Samsung กลายเป็นบริษัทเกาหลีใต้แห่งแรกที่แตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์
Samsung Electronics สร้างสถิติครั้งสำคัญในปี 2026 หลังมูลค่าบริษัทพุ่งแตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 36.7 ล้านล้านบาท เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
การเติบโตครั้งนี้ทำให้ Samsung กลายเป็นบริษัทเกาหลีใต้แห่งแรกที่เข้าสู่กลุ่มบริษัทมูลค่าระดับ trillion-dollar และเป็นบริษัทเอเชียรายที่สองต่อจาก TSMC ที่ทำได้สำเร็จ
รายงานระบุว่าหุ้น Samsung พุ่งขึ้นมากกว่า 14% ภายในการซื้อขายวันเดียว ส่งผลให้มูลค่าตลาดของบริษัททะลุระดับดังกล่าวทันที
การปรับตัวขึ้นของหุ้นยังช่วยดันดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้ทะลุระดับ 7,000 จุดเป็นครั้งแรกเช่นกัน สะท้อนแรงซื้อในกลุ่มบริษัทเซมิคอนดักเตอร์และ AI infrastructure ที่กำลังร้อนแรงมากในปี 2026
ธุรกิจชิป AI กลายเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของ Samsung
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้มูลค่าของ Samsung พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว คือความต้องการชิปสำหรับ AI ที่เพิ่มขึ้นมหาศาลทั่วโลก
โดยเฉพาะกลุ่มหน่วยความจำแบบ HBM หรือ High Bandwidth Memory ซึ่งกลายเป็นชิ้นส่วนสำคัญของระบบ AI accelerator รุ่นใหม่
Samsung เป็นผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่ที่สุดของโลก และในช่วงที่ผ่านมา บริษัทเริ่มได้อานิสงส์เต็ม ๆ จากกระแส AI boom ที่เกิดขึ้นทั่วอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
รายงานระบุว่า Samsung เริ่มผลิต HBM4 จำนวนมากตั้งแต่ต้นปี 2026 และชิปเหล่านี้ถูกคาดว่าจะถูกใช้กับสถาปัตยกรรม AI รุ่นใหม่ของ NVIDIA อย่าง Vera Rubin ด้วย
กำไรไตรมาสล่าสุดพุ่งแรงเกินคาด
ก่อนหน้าที่มูลค่าบริษัทจะทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ Samsung เพิ่งประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2026 ที่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้มาก
บริษัททำกำไรจากการดำเนินงานได้ประมาณ 57.2 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 1.53 ล้านล้านบาท สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้เดิมอย่างมาก
รายได้รวมของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 133.9 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 3.58 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดใหม่ของบริษัท
สิ่งที่น่าสนใจคือกำไรเพียงไตรมาสเดียวของ Samsung สูงกว่ากำไรรวมทั้งปี 2025 ของบริษัทเสียอีก
ธุรกิจที่สร้างรายได้หลักยังคงเป็นฝั่ง semiconductor โดยเฉพาะกลุ่ม memory chip สำหรับ AI datacenter ซึ่งกลายเป็นตลาดที่เติบโตเร็วมากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

Samsung ถูกมองว่าเริ่มกลับมาทวงบัลลังก์ฝั่งชิป
ตลอดช่วงก่อนหน้านี้ Samsung ถูกมองว่าเริ่มเสียเปรียบคู่แข่งอย่าง SK Hynix และ TSMC ในตลาด AI chip โดยเฉพาะด้าน HBM ที่ NVIDIA ใช้งานกับ GPU รุ่นใหม่
แต่ในปี 2026 นักลงทุนเริ่มกลับมาเชื่อมั่นใน Samsung อีกครั้ง หลังบริษัทสามารถเร่งการผลิต HBM4 และขยายกำลังผลิตได้ทันกับความต้องการของตลาด
นักวิเคราะห์หลายแห่งมองว่า Samsung กำลังเข้าสู่ช่วง “super cycle” รอบใหม่ของอุตสาหกรรม memory chip ซึ่งได้รับแรงหนุนโดยตรงจาก AI infrastructure ทั่วโลก
รายงานยังระบุว่ากำลังการผลิตชิปของ Samsung สำหรับปีนี้ถูกจองเต็มเกือบทั้งหมดแล้ว สะท้อนว่าความต้องการในตลาดยังสูงมาก
หุ้น Samsung กลายเป็นแรงขับหลักของตลาดเกาหลีใต้
การพุ่งขึ้นของ Samsung ไม่ได้ส่งผลแค่กับบริษัทเอง แต่ยังช่วยผลักดันตลาดหุ้นเกาหลีใต้ทั้งระบบ
ดัชนี Kospi พุ่งขึ้นมากกว่า 6% และทะลุระดับ 7,000 จุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศเริ่มไหลเข้าสู่หุ้นกลุ่ม AI และ semiconductor ของเกาหลีใต้อย่างหนัก โดยเฉพาะ Samsung และ SK Hynix
รายงานหลายแห่งระบุว่าตลาดหุ้นเกาหลีใต้ในปี 2026 กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่ร้อนแรงที่สุดของโลก จากแรงหนุนของกระแส AI infrastructure boom
Apple ถูกลือว่าคุยกับ Samsung เรื่องผลิตชิปในสหรัฐ
อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงพร้อมกันคือ Bloomberg รายงานว่า Apple อยู่ระหว่างการหารือเบื้องต้นกับ Samsung เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการผลิตชิปสำหรับอุปกรณ์ Apple ภายในสหรัฐอเมริกา
รายงานระบุว่า Apple ต้องการกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพา TSMC เพียงรายเดียว และกำลังมองหาพาร์ตเนอร์เพิ่มเติมสำหรับการผลิตชิปในอนาคต
แม้ตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าจะเกิดข้อตกลงจริง แต่ข่าวดังกล่าวก็ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อธุรกิจ foundry ของ Samsung มากขึ้น
Samsung ยังมีจุดอ่อนในธุรกิจสมาร์ตโฟน
แม้ฝั่ง semiconductor จะเติบโตแรง แต่รายงานระบุว่าธุรกิจสมาร์ตโฟนของ Samsung ยังไม่ได้เติบโตในระดับเดียวกัน
แผนก Mobile eXperience หรือ MX Division ยังคงทำรายได้จำนวนมากจาก Galaxy Series แต่กำไรเริ่มลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
สาเหตุหลักมาจากตลาดสมาร์ตโฟนทั่วโลกที่เริ่มชะลอตัว และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดพรีเมียม
อย่างไรก็ตาม Samsung ยังคงเดินหน้าผลักดันสมาร์ตโฟนจอพับและอุปกรณ์ AI ecosystem เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
Samsung กลายเป็นหนึ่งในบริษัทเทคที่ใหญ่ที่สุดของโลก
หลังแตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ Samsung ก็เข้าสู่กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูงที่สุดของโลกทันที
แม้จะยังตามหลังบริษัทอย่าง
NVIDIA
Apple
Microsoft
และ Amazon
แต่การเติบโตของ Samsung ในปี 2026 ถือว่ารวดเร็วมาก โดยมูลค่าบริษัทเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าภายในเวลาเพียงปีเดียว
นักวิเคราะห์หลายแห่งมองว่าหากกระแส AI ยังเติบโตต่อเนื่อง Samsung ก็มีโอกาสขยายมูลค่าเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต โดยเฉพาะหากบริษัทสามารถรักษาความได้เปรียบในตลาด memory chip ได้ต่อไป
สรุปภาพรวม Samsung ในปี 2026
ปี 2026 กลายเป็นปีสำคัญของ Samsung Electronics หลังบริษัทมีมูลค่าทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
แรงหนุนสำคัญมาจากกระแส AI boom และความต้องการ memory chip สำหรับ AI datacenter ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก
ธุรกิจ semiconductor โดยเฉพาะ HBM4 กลายเป็นหัวใจหลักที่ผลักดันกำไรและราคาหุ้นของ Samsung จนทำให้บริษัทเข้าสู่กลุ่ม trillion-dollar company ได้สำเร็จ
แม้ธุรกิจสมาร์ตโฟนจะยังเผชิญการแข่งขันสูง แต่ภาพรวมของ Samsung ในปี 2026 ก็สะท้อนชัดว่าบริษัทกำลังกลับมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญที่สุดของอุตสาหกรรม AI และเซมิคอนดักเตอร์อีกครั้ง
ที่มา macrumors


ความคิดเห็น