ถ้าพูดถึงตู้เวนดิ้งในไทย ชื่อ “เต่าบิน” คือภาพจำแรกของหลายคน
ลองนึกภาพเช้าวันทำงาน
เดินเข้าตึก ยังง่วงอยู่
แล้วเจอตู้สีเขียวคุ้นตา ยืนรอชงกาแฟให้แบบไม่งอแง
ใช่แล้ว… ตู้เต่าบิน (TAO BIN)
จากตู้ชงเครื่องดื่มอัตโนมัติที่เคยถูกมองว่าเป็นของใหม่
วันนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนเมืองไปเรียบร้อย
และถ้าใครคิดว่าเต่าบินจะหยุดอยู่แค่ “Robotic Barista”
ขอบอกเลยว่าคิดผิด เพราะแผนปี 2569
เต่าบินกำลังจะขยับเกมครั้งใหญ่ ด้วยการเปิดตัว
ตู้ใหม่ถึง 2 ประเภท
พร้อมเดินหน้าขยายตลาดทั้งในไทยและต่างประเทศแบบจัดหนัก

รู้จัก “เต่าบิน” แบบสั้นแต่ครบ ก่อนจะไปดูของใหม่
“ตู้เต่าบิน” พัฒนาโดย บริษัท ฟอร์ท เวนดิ้ง จำกัด
หนึ่งในธุรกิจของกลุ่ม ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น (FORTH)
เปิดตัวครั้งแรกในปี 2564
พร้อมนิยามตัวเองว่าเป็น Robotic Barista
หรือบาริสต้าอัตโนมัติที่ชงเครื่องดื่มสดแก้วต่อแก้ว
ปัจจุบัน (ปลายปี 2568)
ในประเทศไทยมีตู้เต่าบินกว่า 8,000 ตู้
มีแผนแตะ 9,000 ตู้ ภายในสิ้นปี
เป้าหมายใหญ่คือ 20,000 ตู้ ภายในปี 2571
ไม่ใช่แค่ในไทย
แต่เต่าบินยังขยายไปแล้วถึง 6 ประเทศ
และกำลังจะเพิ่มอีก 5 ประเทศ ในปี 2569
เรียกได้ว่า จากตู้กาแฟในออฟฟิศ
กำลังกลายเป็นโมเดลธุรกิจระดับสากลแบบจริงจัง
ไฮไลต์ปี 2569: เปิดตัว 2 ตู้ใหม่ ที่ไม่ใช่แค่ “ชง”
ข่าวใหญ่ที่ทำให้หลายคนต้องหยุดอ่าน คือ
แผนเปิดตัวตู้เต่าบินรุ่นใหม่ 2 ประเภท ในช่วงกลางปี 2569
และขอบอกว่า…
นี่ไม่ใช่แค่การเพิ่มเมนู
แต่คือการ “เปลี่ยนบทบาท” ของตู้เวนดิ้งไปอีกขั้น
ตู้น้ำแข็งและโซดาขวด เต่าบินเวอร์ชันสายสดชื่น
ตู้แรกคือ
“ตู้น้ำแข็งและโซดาขวด”
คอนเซ็ปต์คือ
ผลิตน้ำแข็งอัตโนมัติ
ทำโซดาสด
บรรจุออกมาเป็น “ขวด” พร้อมใช้งาน
ฟังดูเหมือนเรื่องเล็ก
แต่ถ้ามองในเชิงไลฟ์สไตล์ นี่คือเกมที่น่าสนใจมาก
เพราะน้ำแข็งและโซดา
คือวัตถุดิบพื้นฐานของ
เครื่องดื่ม
คาเฟ่
ร้านอาหาร
ออฟฟิศ
อีเวนต์
การมีตู้ที่ผลิตได้สดในที่เดียว
เท่ากับลดต้นทุนโลจิสติกส์
และเพิ่มความสะดวกแบบสุด ๆ
นี่คือการขยายจาก “ปลายน้ำ (แก้วต่อแก้ว)”
ไปสู่ “ต้นน้ำของเครื่องดื่ม” อย่างชัดเจน
ตู้เต่าทอด (Tao Tod) เมื่อเต่าบินเริ่มเข้าครัว
ถ้าตู้โซดาทำให้ร้องว้าว
ตู้ถัดมานี่แหละ ที่ทำให้หลายคนอุทานว่า
“เดี๋ยวนะ… ตู้ทอดจริงเหรอ?”
คำตอบคือ ใช่
ตู้เต่าทอด (Tao Tod)
ตู้เวนดิ้งที่สามารถ
ทำเมนูทอดได้ 10–20 เมนู
เช่น ลูกชิ้น เฟรนช์ฟรายส์ นักเก็ต
ทำใหม่สดทุกออเดอร์
จุดสำคัญที่เต่าบินชูคือ
ใช้ระบบน้ำมันทอดใหม่
ควบคุมความสะอาด
ลดความเสี่ยงจากการทอดซ้ำแบบเดิม ๆ
นี่คือการยกระดับ “ตู้เวนดิ้งอาหาร”
จากของกินรองท้อง
สู่ของกินร้อน ๆ ที่เน้นความปลอดภัยและคุณภาพ
วิเคราะห์: เต่าบินกำลังสร้าง “อีโคซิสเต็ม” ไม่ใช่แค่ตู้
ถ้ามองผิวเผิน
อาจคิดว่าเต่าบินแค่เพิ่มสินค้า
แต่ถ้ามองลึกลงไป
จะเห็นชัดว่าเต่าบินกำลังสร้าง
ระบบธุรกิจเครื่องดื่มและอาหารอัตโนมัติแบบครบวงจร
ตู้ชงเครื่องดื่ม
ตู้น้ำแข็ง
ตู้โซดา
ตู้ทอด
ทั้งหมดเชื่อมกันได้
และสามารถวางในพื้นที่เดียวกัน
เพื่อสร้าง “Mini Convenience” แบบไม่ต้องมีพนักงาน
นี่คือแนวคิดที่ตอบโจทย์
เมืองใหญ่
อาคารสำนักงาน
สถานีขนส่ง
พื้นที่ 24 ชั่วโมง
และเข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคเร่งรีบแบบตรงจุด

เต่าบิน พรีเมียม เมื่อเวนดิ้งแมชชีนขยับสู่ลักชัวรี่
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน
คือการเปิดตัว “เต่าบิน พรีเมียม (Tao Bin Premium)”
ตู้รุ่นนี้ถูกวางตำแหน่งชัดเจนว่า
ใช้วัตถุดิบระดับพรีเมียมจากทั่วโลก
ดีไซน์ตัวตู้ใหม่ หรู ทันสมัย
ติดตั้งในห้างสรรพสินค้า โรงแรมลักชัวรี่
นี่คือการท้าทายภาพจำเดิม ๆ ของตู้เวนดิ้ง
ที่เคยถูกมองว่า “ถูก เร็ว แต่ธรรมดา”
เต่าบินกำลังบอกว่า
ตู้เวนดิ้งก็สามารถ
“พรีเมียม” ได้เหมือนกัน
เดินหน้าต่างประเทศ เต่าบินไม่ได้หยุดแค่ตลาดไทย
ข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 2568
เต่าบินขยายไปแล้วใน 6 ประเทศ
ออสเตรเลีย: 170 ตู้ (เฉลี่ย 103 บาท/แก้ว)
ดูไบ: 51 ตู้ (79 บาท/แก้ว)
สิงคโปร์: 51 ตู้ (77 บาท/แก้ว)
มาเลเซีย: 254 ตู้ (46 บาท/แก้ว)
ฮ่องกง: 88 ตู้ (76 บาท/แก้ว)
อังกฤษ: เตรียมติดตั้ง 16 ตู้
และในปี 2569
มีแผนขยายเพิ่มอีก 5 ประเทศ
ทั้งในยุโรปและญี่ปุ่น
กลยุทธ์คือ
“ขยายเร็วเหมือนที่เคยทำในไทย”
เพราะพิสูจน์แล้วว่า
ยอดขายและกำไรไปได้สวย
โมเดลเต่าบิน คาเฟ่ จากตู้สู่พื้นที่จริง
นอกจากตู้
เต่าบินยังทดลองโมเดล “เต่าบิน คาเฟ่”
ซึ่งปัจจุบันเปิดแล้ว 2 แห่ง
สำนักงานฟอร์ท เวนดิ้ง สนามเป้า
ซอยนวลจันทร์
และมีแผนขยายต่อ
ควบคู่กับ GINKA Charge Point
นี่คือการต่อยอดจาก “อัตโนมัติ”
สู่ “ประสบการณ์”
ที่ทำให้แบรนด์เต่าบิน
ไม่ใช่แค่เครื่อง แต่เป็นพื้นที่
สรุป: เต่าบินปี 2569 ไม่ได้บินแค่เร็ว แต่บินไกล
จากตู้กาแฟอัตโนมัติ
สู่ตู้ทอด ตู้โซดา ตู้พรีเมียม
และการขยายตลาดทั่วโลก
แผนปี 2569 ของ เต่าบิน
สะท้อนชัดว่า
นี่ไม่ใช่แค่ธุรกิจเวนดิ้ง
แต่คือแพลตฟอร์มอาหารและเครื่องดื่มอัจฉริยะ
ถ้าทำได้ตามแผน
อีกไม่กี่ปีข้างหน้า
เราอาจเห็นเต่าบิน
เป็นมากกว่าตู้
แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันแบบเต็มรูปแบบ
และบอกเลยว่า
เกมนี้ยังไม่จบง่าย ๆ แน่นอน

