รับแอปรับแอป

กุ้ยหยาง “หกส่วง” เมืองอากาศเย็น 23°C ที่กำลังปักหมุดใหม่ให้สายเที่ยวไทย

ชุติมา วงศ์ดี01-30

กรุงเทพฯ เปิดประตูสู่เสน่ห์ “หกส่วง” แห่งกุ้ยหยาง

จากรสเปรี้ยวเผ็ดแบบที่เราคุ้นเคย สู่สีสันวัฒนธรรมชาติพันธุ์และบรรยากาศแสนสบาย กุ้ยหยางกำลังก้าวขึ้นมาเป็นจุดหมายใหม่ของสายเที่ยวไทยที่อยากได้ทั้งความผ่อนคลายและความตื่นตาตื่นใจในเมืองเดียว

ภายใต้แนวคิด “ชวนสุขใจที่กุ้ยหยาง” เมืองนี้ดันภาพลักษณ์การท่องเที่ยว วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และอสังหาริมทรัพย์ ผ่านคอนเซ็ปต์ “สวงส่วงกุ้ยหยาง เสน่ห์แห่งหกส่วง” ที่ถูกนำมาเล่าอย่างจริงจังกลางกรุงเทพฯ ประเทศไทย

หกส่วงคืออะไร ทำไมถึงน่าจับตา

ในงานประชุมส่งเสริมการท่องเที่ยวครั้งนี้ ฝ่ายวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเทศบาลกุ้ยหยางได้เล่าถึงทรัพยากรด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ พร้อมแตกคอนเซ็ปต์ “หกส่วง” ให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น

“ส่วง” ถูกใช้เป็นคีย์เวิร์ดใหญ่ในการขายเมือง หมายถึงความสดชื่น สบายใจ และความสุขที่จับต้องได้ ซึ่งถูกแยกเป็นมิติประสบการณ์ต่าง ๆ เช่น

  • สดชื่นกาย

  • สดชื่นใจ

  • สดชื่นตา

  • สดชื่นลิ้น

  • สดชื่นช้อป

  • สดชื่นเที่ยว

ทั้งหมดนี้คือการรวมตัวของธรรมชาติ เมือง ผู้คน อาหาร และไลฟ์สไตล์ที่อยากให้คนที่มาเยือนได้สัมผัสแบบครบทุกมิติ

รหัสความสำเร็จของเมืองที่ขายคำว่า “ส่วง”

จุดที่น่าสนใจคือกุ้ยหยางไม่ได้เล่าเรื่องเมืองตัวเองแบบท่องจำ แต่ใช้คำว่า “爽 – ส่วง” เป็นหัวใจของการสร้างแบรนด์เมืองอย่างสร้างสรรค์ ทำให้ภาพจำของนักท่องเที่ยวชัดและแตกต่างจากเมืองอื่นในจีน

หนึ่งในไฮไลต์ของงานคือการเล่าประสบการณ์ของอินฟลูเอนเซอร์ท่องเที่ยวชาวไทยที่เพิ่งไปทริป “กุ้ยหยางสดชื่น” กลับมา พร้อมเล่าว่าเมนูซุปปลาเปรี้ยวและอาหารรสจัดของที่นั่นให้ฟีลคล้ายต้มยำกุ้ง กลายเป็นจานประจำโต๊ะที่ทำให้แขกในงานหันมาสนใจกุ้ยหยางมากขึ้น

คำเชิญชวนที่ส่งตรงจากเมืองก็ชัดมาก บรรยากาศเย็นเฉลี่ยประมาณ 22.3°C ลมเย็น ๆ อาหารรสเปรี้ยวเผ็ด และเสียงดนตรีแนวอิสระ ถูกหยิบขึ้นมาเป็นภาพจำว่าเมืองนี้ไม่ได้มีดีแค่ธรรมชาติ แต่ยังดีต่อสภาพจิตใจด้วย

มุมมองจากฝั่งจีนและไทย: เมืองเชื่อมโลก เมืองเชื่อมเรา

ฝั่งตัวแทนจากจีนสะท้อนกุ้ยหยางในฐานะเมืองที่เต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมชาติพันธุ์อันหลากหลาย เป็นเหมือนจุดเชื่อมสำคัญระหว่างจีนกับโลก

ขณะเดียวกัน ประเทศไทยเองก็ถือเป็นมหาอำนาจด้านการท่องเที่ยว ที่มีเสน่ห์วัฒนธรรมและสถานที่เที่ยวโดดเด่นระดับโลกเช่นกัน

เมื่อสองพลังการท่องเที่ยวมาเจอกัน การแลกเปลี่ยนคนเดินทางไปมาและการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวร่วมกันจึงมี ศักยภาพสูง และถูกมองว่ามีอนาคตที่สดใสมาก

อินฟลูเอนเซอร์ไทยเล่าตรง: ตลาดกลางคืนสุดคึกคัก อากาศเย็นสบาย

เพื่อให้คนฟังเห็นภาพจริงมากขึ้น งานนี้ยังเชิญอินฟลูเอนเซอร์ชาวไทยที่เพิ่งไปเยือนกุ้ยโจวและกุ้ยหยางเมื่อสัปดาห์ก่อนมาร่วมแชร์ประสบการณ์ด้วย

หนึ่งในนั้นเล่าถึงทริปกุ้ยหยางว่า “ตลาดชิงอวิ๋น” คือจุดที่ทำให้หลงรักเมืองนี้เข้าเต็ม ๆ ไม่ว่าจะเป็น

  • อาหารรสเปรี้ยวจัดจ้านถูกปากคนไทย

  • อากาศเย็นสบาย เดินเล่นแล้วรู้สึกผ่อนคลาย

  • บรรยากาศตอนกลางคืนที่ยังคึกคัก มีคนออกมาเดินเล่น ถ่ายรูป เต็มไปด้วยชีวิตชีวา

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่ากุ้ยหยางคือเมืองที่ผสมผสาน ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ กับ กลิ่นอายเมืองสมัยใหม่ ได้อย่างลงตัว และมีเสน่ห์ที่ทำให้คนไปแล้วอยากกลับไปซ้ำ

เส้นทางเที่ยวใหม่สำหรับคนไทย: เทรนด์ เฉียนซี และดินแดนดาว

บนเวทีเดียวกัน ยังมีการแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวขาเข้าจากไทยไปจีน 2 เส้นทางหลักที่ออกแบบมาเอาใจคนชอบเที่ยวสไตล์คอนเทมป์และธรรมชาติเต็ม ๆ ได้แก่

  • “คลื่นเทรนด์สู่เฉียนซี · ควันไฟเมืองกุ้ยหยาง”

  • “กุ้ยโจวหลากสีสัน · ดินแดนดาวเฉียนซี”

ทั้งสองเส้นทางเจาะกลุ่มนักเดินทางที่อยากได้ทั้งความเป็นเมือง วัฒนธรรมท้องถิ่น และธรรมชาติที่ยังคงความดิบสวยอยู่ในทริปเดียว

ดีลใหญ่บนโต๊ะเดียว: ท่องเที่ยว การค้า และยางรถยนต์

อีกมุมที่น่าสนใจของงานนี้คือการจับมือกันแบบจริงจังผ่านพิธีลงนามความร่วมมือหลายฉบับ ซึ่งสะท้อนว่าความสัมพันธ์ไทย–กุ้ยหยางไม่ได้หยุดอยู่ที่การท่องเที่ยวอย่างเดียว แต่โยงไปถึงการค้าและการลงทุนด้วย

ตัวอย่างข้อตกลงความร่วมมือที่เกิดขึ้นในงาน ได้แก่

  • ข้อตกลงแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวระหว่างบริษัทนำเที่ยวจากกุ้ยโจวกับบริษัทท่องเที่ยวฝั่งไทย

  • ข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างสมาคมการค้าไทย–กุ้ยโจวกับสมาคมธุรกิจนำเข้า–ส่งออกเมืองกุ้ยหยาง

  • ข้อตกลงความร่วมมือการจัดซื้อระหว่างบริษัทจากไทยกับผู้ผลิตยางรถยนต์จากกุ้ยโจว

พร้อมกันนี้ยังมีการจัดพิธีมอบป้าย “ศูนย์การตลาดการท่องเที่ยวกุ้ยหยางแห่งประเทศไทย” ซึ่งเปรียบเหมือนการปักหมุดอย่างเป็นทางการว่าตลาดไทยคือหนึ่งในเป้าหมายหลักของกุ้ยหยางในระยะยาว

อสังหาฯ พักผ่อน + อากาศเย็น 23°C: เมืองนี้ไม่ได้ขายแค่เที่ยว

กุ้ยหยางไม่ได้วางตัวเองเป็นแค่เมืองท่องเที่ยว แต่ยังขยับไปสู่การเป็นจุดหมายด้านการพักผ่อนระยะยาว โดยใช้คีย์เวิร์ดสำคัญคือ “อากาศเย็นเฉลี่ย 23°C ในฤดูร้อน”

ด้วยจุดขายด้านภูมิอากาศ เมืองนี้ดันแนวคิดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อนแนว บ้านนกอพยพ ที่คนสามารถ “ย้ายไปใช้ชีวิตชั่วคราว” ในสภาพอากาศดี ๆ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างบ่อน้ำพุร้อน กีฬากลางแจ้ง และกิจกรรมไลฟ์สไตล์อื่น ๆ เพื่อดึงดูดทั้งนักลงทุนและผู้ซื้อจากประเทศไทยให้มาสัมผัส “เศรษฐกิจภูมิอากาศ” ของกุ้ยหยางด้วยตัวเอง

กรุงเทพ–กุ้ยหยาง: เส้นทางบินตรงใหม่ของสายเที่ยวชอบอากาศเย็น

เพื่อให้ความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวเดินหน้าได้จริง กุ้ยหยางเตรียมใช้ศักยภาพของ เส้นทางบินตรงใหม่ “กรุงเทพ–กุ้ยหยาง” เป็นตัวเร่งสำคัญ

พร้อมกันนี้ยังมีมาตรการสนับสนุนในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น

  • การตลาดเชิงรุกในไทย

  • การพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวให้ตอบโจทย์คนไทยมากขึ้น

  • การยกระดับบริการสำหรับนักท่องเที่ยวไทย

ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเดียวคือดึงคนไทยให้ไปสัมผัสเสน่ห์ “หกส่วง” ของกุ้ยหยางจริง ๆ ไม่ใช่แค่เห็นผ่านรูปหรือคลิป

จาก 50 ปีความสัมพันธ์ไทย–จีน สู่บทใหม่ของสายเที่ยว

บนพื้นฐานวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน กุ้ยหยางกำลังใช้จังหวะนี้สร้างเรื่องเล่าบทใหม่ให้กับสายเที่ยวไทย

ไม่ว่าจะเป็น

  • เมืองอากาศเย็นที่หนีร้อนจากไทยได้ทั้งฤดู

  • จุดหมายที่รวมความเป็นธรรมชาติ วัฒนธรรมชาติพันธุ์ และเมืองสมัยใหม่เข้าไว้ด้วยกัน

  • โอกาสใหม่ด้านการค้า การท่องเที่ยว และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักผ่อน

ทั้งหมดนี้ทำให้กุ้ยหยางไม่ได้เป็นแค่ชื่อที่เราเคยได้ยินผ่าน ๆ แต่เริ่มกลายเป็น จุดหมายปลายทางจริงจัง ที่น่าจับตาสำหรับคนไทยที่ชอบทั้งการช้อป เที่ยว และใช้ชีวิตท่ามกลางอากาศดี ๆ แบบ “ส่วง” ทั้งกายและใจ