รับแอปรับแอป

3 วัน 2 คืน เที่ยวสงขลา–หาดใหญ่ ฟินครบรสทั้งกิน เที่ยว และของฝาก

พงศกร นาคทอง01-30

เปิดทริปสงขลา : เมืองเก่าชิล ๆ กับความทรงจำแน่น ๆ

เรากลับมาเยือน จ.สงขลา อีกครั้ง หลังเคยใช้ชีวิตทำงานอยู่ที่นี่เกือบปี แต่แทบไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนเลย ทริปนี้เลยตั้งใจแน่วแน่ว่า ต้องเที่ยวให้เต็ม ฟินให้สุด

แพลนง่าย ๆ คือ ขับรถเที่ยวเอง เริ่มจากตัวเมืองสงขลาแถวถนนนางงาม พักโซนเมืองเก่า 2 วัน แล้วค่อยย้ายไปฝั่งหาดใหญ่ต่ออีก 2 วัน เที่ยวเพลิน แวะกินไม่ยั้ง และช้อปของฝากให้จุกกระเป๋า

ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา : เริ่มทริปด้วยการไหว้ขอพร

เริ่มสตาร์ตทริปที่ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา ศาลเจ้าจีนเก่าแก่ริมถนนนางงาม ใจกลางย่านเมืองเก่า

ถนนแถวนี้แคบ แล้ววันหยุดรถเยอะมาก แนะนำให้

  • นำรถไปจอดที่ลานจอดริมถนนไทรบุรี ใกล้วัดยางทอง

  • ที่จอดทำไว้ดี เป็นระเบียบ และที่สำคัญ จอดฟรี

จากนั้นค่อยเดินย้อนกลับมาที่ศาลเจ้า บรรยากาศแบบเก๋งจีนคลาสสิก ภายในมีเสาหลักเมืองตามคติพราหมณ์ ผสมกับเทวรูปและเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อแบบจีน เรียกว่ามาที่เดียว ได้ขอพรแบบครบสาย

Street Art ถ.นางงาม : เดินล่าภาพวาดกลางเมืองเก่า

ไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเสร็จ ก็เดินต่อเข้าสู่โหมดชิลใน ย่านเมืองเก่าสงขลา

เขตเมืองเก่าจะกินพื้นที่ตั้งแต่ถนนนครในไปจนถึงถนนไทรบุรี แต่โซนที่คนนิยมมาเดินเที่ยว ถ่ายรูป และคาเฟ่เยอะ ๆ จะอยู่ช่วงถนนนครในไปจนถึงถนนนางงามเป็นหลัก

ภารกิจของเราคือ เดินล่าภาพ Street Art บนสามเส้นนี้ให้ได้มากที่สุด

เสน่ห์ของสตรีทอาร์ทย่านนี้คือ

  • มีทั้งภาพใหม่สีสด และภาพเก่าที่ซีดจางตามเวลา

  • เรื่องราวในภาพสะท้อนวิถีชีวิตท้องถิ่นชัดมาก ทั้งพ่อค้าจีน ชาวประมง และอาหารพื้นบ้าน

เดินไปแวะถ่ายรูปไป เพลินจนลืมเวลา แนะนำให้เผื่อเวลาโซนนี้เยอะหน่อย เพราะ มุมถ่ายรูปคือเยอะมากจริง ๆ

สถาปัตยกรรมเก่าสงขลา : เดินช้า ๆ แล้วมองตึกให้เยอะขึ้น

นอกจากสตรีทอาร์ต อีกอย่างที่ห้ามมองข้ามคือ ตึกเก่าและสถาปัตยกรรมโบราณ ตามสองข้างทาง

อาคารในย่านเมืองเก่าจะผสมกันหลายยุคหลายสไตล์ เช่น

  • ตึกแถวจีนสมัยใหม่ อายุราว ๆ 30 ปีขึ้นไป โดดเด่นด้วยแผงแนวตั้งปิดหลังคา และมักมีปีที่สร้าง (พ.ศ. หรือ ค.ศ.) ติดโชว์อยู่

  • ตึกแถวจีนภาณิชย์ ที่ยังเห็นรายละเอียดความเป็นจีน ทั้งหลังคา กำแพง การตกแต่ง แต่ดูทันสมัยขึ้น อายุอาคารประมาณ 70 ปีขึ้นไป

  • อาคารแบบชิโน–ยูโรเปียน กลิ่นอายจีนผสมยุโรป ถ่ายรูปออกมาแล้วได้ฟีลเมืองท่าต่างประเทศเบา ๆ

หับ โห้ หิ้น : โรงสีเก่าที่กลายเป็นแลนด์มาร์กเมืองเก่า

อีกจุดเด็ดของย่านเมืองเก่าสงขลาที่ต้องแวะคือ หับ โห้ หิ้น หรือที่หลายคนคุ้นในชื่อ “อาคารสีแดง” อายุเกินร้อยปี

เดิมที่นี่คือโรงสีข้าวเก่าแก่ เปิดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2457 ชื่อ “หับ โห้ หิ้น” เป็นภาษาจีนฮกเกี้ยน

  • หับ = สามัคคี

  • โห้ = ความเจริญรุ่งเรือง

  • หิ้น = สวน หรือสถานที่ที่ผู้คนมารวมตัวกัน

รวม ๆ แล้วความหมายประมาณว่า “ที่ที่คนมาอยู่ร่วมกันแล้วเกิดความสามัคคีและรุ่งเรือง” ซึ่งเข้ากับบทบาทเดิมของโรงสีที่เป็นศูนย์กลางของชุมชนมาก ๆ

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ความรุ่งเรืองของโรงสีก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป เดิมเป็นโรงสี ต่อมากลายเป็นท่าเรือประมงขนาดใหญ่ และสุดท้ายถูกปรับให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของเมืองเก่าในวันนี้

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา : เรียนรู้เมืองเก่าในคฤหาสน์โบราณ

ใครชอบเดินพิพิธภัณฑ์ แนะนำให้แวะ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา เพราะตัวอาคารคือสวยมาก เป็นคฤหาสน์เก่าของพระยาสุนทรานุรักษ์ อดีตผู้ช่วยราชการเมืองสงขลาเมื่อร้อยกว่าปีก่อน

ต่อมาใน พ.ศ. 2516 กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนคฤหาสน์หลังนี้เป็นโบราณสถานแห่งชาติ และเปิดเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลาเมื่อปี พ.ศ. 2525

ภายในจัดแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์ของจังหวัดสงขลา ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ การค้า ศิลปะ วัฒนธรรมท้องถิ่นต่าง ๆ

ตัวอาคารมีแค่ 2 ชั้น พื้นที่ไม่ใหญ่มาก เดินแป๊บเดียวก็ครบ ทำให้เหมาะกับคนที่อยากได้ความรู้แบบสั้น ๆ ไม่หนักหัวเกินไป

ส่วนการจัดแสดงก็สวยใช้ได้ แต่ยังติดสไตล์พิพิธภัณฑ์แบบดั้งเดิม คือ

  • วางของจริงให้ดู

  • แล้วมีป้ายกระดาษอธิบายเป็นแผงให้อ่านเอง

เลยแอบรู้สึกว่า ขาดความมีส่วนร่วมไปนิดนึง ถ้าปรับให้เล่นสนุกหรืออินเตอร์แอคทีฟมากขึ้นอีกหน่อย จะดีงามมาก

เขาตังกวน : ขึ้นลิฟต์เฉียง ชมวิวเมืองสงขลาแบบ 360 องศา

อีกจุดไฮไลต์คือ เขาตังกวน จุดชมวิวที่มองเห็นเมืองสงขลาได้แบบพาโนราม่า

วิธีขึ้นไปด้านบนคือ ขับรถมาจอดที่ลานจอดด้านล่าง จากนั้นเดินข้ามถนนเข้าอาคาร แล้วไปซื้อตั๋วขึ้นลิฟต์ ที่นี่ต้องระวัง ลิง แถวนี้ค่อนข้างเยอะ ใครพกของกินหรือของมีค่าติดมือไว้แน่น ๆ จะปลอดภัยกว่า

ลิฟต์เขาตังกวนไม่เหมือนลิฟต์ทั่วไป เพราะ

  • ไม่ได้วิ่งแนวตั้งตรง ๆ

  • แต่เป็นลิฟต์แบบขึ้นแนวเฉียง

  • ความเร็วประมาณ 60 เมตรต่อนาที ใช้เวลาแค่ราว 3 นาทีก็ถึงยอดเขา

ด้านบนเป็นที่ประดิษฐานเจดีย์พระธาตุให้สักการะ และยังมีจุดชมวิวที่มองเห็นเมืองสงขลา ทะเล และสะพานต่าง ๆ ได้แบบเต็มตา เป็นอีกจุดที่ควรเผื่อเวลามานั่งรับลมชิล ๆ

หาดสมิหลา : ทักทายนางเงือกทองให้รู้ว่ามาถึงสงขลาแล้ว

มา หาดสมิหลา แล้วไม่แวะทักทายนางเงือกทองก็เหมือนมาไม่ถึงสงขลา

รูปปั้นนางเงือกทองสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2509 ทำจากบรอนซ์รมดำ เป็นแลนด์มาร์กที่ทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติจะต้องมาต่อคิวถ่ายรูปด้วยอย่างน้อยหนึ่งช็อต

วิวหน้าหาดยาวสุดสายตา ลมทะเลพัดตลอดวัน จะมาเดินเล่น เล่นทราย หรือถ่ายรูปเล่นก็ได้หมด

มุ่งมั่น คอฟฟี่ : จิบแก้วฟุตลองริมทะเลที่หาดชลาทัศน์

เลยหาดสมิหลามาหน่อย จะเข้าสู่โซน หาดชลาทัศน์ เราเลือกมาหยุดพักโหมดเดิน แล้วเปิดโหมดนั่งชิลที่ร้านกาแฟริมทะเลอย่าง “มุ่งมั่น คอฟฟี่”

บรรยากาศร้านคือดีมาก โต๊ะเตี้ย ๆ กับเก้าอี้วางอยู่ใต้ต้นสน มองออกไปข้างหน้าก็เป็นทะเล ลมโชยตลอด

ไฮไลต์คือเครื่องดื่มเสิร์ฟมาแบบ แก้วฟุตลอง แทบทุกเมนู จิบไปชมวิวทะเลไป แป๊บเดียวหมดแก้วแบบไม่รู้ตัว

สะพานติณสูลานนท์ : มุมมองเกาะยอและสัญลักษณ์สงขลา

ขยับต่อมาที่ สะพานติณสูลานนท์ หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของสงขลา ที่เชื่อมฝั่งเมืองกับเกาะยอ

เราข้ามมาฝั่งเกาะยอมาที่จุดชมวิว ซึ่งจะมองเห็นสะพานทอดยาวตัดผ่านทะเลสาบสงขลาแบบสวยมาก วิวนี้ยังสามารถชมได้จากหอคอยใน พิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา สถาบันทักษิณคดีศึกษา ด้วย

มัสยิดดีย์นุลอิสลาม : ทัชมาฮาลเมืองไทยแห่งสงขลา

หนึ่งในภาพจำของสงขลาที่สวยเกินเบอร์คือ มัสยิดกลางสงขลา หรือชื่อเต็ม ๆ ว่า “มัสยิดดีย์นุลอิสลาม”

ที่นี่เป็นมัสยิดขนาดใหญ่ รองรับผู้มาละหมาดได้ราว 5,000 คน จุดเด่นคือสระน้ำยาวประมาณ 200 เมตรด้านหน้าอาคาร ทำให้ได้สมญานามว่า “ทัชมาฮาลเมืองไทย”

ช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน แสงจะสะท้อนน้ำและตัวมัสยิดออกมาสวยมาก ใครชอบถ่ายรูปแนวสถาปัตยกรรม ห้ามพลาดจุดนี้เด็ดขาด

ตลาดกิมหยง : ปิดทริปด้วยการช้อปของฝากท้องถิ่น

ย้ายโซนมาฝั่งหาดใหญ่ แน่นอนว่าต้องไม่พลาดแวะ ตลาดกิมหยง ตลาดชื่อดังที่ใครมาหาดใหญ่ก็ต้องโผล่มาสักรอบ

ชื่อตลาดเต็ม ๆ คือ ตลาดชีกิมหยง ตั้งชื่อตามคหบดีชาวจีนคนสำคัญ ผู้มีบทบาทในการพัฒนาเมืองหาดใหญ่ให้เจริญมาจนถึงทุกวันนี้

ของที่นี่อาจจะดูเหมือนตลาดทั่วไป แต่จุดเด่นคือ ราคา เพราะหลายอย่างถูกกว่าที่อื่น และเหมาะมากสำหรับซื้อเป็นของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน

ของที่หาได้ในตลาด เช่น

  • ของที่ระลึกเล็ก ๆ น้อย ๆ

  • ขนมท้องถิ่น

  • ผลไม้อบแห้งและผลไม้เชื่อมหลากหลายแบบ

สรุปทริปสงขลา–หาดใหญ่ : เมืองเล็ก ๆ แต่เสน่ห์ไม่เล็กเลย

ทริปนี้ทำให้เราได้รู้เลยว่า ตัวเมืองสงขลา เหมาะมากสำหรับ

  • เดินเล่นย่านเมืองเก่า

  • ซึมซับสถาปัตยกรรมและ Street Art

  • เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของจังหวัดผ่านพิพิธภัณฑ์และสถานที่จริง

ส่วน หาดใหญ่ ก็เด่นเรื่อง

  • แหล่งช้อปปิ้ง ของถูก ของฝากเยอะ

  • ของกินขึ้นชื่อหลากหลายให้ตะลุยชิม

ถ้าจะเที่ยวให้ครบทั้งสองที่แบบไม่รีบ แนะนำแพลน 3 วัน 2 คืน กำลังดี

  • วันแรก–วันที่สอง: เที่ยวเมืองเก่าสงขลา เขาตังกวน หาดสมิหลา หาดชลาทัศน์ เกาะยอ

  • วันที่สาม: ลุยหาดใหญ่ ช้อปตลาดกิมหยง กวาดของฝากกลับบ้าน

ทริปนี้บอกเลยว่า เที่ยวก็ฟิน กินก็จุก ของฝากก็ล้นกระเป๋า สมชื่อสงขลาจริง ๆ