล็ดลับผิวเนียนแต่ยังดูเป็นผิว
เมื่อถึงขั้นตอนลงรองพื้น นีน่ามักเลือกสูตร semi-matte เพื่อรักษาความเป็นธรรมชาติของผิว ไม่ดิวอี้จนมันเยิ้ม และไม่แมตต์จนดูหนา
ถ้ารองพื้นที่ใช้มีฟินิชแมตต์เกินไป เธอจะ ผสมกับสกินแคร์เล็กน้อย เพื่อเพิ่มความละมุนและความยืดหยุ่นของเนื้อรองพื้น
เธอใช้ แปรงลงรองพื้น เพื่อควบคุมปริมาณให้กระจายบางๆ ทั่วใบหน้าอย่างสม่ำเสมอ
จากนั้นใช้ แปรงคอนซีลเลอร์ขนาดเล็ก เก็บรายละเอียดเฉพาะจุด เช่น รอยแดง จุดด่างดำ หรือบริเวณที่ต้องการการปกปิดเพิ่ม
ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวที่ดูเนียนสะอาดตา เป็นธรรมชาติ และยังคงเห็นเสน่ห์ของผิวจริงแบบไม่ถูกโบกทับจนหายไป
แก้มและตา: Soft Glam ที่ดูเหมือนไม่ได้พยายาม
ในส่วนของแก้ม นีน่ามักหยิบโทน ชมพูพลัม มาปัด เพื่อให้พวงแก้มดูระเรื่อแบบ flushed blush คล้ายสีเลือดฝาดธรรมชาติ ไม่ได้ดูเป็นปื้นหรือจัดจ้านเกินไป
จากนั้นเธอจะโฟกัสไปที่ดวงตา ซึ่งเป็นจุดที่ช่วยสร้างอารมณ์ของลุคให้ชัดเจนขึ้น:
ใช้โทน Toasty สีน้ำตาลอุ่น เป็นเบสที่เปลือกตาในฟินิชแบบแมตต์
เขียน eyeliner แบบ tightlining ชิดโคนขนตาเพื่อเพิ่มความคมชัดโดยไม่ให้เห็นเส้นไลเนอร์ชัดเจน
ปัดขนตาด้วยมาสคาร่าสีดำแบบธรรมชาติ ไม่เน้นหนาเป็นแพ แต่เน้นให้ตาดูคมขึ้น
คิ้วนีน่าจะเน้นสไตล์ เส้นขนคิ้วเรียงตัวเป็นเส้นๆ เติมให้เต็มช่องว่างแต่ยังเห็นเท็กซ์เจอร์คิ้วจริง
ทั้งหมดนี้ทำให้ดวงตาดูมีมิติและลึกน่ามอง แต่ยังคงความนุ่มนวลสไตล์ Soft Glam ไม่ดุ ไม่จัดจนเกินไป
ริมฝีปากคีย์ลุค: Natural Elegance แบบอวบอิ่มมีมิติ
จุดที่หลายคนพูดถึงมากที่สุดในลุคของนีน่าคือ ริมฝีปากที่ดูฟูล นุ่ม และไล่สีสวยอย่างเป็นธรรมชาติ
ขั้นตอนการสร้างลิปสไตล์นี้คือ:
เริ่มจาก เขียนขอบปากด้วยสีน้ำตาลอ่อน เพื่อวาดทรงปากและเพิ่มมิติให้รูปปากชัดขึ้น
ไล่เฉดเข้าด้านในด้วย สีชมพูอ่อน ให้ได้เอฟเฟ็กต์อมเบรย์ดูฟุ้งนุ่ม
ปิดท้ายด้วยลิปโทน พลัมหรือน้ำตาลที่เข้มขึ้นเล็กน้อย ทับด้านบน เพื่อเพิ่มความลึกและความหรูให้ลุค
เมื่อทุกอย่างประกอบกัน ทั้งผิวเนียนบาง ดวงตาโทนอุ่นนุ่ม แก้มระเรื่อ และริมฝีปากที่ฟูลกำลังดี ก็จะกลายเป็นลุค Natural Elegance แบบ Nina Park ที่แต่งได้จริงในชีวิตประจำวัน แต่ยังดูพร้อมขึ้นกล้องหรือเดินพรมแดงได้ทุกเมื่อ
สรุป: ลุคหรูที่เริ่มจากการเคารพผิวจริง
แก่นของลุคนี้ไม่ใช่การแต่งให้เยอะ แต่คือการ เข้าใจผิวและโครงหน้า แล้วใช้เมกอัพช่วยเสริมจุดเด่นให้โดดขึ้นมาอย่างแนบเนียน
ผิวคือพระเอก: เตรียมผิวดี รองพื้นบาง คอนซีลเฉพาะจุด
โทนสีอบอุ่นและนุ่ม: แก้มชมพูพลัม ดวงตา Toasty brown
รายละเอียดเล็กๆ ที่สำคัญ: tightlining, คิ้วเส้นบางเป็นธรรมชาติ, ไล่สีปากให้มีมิติ
ใครที่หลงรักลุคสกินดี นัว ละมุน แต่ยังดูแพง ลองหยิบเทคนิคของ Nina Park ไปปรับใช้ แล้วคุณจะรู้ว่า ความสวยหรูแบบไม่เยอะเกินไปนั้นแต่งได้จริง และใกล้ตัวกว่าที่คิด

