กรุงเทพฯ เปิดประตูสู่เสน่ห์ “หกส่วง” แห่งกุ้ยหยาง
จากรสเปรี้ยวเผ็ดแบบที่เราคุ้นเคย สู่สีสันวัฒนธรรมชาติพันธุ์และบรรยากาศแสนสบาย กุ้ยหยางกำลังก้าวขึ้นมาเป็นจุดหมายใหม่ของสายเที่ยวไทยที่อยากได้ทั้งความผ่อนคลายและความตื่นตาตื่นใจในเมืองเดียว
ภายใต้แนวคิด “ชวนสุขใจที่กุ้ยหยาง” เมืองนี้ดันภาพลักษณ์การท่องเที่ยว วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และอสังหาริมทรัพย์ ผ่านคอนเซ็ปต์ “สวงส่วงกุ้ยหยาง เสน่ห์แห่งหกส่วง” ที่ถูกนำมาเล่าอย่างจริงจังกลางกรุงเทพฯ ประเทศไทย
หกส่วงคืออะไร ทำไมถึงน่าจับตา
ในงานประชุมส่งเสริมการท่องเที่ยวครั้งนี้ ฝ่ายวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเทศบาลกุ้ยหยางได้เล่าถึงทรัพยากรด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ พร้อมแตกคอนเซ็ปต์ “หกส่วง” ให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น
“ส่วง” ถูกใช้เป็นคีย์เวิร์ดใหญ่ในการขายเมือง หมายถึงความสดชื่น สบายใจ และความสุขที่จับต้องได้ ซึ่งถูกแยกเป็นมิติประสบการณ์ต่าง ๆ เช่น
สดชื่นกาย
สดชื่นใจ
สดชื่นตา
สดชื่นลิ้น
สดชื่นช้อป
สดชื่นเที่ยว
ทั้งหมดนี้คือการรวมตัวของธรรมชาติ เมือง ผู้คน อาหาร และไลฟ์สไตล์ที่อยากให้คนที่มาเยือนได้สัมผัสแบบครบทุกมิติ
รหัสความสำเร็จของเมืองที่ขายคำว่า “ส่วง”
จุดที่น่าสนใจคือกุ้ยหยางไม่ได้เล่าเรื่องเมืองตัวเองแบบท่องจำ แต่ใช้คำว่า “爽 – ส่วง” เป็นหัวใจของการสร้างแบรนด์เมืองอย่างสร้างสรรค์ ทำให้ภาพจำของนักท่องเที่ยวชัดและแตกต่างจากเมืองอื่นในจีน
หนึ่งในไฮไลต์ของงานคือการเล่าประสบการณ์ของอินฟลูเอนเซอร์ท่องเที่ยวชาวไทยที่เพิ่งไปทริป “กุ้ยหยางสดชื่น” กลับมา พร้อมเล่าว่าเมนูซุปปลาเปรี้ยวและอาหารรสจัดของที่นั่นให้ฟีลคล้ายต้มยำกุ้ง กลายเป็นจานประจำโต๊ะที่ทำให้แขกในงานหันมาสนใจกุ้ยหยางมากขึ้น
คำเชิญชวนที่ส่งตรงจากเมืองก็ชัดมาก บรรยากาศเย็นเฉลี่ยประมาณ 22.3°C ลมเย็น ๆ อาหารรสเปรี้ยวเผ็ด และเสียงดนตรีแนวอิสระ ถูกหยิบขึ้นมาเป็นภาพจำว่าเมืองนี้ไม่ได้มีดีแค่ธรรมชาติ แต่ยังดีต่อสภาพจิตใจด้วย
มุมมองจากฝั่งจีนและไทย: เมืองเชื่อมโลก เมืองเชื่อมเรา
ฝั่งตัวแทนจากจีนสะท้อนกุ้ยหยางในฐานะเมืองที่เต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมชาติพันธุ์อันหลากหลาย เป็นเหมือนจุดเชื่อมสำคัญระหว่างจีนกับโลก
ขณะเดียวกัน ประเทศไทยเองก็ถือเป็นมหาอำนาจด้านการท่องเที่ยว ที่มีเสน่ห์วัฒนธรรมและสถานที่เที่ยวโดดเด่นระดับโลกเช่นกัน
เมื่อสองพลังการท่องเที่ยวมาเจอกัน การแลกเปลี่ยนคนเดินทางไปมาและการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวร่วมกันจึงมี ศักยภาพสูง และถูกมองว่ามีอนาคตที่สดใสมาก
อินฟลูเอนเซอร์ไทยเล่าตรง: ตลาดกลางคืนสุดคึกคัก อากาศเย็นสบาย
เพื่อให้คนฟังเห็นภาพจริงมากขึ้น งานนี้ยังเชิญอินฟลูเอนเซอร์ชาวไทยที่เพิ่งไปเยือนกุ้ยโจวและกุ้ยหยางเมื่อสัปดาห์ก่อนมาร่วมแชร์ประสบการณ์ด้วย
หนึ่งในนั้นเล่าถึงทริปกุ้ยหยางว่า “ตลาดชิงอวิ๋น” คือจุดที่ทำให้หลงรักเมืองนี้เข้าเต็ม ๆ ไม่ว่าจะเป็น
อาหารรสเปรี้ยวจัดจ้านถูกปากคนไทย
อากาศเย็นสบาย เดินเล่นแล้วรู้สึกผ่อนคลาย
บรรยากาศตอนกลางคืนที่ยังคึกคัก มีคนออกมาเดินเล่น ถ่ายรูป เต็มไปด้วยชีวิตชีวา
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่ากุ้ยหยางคือเมืองที่ผสมผสาน ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ กับ กลิ่นอายเมืองสมัยใหม่ ได้อย่างลงตัว และมีเสน่ห์ที่ทำให้คนไปแล้วอยากกลับไปซ้ำ
เส้นทางเที่ยวใหม่สำหรับคนไทย: เทรนด์ เฉียนซี และดินแดนดาว
บนเวทีเดียวกัน ยังมีการแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวขาเข้าจากไทยไปจีน 2 เส้นทางหลักที่ออกแบบมาเอาใจคนชอบเที่ยวสไตล์คอนเทมป์และธรรมชาติเต็ม ๆ ได้แก่
“คลื่นเทรนด์สู่เฉียนซี · ควันไฟเมืองกุ้ยหยาง”
“กุ้ยโจวหลากสีสัน · ดินแดนดาวเฉียนซี”
ทั้งสองเส้นทางเจาะกลุ่มนักเดินทางที่อยากได้ทั้งความเป็นเมือง วัฒนธรรมท้องถิ่น และธรรมชาติที่ยังคงความดิบสวยอยู่ในทริปเดียว
ดีลใหญ่บนโต๊ะเดียว: ท่องเที่ยว การค้า และยางรถยนต์
อีกมุมที่น่าสนใจของงานนี้คือการจับมือกันแบบจริงจังผ่านพิธีลงนามความร่วมมือหลายฉบับ ซึ่งสะท้อนว่าความสัมพันธ์ไทย–กุ้ยหยางไม่ได้หยุดอยู่ที่การท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่โยงไปถึงการค้าและการลงทุนด้วย
ตัวอย่างข้อตกลงความร่วมมือที่เกิดขึ้นในงาน ได้แก่
ข้อตกลงแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวระหว่างบริษัทนำเที่ยวจากกุ้ยโจวกับบริษัทท่องเที่ยวฝั่งไทย
ข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างสมาคมการค้าไทย–กุ้ยโจวกับสมาคมธุรกิจนำเข้า–ส่งออกเมืองกุ้ยหยาง
ข้อตกลงความร่วมมือการจัดซื้อระหว่างบริษัทจากไทยกับผู้ผลิตยางรถยนต์จากกุ้ยโจว
พร้อมกันนี้ยังมีการจัดพิธีมอบป้าย “ศูนย์การตลาดการท่องเที่ยวกุ้ยหยางแห่งประเทศไทย” ซึ่งเปรียบเหมือนการปักหมุดอย่างเป็นทางการว่าตลาดไทยคือหนึ่งในเป้าหมายหลักของกุ้ยหยางในระยะยาว
อสังหาฯ พักผ่อน + อากาศเย็น 23°C: เมืองนี้ไม่ได้ขายแค่เที่ยว
กุ้ยหยางไม่ได้วางตัวเองเป็นแค่เมืองท่องเที่ยว แต่ยังขยับไปสู่การเป็นจุดหมายด้านการพักผ่อนระยะยาว โดยใช้คีย์เวิร์ดสำคัญคือ “อากาศเย็นเฉลี่ย 23°C ในฤดูร้อน”
ด้วยจุดขายด้านภูมิอากาศ เมืองนี้ดันแนวคิดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อนแนว บ้านนกอพยพ ที่คนสามารถ “ย้ายไปใช้ชีวิตชั่วคราว” ในสภาพอากาศดี ๆ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างบ่อน้ำพุร้อน กีฬากลางแจ้ง และกิจกรรมไลฟ์สไตล์อื่น ๆ เพื่อดึงดูดทั้งนักลงทุนและผู้ซื้อจากประเทศไทยให้มาสัมผัส “เศรษฐกิจภูมิอากาศ” ของกุ้ยหยางด้วยตัวเอง
กรุงเทพ–กุ้ยหยาง: เส้นทางบินตรงใหม่ของสายเที่ยวชอบอากาศเย็น
เพื่อให้ความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวเดินหน้าได้จริง กุ้ยหยางเตรียมใช้ศักยภาพของ เส้นทางบินตรงใหม่ “กรุงเทพ–กุ้ยหยาง” เป็นตัวเร่งสำคัญ
พร้อมกันนี้ยังมีมาตรการสนับสนุนในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น
การตลาดเชิงรุกในไทย
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวให้ตอบโจทย์คนไทยมากขึ้น
การยกระดับบริการสำหรับนักท่องเที่ยวไทย
ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเดียวคือดึงคนไทยให้ไปสัมผัสเสน่ห์ “หกส่วง” ของกุ้ยหยางจริง ๆ ไม่ใช่แค่เห็นผ่านรูปหรือคลิป
จาก 50 ปีความสัมพันธ์ไทย–จีน สู่บทใหม่ของสายเที่ยว
บนพื้นฐานวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน กุ้ยหยางกำลังใช้จังหวะนี้สร้างเรื่องเล่าบทใหม่ให้กับสายเที่ยวไทย
ไม่ว่าจะเป็น
เมืองอากาศเย็นที่หนีร้อนจากไทยได้ทั้งฤดู
จุดหมายที่รวมความเป็นธรรมชาติ วัฒนธรรมชาติพันธุ์ และเมืองสมัยใหม่เข้าไว้ด้วยกัน
โอกาสใหม่ด้านการค้า การท่องเที่ยว และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อน
ทั้งหมดนี้ทำให้กุ้ยหยางไม่ได้เป็นแค่ชื่อที่เราเคยได้ยินผ่าน ๆ แต่เริ่มกลายเป็น จุดหมายปลายทางจริงจัง ที่น่าจับตาสำหรับคนไทยที่ชอบทั้งการช้อป เที่ยว และใช้ชีวิตท่ามกลางอากาศดี ๆ แบบ “ส่วง” ทั้งกายและใจ

