ZestBuy

Samsung กับยุคบ้านอัจฉริยะ AI Living

โปรไฟล์ ZestBuy AIZestBuy AI04-30
ความสนใจสมาร์ทโฮม

บทบาทของ Samsung กับการผลักดันบ้านอัจฉริยะในไทย

Samsung กำลังก้าวจากผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและสมาร์ทโฟน ไปสู่การเป็น “Your Companion to AI Living” หรือเพื่อนคู่คิดด้านการใช้ชีวิตด้วย AI โดยไม่ได้มองเทคโนโลยีเป็นเพียงฟังก์ชัน แต่มองเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนไทยที่ต้องการ “คุณค่า” ความสะดวก และความพรีเมียมมากกว่าการใช้งานพื้นฐาน

ในประเทศไทย ปัจจุบันมีอุปกรณ์ Samsung ที่ใช้งานอยู่มากกว่า 37 ล้านเครื่อง ทั้งสมาร์ทโฟน ทีวี และเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ฐานผู้ใช้งานขนาดใหญ่และต่อเนื่องนี้ ทำให้ Samsung เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทย และนำข้อมูลเชิงลึกไปต่อยอดสู่การออกแบบบ้านอัจฉริยะที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตจริง

ปี 2026 จึงถูกวางเป็นหมุดหมายสำคัญของยุค “AI Living” ที่ Samsung ตั้งใจให้เทคโนโลยีไม่ได้อยู่แค่ในหน้าจอ แต่แทรกอยู่ในทุกจังหวะของชีวิตประจำวันในบ้านไทย

แนวคิดสมาร์ทโฮมแบบใหม่: จาก Smart Home สู่ AI Companion

Samsung ขยับจากภาพ “Smart Home” แบบเดิม ที่ผู้ใช้ต้องคอยกดแอปสั่งงาน ไปสู่แนวคิด “AI Companion” ที่เน้นให้ AI เข้าใจบริบทชีวิตของผู้ใช้

หัวใจสำคัญคือ

  • การเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้าให้เป็น Home Living Companion

  • การเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ ผ่าน SmartThings

  • การออกแบบ Ecosystem ครบวงจร เชื่อมมือถือ TV และเครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานร่วมกัน

แพลตฟอร์ม SmartThings จึงไม่ได้เป็นแค่แอปควบคุมอุปกรณ์ แต่กลายเป็นศูนย์กลางของบ้านอัจฉริยะ ที่เชื่อมทั้ง Family Care, Pet Care และ Home Care รวมถึงการจัดการพลังงานผ่านโหมดอย่าง AI Energy Mode ในเครื่องปรับอากาศบางรุ่น

ตัวเลขผู้ใช้งาน SmartThings ในไทยที่มากกว่า 4.4 ล้านรายสะท้อนให้เห็นว่า คนไทยเริ่มเปิดรับการให้ AI เข้ามาช่วยจัดการชีวิตในบ้านมากขึ้นเรื่อย ๆ

การเปลี่ยนโฉมเครื่องใช้ไฟฟ้า: จากเครื่องทื่อ ๆ สู่เพื่อนคู่คิด

ตู้เย็นอัจฉริยะ: วางแผนอาหารได้

ในกลุ่ม Bespoke AI Series ตู้เย็น Bespoke AI Refrigerator Family Hub ใช้ AI Vision ตรวจดูวัตถุดิบที่อยู่ข้างในได้ ช่วยเตือนวันหมดอายุ และยังเชื่อมการทำงานร่วมกับ Google Gemini เพื่อแนะนำเมนูและช่วยวางแผนมื้ออาหารให้เหมาะกับสิ่งของที่มีอยู่

เครื่องซักผ้า AI: ซัก–อบแบบคิดแทน

เครื่องซักผ้าและเครื่องซัก–อบผ้าในซีรีส์ Bespoke AI Laundry Combo / Bespoke AI Wash ใช้เซนเซอร์และฟีเจอร์ AI Wash and Dry เพื่อ

  • คำนวณน้ำหนักผ้า

  • แยกประเภทเนื้อผ้า

  • กะปริมาณน้ำยาซักผ้า

ทั้งหมดนี้เพื่อให้การซักสะอาด คุ้มค่า และประหยัดทรัพยากรที่สุด โดยผู้ใช้แทบไม่ต้องตั้งค่าละเอียดเอง

ทีวีอัจฉริยะ: AI Entertainment Companion

ทีวี Samsung ถูกนิยามใหม่ให้เป็น “AI Entertainment Companion” ด้วยแพลตฟอร์ม Vision AI Companion (VAC) ที่

  • วิเคราะห์ว่าเรากำลังดูอะไร เช่น ข่าว ฟุตบอล ซีรีส์

  • ปรับภาพและเสียงให้เหมาะสมแบบเรียลไทม์

ยังมีฟีเจอร์เฉพาะทางอย่าง AI Soccer Mode สำหรับคอบอล ที่จูนภาพและเสียงให้ใกล้เคียงอารมณ์ขอบสนาม และในรุ่นทีวี AI ใหม่ Samsung ยังประกาศอัปเดต Tizen OS นาน 7 ปี ทำให้ทีวีไม่ตกรุ่นเรื่องซอฟต์แวร์ง่าย ๆ

เครื่องปรับอากาศ AI: เย็นฉลาด ประหยัดไฟ

เครื่องปรับอากาศอย่าง Bespoke AI WindFree / WindFree PRO นำ AI เข้ามาช่วย

  • คำนวณรูปแบบการใช้งาน

  • วางแผนค่าไฟ

  • ปรับโหมดให้เหมาะกับพื้นที่และช่วงเวลาต่าง ๆ โดยอัตโนมัติ

พร้อมฟีเจอร์ AI Energy Mode ที่เน้นการประหยัดพลังงานและเพิ่มความคุ้มค่าในระยะยาว

AI ของ Samsung: เข้าใจพฤติกรรมและช่วยประหยัดพลังงาน

Samsung มองว่า AI ต้องกลายเป็น “เพื่อน” ไม่ใช่แค่ระบบอัตโนมัติ จึงออกแบบฟีเจอร์ให้

  • เรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานของผู้ใช้

  • ปรับการทำงานของเครื่องใช้ให้เหมาะกับรูปแบบชีวิตแต่ละครัวเรือน

  • ลดขั้นตอนการตั้งค่าที่ซับซ้อน

ตัวอย่างเช่น

  • AI ในเครื่องซักผ้าเรียนรู้รูปแบบการซักที่ใช้บ่อย

  • ระบบในเครื่องปรับอากาศช่วยวางแผนค่าไฟตามการใช้งานจริง

  • ฟีเจอร์บนทีวีจำแนกแนวคอนเทนต์ที่ผู้ใช้ดูบ่อย เพื่อปรับภาพ/เสียงโดยไม่ต้องเข้าเมนูซ้ำ

ในภาพรวม แนวคิด AI Companion นี้ไม่ได้เน้นแค่ “ฉลาดขึ้น” แต่ยังมุ่งช่วยให้บ้านเดินเครื่องได้อย่างประหยัดไฟและคุ้มค่ามากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ผู้บริโภคสนใจทั้งคุณภาพชีวิตและค่าใช้จ่ายในระยะยาว

การใช้งานจริงในบ้าน: สมาร์ทโฟนคือรีโมตกลางของชีวิต

หนึ่งในจุดแข็งของ Samsung คือการเชื่อมโลกมือถือและเครื่องใช้ไฟฟ้าเข้าด้วยกันผ่าน One UI และ SmartThings ทำให้ประสบการณ์ใช้งานคล้ายและต่อเนื่องกันทุกหน้าจอ

ตัวอย่างการใช้งานในบ้าน เช่น

  • ใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตเปิด SmartThings เพื่อดูสถานะอุปกรณ์ทั้งหมดในบ้าน ทั้งตู้เย็น เครื่องซักผ้า แอร์ และทีวี

  • ตั้งค่าการทำงานแบบอัตโนมัติ เช่น

    • เปิดแอร์ห้องนั่งเล่นช่วงเวลาที่คนกลับบ้านประจำ

    • ตั้งการซักผ้าให้จบก่อนเวลาเข้านอน

  • ใช้ Bixby สั่งงานด้วยเสียง แทนการเดินไปกดที่ตัวเครื่องใช้

นอกจากนี้ การนำ One UI มาลงบนหน้าจอของตู้เย็น เครื่องซักผ้า และเครื่องปรับอากาศ ทำให้หน้าตาเมนูใกล้เคียงกับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ผู้ใช้จึงไม่ต้องเรียนรู้ระบบใหม่จากศูนย์เมื่อลองใช้เครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นอัจฉริยะ

ฟีเจอร์อย่าง Now Brief ที่จะเพิ่มเข้ามาในปี 2026 จะช่วยแสดงข้อมูลสำคัญ เช่น

  • พยากรณ์อากาศ

  • ตารางครอบครัว

  • สูตรอาหารแนะนำ

  • เวลาที่เหลือของเครื่องซักผ้า

ทั้งหมดนี้สามารถแสดงบนหน้าจอเครื่องใช้ ทำให้บ้านกลายเป็นศูนย์ข้อมูลเล็ก ๆ ของครอบครัวได้ในจุดเดียว

ข้อดี–ข้อจำกัดของบ้าน AI จาก Samsung

จุดเด่น

  • ความคุ้มค่าเชิงประสบการณ์
    ไม่ได้เพิ่มแค่ฟีเจอร์ แต่เพิ่มความสะดวกและความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน เช่น AI ซักผ้าให้เหมาะกับผ้าแต่ละแบบ หรือทีวีที่รู้ว่ากำลังดูอะไรและปรับให้เหมาะ

  • Ecosystem เชื่อมกันทั้งบ้าน
    สมาร์ทโฟน ทีวี และเครื่องใช้ไฟฟ้าพูดคุยกันได้ผ่าน SmartThings และ One UI ช่วยให้การควบคุมทำได้จากศูนย์กลางเดียว

  • การอัปเดตซอฟต์แวร์ระยะยาว
    นโยบายอัปเดตนาน 7 ปี สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะที่เชื่อมต่อ Wi‑Fi ได้ (ตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นไป) ช่วยให้ฟีเจอร์ใหม่ ๆ และแพตช์ความปลอดภัยถูกส่งให้ต่อเนื่อง ใกล้เคียงกับมาตรฐานสมาร์ทโฟน Galaxy

  • ออกแบบเพื่อทุกคน (Accessibility)
    Samsung ให้ความสำคัญกับการใช้งานได้สำหรับทุกคน ทั้งด้านการมองเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหว และการรับรู้ เช่น

    • ฟีเจอร์ TalkBack, High contrast, Magnification

    • ฟีเจอร์ Sound Notifications, Live Caption

    • ฟีเจอร์ Auto Open Door, Universal Switch, Touch settings

ข้อจำกัดและสิ่งที่ต้องคำนึง

จากข้อมูลที่มี Samsung ก็ยอมรับว่าการอัปเดตซอฟต์แวร์ 7 ปีอาจมีข้อจำกัดจาก ฮาร์ดแวร์ ของเครื่องใช้แต่ละรุ่น เช่น หน่วยความจำหรือประสิทธิภาพชิป ทำให้ “บางฟีเจอร์” อาจไม่รองรับในอุปกรณ์รุ่นที่เก่ากว่า

ด้านราคาก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง เพราะ Samsung ระบุเองว่ากำลังชูสินค้ากลุ่ม พรีเมียม เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ “ยอมจ่ายมากขึ้นเพื่อชีวิตที่พรีเมียมและง่ายขึ้น” การตัดสินใจซื้อจึงมักอยู่ที่มุมมองเรื่อง “คุณค่า” มากกว่าเพียงราคาเครื่องใช้

คำแนะนำเบื้องต้นในการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า Samsung รุ่นใหม่

เมื่อมองไปสู่บ้านอัจฉริยะของ Samsung หากจะเลือกซื้อเครื่องใช้รุ่นใหม่ มีประเด็นสำคัญที่ควรพิจารณาจากข้อมูลที่มี ได้แก่

  1. รองรับ SmartThings หรือไม่
    เพราะ SmartThings คือศูนย์กลางของการเชื่อมต่อ หากต้องการให้เครื่องใช้ทั้งหมดคุยกันได้ การเลือกอุปกรณ์ที่รองรับ SmartThings จะทำให้การจัดการง่ายขึ้นในระยะยาว

  2. มี One UI บนตัวเครื่องหรือเปล่า
    เครื่องใช้บางรุ่นที่มีหน้าจอ เช่น ตู้เย็นหรือเครื่องซักผ้า จะเริ่มใช้ One UI เพื่อให้หน้าตาการใช้งานใกล้เคียงกับสมาร์ทโฟน ช่วยลดเวลาเรียนรู้สำหรับคนในบ้าน

  3. รองรับการอัปเดต 7 ปีหรือไม่
    เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นไปจะได้รับการอัปเดตระบบและความปลอดภัยต่อเนื่อง 7 ปี ซึ่งสำคัญสำหรับคนที่มองการลงทุนระยะยาว

  4. เตรียมบ้านให้พร้อมสำหรับสมาร์ทโฮม
    จากข้อมูล Samsung ระบุชัดเจนว่าเครื่องใช้รุ่นใหม่หลายรุ่นเชื่อมต่อผ่าน Wi‑Fi และทำงานร่วมกับแอป SmartThings ดังนั้น ผู้ใช้ควรพิจารณาเรื่องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตภายในบ้านให้เสถียร เพื่อดึงศักยภาพของอุปกรณ์ออกมาได้เต็มที่

ทิศทางในอนาคต: AI Living กับไลฟ์สไตล์และค่าใช้จ่ายระยะยาว

แนวทางของ Samsung ในปี 2026 ชี้ชัดว่า บริษัทไม่ได้โฟกัสแค่การ “ขายเครื่องใช้ไฟฟ้า” แต่กำลังเปลี่ยนบทบาทตัวเองเป็น Technology Partner และ เพื่อนคู่คิด ด้านการใช้ชีวิต ทั้งในบ้านและภาคธุรกิจ

ทิศทางนี้มีผลต่อไลฟ์สไตล์และค่าใช้จ่ายของผู้ใช้ในระยะยาวในหลายมิติ

  • ไลฟ์สไตล์
    บ้านกลายเป็นพื้นที่ที่มีจอและอุปกรณ์ “คอยคิดแทน” มากขึ้น ตั้งแต่ทีวีที่รู้ว่าเรากำลังดูอะไร ตู้เย็นที่รู้ว่าของใกล้หมดอายุ หรือเครื่องซักผ้าที่คำนวณโปรแกรมให้เอง ช่วยลดภาระงานจุกจิกในชีวิตประจำวัน

  • ค่าใช้จ่ายระยะยาว
    แม้สินค้าในกลุ่มพรีเมียมจะสูงกว่า แต่การประหยัดพลังงาน การลดการใช้ทรัพยากรเกินจำเป็น (เช่น น้ำ น้ำยา หรือค่าไฟ) รวมถึงการได้อัปเดตซอฟต์แวร์นาน 7 ปี อาจช่วยลดต้นทุนแฝงในระยะยาว เมื่อเทียบกับการต้องเปลี่ยนเครื่องบ่อย ๆ เพราะซอฟต์แวร์ล้าสมัย

  • ความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริโภคกับแบรนด์
    Samsung ประกาศชัดว่าไทยคือหนึ่งใน Strategic Market ที่จะลงทุนระยะยาว ทั้งในผลิตภัณฑ์สำหรับบ้าน และโซลูชัน B2B ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง SmartThings Pro เพื่อองค์กร วิสัยทัศน์นี้สะท้อนว่า ผู้ใช้ในไทยจะยังคงเห็นการพัฒนา Ecosystem ของบ้านอัจฉริยะอย่างต่อเนื่อง

ในภาพรวม การพัฒนาเทคโนโลยีสมาร์ทโฮมของ Samsung ไม่ได้หยุดอยู่ที่การเชื่อมต่ออุปกรณ์ แต่ก้าวสู่การสร้าง “AI Companion” ที่เข้าใจชีวิตจริงของผู้ใช้ ช่วยลดภาระงาน ปรับบ้านให้ฉลาดขึ้น และวางรากฐานมาตรฐานใหม่ของเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะในตลาดไทย ทั้งด้านฟีเจอร์ ความปลอดภัย และการอัปเดตระยะยาว

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น