Samsung เปิดตัว Galaxy S26 Series อย่างเป็นทางการ พร้อมปรับดีไซน์เล็กน้อย อัปสเปกบางจุด และเพิ่มราคาขึ้น โดยรุ่นเริ่มต้นในสหรัฐฯ ขยับมาอยู่ที่ 899 ดอลลาร์
รีวิวจากสื่อและคอนเทนต์ครีเอเตอร์หลายรายเริ่มทยอยออกมาแล้ว และมีประเด็นที่น่าสนใจหลายจุด
ราคาเพิ่ม แต่ดีไซน์เปลี่ยนไม่มาก
หลายรีวิวพูดตรงกันว่า:
ดีไซน์โดยรวมแทบไม่ต่างจาก Galaxy S25
เปลี่ยนโทนสีและรายละเอียดเล็กน้อย
สเปกขยับขึ้นแบบ incremental upgrade
ราคาที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้บางคนลังเล โดยเฉพาะเมื่อฮาร์ดแวร์ภายนอกไม่ได้เปลี่ยนชัดเจน

Galaxy S26 Ultra: Privacy Display คือจุดขายหลัก
ฟีเจอร์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ Privacy Display บนรุ่น Ultra
จุดเด่น:
ลดการมองเห็นจากมุมข้าง
ปรับแต่งพื้นที่ที่ต้องการซ่อนข้อมูลได้
ทำงานผ่านชั้น liquid crystal ที่เปลี่ยนค่าการหักเหแสง
หลายรีวิวเรียกฟีเจอร์นี้ว่า “ของเล่นที่เจ๋งที่สุด” ของรอบนี้
อย่างไรก็ตาม:
มีเฉพาะใน S26 Ultra
รุ่น S26 และ S26+ ไม่มีให้ใช้งาน
กล้องยังสู้คู่แข่งยาก
แม้ Samsung จะ:
ขยายค่ารูรับแสง
ปรับจูนซอฟต์แวร์
แต่ขนาดเซนเซอร์จริงยังเล็กกว่าคู่แข่งบางรายในตลาดเรือธง
ภาพถ่ายดีขึ้นในสภาพแสงน้อย แต่ไม่ได้เป็นก้าวกระโดด

ไม่มี Qi2 แบบมีแม่เหล็ก และไม่มีแบต silicon-carbon
สองจุดที่หลายคนคาดหวังแต่ไม่ได้เห็น:
ไม่มีแม่เหล็กในตัวสำหรับ Qi2
ยังใช้แบตเตอรี่แบบเดิม ไม่ใช่ silicon-carbon
อย่างไรก็ตาม รีวิวส่วนใหญ่บอกว่าไม่ใช่ deal-breaker สำหรับผู้ใช้ทั่วไป
โปรโมชั่นเปิดตัวค่อนข้างแรง
Amazon เสนอ:
เพิ่มความจุเป็นสองเท่าโดยไม่คิดเงินเพิ่ม
บัตรของขวัญ 200 ดอลลาร์
หรืออีกแพ็กเกจ:
ลด 15% สำหรับ Galaxy Buds4 Pro
ในช่วงที่ DRAM และสตอเรจมีแนวโน้มขาดตลาด โปรโมชั่นแบบนี้ถือว่าดึงดูดพอสมควร
สรุปภาพรวมจากรีวิว
จุดแข็ง
Privacy Display บนรุ่น Ultra
ชิปใหม่แรงขึ้น
การระบายความร้อนดีขึ้น
จุดที่ถูกตั้งคำถาม
ราคาสูงขึ้น
ดีไซน์แทบไม่เปลี่ยน
แบตเตอรี่และเทคโนโลยีชาร์จไม่มีอะไรใหม่
Galaxy S26 Series เป็นการอัปเกรดแบบระมัดระวัง ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ใครใช้ S24 หรือ S25 อาจยังไม่จำเป็นต้องรีบขยับ แต่ถ้ามาจากรุ่นเก่ากว่านั้น โดยเฉพาะ 2–3 ปีขึ้นไป รุ่นใหม่นี้ยังถือว่าเป็นตัวเลือกเรือธงที่ครบเครื่อง โดยเฉพาะถ้าเล็งรุ่น Ultra เพื่อฟีเจอร์หน้าจอ Privacy Display

