รับแอปรับแอป

“นั่งเล่นกาญ” ทำไมแค่หนึ่งเทศกาลดนตรี ถึงปั้นกาญจนบุรีให้กลายเป็นเมืองเทศกาลระดับประเทศ?

รัชพล ใจดี01-30

กาญจนบุรีจากเมืองประวัติศาสตร์ สู่สนามใหญ่ของเทศกาลดนตรี

เมื่อพูดถึงกาญจนบุรี ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงมักผูกกับเมืองประวัติศาสตร์ สะพานข้ามแม่น้ำแคว หรือธรรมชาติสุดอลังการ

แต่ตอนนี้จังหวัดกำลังเดินเกมใหม่ สร้าง “ภาพจำเวอร์ชันอัปเกรด” ให้กลายเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ แหล่งรวมอีเวนต์ และเมืองเทศกาลดนตรีระดับสากล

หัวหอกสำคัญของการเปลี่ยนภาพจำครั้งนี้ คือเทศกาลดนตรี “นั่งเล่นกาญ” ที่จะจัดขึ้นกลางเดือนกุมภาพันธ์

GMM SHOW จับมือกับผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผลักดันหนึ่งในเทศกาลดนตรีที่ว่ากันว่าจัดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในภาคตะวันตก ณ สวนไทรโยคแลนด์ จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์

เทศกาลที่ไม่จบแค่วันงาน แต่กลายเป็นแม่เหล็กให้ทั้งเมือง

“นั่งเล่นกาญ” ไม่ได้ถูกมองแค่ในฐานะเทศกาลดนตรีที่จัดแล้วก็จบไป แต่ถูกวางบทบาทให้เป็น “แม่เหล็กดึงคน” ตัวใหม่ของจังหวัด

เทศกาลนี้มีเป้าหมายชัดเจนในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีกำลังใช้จ่ายสูง กระตุ้นให้เกิดการเดินทาง การกิน การพัก และการใช้เงินในท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม

มีการคาดการณ์กันว่าภายในช่วงจัดงาน จะเกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในจังหวัดมากกว่า 100 ล้านบาท

เบื้องหลังตัวเลขนี้คือความพร้อมของจังหวัด ที่ถูกใช้เป็นจุดขายแบบเต็มแม็กซ์

  • โลเคชั่นไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เดินทางได้สะดวก

  • มีทั้งเสน่ห์ด้านประวัติศาสตร์และวิวธรรมชาติที่โดดเด่น

  • มีพื้นฐานด้านโครงสร้างสาธารณูปโภคที่รองรับคนจำนวนมากได้

สิ่งที่ถูกเน้นเป็นพิเศษคือ ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ตั้งแต่ถนน การเดินทาง ที่พัก ไปจนถึงมาตรฐานการรองรับฝูงคนในระดับเทศกาลใหญ่

เมื่อเทศกาลดนตรีกลายเป็นเครื่องมือโปรโมตเมืองแบบไม่ต้องลงงบรัฐ

บรรยากาศของงานดนตรีขนาดใหญ่ในยุคนี้ ไม่ได้จบอยู่แค่ในพื้นที่จัดงาน แต่จะต่อชีวิตตัวเองผ่านคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียของผู้ร่วมงานทุกคน

รูป ภาพ บรรยากาศ เสียงเพลง โลเกชัน และโมเมนต์สนุก ๆ ถูกถ่ายทอดออกไปสู่สายตาคนนอกพื้นที่แบบอัตโนมัติ กลายเป็นการ ประชาสัมพันธ์จังหวัดในรูปแบบ Organic แทบไม่ต้องใช้งบจากภาครัฐ

ผลลัพธ์ที่ตามมาคือการช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของกาญจนบุรีให้ทันสมัย เป็นสากล และมีคาแรกเตอร์ชัดเจนว่าเป็น “เมืองแห่งเทศกาล” ที่สามารถมาเที่ยวได้ทั้งปี มีอีเวนต์หมุนเวียนตลอดฤดูกาล

กระจายรายได้ลึกถึงฐานราก ไม่ได้ดีแค่บนเวที

เบื้องหลังกระแส “เมืองเทศกาล” ยังซ่อนเรื่องเศรษฐกิจท้องถิ่นที่กำลังได้อานิสงส์อย่างเต็มที่

“นั่งเล่นกาญ” ถูกออกแบบให้เป็นตัวช่วยขยายฐาน “นักท่องเที่ยวคุณภาพ” ที่พร้อมใช้จ่ายและใช้เวลาในพื้นที่มากขึ้น

รายได้ไม่หยุดอยู่ที่ค่าบัตรเข้างาน แต่กระจายออกไปเป็นวงกว้าง

  • ผู้ประกอบการที่พักทุกระดับ

  • ร้านอาหารและคาเฟ่

  • ปั๊มน้ำมันและจุดแวะพัก

  • รถโดยสารและรถรับจ้าง

  • ร้านของฝากและสินค้าท้องถิ่น

แนวคิดคือทำให้นักท่องเที่ยวไม่ได้แค่ “มาแล้วกลับ” แต่เลือก ค้างคืน ใช้เวลาอยู่ในจังหวัดมากขึ้น เท่ากับเพิ่มยอดการใช้จ่ายทั้งรอบพื้นที่จัดงานและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญใกล้เคียง

ที่ผ่านมา GMM SHOW เคยปักหมุดจัดงานดนตรีที่เขาใหญ่มาอย่างต่อเนื่อง การขยับมาที่กาญจนบุรีในครั้งนี้ จึงถูกมองว่าเป็นการช่วย กระจายรายได้การท่องเที่ยวออกจากโซนเดิม และสร้างจุดหมายปลายทางใหม่ให้คนเดินทาง

จากเฟสติวัลหนึ่งงาน สู่ City Branding ระยะยาวของกาญจนบุรี

สำหรับเทศกาล “นั่งเล่นกาญ” ที่จะเกิดขึ้นในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้ จังหวัดประเมินว่า จะเกิดค่าใช้จ่ายจากนักท่องเที่ยวในหลายมิติ

  • การจองที่พักในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง

  • การใช้จ่ายด้านอาหาร เครื่องดื่ม และคาเฟ่

  • ค่าเดินทางทั้งไป-กลับและการเดินทางระหว่างจุดท่องเที่ยว

  • การจับจ่ายซื้อของฝากและกิจกรรมท่องเที่ยวอื่น ๆ

รวมแล้วตัวเลขคาดการณ์ ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท ในช่วงจัดงานเพียงระยะสั้น

แต่สิ่งที่สำคัญกว่าเงินในช่วงไม่กี่วัน คือ ภาพจำระยะยาวของเมือง

งานนี้ถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง City Branding ทำให้กาญจนบุรีถูกมองใหม่ในฐานะ เมืองสร้างสรรค์ที่พร้อมรองรับอีเวนต์ระดับสากล ไม่ใช่แค่เมืองผ่านทางหรือเมืองประวัติศาสตร์เท่านั้น

อัปสกิลคนท้องถิ่น สร้างโอกาสใหม่ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

อีกด้านที่น่าสนใจคือโอกาสของคนในพื้นที่ ที่ได้มีส่วนร่วมกับงานเบื้องหลังเทศกาล

คนท้องถิ่นจำนวนมากได้เข้ามาเรียนรู้การทำงานร่วมกับทีมมืออาชีพ ตั้งแต่

  • การบริการผู้เข้าร่วมงาน

  • ระบบขนส่งและการจัดการคนจำนวนมาก

  • การขายสินค้าและบริการในพื้นที่งาน

นี่คือการ อัปสกิลชุมชน ผ่านการลงมือทำจริง เปิดให้คนรุ่นใหม่เห็นเส้นทางอาชีพใหม่ ๆ ในสายดนตรี ศิลปะ อีเวนต์ และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์โดยรวม

เทศกาลหนึ่งงานจึงไม่ได้แค่สร้างความสนุก แต่ยังช่วยปั้นคน เติมทักษะ และขยายมุมมองเรื่องอาชีพให้กับคนในจังหวัดด้วย

สรุป: ทำไม “นั่งเล่นกาญ” ถึงน่าจับตา

ถ้ามองแบบคนดูคอนเสิร์ต นี่อาจเป็นแค่เทศกาลดนตรีที่ต้องรีบจองบัตรและเคลียร์คิวไปมันส์กลางธรรมชาติ

แต่ถ้ามองในมุมเมืองและเศรษฐกิจ “นั่งเล่นกาญ” คือเคสตัวอย่างของการเอา เทศกาลดนตรีมาทำ City Branding แบบครบวงจร

  • สร้างภาพจำใหม่ให้จังหวัด

  • ดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ

  • กระจายรายได้ลงสู่ฐานราก

  • โปรโมตเมืองผ่านคอนเทนต์จากผู้ร่วมงาน

  • อัปสกิลคนในพื้นที่และเปิดทางสู่อาชีพสร้างสรรค์

หนึ่งเวที หนึ่งโลเคชั่น แต่ส่งแรงสะเทือนไปทั้งเมือง นี่แหละพลังของ “เทศกาลดนตรี” ในยุคที่ทุกอย่างเชื่อมกับการท่องเที่ยวและอัตลักษณ์ของเมืองอย่างแยกไม่ออกแล้ว