ปักหมุด UEDA เมืองเล็กที่อร่อยไม่เล็ก
เมือง Ueda (上田) ในจังหวัด Nagano เป็นเมืองขนาดกะทัดรัดที่เดินสนุก ชิมเพลิน และช้อปของฝากมันมาก ๆ
นั่งชินคันเซ็นจากโตเกียวแค่ประมาณ 90 นาที ก็ได้หลุดเข้าอีกโลกที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายซามูไร วัดเก่าแก่ เมืองออนเซ็น และที่สุดคือ… ของกินท้องถิ่นอร่อยจนอยากอยู่ยาว
สายช้อป–สายกินเตรียมตัวให้ดี เพราะนี่คือ ลิสต์ 6 เมนู & ของฝากห้ามพลาดใน UEDA ที่ควรเก็บให้ครบในทริปเดียว
รู้จัก UEDA ให้มากขึ้นอีกนิด
เมือง Ueda (上田) จังหวัด Nagano อยู่แทบจะกึ่งกลางประเทศญี่ปุ่นพอดีเลย
ที่นี่มีทั้งประวัติศาสตร์เข้มข้นและบรรยากาศชิล ๆ ให้เดินเล่น ทั้งวัดวา ศาลเจ้า และโซนออนเซ็นสำหรับคนอยากแช่น้ำร้อนพักร่าง
Ueda ยังถูกขนานนามว่าเป็น เมืองซามูไรแห่งตระกูลซานาดะ (真田家 Sanada-ke) ตำนานดังประจำจังหวัดนากาโนะ โดยเฉพาะ ซานาดะ ยูคิมุระ (真田幸村) หรือซานาดะ โนบุชิเงะ นักรบชื่อดังยุคเซ็นโกคุ
เดิน ๆ อยู่รอบเมืองจะเห็นสัญลักษณ์เหรียญ 6 เหรียญ ซึ่งเป็นตราประจำตระกูลซานาดะ และกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของเมืองนี้ไปแล้วด้วย
1. Oidare Yakitori ไก่ย่างซอสลับประจำเมือง UEDA
เมนูท้องถิ่นที่ต้องยกให้เป็นตัวแทนความอร่อยของ Ueda คือ “โออิดาเระยากิโทริ” (Oidare Yakitori)
ไก่เสียบไม้ย่างหอม ๆ ที่ราดด้วยซอสสูตรพิเศษของเมืองนี้โดยเฉพาะ กลิ่นเครื่องเทศชัดเจน รสเข้มข้น เค็มหวานกลมกล่อม กินกับเนื้อไก่ย่างร้อน ๆ แล้วฟินมาก
จุดเด่นคือรสชาติแบบนี้จะเจอได้เฉพาะที่ Ueda เท่านั้น ใครมาแล้วไม่ลองถือว่าพลาดของจริง
ในเมืองมีหลายร้านที่ขายเมนูนี้ หนึ่งในร้านยอดนิยมที่คนท้องถิ่นแนะนำคือร้านอิซากายะบรรยากาศกันเองที่เสิร์ฟ Oidare Yakitori เป็นเมนูประจำร้าน เหมาะมากสำหรับคนอยากนั่งชิลกินไก่ย่างคู่เครื่องดื่มเย็น ๆ หลังเที่ยวทั้งวัน
2. Misuzu-Ame จาก Iijima Shoten ของฝากหวานละมุนที่อยู่คู่เมืองมากว่า 100 ปี
ใครกำลังมองหา ของฝากประจำ Ueda ต้องไม่พลาดขนม Misuzuame (みすず飴) จากร้าน Iijima Shoten
นี่คือขนมเจลลี่ผลไม้ในตำนานที่อยู่คู่เมืองตั้งแต่ปลายยุคเมจิ และยังฮิตต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน รวมอายุเกิน 100 ปี แล้วแบบสวย ๆ
จุดเด่นของ Misuzu-Ame
ใช้ผลไม้สดนำมาแปรรูปเป็นเจลลี่ เพื่อยืดอายุและเก็บรสชาติให้ได้มากที่สุด
ห่อด้วยแผ่น Oblaat (オブラート) แผ่นใส ๆ บาง ๆ ทำจากแป้ง ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส เอาไว้ห่อเจลลี่ไม่ให้ติดบรรจุภัณฑ์ และสามารถกินไปพร้อมกันได้เลย
ตัวร้านเองก็น่าแวะมาก เพราะอาคารคลาสสิกมาก ๆ กลิ่นอายยุคไทโชชัดเจน จนกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง Ueda ไปแล้ว
ด้านในมีสินค้าแปรรูปจากผลไม้หลากหลาย
เจลลี่ผลไม้หลากรสชาติ
แยมจากผลไม้ท้องถิ่น
ขนมพรีเมียมสไตล์คลาสสิก
เหมาะสุด ๆ สำหรับซื้อกลับไปฝากคนที่บ้าน หรือซื้อเก็บไว้กินเองระหว่างนั่งรถไฟต่อไปเมืองอื่น
3. Ohnishi ร้านชินชูโซบะเส้นสดในอาคารเก่าบรรยากาศดี
ถ้ามาเดินเล่นที่ย่าน Yanagimachi แล้วเริ่มหิว แนะนำให้เลี้ยวเข้าร้าน Ohnishi ร้านชินชูโซบะชื่อดังประจำเมือง Ueda
ร้านนี้ตั้งอยู่ในอาคารเก่าที่เคยเป็นร้านขายส่งผ้าไหมมาก่อน ก่อนจะถูกแปลงร่างเป็นร้านโซบะบรรยากาศอบอุ่นที่คนท้องถิ่นรักมาก
ที่ Ueda ขึ้นชื่อเรื่องน้ำดี ที่ไหนน้ำดี โซบะมักจะอร่อยเสมอ เส้นโซบะของที่นี่ทำสดใหม่ กินแบบโซบะเย็นแล้วฟินสุด ๆ
สามารถเลือกท็อปปิ้งได้ตามใจ เช่น
เซ็ตเนื้อเป็ด กลิ่นหอม เนื้อนุ่ม กินคู่เส้นโซบะเย็นแล้วเข้ากันดีมาก
เทมปุระเห็ดต่าง ๆ เคี้ยวเพลิน แป้งบางกรอบกำลังดี
บรรยากาศร้านออกแนวโบราณหน่อย ๆ แต่สบายตา นั่งกินแล้วรู้สึกเหมือนย้อนยุคเบา ๆ ใครเป็นสายโซบะต้องจดร้านนี้ไว้ในลิสต์ให้แน่น
4. Yanagimachi ya ทาร์ตไข่แอปเปิ้ลที่ “ต้องกินที่ร้านเท่านั้น”
ทาร์ตไข่แอปเปิ้ล อร่อยที่สุดตอนเพิ่งอบเสร็จ
เดินเล่นบนถนน Yanagimachi ถ้าไม่แวะร้านนี้คือเหมือนมาไม่ถึงเลยทีเดียว ร้านนี้คือ Yanagimachi ya หรือ Co・LABO SHOP ที่หลายคนเรียกสั้น ๆ ว่า ร้านพายแอปเปิ้ล
ร้านนี้เน้นใช้ แอปเปิ้ลซึ่งเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัด มาแปรรูปเป็นขนมหลากชนิด ทั้งน่ากินทั้งน่าซื้อกลับ
ของเด่นของร้านมีทั้ง
โดรายากิไส้แอปเปิ้ล นุ่ม หอมหวาน เป็นของฝากที่พกง่าย
ทาร์ตไข่แอปเปิ้ล ที่ใช้แอปเปิ้ลสายพันธุ์ Sanada Red Apple ปลูกในเมืองนี้โดยเฉพาะ
ทาร์ตไข่แอปเปิ้ลของที่นี่ แนะนำให้กินที่ร้านเลย ตอนที่ยังอุ่น ๆ ใหม่ ๆ แป้งด้านนอกหอมกรอบ ส่วนไส้ไข่เนียนนุ่ม ตัดกับความฉ่ำของแอปเปิ้ล ได้รสชาติบาลานซ์แบบกำลังดี
5. Wakabayashi Sake Brewery เรียนรู้สาเกและสินค้าแปรรูปจากข้าว
ใครอยากสัมผัสวัฒนธรรมการดื่มแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ต้องลองแวะ Wakabayashi Sake Brewery โรงงานสาเกที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1896
ที่นี่บริหารโดยผู้หญิงรุ่นที่ 5 ซึ่งถือว่าไม่ธรรมดาในวงการโรงสาเกญี่ปุ่น และอาคารที่ใช้ทำการผลิตก็มีอายุกว่า 120 ปี แล้ว
ภายในโรงงานจะได้เรียนรู้ตั้งแต่
วัตถุดิบท้องถิ่นจากข้าวที่นำมาใช้ผลิต
ขั้นตอนการทำสาเกแต่ละแบบ
ฤดูกาลที่เหมาะกับการผลิตสาเกชนิดต่าง ๆ
การชิมและพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องรสชาติของผลิตภัณฑ์
แบรนด์หลักของที่นี่คือ Tsukiyoshino ที่ใช้สัญลักษณ์ พระจันทร์และดอกซากุระ เป็นโลโก้ ดีไซน์ใหม่ทำให้ภาพลักษณ์ดูทันสมัยขึ้น แต่ยังคงความคลาสสิกสไตล์ญี่ปุ่นอยู่ครบ
ระหว่างการเยี่ยมชม ไม่ได้แค่ชิมสาเกอย่างเดียว แต่ยังได้เห็นมุมมองของคนญี่ปุ่นที่ว่า
การดื่มสาเกหลังอาหารเป็นเหมือนวัฒนธรรมประจำครอบครัว
ช่วงปีใหม่ของชาว Nagano ยังมีการเฉลิมฉลองด้วยการดื่มสาเกแบบเฉพาะ ซึ่งเรียกว่า โนมูไกสาเก
นอกจากสาเกแล้ว ที่นี่ก็ยังนำผลไม้มาแปรรูปเป็นน้ำผลไม้ 100% เพื่อจำหน่ายอีกด้วย เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้ประสบการณ์แบบท้องถิ่นแท้ ๆ ไม่ใช่แค่มาถ่ายรูปแล้วกลับ
ค่าใช้จ่ายตัวอย่าง
ชิมสาเกที่ Wakabayashi Brewing (ประมาณ 1 ชั่วโมง) = 2,700 เยน/คน
การเดินทางคร่าว ๆ
นั่งรถไฟสาย Ueda Dentetsu Bessho Line จากสถานี Ueda
ลงที่สถานี Nakano แล้วเดินต่อไปตามแผนที่
6. Ankake Yakisoba (あんかけ焼きそば) เมนูหมี่กรอบราดซอสที่คนท้องถิ่นรัก
ประวัติของเมนูนี้ใน Ueda มีจุดเริ่มต้นจากร้านอาหารจีนชื่อ “ฟุคุโชเทย์ (福昇亭)” ที่เปิดในย่านโกนโด เมืองนากาโนะ ตั้งแต่ปีไทโชที่ 13 (ค.ศ. 1924)
หลังจากนั้น ร้านที่เสิร์ฟ Ankake Yakisoba ก็เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นอีกหนึ่งอาหารท้องถิ่นที่ชาวเมืองกินกันเป็นเรื่องปกติ
จานนี้คือ หมี่ผัดหรือหมี่ทอดราดซอสข้นแบบอันคาเกะ ใส่ผัก เนื้อสัตว์และท็อปปิ้งต่าง ๆ แล้วแต่สไตล์ของแต่ละร้าน
สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของ Ankake Yakisoba สไตล์ Ueda คือ
ก่อนกินจะมีการราดมัสตาร์ดที่ผสมกับน้ำส้มสายชูลงไปด้านบน
จากนั้นคลุกให้เข้ากันจนซอสและเส้นรวมตัวกันดี
รสชาติจะตัดเลี่ยนขึ้น มีทั้งความเปรี้ยวเล็ก ๆ เผ็ดอ่อน ๆ หอมมัสตาร์ด ช่วยให้กินหมดจานแบบไม่รู้ตัว
เมนูนี้สามารถหากินได้หลายร้านทั่วเมือง Ueda ใครเป็นสายหมี่–สายเส้น ต้องเผื่อท้องไว้ลองให้ได้
สรุป: มา UEDA ทั้งที ต้องเก็บให้ครบทั้งกิน–ช้อป–เรียนรู้
Ueda อาจเป็นเมืองไม่ใหญ่มาก แต่เรื่องของกินและของฝากนี่ แน่นทุกมุมถนน
จากไก่ย่างซอสลับ Oidare Yakitori, เจลลี่ผลไม้เก่าแก่ Misuzu-Ame, โซบะเส้นสดในอาคารเก่า, ทาร์ตไข่แอปเปิ้ลจาก Sanada Red Apple, โรงสาเกที่พาเราเข้าใจวิถีชีวิตคนญี่ปุ่น ไปจนถึง Ankake Yakisoba ราดมัสตาร์ดสไตล์ท้องถิ่น
ถ้าได้แวะมา UEDA อย่าลืมพกท้องว่าง ๆ กับกระเป๋าเผื่อใส่ของฝากกลับบ้านไว้เยอะ ๆ เพราะมีแต่ของที่ “ชิมแล้วจะคิดถึงเมืองนี้ไปอีกนาน” จริง ๆ

