ลักชัวรีไม่ใช่แค่ของฟุ่มเฟือย แต่คือ “สินทรัพย์”
ยุคที่เศรษฐกิจเหวี่ยงแรง ตลาดการเงินผันผวน การเอาเงินไปนอนเฉยๆ ในบัญชีอาจไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป หลายคนจึงเริ่มหันมามอง สินค้าลักชัวรี ไม่ใช่แค่ของไว้ใช้ หรืออวดสเตตัส แต่เป็น ทรัพย์สินที่มีโอกาสเพิ่มมูลค่าในระยะยาว
ถ้าซื้อให้ถูกชิ้น ถูกรุ่น และดูแลให้ดี ของหรูหลายประเภทสามารถกลายเป็นการลงทุนที่ทั้งได้ใช้ ได้สุข และมีลุ้นทำกำไรในอนาคต โดยเฉพาะในปี 2025 ที่เทรนด์การลงทุนในสินค้าลักชัวรีมาแรงแบบจริงจัง
โฟกัส 2025: สินค้าลักชัวรีอะไรน่าลงทุนในไทย
ด้านล่างนี้คือกลุ่มสินทรัพย์หรูที่ถูกพูดถึงบ่อย และน่าสนใจสำหรับนักลงทุนชาวไทยในปี 2025
1. กระเป๋าแบรนด์เนม: ไอคอนแฟชั่นที่กลายเป็น Asset
กระเป๋าแบรนด์เนมคือดาวเด่นของวงการลงทุนของหรู เพราะหลายรุ่นราคา ไต่อย่างสม่ำเสมอ แถมยังใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ถ้าจัดพอร์ตดีๆ กระเป๋าหนึ่งใบอาจเป็นได้ทั้งแฟชั่นชิ้นโปรดและทรัพย์สินที่มีมูลค่าเพิ่ม
กลุ่มที่มักถูกจับตามอง ได้แก่
Hermès Birkin
จุดเริ่มต้นของแนวคิด “ฟังก์ชันผสานความหรูหรา” ใช้งานจริงได้สบาย จุของได้เยอะ
กลายเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหรา สถานะทางสังคม และความสำเร็จในโลกแฟชั่น
Hermès Kelly
รุ่นคลาสสิกที่ราคามีแนวโน้มขยับขึ้นทุกปี
สีหายาก วัสดุพิเศษ และฮาร์ดแวร์แบบเฉพาะ จะยิ่งช่วยดันราคาในตลาดมือสอง
Chanel Classic Flap
วินเทจและไซซ์กลางคือกลุ่มที่นักสะสมชอบเป็นพิเศษ
ทรงคลาสสิกเหนือกาลเวลา งานออกแบบและงานฝีมือประณีตตั้งแต่วัสดุจนถึงการเย็บประกอบ
รุ่นลิมิเต็ดและคอลแลบจากแบรนด์ใหญ่ เช่น Louis Vuitton คอลเลกชันพิเศษ หรือ Lady Dior สีคลาสสิกและวัสดุหายาก ที่มักถูกไล่ตามในตลาดนักสะสม
กลยุทธ์สำคัญ:
เลือก รุ่นคลาสสิก ก่อนรุ่นกระแส
โทนสีที่อยู่ได้ทุกยุค เช่น ดำ น้ำตาล เบจ หรือสีพิเศษที่มีจำนวนจำกัด
รักษาสภาพกระเป๋า กล่อง การ์ด ถุงผ้า และอุปกรณ์ให้ครบ เพราะ ยิ่งครบ ยิ่งขายได้ราคา


2. นาฬิกาหรู: เวลาเดิน แต่ราคาขึ้น
นาฬิกาหรูยังคงเป็นขุมทรัพย์ในโลกสินทรัพย์ทางเลือก โดยเฉพาะแบรนด์ที่มีประวัติยาวนานและตลาดนักสะสมชัดเจนอย่าง Rolex, Patek Philippe, Audemars Piguet
รุ่นที่นักลงทุนไทยมักให้ความสนใจ ได้แก่
Rolex Daytona
Chronograph ระดับตำนานที่ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในนาฬิกาที่ทรงอิทธิพลที่สุด
เป็นสัญลักษณ์ของความเที่ยงตรง ความหรูหรา และความปรารถนาของนักสะสม
Patek Philippe Nautilus
ดีไซน์ไอคอนิกและจำนวนผลิตที่จำกัด ทำให้มูลค่าในตลาดมือสองโดดเด่น
ถูกมองว่าเป็น “เรือนเวลาตลอดกาล” ที่ถือยาวแล้วไม่เคยเชย
Audemars Piguet Royal Oak
Sport Luxury เรือนแรกๆ ของแบรนด์ ดีไซน์กรอบหน้าปัดทรงแปดเหลี่ยมพร้อมน็อตหกเหลี่ยมที่โดดเด่นมาก
ได้รับความนิยมสูงในเอเชีย และมีแนวโน้มราคาขึ้นในระยะยาว โดยเฉพาะรุ่นหายากหรือเลิกผลิต
นอกจากนี้ รุ่นลิมิเต็ด และ วินเทจที่เลิกผลิตแล้ว ยังคงเป็นที่ต้องการสูง เพราะจำนวนในตลาดมีจำกัดและยิ่งน้อยลงทุกปี


3. อัญมณีและเครื่องประดับ: ความหรูหราที่เสี่ยงต่ำ
ในปี 2025 กลุ่มอัญมณียังคงถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงไม่สูงนัก เมื่อเทียบกับสินทรัพย์ที่ผันผวนอื่น โดยเฉพาะอัญมณีธรรมชาติคุณภาพดีและหายาก
กลุ่มที่น่าจับตา ได้แก่
เพชรสีธรรมชาติ (Natural Fancy Color Diamond)
ทับทิมและไพลินจากพม่า
มรกตจากโคลอมเบีย
ส่วนเครื่องประดับจากแบรนด์ระดับโลกที่ตลาดวินเทจให้ค่าพรีเมียม เช่น
สร้อยข้อมือ Cartier Love รุ่นวินเทจ
เครื่องประดับ Van Cleef & Arpels Alhambra คอลเลกชันไอคอนิก
จี้ Tiffany & Co. Keys รุ่นวินเทจหายาก
แหวน Bulgari Serpenti วินเทจช่วงยุค 70s–80s
สิ่งที่ทำให้เครื่องประดับเหล่านี้น่าลงทุนคือ ดีไซน์เหนือกาลเวลา + แบรนด์ทรงพลัง + จำนวนจำกัด ซึ่งช่วยพยุงราคาในระยะยาวได้ดี



4. รถคลาสสิกและซูเปอร์คาร์ไฟฟ้า: ความเร็วที่มาพร้อมมูลค่า
ตลาดรถคลาสสิกยังไม่แผ่ว โดยเฉพาะรุ่นจากยุค 80–90 ที่กำลังขึ้นมาครองใจนักลงทุนรุ่นใหม่ ทั้งเพราะความหายากและเสน่ห์ของดีไซน์ยุคก่อนดิจิทัลเต็มรูปแบบ
ตัวอย่างรุ่นที่ถูกพูดถึงบ่อย:
Ferrari F40 – หนึ่งในไอคอนซูเปอร์คาร์ยุค 80 ที่นักสะสมทั่วโลกตามหา
Porsche 964 – คลาสสิกที่ยังขับสนุก และเป็นที่ต้องการในตลาดเรโทรสปอร์ต
ในอีกมุมหนึ่ง ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้ารุ่นลิมิเต็ด ก็เริ่มเข้าไปอยู่ในเรดาร์ของนักลงทุนที่สนใจทั้งเทคโนโลยี ความยั่งยืน และความหรูหรา เช่น
Pininfarina Battista
Rimac Nevera
ขณะเดียวกัน รถญี่ปุ่นคลาสสิกที่ผลิตน้อยและมีสาวกเหนียวแน่นก็มาแรงเช่นกัน เช่น
Toyota 2000GT
Nissan Skyline GT-R (R34)
Honda NSX รุ่นแรก
รถกลุ่มนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในเอเชีย และมีแนวโน้มราคาขึ้นต่อเนื่องเมื่อของดีสภาพดีเริ่มหายากขึ้น




5. ไวน์และวิสกี้: ของดื่มที่ไม่จำเป็นต้องดื่ม
ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไวน์ชั้นดีและวิสกี้หายาก ทำผลงานน่าประทับใจในฐานะสินทรัพย์ทางเลือก หลายแบรนด์และหลายรุ่นราคาขึ้นสวนกระแสเศรษฐกิจด้วยซ้ำ
เทรนด์ที่น่าจับตาสำหรับนักลงทุนไทยในปี 2025 ได้แก่:
วิสกี้ญี่ปุ่น เช่น Yamazaki, Hibiki, Hakushu
รุ่นหายากและล็อตเก่าราคาพุ่งเร็วเพราะปริมาณในตลาดจำกัด
ไวน์ฝรั่งเศสชื่อดังจาก Bordeaux และ Burgundy
เป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างมั่นคง มีตลาดรองรับชัดเจน และได้รับการยอมรับในวงการนักสะสมทั่วโลก
ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มออนไลน์ด้านไวน์และสุราลงทุนที่ช่วยให้การเข้าถึงสินทรัพย์กลุ่มนี้ง่ายขึ้นสำหรับนักลงทุนไทย ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีห้องเก็บไวน์เองเสมอไป แต่ก็ยังควรศึกษาเงื่อนไขการจัดเก็บและประกันอย่างละเอียด

6. งานศิลปะร่วมสมัย: จากผนังแกลเลอรีสู่พอร์ตการลงทุน
ตลาดศิลปะในเอเชียกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ศิลปินไทยและศิลปินจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มมีบทบาทชัดเจนบนเวทีโลก ส่งผลให้ผลงานหลายชิ้นถูกมองเป็นสินทรัพย์ที่มีโอกาสเพิ่มมูลค่าในระยะยาว
สำหรับผู้เริ่มต้น อาจไม่จำเป็นต้องเริ่มจากงานที่ราคาแรงระดับโลก แต่สามารถเลือกจากผลงานที่ยังจับต้องได้ของศิลปินที่มีแนวโน้มเติบโต หรือมีกระแสในแวดวงคอลเลกเตอร์
อีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจคือ Fractional Art Investing หรือการลงทุนศิลปะแบบแบ่งส่วน ซึ่งเปิดโอกาสให้คุณ:
ซื้อเป็น “ส่วนแบ่ง” ของงานศิลปะชิ้นเดียวกับนักลงทุนคนอื่น
ไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ซื้อทั้งผืน แต่ยังมีโอกาสได้รับผลตอบแทนเมื่อมูลค่างานเพิ่มขึ้นหรือมีการขายต่อ
โมเดลนี้ทำให้คนทั่วไปเข้าใกล้โลกศิลปะในฐานะการลงทุนได้ง่ายกว่าเดิมมาก



ซื้อของหรูยังไงให้ “ได้ทั้งใช้ ได้ทั้งกำไร”
ถ้าอยากให้ลักชัวรีกลายเป็นสินทรัพย์ ไม่ใช่ภาระกระเป๋าสตางค์ มีหลักที่ควรคำนึงถึงดังนี้
ซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้
เลือกร้านหรือแพลตฟอร์มที่มีชื่อเสียงเพื่อหลีกเลี่ยงของปลอม และปัญหาเอกสารไม่ครบ
มีใบรับรองและเอกสารครบ
โดยเฉพาะอัญมณี นาฬิกา และกระเป๋าแบรนด์เนม ใบรับรองและประวัติการครอบครองคือส่วนหนึ่งของมูลค่า
รักษาสภาพให้ดีที่สุด
กล่อง การ์ด ถุงผ้า เคส ใบเสร็จ เอกสารทุกชิ้นควรเก็บไว้ครบ
สภาพดีมากหรือใกล้เคียงของใหม่ จะช่วยให้ต่อรองขายได้ราคาดีกว่าอย่างชัดเจน
โฟกัสรุ่นคลาสสิกก่อนรุ่นกระแส
รุ่นที่อยู่ได้นานในตลาด มักมีฐานนักสะสมกว้างและราคามีเสถียรภาพมากกว่า
ศึกษาตลาดให้ลึกก่อนลงเงิน
ดูสถิติราคา แนวโน้มความต้องการ และจำนวนในตลาด เพื่อไม่ให้ซื้อแพงเกินจริง
ใจเย็นและคิดแบบลงทุนระยะยาว
สินค้าลักชัวรีจำนวนมากต้องใช้เวลาในการสะสมมูลค่า การรีบขายอาจทำให้พลาดศักยภาพกำไรในอนาคต
ท้ายที่สุด การลงทุนในสินค้าลักชัวรีควรผสมผสานทั้งมุมมองการเงินและรสนิยมส่วนตัว เลือกในสิ่งที่คุณ ชอบจริง พร้อมถือยาวได้ เพราะกำไรที่สวยที่สุด คือการได้ใช้ชีวิตกับของที่รักไปพร้อมๆ กับการเห็นมูลค่าของมันเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในระยะยาว

