รับแอปรับแอป

ตะลุยอีสาน 9 โลเคชันสุดว้าว ธรรมชาติ-วัฒนธรรม-สายชิล ครบจบในทริปเดียว

ณรงค์เดช สุขุม01-30

เปิดทริปอีสาน: ภูเขา หมอก วัดสวย และวิถีท้องถิ่นสุดมีเสน่ห์

ภาคอีสานคือภูมิภาคที่ยิ่งรู้จักก็ยิ่งหลงรัก ทั้งเรื่องวัฒนธรรมที่เก่าแก่ วิถีชีวิตเรียบง่าย และอาหารพื้นถิ่นรสเด็ดที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร

รอบนี้เราพาออกเดินทางไปเช็กอิน 9 จุดหมายยอดฮิตภาคอีสาน ที่รวมทุกสไตล์เที่ยวไว้ในทริปเดียว ตั้งแต่ธรรมชาติสุดอลัง วัดสายบุญ ไปจนถึงหมู่บ้านและถนนคนเดินที่อบอวลด้วยบรรยากาศท้องถิ่น

เตรียมกล้อง เตรียมใจ แล้วออกไปให้อีสานทำให้คุณหลงรักแบบไม่ทันตั้งตัวกันเลย

1. วัดป่าภูก้อน จ.อุดรธานี – วิหารฟ้าครามกลางผืนป่า

เริ่มทริปด้วยการไปเติมพลังใจที่ วัดป่าภูก้อน หนึ่งในแลนด์มาร์กสายบุญของอุดรธานี จุดเด่นคือ “พระวิหารพระพุทธไสยาสน์” สีฟ้าสดที่ตั้งเด่นบนเนินเขา รายล้อมด้วยป่าสงวนในอำเภอนายูง บรรยากาศเงียบสงบและร่มรื่นมาก

ภายในพระวิหารเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี” พระพุทธรูปปางไสยาสน์ แกะสลักจากหินอ่อนสีขาวสะอาดตายาวกว่า 20 เมตร เป็นองค์ที่พุทธศาสนิกชนให้ความเคารพ ศรัทธา และนิยมเดินทางมากราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล

พื้นที่รอบวัดเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่และพันธุ์ไม้หลากชนิด เหมาะกับการเดินชิล สูดอากาศดี ๆ และปล่อยใจให้เบาสบาย วัดนี้จึงเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ไม่ควรพลาดเมื่อมีโอกาสมาเยือนอุดรธานี

ที่อยู่: 99 ตำบล บ้านก้อง อำเภอ นายูง อุดรธานี 41380 ไทย

เวลาเปิด: ทุกวัน 08:30–17:00

2. หินสามวาฬ จ.บึงกาฬ – ยืนบนหลังวาฬ ชมวิวล้านดาว

พูดถึงบึงกาฬ หลายคนจะนึกถึง “หินสามวาฬ” ก่อนเป็นอันดับแรก ที่นี่คือหนึ่งใน UNSEEN Thailand ที่ต้องมาเห็นกับตาให้ได้สักครั้ง

หินสามวาฬอยู่บนภูสิงห์ อำเภอเมืองบึงกาฬ มีลักษณะเป็นหินก้อนใหญ่ 3 ก้อนเรียงกัน มองไกล ๆ คล้ายฝูงปลาวาฬ บางคนเปรียบว่าเป็นครอบครัววาฬ พ่อ แม่ และลูก อยู่เคียงกันอย่างสง่างาม

ความน่าทึ่งไม่ได้มีแค่รูปร่าง แต่ยังรวมถึงอายุของหินที่คาดว่ามีมากถึง ราว 75 ล้านปี เป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ควรค่ากับการเดินทางมาสัมผัสด้วยตัวเอง

ช่วงเช้ามืดหรือก่อนพระอาทิตย์ขึ้นคือเวลาทองของการมาชมวิวที่นี่ ฟีลคือยืนอยู่บนหลังวาฬ มองพระอาทิตย์โผล่ขึ้นมาจากขอบฟ้าแบบพาโนรามา งดงามจนลืมเวลา

ที่อยู่: ตำบล โคกก่อง อำเภอเมืองบึงกาฬ บึงกาฬ 38000 ไทย

เวลาเปิด: ทุกวัน 05:00–17:00

3. ถ้ำนาคา จ.บึงกาฬ – ตามรอยพญานาคท่ามกลางป่าศักดิ์สิทธิ์

ยังอยู่ที่บึงกาฬกับอีกหนึ่งโลเคชันสุดขลังอย่าง ถ้ำนาคา ภายในอุทยานแห่งชาติภูลังกา ที่ขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์และความลึกลับของธรรมชาติ

จุดเด่นของที่นี่คือ หินลักษณะคล้ายหัวงูยักษ์ พร้อมผิวหินที่ดูเหมือนเกล็ดงูแบบสมจริง จนกลายเป็นสถานที่ที่ผู้ศรัทธาในพญานาคนิยมเดินทางมาขอพร เสริมความเป็นสิริมงคลให้ชีวิต

เส้นทางขึ้นถ้ำนาคาเป็นทางเดินป่าที่ต้องใช้แรงกายพอสมควร แต่ระหว่างทางก็มีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ คอยดูแล ช่วยแนะนำ และอำนวยความสะดวก นักท่องเที่ยวจึงได้ทั้งออกกำลังกาย เรียนรู้เรื่องธรรมชาติ และซึมซับบรรยากาศเงียบสงบ ปนความศรัทธาไปพร้อมกัน

ที่อยู่: ตำบล โพธิ์หมากแข้ง อำเภอ บึงโขงหลง บึงกาฬ 38220 ไทย

เวลาเปิด: -

4. ถนนคนเดินเชียงคาน จ.เลย – เดินชิลริมน้ำโขง สไตล์สโลว์ไลฟ์

ใครหลงรักเมืองเล็ก ๆ บรรยากาศคลาสสิก ต้องแวะ ถนนคนเดินเชียงคาน จุดเช็กอินสุดฮิตริมแม่น้ำโขงที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของวัฒนธรรมท้องถิ่น

ช่วงฤดูหนาวคือเวลาที่เชียงคานน่าเที่ยวที่สุด อากาศเย็นสบาย เดินเล่นรับลมริมแม่น้ำได้แบบเพลิน ๆ ฟีลสโลว์ไลฟ์สุด ๆ

ไฮไลต์สำคัญของถนนคนเดินแห่งนี้ ได้แก่

  • บ้านไม้เก่าที่เรียงรายตลอดแนวถนน ติดริมโขง ถ่ายรูปออกมาได้ฟีลวินเทจมาก

  • บริการเช่าจักรยานปั่นชมเมืองแบบใกล้ชิด เติมความชิคให้ทริปได้แบบง่าย ๆ

สำหรับสายกินและสายช็อป ที่นี่คือสวรรค์

  • อาหารพื้นเมืองสุดแซ่บ

  • ของว่างท้องถิ่นน่าลอง

  • ของฝากและงานแฮนด์เมดสุดน่ารัก

เดินไปกินไป เลือกซื้อของติดไม้ติดมือกลับบ้าน รับรองว่าไม่มีใครกลับมือเปล่าแน่นอน

ที่อยู่: ชายโขง ตำบล เชียงคาน อำเภอ เชียงคาน เลย 42110 ไทย

เวลาเปิด: ทุกวัน 17:00–22:00

5. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย – สายลุยต้องพิชิตสักครั้งในชีวิต

ชื่อของ ภูกระดึง คือหนึ่งในลิสต์ที่หลายคนบอกว่าต้องไปให้ได้สักครั้ง เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ อากาศเย็นสบายแทบตลอดปี

ไฮไลต์ของที่นี่คือการ เดินเท้าพิชิตยอดภูกระดึง ระหว่างทางคุณจะได้เจอทั้งป่าเขียวขจี ลำธารใส และจุดพักชมวิวมากมาย ได้ทักทายเพื่อนร่วมทางที่มีจุดหมายเดียวกัน บรรยากาศทั้งเหนื่อย ทั้งมัน ทั้งอบอุ่นในคราวเดียว

เมื่อขึ้นไปถึงยอดภูแล้ว สิ่งที่ห้ามพลาดคือการตื่นแต่เช้าไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ “ผานกแอ่น” หมอกยามเช้าที่ลอยคลอเคลียอยู่เบื้องล่างกับแสงอาทิตย์แรกของวันคือภาพที่สวยจนต้องหยิบกล้องขึ้นมาเก็บทุกช็อต เป็นโมเมนต์ที่หลายคนบอกว่า “เหนื่อยแต่คุ้ม” แบบเต็มสิบไม่หัก

ที่อยู่: หมู่ที่ 1 บ้านศรีฐาน ตำบล ศรีฐาน อำเภอ ภูกระดึง เลย 42180 ไทย

เวลาเปิด: ทุกวัน 06:00–13:00

6. เขายายเที่ยง จ.นครราชสีมา – ดูกังหันลมยักษ์ ชมวิวเขื่อนสุดปัง

ใครอยากได้ฟีลไปเที่ยวต่างประเทศแบบไม่ไกลกรุง ลองปักหมุดมาที่ เขายายเที่ยง หนึ่งในจุดหมายสุดฮิตของนครราชสีมา ที่รวมทั้งวิวเขื่อนและกังหันลมขนาดยักษ์ไว้ในที่เดียว

จากมุมสูงคุณจะได้เห็น

  • อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่แบบมุมกว้าง

  • กังหันลมสีขาวเรียงรายอย่างสวยงาม

  • ลมเย็น ๆ โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาว บรรยากาศดีแบบไม่ต้องใช้ฟิลเตอร์

กิจกรรมยอดนิยมคือการปั่นจักรยานชมวิวรอบเขื่อนลำตะคอง ได้ทั้งออกกำลังกาย ได้ทั้งรูปสวย ฟีลเหมือนไปต่างประเทศเบา ๆ

จุดชมวิวผายายเที่ยงก็เป็นอีกหนึ่งมุมฮิต เอาไว้ถ่ายรูปให้เห็นทั้งเขื่อนและธรรมชาติรอบ ๆ แบบเต็มเฟรม ใครชอบภาพวิวอลัง ๆ ห้ามพลาด

ที่อยู่: ตำบล คลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว นครราชสีมา 30340 ไทย

เวลาเปิด: ทุกวัน 06:00–18:00

7. สามพันโบก จ.อุบลราชธานี – แกรนด์แคนยอนแม่น้ำโขง

มาอุบลราชธานีแล้วไม่แวะ สามพันโบก ถือว่าพลาดของดีอย่างแรง ที่นี่คือแก่งหินขนาดใหญ่ริมแม่น้ำโขง เกิดจากการถูกน้ำวนกัดเซาะเป็นเวลานานจนเกิดเป็นแอ่งและหลุมรูปร่างต่าง ๆ มากมาย

คำว่า “โบก” ในภาษาอีสานหมายถึง “หลุม” และเมื่อสำรวจแล้วพบว่ามีหลุมและแอ่งต่าง ๆ มากกว่า 3,000 หลุม จึงกลายเป็นที่มาของชื่อ “สามพันโบก” นั่นเอง

ความสนุกของการมาเที่ยวที่นี่คือการเดินสำรวจรูปร่างของหินที่แปลกตา

  • บางหลุมคล้ายหัวมิกกี้เมาส์

  • บางมุมเหมือนรูปหัวใจ

  • หรือบางแห่งดูเหมือนใบหน้าคน

เลยกลายเป็นโลเคชันถ่ายรูปยอดนิยมที่โพสท่าได้ไม่ซ้ำกันสักช็อต

ทริกสำคัญ:

  • ควรมาในช่วงฤดูแล้งประมาณเดือน ธันวาคม–พฤษภาคม

  • ช่วงนี้ระดับน้ำโขงจะลดลง ทำให้เห็นแก่งหินชัดเจน

  • เดินชมได้สะดวกและปลอดภัยกว่า

ที่อยู่: QCQ6+V5Q ตำบล สองคอน อำเภอ โพธิ์ไทร อุบลราชธานี 34340 ไทย

เวลาเปิด: -

8. อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จ.อุบลราชธานี – ป่า ภู และภาพเขียนสี 3,000 ปี

ต่อกันที่ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อีกหนึ่งไฮไลต์ของอุบลราชธานี ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์ป่านานาชนิด เหมาะกับสายธรรมชาติที่อยากมาพักใจ พักกายแบบจริงจัง

จุดเช็กอินที่ต้องไปให้ได้คือ “เสาเฉลียง” เสาหินทรงแปลกตาขนาดใหญ่ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของผาแต้ม ใครมาถึงแล้วไม่ถ่ายรูปคู่นี่ถือว่ามาไม่ถึง

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้คือ “ภาพเขียนสีโบราณ” บนผนังหินริมผา ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่าราว 3,000 ปี รวมกันกว่า 300 ภาพ เต็มไปด้วยเรื่องราวและความลึกลับในอดีต เหมาะกับสายประวัติศาสตร์และคนที่ชอบดูงานศิลป์แบบดั้งเดิม

สำหรับใครที่อยากนอนฟังเสียงลมและเสียงธรรมชาติแบบใกล้ชิด อุทยานฯ มีลานกางเต็นท์ให้บริการ ตื่นเช้ามา ชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือแม่น้ำโขง วิวอลังการจนลืมหยิบโทรศัพท์มาเล่นเลยทีเดียว

ที่อยู่: 9GX5+F2R ตำบล ห้วยไผ่ อำเภอ โขงเจียม อุบลราชธานี 34220 ไทย

เวลาเปิด: ทุกวัน 05:00–18:00

9. อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์ – ความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมขอม

ปิดท้ายทริปอีสานด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์ที่ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ดินแดนที่เต็มไปด้วยเรื่องราวเก่าแก่และมนต์เสน่ห์ของโบราณสถาน

ไฮไลต์หลักคือ “ปราสาทหินพนมรุ้ง” ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยศิลปะขอมโบราณอย่างประณีตงดงามในทุกรายละเอียด ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้ง ซึ่งเป็นภูเขาไฟดับแล้ว ทำให้ได้ทั้งวิวสูง และบรรยากาศขลังแบบจัดเต็ม

ตัวปราสาทให้ฟีลทั้งสงบ สง่า และลึกลับในเวลาเดียวกัน สะท้อนความรุ่งเรืองของอารยธรรมยุคก่อนอย่างชัดเจน เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่ใครเห็นแล้วต้องร้องว้าวทันที

ที่อยู่: หมู่ที่ 7 114 ตำบล ตาเป๊ก อำเภอ เฉลิมพระเกียรติ บุรีรัมย์ 31110 ไทย

เวลาเปิด: ทุกวัน 07:00–18:00

สรุปทริปอีสาน: หนาวนี้อย่าปล่อยให้วันหยุดว่างเปล่า

อีสานไม่ใช่แค่ดินแดนแห่งเสียงหมอลำหรืออาหารแซ่บ แต่คือ ภูเขา สายหมอก วัดสวย วิวโขง และวิถีพื้นบ้าน ที่รวมกันแล้วกลายเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวแบบที่ที่อื่นให้ไม่ได้

ถ้าคุณยังไม่มีแพลนวันหยุด แต่อยากสัมผัสลมหนาวและทิวทัศน์สวย ๆ ลองให้ภาคอีสานเป็นคำตอบดูสักครั้ง รับรองว่าจะได้ทั้งความประทับใจ ภาพสวยในความทรงจำ และเรื่องเล่ากลับไปเพียบ

เก็บลิสต์ทั้ง 9 ที่นี้ไว้ แล้วค่อย ๆ เก็บแต้มทีละที่ ทริปหน้าอาจเป็นทริปที่ทำให้คุณตกหลุมรักอีสานแบบถอนตัวไม่ขึ้นก็ได้