รับแอปรับแอป

Galaxy S26 Ultra เปิดตัวจอ Privacy Screen กันคนแอบมอง ชูฟีเจอร์เด่นในงาน Galaxy Unpacked

Phanuphong.T02-16

Samsung เตรียมดันฟีเจอร์ใหม่ของ Galaxy S26 Ultra อย่าง “Privacy Screen” หรือหน้าจอกันคนแอบมอง ให้เป็นหนึ่งในจุดขายหลักในงาน Galaxy Unpacked รอบนี้ โดยล่าสุดมีวิดีโอโปรโมตหลุดออกมา แสดงให้เห็นวิธีการทำงานของเทคโนโลยีดังกล่าว ซึ่งออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาใกล้ตัวของคนเมืองโดยเฉพาะ

ในยุคที่หลายคนใช้มือถือทำทุกอย่าง ทั้งแชตงาน โอนเงิน เช็กข้อมูลส่วนตัว แต่ต้องใช้งานในที่สาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า ร้านกาแฟ หรือที่ทำงาน ฟีเจอร์นี้อาจกลายเป็นสิ่งที่หลายคนไม่เคยคิดว่าต้องมี…จนได้เห็นมันทำงานจริง


Privacy Screen คืออะไร?

จากวิดีโอที่แชร์ผ่านบัญชี Samsung Mobile US บนแพลตฟอร์ม X (Twitter เดิม) จะเห็นหญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนรถไฟใต้ดิน กำลังอ่านเรื่องราวบางอย่างบนหน้าจอ Galaxy S26 Ultra

แต่คนที่นั่งข้าง ๆ ทั้งซ้ายและขวากลับพยายามชะโงกดูหน้าจอเธออยู่ตลอด ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่หลายคนน่าจะเคยเจอ

จากนั้นเธอกดปุ่มสลับเพียงครั้งเดียวในเมนูที่ชื่อว่า “Zero-peeking privacy” และหน้าจอก็กลายเป็นสีดำในทันที


แล้วหน้าจอดำแบบนี้ ผู้ใช้ยังมองเห็นไหม?

นี่คือจุดที่หลายคนสงสัย

จากวิดีโอที่เห็น หน้าจอดูเหมือนจะมืดสนิทสำหรับคนรอบข้าง แต่ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนว่า:

  • ผู้ใช้ยังสามารถมองเห็นคอนเทนต์ได้ตามปกติหรือไม่

  • หรือเป็นโหมดซ่อนหน้าจอแบบเต็มรูปแบบ

  • มีการตั้งค่าปรับระดับมุมมองได้หรือไม่

โดยปกติแล้ว เทคโนโลยีหน้าจอกันคนแอบมองในตลาดปัจจุบันมักใช้หลักการจำกัดมุมมอง (Viewing Angle Restriction) คือมองเห็นชัดเฉพาะมุมตรงหน้า แต่คนด้านข้างจะเห็นภาพมืดหรือเบลอ

หาก Samsung ใช้แนวทางคล้ายกันแต่ทำผ่านซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ในตัวจอโดยตรง ก็อาจเป็นการพัฒนาที่น่าสนใจมาก


แก้ปัญหาจริง ไม่ใช่แค่อัปเกรดตัวเลข

ก่อนหน้านี้ Ice Universe แหล่งข่าวสาย Samsung ที่มีความแม่นยำสูง เคยระบุว่า Privacy Screen จะเป็นฟีเจอร์ที่ “แก้ปัญหาจริง” ต่างจากการอัปเกรดแบบตัวเลข เช่น

  • รีเฟรชเรตสูงขึ้น

  • ความสว่างสูงสุดเพิ่มขึ้น

  • ตัวเลขสเปกที่ผู้ใช้ทั่วไปแทบไม่รู้สึกต่าง

Privacy Screen กลับเป็นฟีเจอร์ที่แตะชีวิตประจำวันโดยตรง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่คนต้องเดินทางด้วยรถสาธารณะ


ทำไมฟีเจอร์นี้ถึงสำคัญกับ Galaxy S26 Ultra?

มีรายงานว่าซีรีส์ Galaxy S26 โดยรวมมียอดพรีออเดอร์ต่ำกว่าที่คาด แต่รุ่น Ultra ยังมีโอกาสเป็นตัวแบกยอดขาย

การมีฟีเจอร์ที่แตกต่างอย่างชัดเจน เช่น Privacy Screen อาจช่วย:

  • กระตุ้นให้ผู้ใช้รุ่นเก่าอัปเกรด

  • สร้างภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย

  • แตกต่างจากคู่แข่งในตลาดเรือธง

โดยเฉพาะเมื่อผู้ใช้ให้ความสำคัญกับข้อมูลส่วนตัวมากขึ้นทุกปี


เปิดโอกาสสู่ Ecosystem ด้านความปลอดภัย

ถ้าเทคโนโลยีนี้ได้รับความนิยม อาจขยายไปไกลกว่าการแค่ซ่อนแชตจากคนข้าง ๆ

ตัวอย่างที่มีการพูดถึงคือ:

  • แอปธนาคารร่วมมือกับ Samsung เพื่อเปิดโหมด Privacy อัตโนมัติ

  • แอปคริปโตซ่อน Private Key หรือข้อมูลสำคัญทันที

  • ระบบอีเมลองค์กรเปิดโหมดป้องกันในที่สาธารณะ

พูดง่าย ๆ คือ Privacy Screen อาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบความปลอดภัยระดับแอประบบ (System-level security feature)


ใช้งานจริงจะเวิร์กแค่ไหน?

คำถามสำคัญคือ ฟีเจอร์นี้จะ:

  • ทำงานได้ดีในทุกสภาพแสงหรือไม่

  • กระทบความสว่างหรือคุณภาพสีหรือเปล่า

  • ใช้พลังงานเพิ่มขึ้นหรือไม่

ถ้าต้องเปิดโหมดตลอดเวลาแล้วกินแบตมากเกินไป อาจทำให้ผู้ใช้ไม่เปิดใช้งานจริง


สถานที่ที่ฟีเจอร์นี้ตอบโจทย์ที่สุด

  • รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน

  • รถบัส

  • สนามบิน

  • ร้านกาแฟ

  • ที่ทำงานแบบเปิด (Open Office)

ในพื้นที่เหล่านี้ การแชตงาน อ่านอีเมล หรือโอนเงิน มักมีคนอยู่ใกล้ตลอดเวลา


สรุปภาพรวม Galaxy S26 Ultra Privacy Screen

  • ฟีเจอร์ชื่อ “Zero-peeking privacy”

  • เปิดใช้งานได้ด้วยปุ่มแตะครั้งเดียว

  • หน้าจอจะมืดสำหรับคนรอบข้าง

  • ตั้งเป้าเป็นจุดขายหลักในงาน Galaxy Unpacked

  • อาจต่อยอดสู่ความร่วมมือกับแอปธนาคารและคริปโต

แม้ตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดเชิงเทคนิคทั้งหมด แต่ Privacy Screen ของ Galaxy S26 Ultra ดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่จับต้องได้มากที่สุดในรอบหลายปี

ในยุคที่ข้อมูลส่วนตัวมีมูลค่ามหาศาล การป้องกันสายตาคนรอบข้างอาจกลายเป็นเรื่องพื้นฐานของสมาร์ตโฟนยุคใหม่

ต้องรอดูในงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการว่า Samsung จะอธิบายเทคโนโลยีนี้อย่างไร และมันจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาดหรือไม่