หาดใหญ่วันนี้: สีสันสตรีทฟู้ดที่กำลังถูกท้าทาย
หาดใหญ่ไม่ได้มีดีแค่ของกินสตรีทฟู้ดสุดคึกคัก แต่ยังเป็นหัวใจของเศรษฐกิจชายแดนภาคใต้ ทว่าช่วงหลังมานี้ ผู้ประกอบการหลายรายต้องเผชิญกับวิกฤตแบบพร้อมกันทั้งด้านท่องเที่ยวและผลกระทบจากน้ำท่วม
ในค่ำคืนหนึ่งของย่านเศรษฐกิจหาดใหญ่ สาย 1-2-3 นายอภินันท์ พัฒนศิริ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “ซิดนีย์” ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ลงพื้นที่ไปคุยกับกลุ่มผู้ประกอบการตัวจริงเสียงจริง ทั้งร้านอาหารสตรีทฟู้ด และเจ้าของธุรกิจรถสองแถวรับจ้าง
บทสนทนาที่เกิดขึ้น ไม่ได้มีแค่เรื่องยอดขาย แต่มันคือภาพสะท้อนของ โครงสร้างเศรษฐกิจหาดใหญ่ที่กำลังติดหล่ม
เสียงจากหน้าถนน: เมื่อท่องเที่ยวหาย รายได้ก็หด
ผู้ประกอบการในย่านเศรษฐกิจหาดใหญ่เล่าว่า หลังจากปัญหาอุทกภัยช่วงปลายปี นักท่องเที่ยวลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่เคยหลั่งไหลมาเดินกินของอร่อยริมถนนก็หายไปจำนวนมาก
ผลที่ตามมาคือ
ร้านสตรีทฟู้ดขายของได้ลดลง แต่ต้นทุนกลับยังเท่าเดิมหรือสูงขึ้น
รถสองแถวรับจ้างซึ่งเคยคึกคักจากการรับ-ส่งนักท่องเที่ยว ก็ต้องจอดว่างมากขึ้น
ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยเริ่มกังวลว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจอยู่ไม่รอดในระยะยาว
ทั้งหมดนี้คือภาพรวมของย่านที่เคยเป็นต้นแบบความสำเร็จจากแรงของคนตัวเล็ก ๆ ในภาคเอกชน แต่วันนี้กลับต้องสู้กับปัญหาที่เกินกำลังจะจัดการเอง
น้ำท่วมไม่ใช่แค่เรื่องน้ำ แต่คือจุดตัดอนาคตเมือง

อภินันท์มองว่า ย่านเศรษฐกิจหาดใหญ่ สาย 1-2-3 คือ ตัวอย่างของความสำเร็จที่เกิดจากหยาดเหงื่อภาคเอกชนอย่างแท้จริง แต่กลับถูกฉุดรั้งด้วยการบริหารจัดการอุทกภัยของภาครัฐที่ไม่ตอบโจทย์
เขาชี้ให้เห็นปัญหาสำคัญหลายด้าน
การบริหารจัดการน้ำท่วมที่ผ่านมา ไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน
เมื่อน้ำท่วม ผู้ประกอบการต้องเสียโอกาสทางธุรกิจทันที ทั้งเรื่องลูกค้า การขนส่ง และบรรยากาศการท่องเที่ยว
ยังต้องแบกรับ ต้นทุนแฝง จากการประสานงานกับหน่วยงานรัฐหลายระดับ ที่ใช้เวลามากแต่ได้ผลลัพธ์น้อย
เขาเสนอว่า หากจะจัดการน้ำท่วมอย่างจริงจัง ต้องคิดแบบเชิงรุกตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุมทั้งการป้องกัน การกู้ภัย และการเยียวยาอย่างเป็นระบบ
โมเดลการจัดการวิกฤต: ไม่ใช่แค่แก้ปัญหา แต่ต้องมีระบบ
เพื่อให้เมืองเดินต่อได้ อภินันท์พูดถึงแนวทางการสร้างระบบรับมือภาวะฉุกเฉินที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐาน ได้แก่
การตั้ง ศูนย์บริหารจัดการภาวะฉุกเฉิน (Emergency Operation Center – EOC) เพื่อรวมศูนย์การตัดสินใจและการทำงานในช่วงวิกฤต
การมี ศูนย์กระจายข่าวสารและแจ้งเตือนแบบบูรณาการ (Joint Information Center – JIC) เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการรับรู้สถานการณ์ตรงกัน ไม่สับสน
การกำหนดระบบคำสั่งแบบ Single Command หรือการสั่งการจากผู้บังคับบัญชาที่ชัดเจน ลดปัญหาสั่งงานซ้ำซ้อนหรือขัดแย้งกันเองระหว่างหน่วยงาน
แนวคิดเหล่านี้ หากทำได้จริง จะช่วยให้สตรีทฟู้ด และธุรกิจท้องถิ่นในหาดใหญ่ ไม่ต้องลุ้นทุกครั้งเวลาฝนตกหนัก แต่มีหลักประกันด้านการจัดการวิกฤตที่จับต้องได้
นโยบายเศรษฐกิจ: เมื่อเจ้าหนี้-ลูกหนี้ต้องรอดไปพร้อมกัน
นอกจากเรื่องน้ำท่วมและการท่องเที่ยว อภินันท์ยังหยิบยกนโยบายของพรรคประชาชาติมาเชื่อมกับชีวิตจริงของผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป โดยมีแกนหลักอยู่ที่ การฟื้นฟูลูกหนี้และลดภาระค่าครองชีพ
แนวทางสำคัญที่เสนอ ได้แก่
ผลักดันกฎหมายฟื้นฟูลูกหนี้ เพื่อช่วยให้คนที่ติดอยู่ในวงจรหนี้มีโอกาสเริ่มตั้งหลักใหม่
การฟื้นฟูลูกหนี้จะถูกออกแบบให้ ไม่ต้องพึ่งงบประมาณภาครัฐโดยตรง เพื่อลดภาระการเงินของประเทศในระยะยาว
เน้นนโยบายเศรษฐกิจที่ตรงจุด เช่น ลดค่าครองชีพและแก้ปัญหาพลังงาน ซึ่งเป็นต้นทุนใหญ่ของทั้งครัวเรือนและผู้ประกอบการรายย่อย
ทั้งหมดนี้มุ่งให้คนตัวเล็ก ๆ ตั้งแต่แม่ค้าสตรีทฟู้ดไปจนถึงคนขับรถสองแถว ไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังในเกมเศรษฐกิจ
สตรีทฟู้ดไม่ใช่แค่ของกิน แต่คือชีพจรเมือง
เมื่อมองให้ลึกกว่ากลิ่นหอมของหม้อเตี๋ยวหรือเสียงตะหลิวกระทบกระทะ สตรีทฟู้ดหาดใหญ่คือระบบเศรษฐกิจทั้งระบบที่พิงอยู่บน
นักท่องเที่ยวที่เดินเท้ามาใช้จ่าย
ระบบขนส่งและรถสองแถวที่คอยรับ-ส่งผู้คน
การบริหารจัดการเมืองที่ต้องพร้อมรับมือวิกฤต
นโยบายเศรษฐกิจที่เข้าใจโลกของลูกหนี้และผู้ประกอบการรายย่อยจริง ๆ
หากทุกจิ๊กซอว์เหล่านี้ถูกจัดวางอย่างเป็นระบบ หาดใหญ่ก็ไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยวธรรมดา แต่จะกลายเป็น โมเดลเมืองสตรีทฟู้ดและเศรษฐกิจชุมชนที่ยืนได้ด้วยลำแข้งตัวเอง
และเสียงจากหน้าถนนที่ซิดนีย์ได้ไปฟังในคืนนั้น ก็คือสัญญาณเตือนว่า ถึงเวลาต้องปรับเกมเศรษฐกิจให้คนตัวเล็ก ๆ มีที่ยืนอย่างมั่นคงกว่าที่เคย

