เปิดทริปสงขลา : เมืองเก่าชิล ๆ กับความทรงจำแน่น ๆ
เรากลับมาเยือน จ.สงขลา อีกครั้ง หลังเคยใช้ชีวิตทำงานอยู่ที่นี่เกือบปี แต่แทบไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนเลย ทริปนี้เลยตั้งใจแน่วแน่ว่า ต้องเที่ยวให้เต็ม ฟินให้สุด
แพลนง่าย ๆ คือ ขับรถเที่ยวเอง เริ่มจากตัวเมืองสงขลาแถวถนนนางงาม พักโซนเมืองเก่า 2 วัน แล้วค่อยย้ายไปฝั่งหาดใหญ่ต่ออีก 2 วัน เที่ยวเพลิน แวะกินไม่ยั้ง และช้อปของฝากให้จุกกระเป๋า
ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา : เริ่มทริปด้วยการไหว้ขอพร
เริ่มสตาร์ตทริปที่ ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสงขลา ศาลเจ้าจีนเก่าแก่ริมถนนนางงาม ใจกลางย่านเมืองเก่า
ถนนแถวนี้แคบ แล้ววันหยุดรถเยอะมาก แนะนำให้
นำรถไปจอดที่ลานจอดริมถนนไทรบุรี ใกล้วัดยางทอง
ที่จอดทำไว้ดี เป็นระเบียบ และที่สำคัญ จอดฟรี
จากนั้นค่อยเดินย้อนกลับมาที่ศาลเจ้า บรรยากาศแบบเก๋งจีนคลาสสิก ภายในมีเสาหลักเมืองตามคติพราหมณ์ ผสมกับเทวรูปและเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อแบบจีน เรียกว่ามาที่เดียว ได้ขอพรแบบครบสาย
Street Art ถ.นางงาม : เดินล่าภาพวาดกลางเมืองเก่า
ไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเสร็จ ก็เดินต่อเข้าสู่โหมดชิลใน ย่านเมืองเก่าสงขลา
เขตเมืองเก่าจะกินพื้นที่ตั้งแต่ถนนนครในไปจนถึงถนนไทรบุรี แต่โซนที่คนนิยมมาเดินเที่ยว ถ่ายรูป และคาเฟ่เยอะ ๆ จะอยู่ช่วงถนนนครในไปจนถึงถนนนางงามเป็นหลัก
ภารกิจของเราคือ เดินล่าภาพ Street Art บนสามเส้นนี้ให้ได้มากที่สุด
เสน่ห์ของสตรีทอาร์ทย่านนี้คือ
มีทั้งภาพใหม่สีสด และภาพเก่าที่ซีดจางตามเวลา
เรื่องราวในภาพสะท้อนวิถีชีวิตท้องถิ่นชัดมาก ทั้งพ่อค้าจีน ชาวประมง และอาหารพื้นบ้าน
เดินไปแวะถ่ายรูปไป เพลินจนลืมเวลา แนะนำให้เผื่อเวลาโซนนี้เยอะหน่อย เพราะ มุมถ่ายรูปคือเยอะมากจริง ๆ
สถาปัตยกรรมเก่าสงขลา : เดินช้า ๆ แล้วมองตึกให้เยอะขึ้น
นอกจากสตรีทอาร์ต อีกอย่างที่ห้ามมองข้ามคือ ตึกเก่าและสถาปัตยกรรมโบราณ ตามสองข้างทาง
อาคารในย่านเมืองเก่าจะผสมกันหลายยุคหลายสไตล์ เช่น
ตึกแถวจีนสมัยใหม่ อายุราว ๆ 30 ปีขึ้นไป โดดเด่นด้วยแผงแนวตั้งปิดหลังคา และมักมีปีที่สร้าง (พ.ศ. หรือ ค.ศ.) ติดโชว์อยู่
ตึกแถวจีนภาณิชย์ ที่ยังเห็นรายละเอียดความเป็นจีน ทั้งหลังคา กำแพง การตกแต่ง แต่ดูทันสมัยขึ้น อายุอาคารประมาณ 70 ปีขึ้นไป
อาคารแบบชิโน–ยูโรเปียน กลิ่นอายจีนผสมยุโรป ถ่ายรูปออกมาแล้วได้ฟีลเมืองท่าต่างประเทศเบา ๆ
หับ โห้ หิ้น : โรงสีเก่าที่กลายเป็นแลนด์มาร์กเมืองเก่า
อีกจุดเด็ดของย่านเมืองเก่าสงขลาที่ต้องแวะคือ หับ โห้ หิ้น หรือที่หลายคนคุ้นในชื่อ “อาคารสีแดง” อายุเกินร้อยปี
เดิมที่นี่คือโรงสีข้าวเก่าแก่ เปิดมาตั้งแต่ พ.ศ. 2457 ชื่อ “หับ โห้ หิ้น” เป็นภาษาจีนฮกเกี้ยน
หับ = สามัคคี
โห้ = ความเจริญรุ่งเรือง
หิ้น = สวน หรือสถานที่ที่ผู้คนมารวมตัวกัน
รวม ๆ แล้วความหมายประมาณว่า “ที่ที่คนมาอยู่ร่วมกันแล้วเกิดความสามัคคีและรุ่งเรือง” ซึ่งเข้ากับบทบาทเดิมของโรงสีที่เป็นศูนย์กลางของชุมชนมาก ๆ
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ความรุ่งเรืองของโรงสีก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไป เดิมเป็นโรงสี ต่อมากลายเป็นท่าเรือประมงขนาดใหญ่ และสุดท้ายถูกปรับให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตของเมืองเก่าในวันนี้
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา : เรียนรู้เมืองเก่าในคฤหาสน์โบราณ
ใครชอบเดินพิพิธภัณฑ์ แนะนำให้แวะ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา เพราะตัวอาคารคือสวยมาก เป็นคฤหาสน์เก่าของพระยาสุนทรานุรักษ์ อดีตผู้ช่วยราชการเมืองสงขลาเมื่อร้อยกว่าปีก่อน
ต่อมาใน พ.ศ. 2516 กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนคฤหาสน์หลังนี้เป็นโบราณสถานแห่งชาติ และเปิดเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลาเมื่อปี พ.ศ. 2525
ภายในจัดแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์ของจังหวัดสงขลา ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ การค้า ศิลปะ วัฒนธรรมท้องถิ่นต่าง ๆ
ตัวอาคารมีแค่ 2 ชั้น พื้นที่ไม่ใหญ่มาก เดินแป๊บเดียวก็ครบ ทำให้เหมาะกับคนที่อยากได้ความรู้แบบสั้น ๆ ไม่หนักหัวเกินไป
ส่วนการจัดแสดงก็สวยใช้ได้ แต่ยังติดสไตล์พิพิธภัณฑ์แบบดั้งเดิม คือ
วางของจริงให้ดู
แล้วมีป้ายกระดาษอธิบายเป็นแผงให้อ่านเอง
เลยแอบรู้สึกว่า ขาดความมีส่วนร่วมไปนิดนึง ถ้าปรับให้เล่นสนุกหรืออินเตอร์แอคทีฟมากขึ้นอีกหน่อย จะดีงามมาก
เขาตังกวน : ขึ้นลิฟต์เฉียง ชมวิวเมืองสงขลาแบบ 360 องศา
อีกจุดไฮไลต์คือ เขาตังกวน จุดชมวิวที่มองเห็นเมืองสงขลาได้แบบพาโนราม่า
วิธีขึ้นไปด้านบนคือ ขับรถมาจอดที่ลานจอดด้านล่าง จากนั้นเดินข้ามถนนเข้าอาคาร แล้วไปซื้อตั๋วขึ้นลิฟต์ ที่นี่ต้องระวัง ลิง แถวนี้ค่อนข้างเยอะ ใครพกของกินหรือของมีค่าติดมือไว้แน่น ๆ จะปลอดภัยกว่า
ลิฟต์เขาตังกวนไม่เหมือนลิฟต์ทั่วไป เพราะ
ไม่ได้วิ่งแนวตั้งตรง ๆ
แต่เป็นลิฟต์แบบขึ้นแนวเฉียง
ความเร็วประมาณ 60 เมตรต่อนาที ใช้เวลาแค่ราว 3 นาทีก็ถึงยอดเขา
ด้านบนเป็นที่ประดิษฐานเจดีย์พระธาตุให้สักการะ และยังมีจุดชมวิวที่มองเห็นเมืองสงขลา ทะเล และสะพานต่าง ๆ ได้แบบเต็มตา เป็นอีกจุดที่ควรเผื่อเวลามานั่งรับลมชิล ๆ
หาดสมิหลา : ทักทายนางเงือกทองให้รู้ว่ามาถึงสงขลาแล้ว
มา หาดสมิหลา แล้วไม่แวะทักทายนางเงือกทองก็เหมือนมาไม่ถึงสงขลา
รูปปั้นนางเงือกทองสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2509 ทำจากบรอนซ์รมดำ เป็นแลนด์มาร์กที่ทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติจะต้องมาต่อคิวถ่ายรูปด้วยอย่างน้อยหนึ่งช็อต
วิวหน้าหาดยาวสุดสายตา ลมทะเลพัดตลอดวัน จะมาเดินเล่น เล่นทราย หรือถ่ายรูปเล่นก็ได้หมด
มุ่งมั่น คอฟฟี่ : จิบแก้วฟุตลองริมทะเลที่หาดชลาทัศน์
เลยหาดสมิหลามาหน่อย จะเข้าสู่โซน หาดชลาทัศน์ เราเลือกมาหยุดพักโหมดเดิน แล้วเปิดโหมดนั่งชิลที่ร้านกาแฟริมทะเลอย่าง “มุ่งมั่น คอฟฟี่”
บรรยากาศร้านคือดีมาก โต๊ะเตี้ย ๆ กับเก้าอี้วางอยู่ใต้ต้นสน มองออกไปข้างหน้าก็เป็นทะเล ลมโชยตลอด
ไฮไลต์คือเครื่องดื่มเสิร์ฟมาแบบ แก้วฟุตลอง แทบทุกเมนู จิบไปชมวิวทะเลไป แป๊บเดียวหมดแก้วแบบไม่รู้ตัว
สะพานติณสูลานนท์ : มุมมองเกาะยอและสัญลักษณ์สงขลา
ขยับต่อมาที่ สะพานติณสูลานนท์ หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของสงขลา ที่เชื่อมฝั่งเมืองกับเกาะยอ
เราข้ามมาฝั่งเกาะยอมาที่จุดชมวิว ซึ่งจะมองเห็นสะพานทอดยาวตัดผ่านทะเลสาบสงขลาแบบสวยมาก วิวนี้ยังสามารถชมได้จากหอคอยใน พิพิธภัณฑ์คติชนวิทยา สถาบันทักษิณคดีศึกษา ด้วย
มัสยิดดีย์นุลอิสลาม : ทัชมาฮาลเมืองไทยแห่งสงขลา
หนึ่งในภาพจำของสงขลาที่สวยเกินเบอร์คือ มัสยิดกลางสงขลา หรือชื่อเต็ม ๆ ว่า “มัสยิดดีย์นุลอิสลาม”
ที่นี่เป็นมัสยิดขนาดใหญ่ รองรับผู้มาละหมาดได้ราว 5,000 คน จุดเด่นคือสระน้ำยาวประมาณ 200 เมตรด้านหน้าอาคาร ทำให้ได้สมญานามว่า “ทัชมาฮาลเมืองไทย”
ช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตกดิน แสงจะสะท้อนน้ำและตัวมัสยิดออกมาสวยมาก ใครชอบถ่ายรูปแนวสถาปัตยกรรม ห้ามพลาดจุดนี้เด็ดขาด
ตลาดกิมหยง : ปิดทริปด้วยการช้อปของฝากท้องถิ่น
ย้ายโซนมาฝั่งหาดใหญ่ แน่นอนว่าต้องไม่พลาดแวะ ตลาดกิมหยง ตลาดชื่อดังที่ใครมาหาดใหญ่ก็ต้องโผล่มาสักรอบ
ชื่อตลาดเต็ม ๆ คือ ตลาดชีกิมหยง ตั้งชื่อตามคหบดีชาวจีนคนสำคัญ ผู้มีบทบาทในการพัฒนาเมืองหาดใหญ่ให้เจริญมาจนถึงทุกวันนี้
ของที่นี่อาจจะดูเหมือนตลาดทั่วไป แต่จุดเด่นคือ ราคา เพราะหลายอย่างถูกกว่าที่อื่น และเหมาะมากสำหรับซื้อเป็นของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้าน
ของที่หาได้ในตลาด เช่น
ของที่ระลึกเล็ก ๆ น้อย ๆ
ขนมท้องถิ่น
ผลไม้อบแห้งและผลไม้เชื่อมหลากหลายแบบ
สรุปทริปสงขลา–หาดใหญ่ : เมืองเล็ก ๆ แต่เสน่ห์ไม่เล็กเลย
ทริปนี้ทำให้เราได้รู้เลยว่า ตัวเมืองสงขลา เหมาะมากสำหรับ
เดินเล่นย่านเมืองเก่า
ซึมซับสถาปัตยกรรมและ Street Art
เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของจังหวัดผ่านพิพิธภัณฑ์และสถานที่จริง
ส่วน หาดใหญ่ ก็เด่นเรื่อง
แหล่งช้อปปิ้ง ของถูก ของฝากเยอะ
ของกินขึ้นชื่อหลากหลายให้ตะลุยชิม
ถ้าจะเที่ยวให้ครบทั้งสองที่แบบไม่รีบ แนะนำแพลน 3 วัน 2 คืน กำลังดี
วันแรก–วันที่สอง: เที่ยวเมืองเก่าสงขลา เขาตังกวน หาดสมิหลา หาดชลาทัศน์ เกาะยอ
วันที่สาม: ลุยหาดใหญ่ ช้อปตลาดกิมหยง กวาดของฝากกลับบ้าน
ทริปนี้บอกเลยว่า เที่ยวก็ฟิน กินก็จุก ของฝากก็ล้นกระเป๋า สมชื่อสงขลาจริง ๆ

