ZestBuy

เอลนีโญเริ่มแล้ว! อ็อกซ์ฟอร์ดเผย 20 เมืองเสี่ยงวิกฤตหนักสุด

โปรไฟล์ WikWik06-16

เอลนีโญเริ่มแล้ว! อ็อกซ์ฟอร์ดเปิดรายชื่อ 20 เมืองทั่วโลกเสี่ยงวิกฤตหนักสุด

เอลนีโญ กลับมาเป็นประเด็นที่ทั่วโลกจับตามองอีกครั้ง หลังนักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าปรากฏการณ์ดังกล่าวได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ และอาจพัฒนาไปสู่ระดับ "ซูเปอร์เอลนีโญ" ที่มีความรุนแรงมากกว่าปกติ

ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับอุณหภูมิโลกที่เพิ่มสูงขึ้น ทีมนักวิจัยจาก University of Oxford ได้เผยผลการศึกษาที่จัดอันดับเมืองใหญ่กว่า 220 แห่งทั่วโลก เพื่อประเมินความเปราะบางต่อผลกระทบจากสภาพอากาศสุดขั้ว โดยพบว่าหลายเมืองในเอเชียและแอฟริกามีความเสี่ยงสูงที่จะเผชิญวิกฤตด้านสภาพอากาศในช่วงปีข้างหน้า

เอลนีโญคืออะไร และทำไมทั่วโลกจึงจับตา?

เอลนีโญ (El Niño) คือปรากฏการณ์ที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนฝั่งตะวันออกและตอนกลางอุ่นกว่าค่าเฉลี่ยตามปกติ

แม้จะเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นรอบ ๆ แต่ผลกระทบที่ตามมาสามารถส่งผลต่อสภาพอากาศทั่วโลกได้อย่างมีนัยสำคัญ

ตัวอย่างผลกระทบที่มักเกิดขึ้น ได้แก่

  • คลื่นความร้อนรุนแรงขึ้น

  • ภัยแล้งยาวนาน

  • ไฟป่าขนาดใหญ่

  • ฝนตกหนักผิดปกติ

  • น้ำท่วมฉับพลัน

  • ผลผลิตทางการเกษตรลดลง

เมื่อเอลนีโญเกิดขึ้นพร้อมกับภาวะโลกร้อน ผลกระทบจึงอาจรุนแรงกว่าที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

นักวิจัยเตือนความเสี่ยง "ซูเปอร์เอลนีโญ"

ข้อมูลจากองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ NOAA ระบุว่า มีโอกาสสูงที่อุณหภูมิเฉลี่ยผิวน้ำทะเลจะสูงกว่าปกติเกิน 2 องศาเซลเซียส

หากเกิดขึ้นจริง ปรากฏการณ์ครั้งนี้อาจถูกจัดอยู่ในระดับ

"ซูเปอร์เอลนีโญ"

ซึ่งเป็นระดับความรุนแรงที่สามารถส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของผู้คนในวงกว้าง

โดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนาและเมืองที่มีระบบโครงสร้างพื้นฐานไม่พร้อมรองรับภัยพิบัติ

ทำไมบางเมืองถึงได้รับผลกระทบหนักกว่าที่อื่น?

ทีมนักวิจัยจากอ็อกซ์ฟอร์ดไม่ได้ประเมินเพียงสภาพอากาศเท่านั้น

แต่ยังนำปัจจัยอื่นมาวิเคราะห์ร่วมกัน เช่น

  • ความหนาแน่นของประชากร

  • ระดับรายได้

  • ความพร้อมของระบบสาธารณูปโภค

  • ศักยภาพในการรับมือภัยพิบัติ

  • การเข้าถึงทรัพยากรน้ำ

ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า เมืองที่มีประชากรจำนวนมากและมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน มักมีความเปราะบางต่อคลื่นความร้อนและภัยแล้งมากกว่า

20 เมืองทั่วโลกที่เสี่ยงได้รับผลกระทบหนักที่สุด

จากการประเมินร่วมกันด้านภูมิอากาศ ประชากรศาสตร์ และเศรษฐกิจสังคม พบว่า 20 เมืองต่อไปนี้มีความเสี่ยงสูงที่สุด

  1. Al Basrah – อิรัก

  2. Ahmadabad – อินเดีย

  3. Bamako – มาลี

  4. Nagpur – อินเดีย

  5. Quezon City – ฟิลิปปินส์

  6. Baghdad – อิรัก

  7. Madurai – อินเดีย

  8. Faisalabad – ปากีสถาน

  9. Lagos – ไนจีเรีย

  10. Hyderabad – ปากีสถาน

  11. Barranquilla – โคลอมเบีย

  12. Ibadan – ไนจีเรีย

  13. Port Harcourt – ไนจีเรีย

  14. Conakry – กินี

  15. Bhopal – อินเดีย

  16. Ho Chi Minh City – เวียดนาม

  17. Kaduna – ไนจีเรีย

  18. Bandung – อินโดนีเซีย

  19. Port-au-Prince – เฮติ

  20. Kanpur – อินเดีย

จากรายชื่อจะเห็นได้ว่า เมืองส่วนใหญ่อยู่ในเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแอฟริกา

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องจับตาอะไร?

แม้ประเทศไทยจะไม่อยู่ในรายชื่อ 20 เมืองที่มีความเสี่ยงสูงสุด แต่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังถือเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเอลนีโญโดยตรง

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

  • อุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ย

  • ปริมาณฝนลดลงในบางช่วง

  • ภัยแล้งในพื้นที่เกษตรกรรม

  • ปัญหาการจัดการน้ำ

  • ความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางอาหาร

โดยเฉพาะเมืองขนาดใหญ่ที่มีประชากรหนาแน่น อาจเผชิญปัญหาคลื่นความร้อนในเมือง (Urban Heat Island) รุนแรงขึ้น

เมืองใหญ่กำลังกลายเป็นจุดเสี่ยงของโลก

นักวิจัยชี้ว่า ปัจจุบันประชากรมากกว่าครึ่งหนึ่งของโลกอาศัยอยู่ในเขตเมือง

และคาดว่าภายในปี 2050 สัดส่วนดังกล่าวจะเพิ่มเป็นเกือบสองในสามของประชากรโลก

นั่นหมายความว่า เมืองต่าง ๆ จะกลายเป็นพื้นที่ที่ต้องเผชิญแรงกดดันจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้นเรื่อย ๆ

ทั้งในด้าน

  • สุขภาพประชาชน

  • ระบบไฟฟ้า

  • ระบบน้ำประปา

  • การคมนาคม

  • เศรษฐกิจในเมือง

หากไม่มีการเตรียมความพร้อมที่ดี ความเสียหายอาจขยายตัวอย่างรวดเร็ว

เราควรเตรียมตัวอย่างไร?

แม้ไม่สามารถหยุดเอลนีโญได้ แต่การเตรียมความพร้อมสามารถช่วยลดผลกระทบได้

แนวทางที่ประชาชนควรให้ความสำคัญ ได้แก่

  • ติดตามพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำเสมอ

  • วางแผนการใช้น้ำอย่างประหยัด

  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งช่วงอากาศร้อนจัด

  • ดูแลผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง

  • เตรียมรับมือเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วที่อาจเกิดขึ้น

สรุป

เอลนีโญ ในรอบนี้กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด หลังมีสัญญาณว่าความรุนแรงอาจพัฒนาไปสู่ระดับซูเปอร์เอลนีโญ ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อผู้คนหลายร้อยล้านคนทั่วโลก

ผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดชี้ให้เห็นว่า เมืองในเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแอฟริกาหลายแห่งมีความเสี่ยงสูงต่อคลื่นความร้อน ภัยแล้ง และความเสียหายเชิงโครงสร้าง

ขณะที่ทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความสูญเสียในอนาคตได้

อ้างอิง https://www.sanook.com/news/9894474/

ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น