SAMSUNG ในยุคดิจิทัลที่งานและความบันเทิงหลอมรวมกัน
แบรนด์ SAMSUNG กำลังขยับบทบาทจากผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไปสู่การเป็น “เพื่อน” ในการใช้ชีวิตยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว ทั้งในโลกการทำงานและโลกความบันเทิง โดยมีแกนกลางคือ Galaxy AI และระบบนิเวศ Galaxy ที่เชื่อมต่อโทรศัพท์ แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ก ทีวี เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์สวมใส่เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ
ในฝั่งสมาร์ทโฟน SAMSUNG โดดเด่นทั้งด้านดีไซน์ ฟังก์ชัน และความเสถียรของระบบปฏิบัติการ ที่ถูกพัฒนาต่อเนื่องเพื่อรองรับงานเอกสาร การถ่ายภาพ งานคอนเทนต์ และความบันเทิงรอบด้าน ขณะเดียวกัน ฝั่งทีวีและจอภาพก็ครองตำแหน่งแบรนด์อันดับ 1 ของโลกต่อเนื่องกว่า 20 ปี และต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านจอภาพเข้าสู่อุปกรณ์ภายในบ้านและอุปกรณ์สำหรับองค์กร
ปี 2026 SAMSUNG ประกาศวิสัยทัศน์ “Your Companion to AI Living” และเดินหน้าผสาน AI ลงในทุกอุปกรณ์ ตั้งแต่สมาร์ทโฟน ทีวี ไปจนถึงตู้เย็น เครื่องซักผ้า และเครื่องปรับอากาศ เพื่อยกระดับทั้งคุณภาพการทำงาน ความสะดวกสบาย และความบันเทิงในชีวิตประจำวัน
สมาร์ทโฟน SAMSUNG: Galaxy AI ยกระดับงานและความบันเทิงระหว่างวัน
สมาร์ทโฟน Galaxy คือหัวใจสำคัญของโลกการทำงานและความบันเทิงในยุค AI เพราะ Galaxy AI ถูกฝังลงไปในระดับระบบปฏิบัติการและบริการต่าง ๆ เพื่อช่วยด้านความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร และประสิทธิภาพการทำงาน โดยฟีเจอร์หลักที่สะท้อนบทบาทนี้มีทั้งด้านคอนเทนต์ ด้านงาน และด้านชีวิตส่วนตัว
ฟีเจอร์สายคอนเทนต์และความคิดสร้างสรรค์
Photo Assist บนโทรศัพท์และแท็บเล็ต Galaxy ทำให้งานตกแต่งภาพกลายเป็นเรื่องง่าย ผู้ใช้สามารถย้าย ปรับขนาด หรือลบวัตถุด้วยมือ แล้วให้ AI เติมเต็มช่องว่างให้เนียนตา รวมถึงสั่งเพิ่มองค์ประกอบใหม่ผ่านข้อความหรือภาพอ้างอิง เช่น ใส่หมวกให้คนในภาพ ช่วยให้การสร้างภาพสำหรับงานคอนเทนต์หรือโซเชียลมีเดียทำได้เร็วขึ้นและมีพื้นที่ทดลองไอเดียมากขึ้น
Creative Studio เปิดโอกาสให้สร้างการ์ด วอลเปเปอร์ และชุดสติกเกอร์จากการผสมผสานข้อความ ภาพวาด และรูปภาพ เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องสร้างสรรค์งานดีไซน์อย่างง่าย ๆ บนมือถือ ไม่ว่าจะเป็นการทำการ์ดอวยพรหรือสติกเกอร์ส่งให้เพื่อน
Audio Eraser ช่วยลบเสียงรบกวนจากวิดีโอได้ในไม่กี่ขั้นตอน ทำให้เสียงพูดคมชัด เหมาะกับการตัดต่อคลิปในชีวิตประจำวันหรือคอนเทนต์ที่ต้องแชร์บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เมื่อนำไปใช้งานร่วมกับ Galaxy Buds ก็ช่วยให้ประสบการณ์ฟังเสียงดีขึ้นอย่างชัดเจน
Auto Trim ดึงช่วงเวลาสำคัญจากวิดีโอหลายช่วงมารวมเป็นคลิปไฮไลต์โดยอัตโนมัติ เหมาะกับการทำคลิปสรุปกิจกรรมหรือทริปต่าง ๆ เพื่อส่งให้เพื่อนและครอบครัวโดยไม่ต้องตัดต่อเอง
ฟีเจอร์เหล่านี้ทำให้สมาร์ทโฟน Galaxy เป็นทั้งเครื่องมือสร้างคอนเทนต์และแพลตฟอร์มทดลองไอเดีย ที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันสำหรับทั้งสายเอนเตอร์เทนและคนทำงานครีเอทีฟ
ฟีเจอร์เพิ่มประสิทธิภาพงาน เอกสาร และการจัดการข้อมูล
Now Nudge ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยที่คอยแนะขั้นตอนถัดไปตามสิ่งที่อยู่บนหน้าจอ เช่น ส่งข้อความเรื่องนัดหมาย แล้วระบบแสดงทางลัดไปยัง Calendar ช่วยลดเวลาในการสลับแอปและทำให้เวิร์กโฟลว์ต่อเนื่องมากขึ้น
Now Brief รวบรวมข้อมูลสรุปที่มีประโยชน์ เช่น สภาพอากาศตอนเช้า รายละเอียดการจอง เวลาและสถานที่ รวมถึงคำแนะนำคอนเทนต์ตามกิจกรรม เช่น เพลย์ลิสต์ออกกำลังกาย เมื่อเชื่อมกับ Galaxy Buds ระบบจะส่ง Audio Briefs ให้ฟังง่ายขึ้น ทำให้ผู้ใช้ได้รับข้อมูลสำคัญทันเวลาโดยไม่ต้องค้นหาเอง
การคัดกรองสายโทรเข้า AI จะรับหน้าที่กรองสายจากหมายเลขไม่รู้จักและแสดงข้อความว่าพวกเขาโทรมาเรื่องอะไร ช่วยให้ตัดสินใจรับสายได้ดีขึ้น และสามารถให้ระบบวางสายให้โดยอัตโนมัติเมื่อเป็นสแปมหรือสแกมเมอร์ ลดการถูกรบกวนระหว่างทำงาน
Transcript Assist แปลงไฟล์บันทึกเสียงเป็นข้อความ จากนั้นสามารถสรุปหรือแปลได้ด้วยการแตะครั้งเดียว เหมาะกับการจดเลกเชอร์ ประชุม หรือบทสนทนาที่ซับซ้อน เพราะช่วยให้กลับไปทบทวนและค้นหาประเด็นสำคัญได้ง่าย
ฟีเจอร์สแกนเอกสาร ตรวจจับและบันทึกภาพเอกสารด้วยกล้องโทรศัพท์ แล้วปรับให้คมชัดด้วยการลบส่วนบิดเบี้ยว รอยพับ นิ้วที่ติดเข้ามาและอื่น ๆ ทำให้การเก็บข้อมูลใบเสร็จหรือแบบฟอร์มเร็วและสะดวกกว่าการใช้สแกนเนอร์
Writing Assist เป็นเครื่องมือช่วยตรวจสอบ แก้ไข จัดรูปแบบ และสรุปข้อความ ช่วยให้จัดระเบียบทั้งไอเดียคร่าว ๆ และข้อมูลจำนวนมากได้เบาขึ้น เป็นประโยชน์ต่อทั้งงานเขียนเชิงธุรกิจและการสื่อสารทั่วไป
ฟีเจอร์เหล่านี้ทำให้สมาร์ทโฟน Galaxy เป็นมากกว่าเครื่องมือสื่อสาร แต่กลายเป็นศูนย์กลางงานเอกสารและการจัดการข้อมูลที่รองรับการทำงานจริงตั้งแต่ระดับนักศึกษาไปจนถึงมืออาชีพ
ฟีเจอร์ด้านการสื่อสารและการเดินทางข้ามภาษา
Interpreter แปลคำพูดแบบเรียลไทม์ไปยัง Galaxy Buds และแสดงข้อความแปลบนหน้าจอ Galaxy พร้อมโหมดแบ่งหน้าจอสองภาษา ช่วยให้ทั้งผู้ใช้และคู่สนทนาเห็นคำแปลพร้อมกัน ฟีเจอร์นี้ลดข้อจำกัดเรื่องภาษาในการเดินทาง พูดคุยกับบริการต่างประเทศ หรือการทำงานข้ามชาติ
ฟีเจอร์ด้านสุขภาพและการใช้ชีวิต
คำแนะนำเวลาเข้านอน จาก Galaxy Watch วิเคราะห์พฤติกรรมการนอนและเสนอเวลานอนที่เหมาะสม รวมถึงให้ผู้ใช้ตั้งเวลาปลุกและแจ้งเตือนเวลานอนได้จากโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต
Energy Score ใช้ข้อมูลกิจกรรม การนอน และข้อมูลจาก Galaxy Watch เพื่อคำนวณคะแนนพลังงานร่างกายและจิตใจแต่ละวัน พร้อมแจกแจงปัจจัยที่ส่งผลต่อคะแนน ทำให้ผู้ใช้เข้าใจสภาพร่างกายและวางแผนสุขภาพได้ดีขึ้น
เมื่อรวมกับ Samsung Health ที่มุ่งให้ข้อมูลสุขภาวะโดยรวม สมาร์ทโฟน Galaxy จึงไม่ได้เป็นแค่เครื่องมืองาน แต่ยังเป็นแดชบอร์ดสุขภาพที่ช่วยให้การดูแลตัวเองเป็นระบบยิ่งขึ้น
ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวในยุค AI
ในยุคที่ AI ต้องใช้ข้อมูลส่วนตัวในการวิเคราะห์ SAMSUNG วางมาตรการรักษาความปลอดภัยหลายชั้นบนอุปกรณ์ Galaxy:
Personal Data Engine (PDE) ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลบนอุปกรณ์เพื่อสร้างประสบการณ์ AI แบบเฉพาะตัวอย่างปลอดภัย
ข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญถูกเข้ารหัสและจัดเก็บไว้ใน Knox Vault ซึ่งออกแบบระดับฮาร์ดแวร์ให้เป็นเหมือน “ตู้เซฟในตู้เซฟ” แยก PIN รหัสผ่าน และข้อมูลสำคัญออกจากส่วนอื่น
Knox Matrix Trust Chain ทำให้อุปกรณ์ Galaxy ตรวจสอบกันและกันเพื่อคัดแยกภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นในระบบนิเวศ
ผู้ใช้สามารถเลือกระดับการประมวลผลข้อมูล AI ทั้งแบบบนอุปกรณ์หรือบนคลาวด์ผ่านเมนูความเป็นส่วนตัว และปรับตั้งค่าการเข้าถึงกล้อง ไมค์ และตำแหน่ง รวมถึงใช้ Auto Blocker ป้องกันมัลแวร์และแอปไม่พึงประสงค์
ทั้งหมดนี้ทำให้การใช้งาน Galaxy AI วางอยู่บนฐานความไว้วางใจและการควบคุมโดยผู้ใช้เอง ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในยุค AI

โน้ตบุ๊กและแท็บเล็ต SAMSUNG: เครื่องมือของคนทำงานยุคใหม่และสายคอนเทนต์
แม้ข้อมูลที่มีจะเน้นไปที่ฟีเจอร์ระดับระบบมากกว่ารายละเอียดโน้ตบุ๊ก แต่เราสามารถเห็นบทบาทแท็บเล็ตและ Galaxy Book ผ่านฟีเจอร์เชื่อมต่อและผลิตภาพที่กล่าวถึงในระบบนิเวศ Galaxy
แท็บเล็ต Galaxy: จอที่สองและเครื่องมือสร้างสรรค์
แท็บเล็ต Galaxy ถูกใช้เป็นทั้งจอเสริมและพื้นที่ทำงานสำหรับคนทำงานและสายคอนเทนต์:
Second Screen ช่วยขยายหน้าจอ PC ไปยัง Galaxy Tab ทั้งแบบสายและไร้สาย ผู้ใช้จึงมีพื้นที่ทำงานเพิ่มขึ้นสำหรับการเขียน วาดภาพ หรือระดมสมอง โดยใช้ S Pen ช่วยจดและวาดไอเดียได้สะดวก
ด้วยหน้าจอขนาดใหญ่และการรองรับ S Pen แท็บเล็ต Galaxy จึงเหมาะสำหรับงานกราฟิก การจดโน้ต และการจัดการเอกสารที่ต้องมองภาพรวมมากกว่าในจอมือถือ
Galaxy Book: พีซีที่ผสานกับมือถือและแท็บเล็ตอย่างแนบเนียน
ในฝั่ง Galaxy Book มีฟีเจอร์ที่เน้นผลิตภาพและการเชื่อมต่อ:
Storage Share เปิดให้สตรีมรูป วิดีโอ และไฟล์เพลงจาก PC ไปยังอุปกรณ์เคลื่อนที่แบบเรียลไทม์ หรือเข้าถึงไฟล์มือถือจาก Galaxy Book ทำให้การย้ายงานระหว่างมือถือและพีซีเป็นไปแบบไร้สายและต่อเนื่อง
Link to Windows นำคอนเทนต์จากโทรศัพท์ขึ้นบนหน้าจอพีซีเดียวโดยไม่ต้องสลับอุปกรณ์ ให้เห็นข้อความ แอป และเว็บไซต์ล่าสุดบน PC ช่วยให้การทำงานแบบมัลติทาสก์ระหว่างมือถือและพีซีเป็นไปอย่างลื่นไหล
เมื่อใช้ร่วมกับ Samsung Notes การจดบันทึกจะซิงค์ข้ามอุปกรณ์ผ่าน Samsung Cloud ทำให้โน้ตสำหรับงานและการเรียนพร้อมใช้งานทุกหน้าจอ
ฟีเจอร์เหล่านี้สะท้อนว่า โน้ตบุ๊กและแท็บเล็ต SAMSUNG ถูกวางบทบาทเป็นส่วนขยายของสมาร์ทโฟน ที่ช่วยให้การทำงานยุคใหม่ทั้งการเขียน ตัดต่อ และบริหารไฟล์ทำได้ทุกที่แบบไร้รอยต่อ
ทีวีและจอภาพ SAMSUNG: ศูนย์กลางความบันเทิงและงานภาพในยุค Vision AI
ทีวีของ SAMSUNG ไม่ใช่แค่ “จอ” แต่ถูกมองว่าเป็นหัวใจของบ้าน ทั้งด้านการรวมครอบครัวและการสร้างช่วงเวลาคุณภาพ วิสัยทัศน์ปี 2026 ผลักทีวีไปไกลกว่านั้นด้วยการใช้ AI ให้กลายเป็น “AI Entertainment Companion” หรือเพื่อนด้านความบันเทิงและการใช้ชีวิต
Vision AI: ปรับภาพและเสียงอัตโนมัติตามคอนเทนต์และสภาพแวดล้อม
Vision AI เป็นแพลตฟอร์มอัจฉริยะที่ทำงานเบื้องหลังในทีวี:
วิเคราะห์คอนเทนต์ พฤติกรรมผู้ใช้ และสภาพแวดล้อมรับชมแบบเรียลไทม์ เพื่อปรับภาพและเสียงให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ
ใช้ AI Engine Pro ในจอ Micro RGB เพื่อประมวลผลและถ่ายทอดสีสันแม่นยำในทุกเฟรม
วิธีออกแบบ Vision AI เน้นให้ AI เป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมอุปกรณ์ ไม่ใช่ฟีเจอร์ที่ต้องกดเปิด ทำให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ AI อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องตั้งค่าเองทุกครั้ง
Vision AI Companion: ทีวีที่โต้ตอบได้อย่างเป็นธรรมชาติ
Vision AI Companion เป็นเลเยอร์การสื่อสารที่ทำให้ทีวีเข้าใจ “สิ่งที่ผู้ใช้พูดและต้องการ” ผ่านบทสนทนาตามธรรมชาติ เช่นถามว่า
“คืนนี้มีหนังอะไรแนะนำบ้าง?”
“เมนูอาหารที่อยู่บนหน้าจอนี้ทำอย่างไร?”
ระบบสามารถตอบและโต้ตอบในบริบทได้ใกล้เคียงการพูดคุยกับคนจริง นี่จึงไม่ใช่แค่ระบบค้นหา แต่เป็นการสร้างผู้ช่วยในห้องนั่งเล่นที่เข้าใจบริบทความบันเทิงและการใช้ชีวิตร่วมกับหน้าจอ
ความเป็นผู้นำด้านจอภาพและการต่อยอดสู่เกมมิงและงานแสดงผล
การครองตำแหน่งแบรนด์ทีวีอันดับ 1 ของโลกต่อเนื่องกว่า 20 ปี และแบรนด์จอมอนิเตอร์เกมมิงอันดับ 1 อย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงการผสมผสานคุณภาพและความน่าเชื่อถือ:
ผู้บริโภคเลือก SAMSUNG ไม่ใช่แค่เพราะนวัตกรรม แต่เพราะเชื่อว่าประสบการณ์ที่ได้รับจะตรงกับสิ่งที่แบรนด์สัญญาไว้
ความไว้วางใจเกิดจากบริการหลังการขาย การอัปเดตซอฟต์แวร์ และคำบอกเล่าระหว่างครอบครัวและเพื่อน
ในฝั่งจอภาพสำหรับองค์กร SAMSUNG ผสานฮาร์ดแวร์กับ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการคอนเทนต์ มีผลิตภัณฑ์อย่าง Spatial Signage จอ 3 มิติสำหรับงานจัดแสดงเชิงพาณิชย์ ที่ตอบโจทย์กลุ่ม Corporate, Retail, Hospitality, Entertainment และ Transportation
การอัปเดตระยะยาวและความปลอดภัยบนทีวี
ทีวี SAMSUNG พัฒนาบนแพลตฟอร์ม One UI Tizen ที่รองรับการอัปเกรดระบบปฏิบัติการนานสูงสุด 7 ปีสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2023 เป็นการยืนยันว่าทีวีที่ซื้อวันนี้จะได้รับฟีเจอร์ใหม่และมาตรฐานความปลอดภัยที่ทันสมัยไปอีกหลายปี ขณะเดียวกัน ระบบความปลอดภัยอย่าง Samsung Knox บนทีวีก็ช่วยให้การใช้ AI ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นส่วนตัวและความไว้วางใจเช่นกัน
Galaxy Ecosystem: ระบบนิเวศที่เชื่อมงานและความบันเทิงอย่างไร้รอยต่อ
ระบบนิเวศ Galaxy เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้อุปกรณ์ต่าง ๆ ของ SAMSUNG ทำงานร่วมกันเพื่อรองรับทั้งงานและความบันเทิงอย่างต่อเนื่อง ฟีเจอร์เชื่อมต่อถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย แต่มีเงื่อนไขทางเทคนิคที่ชัดเจน เช่น ต้องใช้ Samsung Account เดียวกัน เปิด Wi-Fi และ Bluetooth และใช้เวอร์ชัน One UI ตามที่กำหนด
การเชื่อมต่ออุปกรณ์ใกล้เคียงและการแชร์ไฟล์
Nearby devices ให้ผู้ใช้เห็นอุปกรณ์ Galaxy ที่อยู่ใกล้ ตรวจสอบฟีเจอร์ที่ใช้ร่วมกัน และเชื่อมต่อด้วยการลากและวาง เหมาะกับผู้ใช้ที่มีหลายอุปกรณ์ เช่น โทรศัพท์ แท็บเล็ต Galaxy Book และทีวี
Quick Share ทำให้การส่งภาพ วิดีโอ และเอกสารระหว่างสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต พีซี Galaxy หรือแม้อุปกรณ์ Android บางรุ่นที่ไม่ใช่ Galaxy เป็นไปอย่างรวดเร็ว สามารถแชร์ไฟล์ให้ผู้ติดต่อหลายคนพร้อมกัน โดยระบบมีการกำหนดขนาดและจำนวนไฟล์สูงสุดอย่างชัดเจน
Storage Share เชื่อมพื้นที่จัดเก็บข้อมูลระหว่างอุปกรณ์เคลื่อนที่และ Galaxy Book เพื่อสตรีมไฟล์จากหนึ่งอุปกรณ์ไปยังอีกอุปกรณ์แบบเรียลไทม์ เหมาะกับงานที่ต้องใช้ไฟล์ใหญ่ เช่น วิดีโอและภาพ
การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตและการแชร์ในครอบครัว
Auto Hotspot เปิดให้ Galaxy Tab เชื่อมต่อกับฮอตสปอตจากสมาร์ทโฟน Galaxy โดยอัตโนมัติเมื่ออยู่ในกลุ่มครอบครัวเดียวกัน ทำให้การออนไลน์นอกบ้านง่ายขึ้น
Family device sharing ให้สมาชิกในครอบครัวแชร์รูปและไฟล์กันราวกับเป็นอุปกรณ์เดียวกัน ผ่านฟีเจอร์อย่าง Multi Control, Auto Hotspot และ Quick Share โดยต้องตั้งกลุ่มครอบครัวใน Samsung Account เดียวกัน และเปิดฟีเจอร์แชร์อุปกรณ์ของครอบครัวในทุกเครื่อง
การเชื่อมมือถือกับพีซีและการขยายหน้าจอ
Link to Windows ทำให้เนื้อหาบนโทรศัพท์มาอยู่บน PC เดียว ทั้งข้อความ แอป และเว็บไซต์ล่าสุด เหมาะกับการทำงานที่ต้องจัดการหลายงานพร้อมกัน และลดความจำเป็นในการหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบ่อย ๆ
Second Screen ใช้ Galaxy Tab เป็นจอเสริมของ PC เพิ่มพื้นที่การทำงานสำหรับการจดไอเดีย วาดภาพ หรือจัดเลย์เอาต์งานกราฟิก โดยเชื่อมต่อได้ทั้งมี Samsung Account เดียวกันหรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับวิธีเชื่อมต่อ
การแชร์ความบันเทิงข้ามหน้าจอและอุปกรณ์เสียง
Smart View สะท้อนหน้าจอโทรศัพท์ไปยังทีวี โดยมีโหมด “แคสต์แอปเท่านั้น” ช่วยรักษาความเป็นส่วนตัว ทำให้แชร์เฉพาะแอปที่ต้องการ เช่น แอปวิดีโอ โดยที่ยังใช้โทรศัพท์ทำงานอื่นได้
Media Output ช่วยสลับการเล่นเพลงระหว่าง Galaxy Buds ลำโพง Bluetooth และลำโพง Wi-Fi ผ่านหน้าจอเดียว และสามารถให้ลำโพง Wi-Fi มากกว่าสองตัวเล่นเพลงเดียวกันได้ เหมาะกับการสร้างบรรยากาศความบันเทิงในบ้าน
Auto Switch ทำให้ Galaxy Buds สลับการเชื่อมต่อระหว่างสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต นาฬิกา ทีวี และ Galaxy Book โดยอัตโนมัติ เช่น กำลังดูหนังบนแท็บเล็ตแล้วมีสายเข้าในโทรศัพท์ หูฟังจะสลับไปที่โทรศัพท์เพื่อรับสาย และสลับกลับไปยังหนังเมื่อคุยสายเสร็จ
การสื่อสารข้ามอุปกรณ์
Call on other devices ให้ผู้ใช้รับสายโทรศัพท์บน Galaxy Tab, PC หรือ Galaxy Watch ได้ เมื่ออุปกรณ์ทั้งหมดใช้ Samsung Account เดียวกันและเปิดฟีเจอร์ “โทรในอุปกรณ์อื่น” ทำให้ไม่พลาดสายสำคัญแม้กำลังทำงานบนอุปกรณ์อื่นอยู่
ระบบนิเวศ Galaxy จึงทำให้เส้นแบ่งระหว่างเครื่องมือทำงานและเครื่องมือความบันเทิงเลือนหายไป เพราะทุกอุปกรณ์ทำงานร่วมกันเพื่อรองรับกิจกรรมของผู้ใช้แบบต่อเนื่อง
การเลือกอุปกรณ์ SAMSUNG ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์: ซีรีส์และสเปกสมาร์ทโฟนในปี 2026
ข้อมูลที่มีชี้ให้เห็นว่าการเลือกสมาร์ทโฟน SAMSUNG สามารถแยกตามซีรีส์หลักและระดับสเปก เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งงานและความบันเทิงอย่างเหมาะสมกับงบประมาณ
Galaxy S Series: เรือธงสำหรับงานหนักและคอนเทนต์ระดับโปร
Galaxy S Series เป็นซีรีส์เรือธงที่โดดเด่นด้วยหน้าจอ Dynamic (หรือ Dynamic LTPO) AMOLED สีสันสด ชิปประมวลผลระดับสูง และกล้องระดับโปรความละเอียด 50–200 MP รองรับวิดีโอสูงสุด 8K และฟีเจอร์ Galaxy AI เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุดทั้งงานและความบันเทิง
ตัวอย่างรุ่น:
Galaxy S25 Ultra หน้าจอ 6.9 นิ้ว Dynamic LTPO AMOLED รีเฟรชเรต 120 Hz รองรับ S Pen กล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดสูงสุด 200 MP พร้อมฟีเจอร์ Audio Eraser และการเลือกใบหน้าที่ดีที่สุดของแต่ละคน เหมาะกับผู้สร้างคอนเทนต์และคนทำงานที่ต้องการกล้องและประสิทธิภาพสูงสุด
Galaxy S26 หน้าจอ 6.3 นิ้ว Dynamic LTPO AMOLED 2X สว่างสูงสุด 2,600 nits เห็นชัดกลางแดด ใช้ชิป Exynos 2600 เน้นการคุมความร้อนและความลื่นไหล มี Nightography สำหรับวิดีโอในที่มืด และ Photo Assist สำหรับแต่งภาพด้วยคำสั่งเสียง
Galaxy S26+ หน้าจอ 6.7 นิ้ว ดีไซน์บาง ใช้ชิป Exynos 2600 และ RAM 12 GB เน้นมัลติทาสก์และการประมวลผล AI มี Super Steady และ Horizontal Lock สำหรับถ่ายวิดีโอนิ่ง พร้อม Photo Assist และ Creative Studio เหมาะกับสายคอนเทนต์ที่ต้องทั้งถ่ายและแต่งบนมือถือ
Galaxy S25 FE เป็นรุ่นที่นำคุณภาพใกล้เคียงเรือธงมาอยู่ในราคาย่อมเยากว่า หน้าจอ FHD+ 6.7 นิ้ว Dynamic AMOLED กล้องหลัง 50 MP ใช้ชิป Exynos 2400 และฟังก์ชันถ่ายภาพหลากหลาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสมดุลระหว่างคุณภาพและราคา
ทุกโมเดลในซีรีส์ S รองรับ 5G มีระบบเสียง Stereo และเซนเซอร์หลากหลาย เช่น ระบบสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอและระบบวัดความกดอากาศ ทำให้เหมาะทั้งสำหรับการทำงานและความบันเทิงไร้สะดุด
Galaxy Z Fold Series: สมาร์ทโฟนกึ่งแท็บเล็ตสำหรับงานหลายหน้าจอ
Galaxy Z Fold Series ออกแบบมาให้เป็นสมาร์ทโฟนกึ่งแท็บเล็ต หน้าจอใหญ่ พับได้แนวนอน ใช้งาน Multi-Active Window เปิดหลายแอปพร้อมกัน เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องทำงานหลายอย่างพร้อมกันและเสพคอนเทนต์บนจอใหญ่
ตัวอย่างรุ่น:
Galaxy Z Fold7 หน้าจอ Dynamic AMOLED 8 นิ้ว บอดี้บางเบา ใช้ชิป Snapdragon 8 Elite เพื่อประสิทธิภาพ CPU, GPU และ NPU สูง กล้องหลัก 200 MP รองรับ Galaxy AI ทำให้กลายเป็น “creative studio” เคลื่อนที่ที่ตอบโจทย์ทั้งการเล่นเกม ตัดต่อวิดีโอ และสร้างคอนเทนต์
Galaxy Z Flip Series: ดีไซน์พับแนวตั้งสำหรับสายแฟชั่นและเซลฟี่
Galaxy Z Flip Series เน้นดีไซน์พับครึ่งแนวตั้ง ทำให้เมื่อพับแล้วเล็กกะทัดรัด พกง่าย น้ำหนักเบา เหมาะกับผู้ใช้ที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์และการถ่ายเซลฟี่
ตัวอย่างรุ่น:
Galaxy Z Flip7 หน้าจอหลัก 6.9 นิ้ว Dynamic AMOLED รีเฟรชเรต 120 Hz ความสว่างสูงสุด 2,600 nits มีจอด้านนอก FlexWindow 4.1 นิ้ว สำหรับดูแจ้งเตือนและถ่ายเซลฟี่โดยไม่ต้องกางเครื่อง กล้องหลัก 50 MP พร้อม ProVisual Engine และ AI เหมาะกับผู้ที่ต้องการประสบการณ์มือถือพับได้ที่ถ่ายรูปดีและรองรับคอนเทนต์
Galaxy A Series: สเปกสมดุลสำหรับการใช้งานทั่วไปและความคุ้มค่า
Galaxy A Series เน้นสเปกสมดุล ใช้งานทั่วไป เช่น ดูวิดีโอ ไลฟ์สด เล่นเกมไม่หนักมาก ในราคาที่เข้าถึงง่าย
ตัวอย่างรุ่น:
Galaxy A56 5G หน้าจอ FHD+ Super AMOLED 6.7 นิ้ว รีเฟรชเรต 120 Hz มีฟีเจอร์ Object Eraser และ Best Face ช่วยลบวัตถุและเลือกหน้าที่ดีที่สุด รวมถึงรองรับ Circle to Search เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการฟีเจอร์ AI บนมือถือในงบกลาง
Galaxy A57 5G หน้าจอ Super AMOLED Plus 6.7 นิ้ว รีเฟรชเรต 120 Hz กล้องหลัก 50 MP มี OIS และ Nightography แบต 5,000 mAh ใช้งานได้ 2 วัน รองรับอัปเดต OS 6 ครั้งและความปลอดภัย 6 ปี เหมาะกับคนเดินทางบ่อยและต้องการโทรศัพท์ที่รองรับระยะยาว
Galaxy A37 5G หน้าจอ Super AMOLED 6.7 นิ้ว มี Object Eraser, Circle to Search และ Nightography พร้อมแบต 5,000 mAh ใช้งานได้ 2 วัน รองรับอัปเกรด OS 6 รุ่นและความปลอดภัย 6 ปี เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการคุ้มค่าและใช้ระยะยาว
Galaxy A07 5G หน้าจอ LCD 6.7 นิ้ว รีเฟรชเรต 120 Hz แบตเตอรี่ 6,000 mAh รองรับชาร์จเร็ว 25 W ทำงานบน Android 16 พร้อมนโยบายอัปเกรด 6 ปี เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการราคาต่ำแต่ยังได้ความทนทานและการสนับสนุนยาวนาน
Galaxy FE Series: คุณภาพระดับเรือธงในราคาย่อมเยา
Galaxy FE Series นำสเปกและฟีเจอร์หลักจากซีรีส์เรือธงมาปรับให้เข้าถึงง่ายขึ้น เช่น Galaxy S25 FE และ Z Flip7 FE ซึ่งมีคุณภาพหน้าจอ กล้อง และชิปใกล้เคียงรุ่นท็อป แต่ลดหรือปรับฟังก์ชันบางส่วนให้เหมาะกับราคา
จากตารางสินค้าในปี 2026 จะเห็นว่าทุกรุ่นรองรับ 5G ระบบเสียง Stereo และส่วนใหญ่รองรับ Galaxy AI และ Samsung DeX ซึ่งช่วยให้มือถือกลายเป็นเครื่องมือทำงานและความบันเทิงที่ครบเครื่องมากขึ้น

กรณีใช้งานจริง: จากบ้านถึงองค์กร SAMSUNG เป็นคู่คิดทั้งงานและการพักผ่อน
จากข้อมูลในฝั่งผู้บริโภคและฝั่งองค์กร เราเห็นตัวอย่างการใช้งานอุปกรณ์ SAMSUNG ที่กระจายตั้งแต่ในบ้านไปจนถึงภาคธุรกิจ
ในบ้าน: เครื่องใช้ไฟฟ้าที่คิดแทนได้และเชื่อมกันด้วย SmartThings
SAMSUNG นำ AI เข้าสู่เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน โดยมีเป้าหมายให้เครื่องใช้กลายเป็น “AI Home Living Companion” เช่น:
ตู้เย็นเตือนเมื่อของใกล้หมดอายุ ให้ข้อมูลช่วยตัดสินใจการใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่า
เครื่องซักผ้าแนะนำระยะเวลาซัก ประเภทน้ำยา และติดตามการใช้งานเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ประหยัดและได้ผลลัพธ์ดี
เครื่องปรับอากาศที่ใช้ AI คำนวณการใช้งาน วางแผนค่าไฟ และปรับการทำงานให้เหมาะสมตามพื้นที่และเวลา
ทั้งหมดนี้เชื่อมต่อเข้าด้วยกันผ่านแอป SmartThings ที่ทำหน้าที่รวมเครื่องใช้ไฟฟ้าไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ให้ผู้ใช้สั่งการและติดตามผ่านมือถือหรืออุปกรณ์อื่นได้ทันที
ในองค์กรและพื้นที่เชิงพาณิชย์: จากจอภาพถึงบริการ B2B
SAMSUNG ขยายบทบาทสู่การเป็น Technology Partner สำหรับลูกค้ากลุ่มองค์กรและธุรกิจ ผ่านโซลูชันที่ใช้ AI ยกระดับการดำเนินงาน:
ระบบจอภาพที่ใช้ AI Enhancement และแชตบอตช่วยบริหารจัดการคอนเทนต์และการสื่อสาร เช่น Spatial Signage สำหรับงานจัดแสดงเชิงพาณิชย์
โซลูชันสำหรับ Retail, Corporate, Education และ Smart Space ที่ใช้แพลตฟอร์ม SmartThings Pro เชื่อมต่อระบบสำหรับองค์กรอย่างเป็นระบบ
แผนเปิดตัวเครื่องซักผ้าเชิงพาณิชย์ (Commercial Laundry) ที่เริ่มจากความร่วมมือกับร้านซักเพื่อศึกษาตลาด
ในฝั่งเครื่องปรับอากาศ SAMSUNG ยังวางแผนให้บริการลูกค้ากลุ่มองค์กรในภาคการศึกษา ค้าปลีก อุตสาหกรรม และ Data Center สะท้อนให้เห็นว่า AI บนอุปกรณ์ SAMSUNG ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในบ้าน แต่ยังถูกใช้สร้างประสิทธิภาพให้กับภาคธุรกิจ
มิติความสัมพันธ์ระยะยาวกับสังคมไทย
ข้อมูลระบุว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดเชิงกลยุทธ์ที่ SAMSUNG มุ่งลงทุนระยะยาว โดยให้ความสำคัญในสามมิติหลัก คือผลิตภัณฑ์ โซลูชัน B2B และลูกค้า พร้อมยืนยันเป้าหมายเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทยในวันนี้และอนาคต
สรุป: อนาคต SAMSUNG ในยุค AI และการผสานงานเข้ากับความบันเทิง
จากสมาร์ทโฟน Galaxy ที่ฝัง Galaxy AI ไปจนถึงทีวี Vision AI และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่คิดแทนได้ ระบบทั้งหมดของ SAMSUNG กำลังเคลื่อนตัวไปในทิศทางเดียวกันคือ “Your Companion to AI Living” ซึ่งหมายถึงการเป็นเพื่อนของผู้ใช้ในทุกมิติของชีวิต ไม่ใช่แค่เครื่องมือ
แนวโน้มสำคัญที่ปรากฏชัดจากข้อมูลมีหลายด้าน:
AI กลายเป็นมาตรฐาน ไม่ใช่ฟีเจอร์หรู: Vision AI และ Galaxy AI ถูกนำไปใช้ในอุปกรณ์หลายรุ่นตั้งแต่ระดับเรือธงไปจนถึงรุ่น 4K และ Crystal UHD ไม่จำกัดเฉพาะรุ่นพรีเมียม
งานและความบันเทิงถูกรวมเป็นประสบการณ์เดียว: ฟีเจอร์อย่าง Photo Assist, Creative Studio, Link to Windows, Second Screen, Smart View และ Media Output ทำให้การทำงานและการพักผ่อนเกิดขึ้นบนชุดอุปกรณ์เดียวกันโดยแทบไม่ต้องสลับระบบ
ความเชื่อมั่นและความเป็นส่วนตัวเป็นหัวใจสำคัญ: ระบบอย่าง Samsung Knox, Knox Vault, Personal Data Engine และนโยบายอัปเดตระยะยาวสะท้อนว่า SAMSUNG มองความไว้วางใจเป็นฐานของการพัฒนาเทคโนโลยี AI
ระบบนิเวศแบบเบ็ดเสร็จช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นจริง: Galaxy Ecosystem ที่เชื่อมโทรศัพท์ แท็บเล็ต พีซี ทีวี หูฟัง นาฬิกา และเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่านฟีเจอร์หลากหลาย ทำให้การสื่อสาร การทำงาน การแชร์ไฟล์ การดูแลสุขภาพ และความบันเทิงเดินไปในจังหวะเดียวกัน
ในภาพรวม อนาคตของเทคโนโลยี SAMSUNG ในยุค AI คือการสร้างอุปกรณ์ที่ไม่ใช่แค่ “ทำงานได้” แต่ “เข้าใจ” ผู้ใช้ และสามารถผสานงานเข้ากับความบันเทิงในชีวิตประจำวันอย่างแนบเนียน พร้อมยืนอยู่บนฐานความเชื่อมั่นที่สร้างมานานกว่า 20 ปีในตลาดทีวีและอุปกรณ์จอภาพ และขยายออกไปสู่ทุกหน้าจอและทุกอุปกรณ์ในบ้านและที่ทำงานของผู้บริโภคทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย


ความคิดเห็น