Figure AI บริษัทหุ่นยนต์จากสหรัฐฯ กำลังกลายเป็นหนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในวงการ AI หลังปล่อยเดโมใหม่ที่โชว์ให้เห็นว่า humanoid robot ของบริษัทสามารถทำงานในโกดังได้ต่อเนื่องตลอด “กะทำงาน 8 ชั่วโมง” แบบอัตโนมัติ
สิ่งที่ทำให้เดโมนี้ถูกพูดถึงหนัก คือหุ่นยนต์ไม่ได้แค่ยืนโชว์หรือทำงานสั้น ๆ แบบเดโมทั่วไป แต่ถูกนำไปทำงานสาย warehouse จริง ทั้งหยิบพัสดุ หมุนบาร์โค้ด และวางบนสายพานต่อเนื่องเป็นเวลาหลายชั่วโมง
Figure AI ระบุว่าระบบทั้งหมดใช้ AI รุ่นใหม่ชื่อ “Helix-02” ที่ควบคุมการมองเห็น การเคลื่อนไหว และการตัดสินใจร่วมกันแบบ end-to-end
ทำงานระดับ “กะมนุษย์” ได้แล้ว
CEO ของ Figure AI อย่าง Brett Adcock ระบุว่า เป้าหมายสำคัญของบริษัทไม่ใช่แค่ให้หุ่นยนต์ “เดินได้” หรือ “หยิบของได้” แต่ต้องทำงานต่อเนื่องระดับเดียวกับมนุษย์จริงให้ได้
ในเดโมล่าสุด หุ่นยนต์ Figure F.03 จำนวน 3 ตัว ถูกนำมาสลับกันทำงาน sorting packages บนสายพานในโกดัง โดยบริษัทอ้างว่าสามารถรักษาความเร็วใกล้เคียงมนุษย์ได้ที่ประมาณ 3 วินาทีต่อพัสดุ
Figure ยังยืนยันว่าระบบทำงานแบบ autonomous เต็มรูปแบบ ไม่มีมนุษย์ remote control ระหว่างการทำงาน
แม้จะมีคนในอินเทอร์เน็ตตั้งข้อสงสัยอยู่บ้าง แต่เดโมนี้ก็ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในการโชว์ humanoid robot ที่ “ใช้งานจริง” มากที่สุดครั้งหนึ่งของปี 2026
ระบบชาร์จเองคือจุดสำคัญ
อีกจุดที่ถูกพูดถึงมากคือระบบ battery rotation และ self-charging
ระหว่าง livestream จะเห็นว่าหุ่นยนต์บางตัวเดินกลับไปชาร์จเอง ขณะที่อีกตัวเข้ามารับงานต่อทันที ทำให้ระบบสามารถทำงานต่อเนื่องได้ยาวมากกว่าระยะเวลาของแบตเตอรี่ต่อรอบ
ต่อมาบริษัทตัดสินใจ “ไม่หยุดสตรีม” หลังครบ 8 ชั่วโมง และปล่อยให้หุ่นยนต์ทำงานต่อเนื่องเกิน 24 ชั่วโมง
รายงานบางแห่งระบุว่าระบบสามารถจัดการพัสดุได้มากกว่า 30,000–50,000 ชิ้น ระหว่างการทดสอบ marathon run นี้
หลายฝ่ายมองว่านี่คือก้าวสำคัญ เพราะปัญหาใหญ่ของ humanoid robot ไม่ใช่แค่เรื่องการเดินหรือหยิบของ แต่คือ “ความต่อเนื่องในการทำงาน” ระดับอุตสาหกรรมจริง
Helix-02 คือสมองใหม่ของ Figure
Figure AI อธิบายว่า Helix-02 แตกต่างจากระบบหุ่นยนต์อุตสาหกรรมเดิม เพราะใช้ neural network เดียวควบคุมทั้งร่างกาย
แทนที่จะมีระบบแยกกันสำหรับ
การมองเห็น
การทรงตัว
การหยิบจับ
การเดิน
และการตัดสินใจ
Helix-02 จะรวมทุกอย่างไว้ในระบบเดียวคล้ายสมองมนุษย์
บริษัทระบุว่าระบบถูกฝึกจากข้อมูลการเคลื่อนไหวของมนุษย์มากกว่า 1,000 ชั่วโมง รวมถึง reinforcement learning จำนวนมาก
ผลคือหุ่นยนต์สามารถเคลื่อนไหวต่อเนื่องในสภาพแวดล้อมจริงได้ดีขึ้นกว่าหุ่นยนต์อุตสาหกรรมแบบเก่า

โลกเริ่มจริงจังกับ Humanoid Robot มากขึ้น
ช่วงปี 2025–2026 วงการ humanoid robot โตเร็วมาก
ทั้ง Tesla Optimus, Figure AI, Agility Robotics, Unitree และอีกหลายบริษัท ต่างเร่งโชว์ความสามารถของหุ่นยนต์ที่เริ่มเข้าใกล้ “แรงงานจริง” มากขึ้นเรื่อย ๆ
แต่สิ่งที่ทำให้ Figure ถูกจับตามอง คือบริษัทพยายามโชว์ “งานธรรมดา” อย่างคัดแยกพัสดุ แทนการโชว์ท่าหวือหวาแบบหุ่นยนต์โชว์ทั่วไป
หลายฝ่ายมองว่า warehouse และ logistics อาจเป็นตลาดแรกที่ humanoid robot ถูกใช้งานจริงในวงกว้าง เพราะเป็นงานซ้ำ ๆ ใช้แรงงานสูง และมีปัญหาขาดคนต่อเนื่องทั่วโลก
แต่หลายคนยังไม่เชื่อเต็มที่
แม้เดโมจะสร้างกระแสได้มาก แต่ก็ยังมีข้อสงสัยจำนวนไม่น้อย
บางคนตั้งคำถามว่า
ระบบ autonomous จริงแค่ไหน
มีมนุษย์ช่วยอยู่หลังฉากหรือไม่
ความเร็วเทียบมนุษย์จริงได้หรือเปล่า
และจะรับมือสถานการณ์ซับซ้อนในโกดังจริงได้มากแค่ไหน
ผู้เชี่ยวชาญด้าน robotics หลายคนมองว่า sorting packages บนสายพานยังถือเป็น environment ที่ “ควบคุมได้ง่าย” เมื่อเทียบกับโลกจริงของ warehouse ขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายก็ยอมรับตรงกันว่า ความสามารถของ humanoid robot ปี 2026 ก้าวกระโดดเร็วกว่าที่หลายคนคาดไว้มาก
คำถามใหญ่ต่อไปคือ “แรงงานมนุษย์”
เหมือนทุกครั้งที่มีข่าว AI และ automation ประเด็นเรื่องแรงงานก็กลับมาทันที
หลัง livestream ของ Figure AI ถูกเผยแพร่ ผู้คนจำนวนมากเริ่มถกกันเรื่องอนาคตของงานในโกดัง โรงงาน และงานใช้แรงงานซ้ำ ๆ
บางคนมองว่าหุ่นยนต์จะช่วยแก้ปัญหาขาดแรงงานและงานอันตราย ขณะที่อีกฝ่ายกังวลเรื่องการแทนที่พนักงานจำนวนมหาศาลในอนาคต
และเมื่อ humanoid robot เริ่มทำงานได้ระดับ “กะเต็มวัน” พร้อมระบบชาร์จและสลับงานอัตโนมัติ โลกก็อาจเริ่มเข้าใกล้ยุคที่แรงงานหุ่นยนต์ไม่ใช่แค่ภาพจากหนังไซไฟอีกต่อไปแล้ว
ที่มา sedaily


ความคิดเห็น