ล่องเรือ เดินเลาะ คลองกลางกรุงแบบคนอินเมืองเก่า
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนออกไปเปลี่ยนบรรยากาศเที่ยวกรุงเทพฯ แบบไม่ซ้ำเดิม กับเส้นทาง “ลัดเลาะ ล่องกรุง” คลองบางลำพู – คลองโอ่งอ่าง เส้นทางที่พาเราเดินทางตามสายน้ำ ผ่านวิถีชุมชนริมคลองและย่านเมืองเก่าในพระนคร
เส้นทางนี้ถูกออกแบบให้เล่าเรื่อง ชีวิต ผู้คน วัฒนธรรม และภูมิปัญญา คู่ขนานไปกับการพัฒนาคูคลองตามแนวพระราชดำริ “สืบสาน รักษา ต่อยอด” เปลี่ยนพื้นที่ริมน้ำให้กลับมามีชีวิต เป็นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ
เส้นทางสายคูคลองที่เกิดจากการ “ร่วมมือกันทั้งเมือง”
ททท. ร่วมกับกรุงเทพมหานคร สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) ภาครัฐ เอกชน และชุมชนในพื้นที่ ร่วมกันออกแบบเส้นทางเที่ยวทางคูคลองเชื่อม คลองบางลำพู – คลองโอ่งอ่าง ให้กลายเป็นประสบการณ์เที่ยวแบบใหม่ที่
สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นและประวัติศาสตร์เมืองเก่า
พาเราเรียนรู้วิถีชีวิตผู้คนริมคลองอย่างใกล้ชิด
เดินคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมและภูมิสังคมเมือง
เส้นทางนี้ยังถูกใช้เป็นหนึ่งในกิจกรรมไฮไลต์ของ Bangkok Design Week 2026 เพื่อช่วย กระจายรายได้สู่ชุมชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในย่านเมืองเก่าให้คึกคักยิ่งขึ้น
ไฮไลต์เส้นทาง “ปฐมฤกษ์” ที่ต้องลองสักครั้ง
เส้นทางลัดเลาะ ล่องกรุง เริ่มต้นจากริมคลองบางลำพู ไปจบที่คลองโอ่งอ่าง ระหว่างทางอัดแน่นด้วยเรื่องราวและโลเคชันสุดกรีน–สุดเก๋ เหมาะทั้งสายเดิน สายถ่ายรูป และสายคาเฟ่
เส้นทางไฮไลต์มีดังนี้:
จุดเริ่มต้น: พิพิธบางลำพู
เริ่มทริปที่พิพิธบางลำพู พิพิธภัณฑ์ที่เล่าเรื่องย่านการค้าเก่าแก่ของพระนคร ให้เราได้รู้จักรากเหง้าและประวัติศาสตร์ย่านก่อนออกเดินทางจริงล่องเรือแท็กซี่ไฟฟ้า ชมสองฝั่งคลอง
นั่งเรือแท็กซี่ไฟฟ้าลัดเลาะไปตามคลอง ชมทัศนียภาพสองฟากฝั่งที่ยังมีกลิ่นอายดั้งเดิมของกรุงเทพฯ ผสมกับสีสันของเมืองสมัยใหม่ มีโอกาสได้เห็นวิถีชีวิตริมคลองแบบที่หลายคนไม่ค่อยได้สัมผัสในชีวิตประจำวันเส้นทางเดินเท้าสร้างสรรค์จากท่าเรือ SCG
ขึ้นจากเรือแล้วต่อด้วยการเดินเท้าจากท่าเรือ SCG เลียบริมคลองไปยังย่าน คลองโอ่งอ่าง – จักรวรรดิ พื้นที่พหุวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ทั้งย่านสมุนไพรไทย–จีน แหล่งค้าขายเก่าแก่ และเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์
แหล่งท่องเที่ยวเด่นตลอดเส้นทาง

ระหว่างทางมีจุดให้แวะชม แวะไหว้ แวะถ่ายรูป และแวะจิบกาแฟเพียบ แต่ละแห่งล้วนมีเอกลักษณ์ชัดเจน และเชื่อมโยงกับเรื่องราวของกรุงเทพฯ ในมุมที่เราอาจไม่เคยรู้มาก่อน
ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน: มุมสงบกลางย่านคึกคัก
ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน แห่งนี้เป็นศาลของพระองค์เพียงแห่งเดียวในฝั่งพระนครที่เกิดจากศรัทธาของผู้คนย่านบางลำพู
บรรยากาศเรียบง่าย สงบ ผู้คนมักแวะมาสักการะเพื่อขอพรด้านความสำเร็จและความก้าวหน้าในชีวิต
ที่นี่จึงไม่ใช่แค่จุดไหว้พระ แต่ยังเป็น มุมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ที่เชื่อมอดีตของชาติไทยกับชีวิตผู้คนในเมืองเก่าได้อย่างจับต้องได้
ตรอกบ้านพานถม: ถนนสายเครื่องเงินและงานช่างโบราณ
ตรอกบ้านพานถม คือชุมชนเก่าแก่ในเขตพระนครที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ในฐานะแหล่งช่างฝีมือทำเครื่องเงินดุนลายสุดประณีต ไม่ว่าจะเป็นพาน ขัน หรือภาชนะเงินสารพัดรูปแบบ
ทุกวันนี้แม้เหลือช่างฝีมือเพียงไม่กี่บ้านที่ยังคงสืบทอดภูมิปัญญานี้ต่อไป แต่ตรอกเล็ก ๆ แห่งนี้ยังเต็มไปด้วยเสน่ห์ของบ้านเรือนเก่าและวิถีชีวิตเรียบง่ายริมคลองบางลำพู
สายเดินเที่ยวในเมือง จะต้องหลงรักบรรยากาศเมืองเก่าที่อบอวลไปด้วยเรื่องราวในทุกมุมถนน
คลองโอ่งอ่าง: แลนด์มาร์กใหม่ที่คนชอบเดินเล่นต้องมา
คลองโอ่งอ่าง กลายเป็นแลนด์มาร์กใจกลางเมืองที่คึกคักขึ้นทุกปี ด้วยการรีโนเวตพื้นที่ริมคลองให้กลายเป็นถนนคนเดินที่เต็มไปด้วย
สตรีทอาร์ตสีสันสด
ร้านอาหารเล็ก ๆ และของกินหลากหลาย
พื้นที่นั่งชิลริมคลองให้พักขาและพักใจ
ที่นี่เหมาะมากสำหรับ สายถ่ายรูป และคนที่อยากเห็นมุมร่วมสมัยของกรุงเทพฯ ที่ยังผูกโยงกับอดีตและชีวิตริมสายน้ำ
ตรอกอาม่า: จีนเก่า บ้านโบราณ และโฮสเทลสุดมีสไตล์
ตรอกอาม่า โดดเด่นด้วยโคมจีนที่แขวนเรียงราย สร้างบรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปในชุมชนจีนโบราณกลางกรุงเทพฯ
ในตรอกเต็มไปด้วยร้านค้ารายย่อยและของกินพื้นถิ่น และยังมี AMA Hostel โฮสเทลในบ้านจีนเก่าอายุกว่า 200 ปี เปิดบ้านให้คนรักประวัติศาสตร์และนักเดินทางได้พักผ่อนแบบใกล้ชิดวิถีชุมชน
นี่คือย่านที่ทำให้เราเห็นว่า การท่องเที่ยวกับวิถีชีวิตชุมชน สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว
พลับพลาที่ประทับรับเสด็จรัชกาลที่ 5: ประวัติศาสตร์ซ่อนตัวในวัดเก่า
ในพื้นที่วัดบพิตรพิมุขวรวิหาร (เดิมชื่อวัดเชิงเลน) มี พลับพลาที่ประทับรับเสด็จรัชกาลที่ 5 ที่น่าสนใจมาก เป็นพลับพลาไม้สองชั้น ลายฉลุแบบเรือนขนมปังขิง (Gingerbread Style) ที่เคยใช้รับเสด็จฯ เมื่อต้องเสด็จถวายผ้าพระกฐินทางชลมารค
ทุกวันนี้ตัวอาคารได้รับการย้ายเข้ามาไว้ในวัดและบูรณะเป็นอาคารสามชั้น โดยแต่ละชั้นมีเสน่ห์ต่างกัน
ชั้นบนสุด: เก็บพลับพลาเดิมและวัตถุโบราณ เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์สำคัญ
ชั้นสอง: ห้องสมุดและพื้นที่จัดแสดงตู้พระธรรม รวมทั้งตาลปัตรเก่าที่มีลวดลายงดงาม
ชั้นล่าง: พื้นที่ถวายสังฆทาน และมุมคาเฟ่สุดอบอุ่นอย่าง หอมปรุง บาย ใบห่อ คาเฟ่สมุนไพรที่ซ่อนตัวอยู่ในอาคารโบราณย่านจักรวรรดิ ใกล้คลองโอ่งอ่าง
คาเฟ่แห่งนี้เล่าเรื่อง ภูมิปัญญาสมุนไพรไทย ผ่านเมนูเครื่องดื่มและขนมหวาน แถมยังมีเวิร์กช็อปให้ลองทำผลิตภัณฑ์สมุนไพรด้วยตัวเอง ทั้งยาดม พิมเสนน้ำ และชาสมุนไพร
สายเดินเที่ยวในเมือง ต้องลองลัดเลาะเส้นทางนี้
เส้นทาง “ลัดเลาะ ล่องกรุง” คลองบางลำพู – คลองโอ่งอ่าง ถูกออกแบบมาเพื่อให้คนเมืองและนักท่องเที่ยวได้ลอง
มองกรุงเทพฯ ผ่านมุมมองของสายน้ำและชุมชน
เชื่อมการเดินทางทางเรือเข้ากับการเดินเท้าชมเมืองเก่า
สัมผัสวิถีริมน้ำ ศิลปะ วัฒนธรรม และคาเฟ่สุดเท่ในตึกเก่าคลาสสิก
ใครที่หลงใหลการ เดินเที่ยวในเมือง แบบมีเรื่องราว มีทั้งประวัติศาสตร์และความชิคแทรกอยู่ในทุกจุดแวะ เส้นทางนี้คือหนึ่งในลิสต์ที่ควรไปสัมผัสด้วยตัวเองอย่างน้อยสักครั้ง
เพราะบางที กรุงเทพฯ ที่เราเคยคิดว่ารู้จักดีแล้ว ยังซ่อนมุมใหม่ ๆ ไว้ให้เราค่อย ๆ เดินไปค้นหาอยู่เสมอ

