เที่ยวแบบตัวเบา กลายเป็นเทรนด์หลักของสายเที่ยวยุคใหม่
ไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวกำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน นักเดินทางยุคนี้ไม่ได้อยากมีรูปเยอะอย่างเดียว แต่ยังอยาก เดินตัวเบา เคลื่อนที่คล่อง ไม่ต้องลากกระเป๋าหนัก ๆ ไปทุกที่ โดยเฉพาะทริปที่ต้องเปลี่ยนเมือง เปลี่ยนเครื่อง หรือต่อเรือ-ต่อรถหลายต่อในวันเดียว
ข้อมูลประเมินช่วงไฮซีซันปลายปี 2568 คาดว่าประเทศไทยจะต้อนรับนักเดินทางต่างชาติมากกว่า 12–13 ล้านคน เติบโตราว 18% จากปีก่อน ขณะที่ตลาดหลักยังคงหนาแน่นจากนักท่องเที่ยวมาเลเซีย จีน อินเดีย รัสเซีย และเกาหลีใต้
ฝั่งการท่องเที่ยวในประเทศเองก็โตแรงไม่แพ้กัน ด้วยกระแส Road Trip และ City Hopping ของคนรุ่นใหม่ที่อยากเที่ยวหลายเมืองในทริปเดียว แต่ไม่อยากถูกกระเป๋าใบใหญ่ถ่วงความคล่องตัว
ทำไม “เที่ยวตัวเบา” ถึงตอบโจทย์นักเดินทางยุคนี้
กลุ่มนักเดินทางที่ให้ความสำคัญกับความคล่องตัวกำลังขยายตัวแบบเห็นได้ชัด โดยเฉพาะ
กลุ่มที่ต้องรอเวลาบินนานระหว่างไฟลต์
สาย Solo Traveler ที่ต้องการความคล่องและความปลอดภัย
นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เน้นมาตรฐานบริการ การติดตามได้ และการประกันคุ้มครองชัดเจน
มากกว่า 70% ของนักเดินทางกลุ่มใหม่ ไม่อยากแบกสัมภาระหนักไปทุกจุดอีกต่อไป ทำให้บริการฝากและส่งกระเป๋าอย่าง Travel Lite และ Travel Lite World กลายเป็นคำตอบของการเดินทางแบบใหม่ที่เน้น เบา คล่อง ปลอดภัย
บริการเหล่านี้ไม่ใช่แค่ตัวช่วยเล็ก ๆ แต่กลายเป็น แฟกเตอร์สำคัญที่ดันเทรนด์เที่ยวตัวเบาให้โตแบบก้าวกระโดดตลอดปี 2568
เครือข่ายครอบคลุม เที่ยวได้ทุกภูมิภาคแบบไม่ต้องพะวงกระเป๋า
ด้วยเครือข่ายสาขาที่กระจายทั่วประเทศ ทำให้บริการ Travel Lite สามารถรองรับการเดินทางได้แทบทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็น
เมืองท่องเที่ยวหลัก
เมืองรองที่กำลังฮิต
เส้นทางต่อเรือ ต่อรถ
เส้นทางเข้าพื้นที่ธรรมชาติห่างไกลหรือเข้าถึงยาก
นักเดินทางสามารถฝากกระเป๋าใบใหญ่ไว้ แล้ว ออกเที่ยวต่อได้ทันทีแบบมือเปล่า ไม่ต้องลากกระเป๋าขึ้นเขา ลงเรือ หรือเดินในเมืองเก่าด้วยสัมภาระเต็มมือ
ที่สำคัญ ยังมีระบบ ติดตามสถานะแบบเรียลไทม์ ช่วยสร้างความมั่นใจเป็นพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ต้องการรู้ว่ากระเป๋าของตัวเองอยู่ไหนแล้วแบบชัดเจน
Travel Lite World: สวรรค์ของสายช็อปต่างชาติ
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชอบช็อปจัดหนักก่อนกลับบ้าน บริการ Travel Lite World ถูกออกแบบมาเพื่อกลุ่มนี้โดยเฉพาะ
นักเดินทางสามารถส่งของฝากและสินค้าที่ช็อปจากไทยกลับไปยัง 13 ประเทศปลายทาง ได้โดยตรง ช่วยลดภาระน้ำหนักกระเป๋าเวลาขึ้นเครื่อง ไม่ต้องลุ้นน้ำหนักเกิน หรือคอยจัดกระเป๋าหน้าเคาน์เตอร์เช็กอินให้วุ่นวาย
ได้ทั้งความสะดวก และความปลอดภัย ระหว่างเดินทางกลับประเทศ
5 จุดรับฝากที่ฮิตที่สุดของปี 2568
จากการใช้งานจริงตลอดปี มี 5 ทำเลที่นักท่องเที่ยวใช้บริการ Travel Lite สูงสุด ซึ่งแต่ละที่ก็สะท้อนรูปแบบการเดินทางที่แตกต่างกันออกไป
1. ภูเก็ต – เมืองศูนย์กลางทะเลและแลนด์มาร์กดัง
ภูเก็ตขึ้นแท่นเป็น จุดใช้บริการฝากสัมภาระสูงสุด ด้วยบทบาทเมืองท่องเที่ยวหลักของฝั่งอันดามัน เป็นทั้งจุดต่อเรือไปเกาะต่าง ๆ และเมืองเก่าที่คนอยากเดินเล่นแบบตัวเบา
ใครที่ต้อง
ต่อเรือไปเกาะ
เดินเล่นย่านเมืองเก่าภูเก็ต
ก็มักเลือกฝากกระเป๋าไว้ก่อน แล้วค่อยกลับมารับทีหลัง ทำให้การเที่ยว ลื่นไหลขึ้นแบบไม่ต้องลากกระเป๋าตามไปทั้งวัน
2. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ – จุดเปลี่ยนเครื่องและแวะเที่ยวกรุงเทพฯ
สนามบินสุวรรณภูมิฮิตเป็นอันดับต้น ๆ โดยเฉพาะในกลุ่ม
นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีเวลารอระหว่างไฟลต์นาน
คนที่ตั้งใจแวะเที่ยวกรุงเทพฯ แบบสั้น ๆ ก่อนบินต่อ
การฝากกระเป๋าไว้ที่สนามบินช่วยให้สามารถออกไปเที่ยวในเมืองได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องลากกระเป๋าขึ้น BTS หรือเข้าโซนเมืองเก่า แล้วค่อยกลับมารับกระเป๋าก่อนบินออก
3. อุดรธานี – ประตูเชื่อมสปป.ลาว เวียดนาม และสายมูคำชะโนด
อุดรธานีมาแรงจากการเป็น ศูนย์กลางการเดินทางเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งสปป.ลาวและเวียดนาม รวมถึงการเป็นจุดหมายหลักของสายมูที่เดินทางไปคำชะโนดอย่างต่อเนื่อง
การฝากกระเป๋าไว้ช่วยให้การต่อรถ ต่อทาง เข้าวัด หรือเดินทางข้ามแดนเป็นเรื่องง่ายขึ้น ไม่ต้องกังวลกับสัมภาระใบใหญ่ระหว่างการเดินทางหลายช่วง
4. ย่านหลักสี่–ดอนเมือง – ทำเลสำคัญของสายบินเหนือ–อีสาน
โซนหลักสี่–ดอนเมืองยังคงเป็นหนึ่งในทำเลยอดนิยมของคนที่
บินไป–กลับภาคเหนือและภาคอีสาน
ต้องการฝากกระเป๋าก่อนหรือหลังไฟลต์
รูปแบบการเดินทางแบบนี้เหมาะกับคนที่มีธุระในเมือง แต่ไม่อยากลากกระเป๋าไปประชุม ไปกินข้าว หรือไปเที่ยวต่อในกรุงเทพฯ ระหว่างรอเวลาเช็กอินหรือหลังเช็กเอาต์จากที่พัก
5. เมืองท่องเที่ยวแนวธรรมชาติและ Road Trip
กลุ่มจังหวัดแนวธรรมชาติ เช่น
กาญจนบุรี
เชียงราย
ปาย
เป็นอีกโซนที่ยอดใช้บริการฝากสัมภาระเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มที่ชอบ Road Trip หรือเส้นทางท่องเที่ยวที่ต้อง
เดินเท้าเข้าพื้นที่สูง
ขับรถต่อหลายจุดในวันเดียว
เข้าพื้นที่ธรรมชาติที่ไม่สะดวกแบกสัมภาระเยอะ
การฝากกระเป๋าใบใหญ่ไว้ก่อน ทำให้การเข้าพื้นที่เหล่านี้ สบายตัวและปลอดภัยมากขึ้น
3 บริการหลักของ Travel Lite ที่สายเที่ยวตัวเบาต้องรู้
บริการ Travel Lite ถูกออกแบบมาเพื่อให้การเดินทางทุกแบบ เบาและง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเที่ยวในเมือง ทะเล ภูเขา หรือข้ามจังหวัด โดยแบ่งออกเป็น 3 บริการหลักดังนี้
1. บริการฝากเก็บ (Luggage Storage)
บริการนี้เหมาะกับคนที่อยากวางกระเป๋าใบใหญ่ทิ้งไว้ แล้วถือไปเฉพาะของจำเป็นเท่านั้น
จุดเด่นของบริการฝากเก็บคือ
พื้นที่ฝากกระเป๋าในโซนที่ปลอดภัย
มีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าบริการเริ่มต้นเพียง 100 บาท/ชิ้น (ตามขนาด S/M/L)
รองรับสัมภาระขนาดไม่เกิน 200 ซม. น้ำหนักไม่เกิน 30 กก./ชิ้น
ฝากได้นานสูงสุด 30 วัน
ใช้บริการได้ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ
เหมาะมากสำหรับใครที่
เช็กเอาต์จากโรงแรมแล้ว แต่ไฟลต์ยังอีกหลายชั่วโมง
อยากเที่ยวต่อแบบตัวเบาก่อนกลับสนามบิน
มีแผนออกทริปย่อย 1–2 วัน แล้วค่อยกลับมารับของ
2. บริการส่งภายในวันเดียว (Same-day)
บริการนี้ตอบโจทย์คนที่ต้องการให้กระเป๋าไปถึงปลายทาง ภายในวันเดียวกับวันที่ฝากส่ง โดยเฉพาะในเส้นทางกรุงเทพฯ–สนามบิน
เส้นทางหลัก ได้แก่
ไปรษณีย์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ไปรษณีย์ราชดำเนิน
ไปรษณีย์บางลำภูบน (โซนถนนข้าวสาร)
นักเดินทางสามารถ
ฝากกระเป๋าที่หนึ่ง
ไปเที่ยวแบบตัวเบา
ไปตามรับกระเป๋าที่อีกจุดภายในเย็นวันเดียวกัน
รายละเอียดบริการสำคัญ ได้แก่
ค่าบริการ 340 บาท/ชิ้น
รองรับกระเป๋าเดินทางขนาดไม่เกิน 32 นิ้ว น้ำหนักไม่เกิน 30 กก./ชิ้น
ฝากก่อนเที่ยงวัน: รับที่ปลายทางได้ไม่เกิน 18.00 น. ในวันเดียวกัน
ฝากหลังเที่ยงวัน: รับได้ใน วันถัดไป
เหมาะกับคนที่ลงสนามบินแล้วอยากเข้าเมืองไปเที่ยวก่อน หรือพักโซนข้าวสาร–ราชดำเนิน แล้วค่อยกลับสนามบินทีหลังโดยไม่ต้องแบกกระเป๋าไป–กลับ
3. บริการส่งถึงวันถัดไป (Next-day)
บริการนี้ออกแบบมาสำหรับการเดินทางแบบ เปลี่ยนเมือง เปลี่ยนที่พัก หรือเคลื่อนย้ายสัมภาระขนาดใหญ่ ไปทั่วประเทศ
จุดเด่นคือ
ส่งได้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย
- จัดส่งได้ทั้งไปที่
โรงแรม
ที่พัก
บ้าน
สนามบิน
ฝากส่งได้ที่ไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ
ค่าบริการแบ่งตามลักษณะสิ่งของ ได้แก่
เริ่มต้น 79 บาท/ชิ้น สำหรับกล่องหรือซองทั่วไป
เริ่มต้น 299 บาท/ชิ้น สำหรับสัมภาระท่องเที่ยวขนาดใหญ่ เช่น
อุปกรณ์แคมป์ปิ้ง
อุปกรณ์ตกปลา
จักรยาน
ถุงกอล์ฟ
อุปกรณ์ถ่ายภาพ
รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 40 กก./ชิ้น โดยใช้มาตรฐานการจัดส่งแบบ EMS ซึ่งใช้เวลาจัดส่งโดยประมาณ 1–3 วัน ตามระยะทาง
บริการนี้เหมาะมากสำหรับสาย
แคมป์ปิ้งที่มีเต็นท์ โต๊ะ เก้าอี้ และอุปกรณ์ครบเซ็ต
สายตกปลาและสายกอล์ฟที่มีอุปกรณ์ยาว ใหญ่ และหนัก
สายทริปถ่ายภาพที่ต้องแบกเลนส์ขนาดใหญ่ ขาตั้งกล้อง และอุปกรณ์เพิ่ม
สรุป: อยากเที่ยวสนุกขึ้น แค่ปล่อยกระเป๋าให้บริการช่วยดูแล
เทรนด์การเดินทางปี 2568 ชัดเจนมากว่า ใครตัวเบากว่า คนนั้นสนุกกว่า เพราะไม่ต้องคอยพะวงกระเป๋าใบใหญ่ ไม่ต้องกังวลน้ำหนัก และไม่ต้องเสียเวลาไปกับการขนของไป–กลับทุกจุด
การมีบริการอย่าง Travel Lite และ Travel Lite World เข้ามาเสริม ทำให้ทั้งนักเดินทางชาวไทยและต่างชาติสามารถ
วางภาระที่กระเป๋า แล้วโฟกัสกับการเที่ยวได้เต็มที่
วางแผนทริป Road Trip หรือ City Hopping ได้คล่องขึ้น
พกแค่ของจำเป็น แล้วให้ระบบฝากและส่งสัมภาระดูแลส่วนที่เหลือ
ยิ่งทริปซับซ้อน เส้นทางเยอะ อุปกรณ์หนัก การเดินทางแบบตัวเบาก็ยิ่งสำคัญ ใครกำลังวางแผนเที่ยวแบบจัดเต็มทั้งรูป ทั้งประสบการณ์ ลองเพิ่มบริการฝากและส่งกระเป๋าเข้าไปในแผนทริป แล้วจะรู้ว่าเที่ยวแบบไม่ต้องแบกอะไรเลย…มันดีกว่าที่คิดเยอะมาก

