รับแอปรับแอป

บุรีรัมย์ มาราธอน 2026: คืนเดียวคนทะลุแสน สู่สวรรค์ของนักวิ่งที่ต้องมาซักครั้งในชีวิต

วศิน สุขสันต์01-29

10 ปีที่เปลี่ยนงานวิ่งเล็ก ๆ ให้กลายเป็นตำนาน

ปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมรอยยิ้มเต็มสนามสำหรับงาน “บุรีรัมย์ มาราธอน 2026 พรีเซนเต็ดบาย น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง” ที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในงานวิ่งที่สนุกที่สุดของเมืองไทย

ปีนี้คือหมุดหมายสำคัญในโอกาสครบรอบ 10 ปี จากเดิมเป็นเพียงงานวิ่งท้องถิ่นเล็ก ๆ แต่วันนี้กลายเป็นแลนด์มาร์กระดับโลกของนักวิ่ง ภาพการปล่อยตัวนักวิ่งจำนวนมหาศาล บรรยากาศแห่งความสุข และโมเมนต์ประทับใจ ถูกแชร์วนบนโลกออนไลน์ไม่หยุด

แม้งานจะจบลง แต่เรื่องเล่าความสุขยังไม่จบง่าย ๆ เพราะยอดผู้เข้าร่วมทั้งหมด ทั้งนักวิ่ง ผู้ติดตาม กองเชียร์ อาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่ ทะลุสถิติไปกว่า 1.1 แสนคน

ตลอดหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา บุรีรัมย์ มาราธอน เติบโตจากงานวิ่งที่มีนักวิ่งเพียงหลักพัน สู่การเป็นเทศกาลกีฬาระดับนานาชาติ ปีนี้มีนักวิ่งเข้าร่วมมากถึง 35,789 คน อาสาสมัครและเจ้าหน้าที่กว่า 7,000 คน กองเชียร์และผู้ติดตามกว่า 70,000 คน รวมแล้วมากถึง 112,789 ชีวิตที่ไหลบ่าเข้าสู่จังหวัดบุรีรัมย์ในคืนเดียว

กลยุทธ์ “ไม่เน้นอีลีท เน้นให้ทุกคนฟินเท่ากัน”

สิ่งที่ทำให้บุรีรัมย์ มาราธอน แตกต่างจากอีกหลายสนามในโลก คือแนวคิดการจัดงานที่ “กล้าคิดไม่เหมือนใคร” ผู้จัดตัดสินใจไม่เทงบมหาศาลไปกับการเชิญนักวิ่งอีลีทต่างชาติมาเป็นจุดขาย

แต่เลือกดึงงบส่วนนั้นกลับมาใช้เพื่อสร้าง “สวรรค์ของนักวิ่ง” ที่แท้จริง ให้ทุกคนรู้สึกพิเศษ ไม่ใช่แค่คนเร็วที่สุดเท่านั้น

สิ่งที่นักวิ่งได้รับจากกลยุทธ์นี้มีทั้ง:

  • ระบบแจกภาพถ่ายฟรีแบบเรียลไทม์ เก็บโมเมนต์ทุกก้าวโดยไม่ต้องลุ้นว่าจะมีรูปตัวเองหรือไม่

  • กิจกรรมจับแจกเงินรางวัลพิเศษในแต่ละระยะ เพิ่มความลุ้นให้ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะวิ่งเร็วหรือวิ่งชิล

  • การสนับสนุนนักวิ่งไทยมุ่งหน้าสู่สนามระดับโลกอย่าง โตเกียวมาราธอน

  • กิมมิกและกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมายที่ทำให้ประสบการณ์ที่นี่แตกต่างจากทุกสนาม

ทั้งหมดนี้ถูกออกแบบภายใต้มาตรฐาน World Athletics Road Race Label ที่ทำให้นักวิ่งยังสามารถใช้สถิติจากบุรีรัมย์ไปควอลิฟายสนามระดับโลกได้เหมือนเดิม เรียกได้ว่า ได้ทั้งความสนุก ได้ทั้งมาตรฐานแข่งจริงจังในสนามเดียวกัน

“Buriram Standard” มาตรฐานที่เกิดจากหัวใจของคนทั้งเมือง

ในพิธีเปิดงาน ผู้ริเริ่มจัด “บุรีรัมย์ มาราธอน” เล่าถึงเส้นทาง 10 ปีที่ผ่านมาอย่างน่าประทับใจว่า การเติบโตของงานนี้ ไม่ได้มาจากระบบจัดการอย่างเดียว แต่มาจาก “หัวใจของฅนบุรีรัมย์” ทั้งเมือง

จากงานวิ่งเล็ก ๆ ที่มีนักวิ่งเพียงหลักพัน สู่สนามระดับโลก ด้วยสิ่งที่เรียกว่า “Buriram Standard” หรือมาตรฐานการจัดงานในแบบฉบับของตัวเอง ที่ยึดเอา “ความสุขของนักวิ่ง” เป็นศูนย์กลางของทุกการตัดสินใจ

แนวคิดนี้ทำให้สนามแห่งนี้ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นแค่เส้นทางแข่งขัน แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมต่อผู้คนเข้าหากัน ผ่านกีฬาที่ใครก็เข้าถึงได้

สนามวิ่งที่กลายเป็นศูนย์รวมพลังของสังคม

สนามบุรีรัมย์ มาราธอน ไม่ได้ทำหน้าที่เฉพาะในวันที่มีการแข่งขันเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่พร้อมยืนเคียงข้างผู้คนในยามยาก

ที่ผ่านมา พื้นที่แห่งนี้ถูกใช้เป็นทั้ง:

  • ศูนย์ดูแลประชาชนในช่วงการระบาดของโควิด-19

  • ศูนย์อพยพในภาวะวิกฤต

  • จุดรวมพลังการแบ่งปันจากนักวิ่งสู่สังคมในหลาย ๆ โอกาส

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากการที่นักวิ่งทุกคนมีส่วนร่วมส่งต่อพลังให้สังคมไทย ให้โลกได้เห็นว่า “คนไทยจะไม่ทิ้งกัน” และงานวิ่งหนึ่งงานก็สามารถเป็นมากกว่าแค่การแข่งขันได้จริง ๆ

หัวใจความสำเร็จ: ทุกคนที่มาคือแขกคนสำคัญ

ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการแข่งขัน (Race Director) ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของงาน เปิดใจถึงแก่นสำคัญที่ทำให้บุรีรัมย์ มาราธอน กลายเป็นสนามในดวงใจของนักวิ่งมากมาย

เขาเล่าว่า หัวใจของงานคือ ความตั้งใจจริงที่จะทำให้ทุกคนที่มาเยือน “ประทับใจที่สุด” ไม่ว่าจะเป็นนักวิ่งหน้าใหม่หรือสายมาราธอนตัวจริง

บุรีรัมย์ทั้งจังหวัดทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพร่วมกัน ทุกภาคส่วนช่วยกันต้อนรับ ดูแล และส่งกำลังใจ ตั้งแต่:

  • มาตรฐานการจัดการที่ละเอียดทุกจุด

  • ระบบการแพทย์และความปลอดภัยตลอดเส้นทาง

  • การปิดถนนแบบ 100% เพื่อให้สนามวิ่งเป็นของนักวิ่งจริง ๆ

  • บรรยากาศการเชียร์ทั้งเมือง ที่ทำให้ทุกคนรู้สึกเหมือนเป็นฮีโร่ในค่ำคืนนั้น

ผลลัพธ์คือ เทศกาลแห่งความสุขที่หลายคนวิ่งจบแล้วก็ยังอยากกลับมาอีกครั้ง

มากกว่าตัวเลข คือรอยยิ้มและการกลับมาซ้ำ

สำหรับคนบุรีรัมย์ “บุรีรัมย์ มาราธอน” ไม่ใช่แค่ความภาคภูมิใจด้านตัวเลขผู้เข้าร่วมที่เติบโตต่อเนื่องทุกปีเท่านั้น

สิ่งที่มีความหมายมากกว่า คือการได้เห็นรอยยิ้มของนักวิ่ง ความปลื้มปริ่มหลังเข้าเส้นชัย และการที่นักวิ่งจากทั่วโลกเลือกจะ กลับมาซ้ำ จนสนามแห่งนี้กลายเป็นทริปประจำปีของใครหลายคน

นี่คือคำตอบว่าทำไมหลายคนถึงยกให้บุรีรัมย์เป็นหนึ่งในสนามที่ “รู้สึกเหมือนบ้าน” แม้จะอยู่ห่างไกลหลายร้อยกิโลเมตร

เป้าหมายต่อไป: World-Class Night Marathon ที่ต้องมาลองด้วยตัวเอง

มองไปสู่ทศวรรษถัดไป บุรีรัมย์ มาราธอน ตั้งเป้าชัดเจนในการพัฒนาให้กลายเป็น “World-Class Night Marathon” อย่างเต็มรูปแบบ

เป้าหมายคือการเป็นงานวิ่งกลางคืนที่นักวิ่งจากทั่วโลกอยากมาสัมผัสสักครั้ง กับประสบการณ์วิ่งในสนามแข่งระดับเวิลด์คลาสทั้ง 2 สนาม ท่ามกลางบรรยากาศเมืองกีฬา วัฒนธรรมท้องถิ่น และการต้อนรับแบบอบอุ่นสไตล์ “ฅนบุรีรัมย์”

10 ปีที่ผ่านมา คือหลักฐานชัดเจนว่า “บุรีรัมย์ มาราธอน” ไม่ได้เป็นเพียงงานวิ่ง แต่คือพลังของคนทั้งเมือง พลังของนักวิ่ง และพลังของการให้ ที่ร่วมกันสร้าง “สวรรค์ของนักวิ่ง” ให้เกิดขึ้นจริงบนแผนที่มาราธอนของเอเชีย

และจากวันนี้ต่อไป สนามแห่งนี้กำลังก้าวสู่การเป็นหนึ่งในมาราธอนที่มีเอกลักษณ์ที่สุดของภูมิภาค ที่ไม่ได้ขายแค่ความเร็ว แต่ขายความรู้สึกที่คุณจะไม่มีวันลืม

นัดหมายครั้งต่อไปบนเส้นทางเดิมที่ต่างออกไป

สำหรับใครที่พลาดปีนี้ หรือคนที่วิ่งแล้วอยากกลับมาเก็บความทรงจำใหม่อีกครั้ง เตรียมตัวไว้ให้ดี เพราะบุรีรัมย์ มาราธอน ยังไม่หยุดพัฒนา

พบกันใหม่บนเส้นทางเดิมที่เต็มไปด้วยบรรยากาศใหม่ ๆ ใน “บุรีรัมย์ มาราธอน 2027”

ใครที่เรียกตัวเองว่านักวิ่ง ไม่ว่าจะสายจริงจัง สายท่องเที่ยว หรือสายวิ่งเอาบรรยากาศ สนามนี้คือหนึ่งในลิสต์ที่ควรมีไว้ในชีวิตอย่างน้อยครั้งหนึ่ง