รับแอปรับแอป

หยุดยาว 3 วัน 3 เกาะตราดแตก! เงินสะพัด 300 ล้าน เปิดฤดูกาลเที่ยวทะเลแบบจัดเต็ม

ณัฐวุฒิ วงศ์ดี01-30

หยุดยาวทีไร เกาะตราดคือที่ต้องไป

หยุดยาว 3 วันทีไร เกาะฝั่งตราดอย่าง เกาะช้าง เกาะกูด และเกาะหมาก ก็กลับมาคึกคักทันที นักท่องเที่ยวไทยแห่จองที่พักกันแน่นแทบทุกรีสอร์ต คาดว่าทริปเดียวเงินสะพัดแตะ 300 ล้านบาท เลยทีเดียว

จากการประเมินภาพรวมการท่องเที่ยวช่วงวันหยุด “วันนวมินทรมหาราช” ระหว่างวันที่ 11-13 ตุลาคม 2568 พบว่า จังหวัดตราดยังคงเป็น หมุดหมายยอดฮิต สำหรับคนที่อยากหนีเมืองไปพักทะเลสวย น้ำใส และบรรยากาศสงบๆ

ตัวเลขนักท่องเที่ยว-เงินไหลเข้า สวยแบบมีสถิติรองรับ

ตามการคาดการณ์ของหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว พบว่า

  • ผู้เยี่ยมเยือนรวมทั้งหมดราว 24,661 คน-ครั้ง

  • นักท่องเที่ยวไทยประมาณ 20,638 คน-ครั้ง

  • นักท่องเที่ยวต่างชาติราว 4,023 คน-ครั้ง

  • รายได้จากการท่องเที่ยวรวมราว 187.08 ล้านบาท

  • อัตราการเข้าพักเฉลี่ย (OR) ประมาณ 66.97%

  • จำนวนห้องพักทั้งหมดในพื้นที่กว่า 11,299 ห้อง กระจายอยู่ในที่พักราว 410 แห่ง

  • นักท่องเที่ยวพักเฉลี่ย 2 คืน

  • ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อวันอยู่ที่ประมาณ 2,911 บาท

แม้ตัวเลขผู้เยี่ยมเยือนและรายได้จะหดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปี 2567 แต่จากสถานการณ์จริงช่วง 11-13 ตุลาคม กลับพบว่านักท่องเที่ยวจำนวนมากยังคงหลั่งไหลเข้าสู่ตราด โดยเฉพาะ เกาะกูด เกาะหมาก และเกาะช้าง อีกทั้งแนวโน้มค่าใช้จ่ายต่อหัวต่อวันก็มีทิศทางสูงขึ้น จึงประเมินได้ว่ามีเม็ดเงินสะพัดรวมราว 300 ล้านบาท ขณะที่ที่พักส่วนใหญ่ถูกจองเต็มเป็นส่วนมาก โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวไทย

ทำไม 3 เกาะตราดยังฮอตไม่เลิก?

ปัจจัยที่ทำให้ตราดยังเป็น “ดาวเด่นทะเลตะวันออก” มีหลายข้อที่สายเที่ยวต้องจดไว้

  • หยุดยาวต่อเนื่อง: คนไทยพร้อมออกทริปทันทีที่มีวันหยุดติดกันหลายวัน

  • ธรรมชาติยังสมบูรณ์: เกาะช้าง เกาะกูด เกาะหมาก ทะเลยังใส ชายหาดยังสวย เงียบสงบกว่าหลายที่

  • เข้าช่วงต้นไฮซีซั่น: ลมเย็น ฟ้าเปิด ฝนซา น้ำทะเลสีสวย ถ่ายรูปมุมไหนก็รอด

  • ของกินทะเลเด็ดมาก: ซีฟู้ดสดๆ ปรุงกันใหม่ๆ กลายเป็นจุดดึงดูดไม่แพ้หาด

  • ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย: แม้จะมีข่าวสถานการณ์ชายแดนในพื้นที่ใกล้เคียง แต่บรรยากาศการท่องเที่ยวในตราดยังถูกมองว่าปลอดภัย และเดินทางได้ตามปกติ

สรุปคือ คนไทยยังเชื่อใจและเลือกตราดเป็นจุดหมายพักร้อนอยู่ดี

เปิดฤดูกาลเที่ยวตราด 4 โซน 4 สไตล์

ตราดไม่ได้มีดีแค่ “ทะเลสวย” แต่ยังจัดธีมการท่องเที่ยวแต่ละพื้นที่ให้ชัดเจน ใครชอบแบบไหน เลือกจองได้ตามสไตล์ตัวเอง

4 พื้นที่หลักที่เตรียมเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว มีดังนี้

  • เกาะหมาก – Low Carbon Destination
    เกาะหมากถูกวางให้เป็นต้นแบบแหล่งท่องเที่ยวโลว์คาร์บอนแห่งแรกของไทย เน้นท่องเที่ยวแบบใส่ใจสิ่งแวดล้อม ใช้พลังงานอย่างพอดี และลดรอยเท้าคาร์บอนของนักท่องเที่ยว

    ฤดูกาลท่องเที่ยวของเกาะหมากเริ่มตั้งแต่ 11 ตุลาคม 2568 พร้อมงาน The Season Reloaded – Koh Mak Community Festival 2025 ที่เน้นกิจกรรมร่วมกับชุมชนบนเกาะอย่างคึกคัก

  • เกาะกูด – Nature & Wellness
    ใครสายธรรมชาติและรักสุขภาพ ต้องเล็งเกาะกูดไว้ให้ดี เพราะที่นี่เน้นคอนเซ็ปต์ “ธรรมชาติบำบัด+เวลเนส” ทั้งกิจกรรมพักผ่อนแบบเงียบสงบ และกิจกรรมกลางแจ้งสบายๆ

    เกาะกูดจะเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน 2568 พร้อมกับ ตลาดนัดกระบือบัส (ถนนคนเดิน) ที่ผสมผสานบรรยากาศท้องถิ่นเข้ากับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ สุขภาพ และเวลเนสได้อย่างลงตัว

  • เกาะช้าง – Sport Tourism สายลุยห้ามพลาด
    เกาะช้างสายเฮลตี้ต้องถูกใจ เพราะเน้นท่องเที่ยวเชิงกีฬาและกิจกรรมแอ็กทีฟ โดยจะเปิดฤดูกาลในวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 มาพร้อมอีเวนต์ใหญ่ “บิกินี่ รัน (Bikini Run)” ที่หาดไชยเชษฐ์ ใครอยากวิ่งริมทะเลแบบแซ่บๆ ต้องเกาะคิวดีๆ

    ยังมีการเสริมกิจกรรมรักษ์โลก ทั้ง พายซัพบอร์ดฟรี และกิจกรรมทางน้ำอีกเพียบ เหมาะกับคนที่อยากทั้งออกกำลังกาย ทั้งชมวิวทะเลสวยๆ ไปพร้อมกัน

  • ฝั่งเมืองตราด – Eco-Tourism สายอนุรักษ์ก็มี
    ไม่ได้มีดีแค่เกาะ เพราะฝั่งเมืองตราดเองก็พร้อมเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ที่ บ้านปูรีสอร์ท (บ้านท่าระแนะ) เน้นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แบบจริงจัง

    ไฮไลต์คือกิจกรรม

    • พายเรือคยักลัดเลาะป่าโกงกางและป่าตะบูนที่ชุมชนบ้านท่าระแนะ

    • เดินทางต่อไปชมจุดที่แคบที่สุดในประเทศไทย (ราว 450 เมตร) ที่อำเภอคลองใหญ่

    • ปิดท้ายด้วยการนอนดูดาวที่ Golden Cliff Beach Resort บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะมากสำหรับสายชิล

ต่างชาติเบรกทริป สูญรายได้กว่า 700 ล้าน

แม้ตลาดนักท่องเที่ยวไทยยังไปต่อได้สวย แต่ตลาดต่างชาติกลับเผชิญแรงสะเทือนสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มยุโรปที่เคยเป็นลูกค้าหลักของเกาะช้าง

มีการสอบถามไปยังหน่วยงานในประเทศอังกฤษเกี่ยวกับการเดินทางไปเกาะช้าง พบว่ามีการ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็นไปยังจังหวัดตราดและเกาะช้าง เนื่องจากถูกมองว่าอยู่ในพื้นที่ภายใต้กฎอัยการศึก

ผลกระทบที่ตามมาคือ

  • บริษัทประกันการเดินทางหลายแห่ง ปฏิเสธการคุ้มครอง นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าพื้นที่ดังกล่าว

  • นักท่องเที่ยวบางรายจองและจ่ายค่าที่พักที่เกาะช้างล่วงหน้าก่อน 60 วัน โดยไม่ทราบข้อจำกัดนี้ ทั้งที่ในพื้นที่จริงสถานการณ์บนเกาะยังคงปกติและสงบ

  • สายการบินที่บินเข้าตราดยังดำเนินการตามปกติ แต่บริษัทประกันบางเจ้าก็ยังไม่ปรับเงื่อนไขตามสถานการณ์จริง

ที่น่าสนใจคือ หน่วยงานในเยอรมนีกลับยังไม่ได้ประกาศให้เกาะช้างเป็นพื้นที่ที่ควรหลีกเลี่ยงแต่อย่างใด ทำให้เกิดความสับสนในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ

ภาพลักษณ์เสี่ยง vs ความจริงหน้างาน

ในมุมของหน่วยงานด้านท่องเที่ยว มีการหารือร่วมกับสำนักงานต่างประเทศ เพื่อหาทาง สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวยุโรป หลังเกิดกรณีที่ฝ่ายความมั่นคงประกาศให้พื้นที่ในระยะ 50 กิโลเมตรจากชายแดนเป็นเขตเสี่ยง ทำให้บริษัทประกันภัยหลายแห่งไม่กล้ารับทำประกัน

แม้จะเริ่มมีบางบริษัทที่ยอมรับประกันแล้ว แต่ความเสียหายรอบนี้ก็เกิดขึ้นไปก่อนแล้ว เพราะนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยเลือก ยกเลิกทริปเกาะช้างช่วงปลายปี ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของทะเลตราด

ผลที่ตามมา คือ

  • รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงอย่างหนัก

  • มีการประเมินว่าความเสียหายรวมสูงกว่า 700 ล้านบาท

ทั้งที่ในความเป็นจริง การเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในจังหวัดตราดและหมู่เกาะทะเลตราดยังคง ปลอดภัย ไม่ได้เป็นพื้นที่สู้รบเหมือนบางส่วนของภาคอีสาน มีเพียงพื้นที่ติดชายแดนกัมพูชาบางจุดเท่านั้นที่อยู่ในกรอบพิจารณาด้านความมั่นคง

ถ้าคิดจะไปตราดตอนนี้ ควรแพลนยังไงดี?

สำหรับสายเที่ยวที่เล็งเกาะฝั่งตราดไว้ในช่วงไฮซีซั่นนี้ ลองเช็กตามนี้ก่อนกดจอง

  • เลือกเกาะให้ตรงสไตล์

    • ชอบสายรักษ์โลก โลว์คาร์บอน → ไป เกาะหมาก

    • อยากชิลธรรมชาติ เน้นสุขภาพและเวลเนส → เล็ง เกาะกูด

    • อยากจัดกิจกรรมแนวกีฬา วิ่ง เล่นเซิร์ฟ พายบอร์ด → ต้อง เกาะช้าง

    • ชอบลุยธรรมชาติบนฝั่ง ป่าชายเลน ชุมชนท้องถิ่น → ไปโซน บ้านท่าระแนะ-คลองใหญ่

  • เช็กวันเปิดฤดูกาลแต่ละพื้นที่ให้ดี เพราะแต่ละเกาะมี “วันสตาร์ตฤดูกาล” ไม่ตรงกัน

  • ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือพาเพื่อนต่างชาติไป ควรเช็กเรื่อง ประกันการเดินทาง เพิ่มเติม ว่าคุ้มครองพื้นที่ตราดหรือไม่

สรุป: 3 เกาะตราดยังน่าไปเหมือนเดิม แค่ต้องแพลนให้ฉลาดกว่าเดิม

แม้ตลาดต่างชาติจะสะดุดไปบ้าง แต่ในมุมของนักท่องเที่ยวไทย นี่คือจังหวะทอง เพราะ

  • คนต่างชาติลดลง → หาดอาจจะไม่แน่นมากเกินไป

  • ทะเลยังสวยเหมือนเดิม ธรรมชาติยังสมบูรณ์

  • กิจกรรมใหม่ๆ ทั้งสายกีฬา เวลเนส และสายอนุรักษ์ ถูกจัดเต็มตลอดฤดูกาล

ใครกำลังหาทริปทะเลที่ได้ทั้งวิวดี อาหารเด็ด และยังช่วยกระจายรายได้ให้ชุมชนท้องถิ่นในตราดไปพร้อมกัน 3 เกาะตราดคือคำตอบที่ไม่ควรมองข้ามในช่วงหยุดยาวครั้งต่อไป