รับแอปรับแอป

เที่ยวตัวเบาแบบโปร: เจาะลึก “Travel Lite” ทำไมภูเก็ต-สุวรรณภูมิถึงฮิตสุดในปี 2568

ธนดล ศรีงาม01-28

เที่ยวแบบตัวเบา กลายเป็นเทรนด์หลักของสายเที่ยวยุคใหม่

ไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวกำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน นักเดินทางยุคนี้ไม่ได้อยากมีรูปเยอะอย่างเดียว แต่ยังอยาก เดินตัวเบา เคลื่อนที่คล่อง ไม่ต้องลากกระเป๋าหนัก ๆ ไปทุกที่ โดยเฉพาะทริปที่ต้องเปลี่ยนเมือง เปลี่ยนเครื่อง หรือต่อเรือ-ต่อรถหลายต่อในวันเดียว

ข้อมูลประเมินช่วงไฮซีซันปลายปี 2568 คาดว่าประเทศไทยจะต้อนรับนักเดินทางต่างชาติมากกว่า 12–13 ล้านคน เติบโตราว 18% จากปีก่อน ขณะที่ตลาดหลักยังคงหนาแน่นจากนักท่องเที่ยวมาเลเซีย จีน อินเดีย รัสเซีย และเกาหลีใต้

ฝั่งการท่องเที่ยวในประเทศเองก็โตแรงไม่แพ้กัน ด้วยกระแส Road Trip และ City Hopping ของคนรุ่นใหม่ที่อยากเที่ยวหลายเมืองในทริปเดียว แต่ไม่อยากถูกกระเป๋าใบใหญ่ถ่วงความคล่องตัว

ทำไม “เที่ยวตัวเบา” ถึงตอบโจทย์นักเดินทางยุคนี้

กลุ่มนักเดินทางที่ให้ความสำคัญกับความคล่องตัวกำลังขยายตัวแบบเห็นได้ชัด โดยเฉพาะ

  • กลุ่มที่ต้องรอเวลาบินนานระหว่างไฟลต์

  • สาย Solo Traveler ที่ต้องการความคล่องและความปลอดภัย

  • นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เน้นมาตรฐานบริการ การติดตามได้ และการประกันคุ้มครองชัดเจน

มากกว่า 70% ของนักเดินทางกลุ่มใหม่ ไม่อยากแบกสัมภาระหนักไปทุกจุดอีกต่อไป ทำให้บริการฝากและส่งกระเป๋าอย่าง Travel Lite และ Travel Lite World กลายเป็นคำตอบของการเดินทางแบบใหม่ที่เน้น เบา คล่อง ปลอดภัย

บริการเหล่านี้ไม่ใช่แค่ตัวช่วยเล็ก ๆ แต่กลายเป็น แฟกเตอร์สำคัญที่ดันเทรนด์เที่ยวตัวเบาให้โตแบบก้าวกระโดดตลอดปี 2568

เครือข่ายครอบคลุม เที่ยวได้ทุกภูมิภาคแบบไม่ต้องพะวงกระเป๋า

ด้วยเครือข่ายสาขาที่กระจายทั่วประเทศ ทำให้บริการ Travel Lite สามารถรองรับการเดินทางได้แทบทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็น

  • เมืองท่องเที่ยวหลัก

  • เมืองรองที่กำลังฮิต

  • เส้นทางต่อเรือ ต่อรถ

  • เส้นทางเข้าพื้นที่ธรรมชาติห่างไกลหรือเข้าถึงยาก

นักเดินทางสามารถฝากกระเป๋าใบใหญ่ไว้ แล้ว ออกเที่ยวต่อได้ทันทีแบบมือเปล่า ไม่ต้องลากกระเป๋าขึ้นเขา ลงเรือ หรือเดินในเมืองเก่าด้วยสัมภาระเต็มมือ

ที่สำคัญ ยังมีระบบ ติดตามสถานะแบบเรียลไทม์ ช่วยสร้างความมั่นใจเป็นพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ต้องการรู้ว่ากระเป๋าของตัวเองอยู่ไหนแล้วแบบชัดเจน

Travel Lite World: สวรรค์ของสายช็อปต่างชาติ

สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชอบช็อปจัดหนักก่อนกลับบ้าน บริการ Travel Lite World ถูกออกแบบมาเพื่อกลุ่มนี้โดยเฉพาะ

นักเดินทางสามารถส่งของฝากและสินค้าที่ช็อปจากไทยกลับไปยัง 13 ประเทศปลายทาง ได้โดยตรง ช่วยลดภาระน้ำหนักกระเป๋าเวลาขึ้นเครื่อง ไม่ต้องลุ้นน้ำหนักเกิน หรือคอยจัดกระเป๋าหน้าเคาน์เตอร์เช็กอินให้วุ่นวาย

ได้ทั้งความสะดวก และความปลอดภัย ระหว่างเดินทางกลับประเทศ

5 จุดรับฝากที่ฮิตที่สุดของปี 2568

จากการใช้งานจริงตลอดปี มี 5 ทำเลที่นักท่องเที่ยวใช้บริการ Travel Lite สูงสุด ซึ่งแต่ละที่ก็สะท้อนรูปแบบการเดินทางที่แตกต่างกันออกไป

1. ภูเก็ต – เมืองศูนย์กลางทะเลและแลนด์มาร์กดัง

ภูเก็ตขึ้นแท่นเป็น จุดใช้บริการฝากสัมภาระสูงสุด ด้วยบทบาทเมืองท่องเที่ยวหลักของฝั่งอันดามัน เป็นทั้งจุดต่อเรือไปเกาะต่าง ๆ และเมืองเก่าที่คนอยากเดินเล่นแบบตัวเบา

ใครที่ต้อง

  • ต่อเรือไปเกาะ

  • เดินเล่นย่านเมืองเก่าภูเก็ต

ก็มักเลือกฝากกระเป๋าไว้ก่อน แล้วค่อยกลับมารับทีหลัง ทำให้การเที่ยว ลื่นไหลขึ้นแบบไม่ต้องลากกระเป๋าตามไปทั้งวัน

2. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ – จุดเปลี่ยนเครื่องและแวะเที่ยวกรุงเทพฯ

สนามบินสุวรรณภูมิฮิตเป็นอันดับต้น ๆ โดยเฉพาะในกลุ่ม

  • นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีเวลารอระหว่างไฟลต์นาน

  • คนที่ตั้งใจแวะเที่ยวกรุงเทพฯ แบบสั้น ๆ ก่อนบินต่อ

การฝากกระเป๋าไว้ที่สนามบินช่วยให้สามารถออกไปเที่ยวในเมืองได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องลากกระเป๋าขึ้น BTS หรือเข้าโซนเมืองเก่า แล้วค่อยกลับมารับกระเป๋าก่อนบินออก

3. อุดรธานี – ประตูเชื่อมสปป.ลาว เวียดนาม และสายมูคำชะโนด

อุดรธานีมาแรงจากการเป็น ศูนย์กลางการเดินทางเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งสปป.ลาวและเวียดนาม รวมถึงการเป็นจุดหมายหลักของสายมูที่เดินทางไปคำชะโนดอย่างต่อเนื่อง

การฝากกระเป๋าไว้ช่วยให้การต่อรถ ต่อทาง เข้าวัด หรือเดินทางข้ามแดนเป็นเรื่องง่ายขึ้น ไม่ต้องกังวลกับสัมภาระใบใหญ่ระหว่างการเดินทางหลายช่วง

4. ย่านหลักสี่–ดอนเมือง – ทำเลสำคัญของสายบินเหนือ–อีสาน

โซนหลักสี่–ดอนเมืองยังคงเป็นหนึ่งในทำเลยอดนิยมของคนที่

  • บินไป–กลับภาคเหนือและภาคอีสาน

  • ต้องการฝากกระเป๋าก่อนหรือหลังไฟลต์

รูปแบบการเดินทางแบบนี้เหมาะกับคนที่มีธุระในเมือง แต่ไม่อยากลากกระเป๋าไปประชุม ไปกินข้าว หรือไปเที่ยวต่อในกรุงเทพฯ ระหว่างรอเวลาเช็กอินหรือหลังเช็กเอาต์จากที่พัก

5. เมืองท่องเที่ยวแนวธรรมชาติและ Road Trip

กลุ่มจังหวัดแนวธรรมชาติ เช่น

  • กาญจนบุรี

  • เชียงราย

  • ปาย

เป็นอีกโซนที่ยอดใช้บริการฝากสัมภาระเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มที่ชอบ Road Trip หรือเส้นทางท่องเที่ยวที่ต้อง

  • เดินเท้าเข้าพื้นที่สูง

  • ขับรถต่อหลายจุดในวันเดียว

  • เข้าพื้นที่ธรรมชาติที่ไม่สะดวกแบกสัมภาระเยอะ

การฝากกระเป๋าใบใหญ่ไว้ก่อน ทำให้การเข้าพื้นที่เหล่านี้ สบายตัวและปลอดภัยมากขึ้น

3 บริการหลักของ Travel Lite ที่สายเที่ยวตัวเบาต้องรู้

บริการ Travel Lite ถูกออกแบบมาเพื่อให้การเดินทางทุกแบบ เบาและง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเที่ยวในเมือง ทะเล ภูเขา หรือข้ามจังหวัด โดยแบ่งออกเป็น 3 บริการหลักดังนี้

1. บริการฝากเก็บ (Luggage Storage)

บริการนี้เหมาะกับคนที่อยากวางกระเป๋าใบใหญ่ทิ้งไว้ แล้วถือไปเฉพาะของจำเป็นเท่านั้น

จุดเด่นของบริการฝากเก็บคือ

  • พื้นที่ฝากกระเป๋าในโซนที่ปลอดภัย

  • มีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

  • ค่าบริการเริ่มต้นเพียง 100 บาท/ชิ้น (ตามขนาด S/M/L)

  • รองรับสัมภาระขนาดไม่เกิน 200 ซม. น้ำหนักไม่เกิน 30 กก./ชิ้น

  • ฝากได้นานสูงสุด 30 วัน

  • ใช้บริการได้ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ

เหมาะมากสำหรับใครที่

  • เช็กเอาต์จากโรงแรมแล้ว แต่ไฟลต์ยังอีกหลายชั่วโมง

  • อยากเที่ยวต่อแบบตัวเบาก่อนกลับสนามบิน

  • มีแผนออกทริปย่อย 1–2 วัน แล้วค่อยกลับมารับของ

2. บริการส่งภายในวันเดียว (Same-day)

บริการนี้ตอบโจทย์คนที่ต้องการให้กระเป๋าไปถึงปลายทาง ภายในวันเดียวกับวันที่ฝากส่ง โดยเฉพาะในเส้นทางกรุงเทพฯ–สนามบิน

เส้นทางหลัก ได้แก่

  • ไปรษณีย์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

  • ไปรษณีย์ราชดำเนิน

  • ไปรษณีย์บางลำภูบน (โซนถนนข้าวสาร)

นักเดินทางสามารถ

  • ฝากกระเป๋าที่หนึ่ง

  • ไปเที่ยวแบบตัวเบา

  • ไปตามรับกระเป๋าที่อีกจุดภายในเย็นวันเดียวกัน

รายละเอียดบริการสำคัญ ได้แก่

  • ค่าบริการ 340 บาท/ชิ้น

  • รองรับกระเป๋าเดินทางขนาดไม่เกิน 32 นิ้ว น้ำหนักไม่เกิน 30 กก./ชิ้น

  • ฝากก่อนเที่ยงวัน: รับที่ปลายทางได้ไม่เกิน 18.00 น. ในวันเดียวกัน

  • ฝากหลังเที่ยงวัน: รับได้ใน วันถัดไป

เหมาะกับคนที่ลงสนามบินแล้วอยากเข้าเมืองไปเที่ยวก่อน หรือพักโซนข้าวสาร–ราชดำเนิน แล้วค่อยกลับสนามบินทีหลังโดยไม่ต้องแบกกระเป๋าไป–กลับ

3. บริการส่งถึงวันถัดไป (Next-day)

บริการนี้ออกแบบมาสำหรับการเดินทางแบบ เปลี่ยนเมือง เปลี่ยนที่พัก หรือเคลื่อนย้ายสัมภาระขนาดใหญ่ ไปทั่วประเทศ

จุดเด่นคือ

  • ส่งได้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย

  • จัดส่งได้ทั้งไปที่
    • โรงแรม

    • ที่พัก

    • บ้าน

    • สนามบิน

  • ฝากส่งได้ที่ไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ

ค่าบริการแบ่งตามลักษณะสิ่งของ ได้แก่

  • เริ่มต้น 79 บาท/ชิ้น สำหรับกล่องหรือซองทั่วไป

  • เริ่มต้น 299 บาท/ชิ้น สำหรับสัมภาระท่องเที่ยวขนาดใหญ่ เช่น

    • อุปกรณ์แคมป์ปิ้ง

    • อุปกรณ์ตกปลา

    • จักรยาน

    • ถุงกอล์ฟ

    • อุปกรณ์ถ่ายภาพ

รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 40 กก./ชิ้น โดยใช้มาตรฐานการจัดส่งแบบ EMS ซึ่งใช้เวลาจัดส่งโดยประมาณ 1–3 วัน ตามระยะทาง

บริการนี้เหมาะมากสำหรับสาย

  • แคมป์ปิ้งที่มีเต็นท์ โต๊ะ เก้าอี้ และอุปกรณ์ครบเซ็ต

  • สายตกปลาและสายกอล์ฟที่มีอุปกรณ์ยาว ใหญ่ และหนัก

  • สายทริปถ่ายภาพที่ต้องแบกเลนส์ขนาดใหญ่ ขาตั้งกล้อง และอุปกรณ์เพิ่ม

สรุป: อยากเที่ยวสนุกขึ้น แค่ปล่อยกระเป๋าให้บริการช่วยดูแล

เทรนด์การเดินทางปี 2568 ชัดเจนมากว่า ใครตัวเบากว่า คนนั้นสนุกกว่า เพราะไม่ต้องคอยพะวงกระเป๋าใบใหญ่ ไม่ต้องกังวลน้ำหนัก และไม่ต้องเสียเวลาไปกับการขนของไป–กลับทุกจุด

การมีบริการอย่าง Travel Lite และ Travel Lite World เข้ามาเสริม ทำให้ทั้งนักเดินทางชาวไทยและต่างชาติสามารถ

  • วางภาระที่กระเป๋า แล้วโฟกัสกับการเที่ยวได้เต็มที่

  • วางแผนทริป Road Trip หรือ City Hopping ได้คล่องขึ้น

  • พกแค่ของจำเป็น แล้วให้ระบบฝากและส่งสัมภาระดูแลส่วนที่เหลือ

ยิ่งทริปซับซ้อน เส้นทางเยอะ อุปกรณ์หนัก การเดินทางแบบตัวเบาก็ยิ่งสำคัญ ใครกำลังวางแผนเที่ยวแบบจัดเต็มทั้งรูป ทั้งประสบการณ์ ลองเพิ่มบริการฝากและส่งกระเป๋าเข้าไปในแผนทริป แล้วจะรู้ว่าเที่ยวแบบไม่ต้องแบกอะไรเลย…มันดีกว่าที่คิดเยอะมาก